บทที่ 70
จดหมายลับ
ท้องนภายามเย็นอาทิตย์อัสดงส่องแสงสีส้มอมแดง ค่ายทหารที่อยู่ห่างออกมาจากตัวเมือง ทหารมากมายภายในค่ายปฏิบัติหน้าที่ของตนเองอย่างขะมักเขม้น
แม่ทัพหวงกำลังอ่านเอกสารรายงานของกองทัพด้วยท่าทางจริงจัง หวงเจียวลู่กำลังพิจารณาของพวกนี้
ในแต่ละวันมีเอกสารผ่านหน้าผ่านตาของแม่ทัพหนุ่มหลายต่อหลายฉบับ กองทัพเกราะดำเป็นกองทัพขนาดใหญ่
เพราะแบบนั้นเอกสารที่ใช้ในแต่ละวันจึงมี ทั้งรายงานเกี่ยวกับเรื่องต่างๆทั้งเอกสารที่ใช้ในการจัดการงบประมาณ
ทุกอย่างต้องผ่านตาขอแม่ทัพหนุ่มผู้นี้ เพราะแบบนั้นในยามที่ไม่มีศึกสงครามเอกสารที่รอแม่ทัพหนุ่มผู้นี้อยู่จึงมากมาย
ในขณะที่หวงเจียวลู่กำลังขะมักเขม้นก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารเหล่านั้น เสียงของคนผู้หนึ่งดังจากบริเวณ
“ แย่แล้วท่านเเม่ทัพ!!! ”
เสียงของทหารผู้หนึ่งตะโกนดังเข้ามา หวงเจียวลู่ที่กำลังนั่งอยู่เงยหน้าของตน มองเห็นร่างของทหารผู้หนึ่งวิ่งพรวดเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้
“ มีอันใด? ”
“ คือว่าในยามนี้คุณหนูซูกำลังรอพบท่านอยู่บริเวณด้านหน้า บอกว่ามีเรื่องสำคัญอยากจะสนทนาด้วยเห็นนางวิ่งหน้าตาตื่นข้าคิดว่าน่าจะเกิดเรื่องใหญ่ ”
ทหารภายในกองทัพเกราะดำส่วนใหญ่รู้จักซูมี่ ว่านางเป็นคุณหนูตระกูลซู ที่ค่อนข้างจะสนิทสนมกับแม่ทัพ
ซูฉีเองทำความรู้จักกับพวกผู้คนภายในกองทัพ นางเริ่มทำความรู้จักกับผู้คนภายในกองทัพมากขึ้น
จนทำให้ตอนนี้เรียกได้ว่ากองทัพส่วนใหญ่รู้จักนางแทบจะทั้งหมด คนผู้นี้ก็รีบวิ่งเข้ามาแจ้งข่าวตามคุณหนูตระกูลซูผู้นั้นแจ้ง
แม่ทัพหนุ่มยังคงแสดงใบหน้าสงบนิ่ง “ เชิญนางเข้ามา ”
…
เอกสารลับที่ถูกซ่อนเอาไว้ถึงมือของแม่ทัพหนุ่มเรียบร้อย หวงเจียวลู่รับผ้าสีน้ำตาลที่ตนให้นางไปศึกษาเอาไว้ในมือ
หวงเจียวลู่ขมวดคิ้วเข้าหากันดวงตาจ้องมองอย่างไม่กะพริบตา อ่านข้อความที่ถูกเขียนโดยเลือดอย่างจริงจัง
แม่ทัพหนุ่มใช้เวลาในการอ่านข้อความพวกนั้นอยู่สักพักใหญ่ๆเลยทีเดียว เข้าศึกษาข้อความพวกนั้น
ท่ามกลางความเงียบสงัดบริเวณรอบๆ ซูฉีที่นั่งอยู่เบื้องหน้านางขยับร่างกายไปมาแสดงแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวล
มองแม่ทัพหนุ่มที่ยังคงสงบนิ่งแม้ในสถานการณ์อย่างนี้ “ ท่านดูไม่กังวลอันใดเลยนะเจ้าคะ ”
“ ในยามนี้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นตามข้อความที่เขียนเอาไว้ไม่ใช่ว่าท่านควรจะกังวลอย่างงั้นหรือเจ้าคะ? ”
“ กังวลแล้วได้อะไร? ” แม่ทัพหนุ่มสวนกลับมาด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย
“ ในสถานะการณ์แบบนี้ยิ่งแสดงท่าทางกังวลมันยิ่งทำให้ทุกอย่างนั้นยิ่งย่ำแย่ลงไปด้วย ข้าเคยบอกเจ้าแล้วนิสำหรับคนที่ทำได้หลายอย่างผู้ที่กังวลและสูญเสียการควบคุมตนเองจะถือเป็นผู้แพ้ ”
“ แม้ว่าสถานการณ์ที่ย่ำแย่กำลังจะใกล้เข้า ถึงแบบนั้นข้าก็ควรจะสงบนิ่งเอาไว้เพื่อคิดหาวิธีทางออกจากสถานการณ์แบบนี้ให้ได้ ”
นี่คือเหตุผลว่าเหตุใดแม่ทัพหนุ่มจึงนิ่ง การที่แม่ทับหนุ่มนิ่งสนิทแบบนี้เป็นเพราะว่าตัวของเขาใช้ความนิ่งสยบปัญหาที่เกิดขึ้น
“ เอาล่ะเจ้าทำได้ดีมาก ข้าได้รับข้อความพวกนี้แล้ว ในยามนี้เรื่องทุกอย่างข้าจะจัดการต่อเอง ”
“ เจ้าทำความดีความชอบ ถ้าเช่นนั้น… ” หวงเจียวลู่ใช้มือของตนหยิบแผ่นป้ายบางอย่างที่อยู่บริเวณเอว
แผ่นป้ายนี้เป็นแผ่นป้ายเหล็กสีดำมีสัญลักษณ์รูปอินทรีย์สลัก มันดูเป็นป้ายเหล็กที่ดูจะมีมูลค่ามาก
แม่ทัพหนุ่มโยนมันให้กับนาง ซูฉีรับมันเอาไว้นางจ้องมองแผ่นป้ายเหล็กภายในมืออย่างประหลาดใจ แววตาแสดงความงุนงง
“ นี่คือ… ”
“ แผ่นป้ายเหล็กดำเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของกองทัพเกราะดำ ”
“ มันเป็นแผ่นป้ายที่มีเพียงแค่ไม่กี่ชิ้นเท่านั้นจะรับมันเอาไว้ ”
“ นี่ถือว่าเป็นของตอบแทนก็แล้วกันเกี่ยวกับเรื่องที่เจ้าสามารถไขปริศนามันให้กับข้า ”
“ ปริศนานี้มันมีส่วนเกี่ยวโยงกับทางกองทัพ เพราะแบบนั้นเจ้าเองก็ถือว่าทำความดีและเป็นผู้มีพระคุณกับกองทัพเกราะดำ ”
“ เพราะแบบนั้นนี่ถือว่าเป็นของตอบแทนป้ายเหล็กดำมีมูลค่ามากแต่ว่าคุณค่าของมันไม่ใช่เงินทอง ”
“ ในวันนึงมันจะช่วยเจ้าได้อย่างแน่นอน เพราะแบบนั้นเก็บมันเอาไว้ให้ดี ”
“ เจ้าไปได้แล้วข้ามีเรื่องที่ต้องจัดการต่อ ” แม่ทัพหนุ่มพูดจบสะบัดมือไล่นางอย่างรวดเร็ว
ซูฉีขมวดคิ้วเข้าหากันแต่นางก็ไม่สามารถทำอะไรได้ นางได้แต่ลุกขึ้นและก็เดินออกไปจากสถานที่แห่งนี้เท่านั้น
เขียนเอาไว้ภายในนั้นมันเป็นเรื่องของกองทัพแน่นอนว่าไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับนาง แต่มันเองก็เป็นเรื่องใหญ่โตนางเดินออกมาจากกระโจมของแม่ทัพหวง
ซูฉีมองป้ายเหล็กในมือของนาง “ ป้ายเหล็กงั้นเหรอบอกว่าเป็นสัญลักษณ์ของกองทัพ… ”
“ แสดงว่ามันน่าจะทำอะไรได้หลายๆอย่างสินะ ภายในนิยายก็บอกไว้คนไทยในดินแดนแห่งนี้ ผู้คนส่วนใหญ่พวกเขามักจะนำเอาแผ่นป้ายเป็นตัวแทนหรือว่าเป็นสัญลักษณ์ ”
“ ป้ายบ่งบอกถึงตัวตนและอำนาจการที่มีมันอยู่ในมือก็คงจะสามารถทำอะไรได้หลายอย่างจริงๆด้วย ”
ซูฉีมั่นใจของสิ่งนี้น่าจะเป็นของที่มีมูลค่า มันสามารถช่วยนางได้ในอนาคตอย่างแน่นอนนางเก็บรักษามันเอาไว้เป็นอย่างดี
หวงเจียวลู่ส่งทหารหนุ่มหลายคนไปดูแลซูฉีจนกลับถึงที่พักเพื่อความปลอดภัย เพราะว่าในยามนี้ท้องนภาด้านบนเริ่มมืดมิดเมืองแห่งนี้ไม่ค่อยปลอดภัยสักเท่าไหร่จึงต้องมีคนคุ้มกัน
ซูฉีกลับถึงบ้านของนางได้อย่างปลอดภัยนางเก็บเรื่องราวเกี่ยวกับผ้าผืนนั้นเอาไว้ไม่ให้ผู้ใดล่วงรู้
….
ท้องนภามืดมิดภายในค่ายทหารเกราะดำบริเวณรอบๆเต็มไปด้วยความเงียบ พื้นที่บริเวณสถานที่แห่งนี้ถูกรักษาการณ์อย่างแน่นหนา
กระโจมขนาดใหญ่ของแม่ทัพที่ถูกตั้งอยู่บริเวณใจกลางค่าย หวงเจียวลู่เรียกคนสนิทประมาณสามถึงสี่คนมาชุมนุมและรวมตัวกัน
โต๊ะยาวที่อยู่ใจกลางกระโจม หวงเจียวลู่ที่เป็นแม่ทัพนั่งอยู่บริเวณหัวโต๊ะ พร้อมกับขุนพลหลายคนที่นั่งอยู่ด้านหน้า
ผ้าสีน้ำตาลเข้มที่ถูกเขียนด้วยเลือดสีแดงเป็นข้อความส่งมาถึงสถานที่แห่งนี้ถูกวางเอาไว้ด้านหน้าของเหล่าขุนพล
“ จะเอาอย่างไรดีขอรับท่านแม่ทัพสถานการณ์ในยามนี้ไม่ค่อยเข้าข้างพวกเราสักเท่าไหร่ ” หนึ่งในแม่ทัพที่ถูกเรียกมาชุมนุมพูด
เขาคือขุนพลร่างกายกำยำมีช่วงวัยราวๆสามสิบ ใช้แววตาที่จริงจังมองตรงมาที่แม่ทับหนุ่ม
“ ภายในนี้บอกว่าทางราชสำนักคิดจะตัดไฟตั้งแต่ต้นลมด้วยการทำลายกองทัพเกราะดำ สายที่พวกเราส่งเข้าไปภายในราชสำนักก็โดนสังหาร ” หวงเจียวลู่กล่าว
จดหมายลับที่ถูกส่งมาถึงชายแดนมันคือจดหมายที่สายข่าวภายในราชสำนักส่งมาถึงสถานที่แห่งนี้
พวกขุนนางภายในราชสำนักกังวลกับอำนาจของกองทัพเกราะดำ ในยามนี้พวกมันกำลังจะวางแผนในการล้มกองทัพ
สายข่าวที่แฝงตัวอยู่ภายในราชสำนักก็โดนสังหารตายจนหมดแล้ว พวกมันคิดจะคว่ำบาตรกองทัพในยามนี้สถานการณ์ของกองทัพของพวกเขาอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่
ซูฉีรีบมาแจ้งข่าวเรื่องนี้กับแม่ทับหนุ่ม เพราะว่านางรู้ดีๆเกี่ยวกับเรื่องนี้ถ้าเกิดว่าไม่รีบแจ้ง กองทัพเกราะดำคงจะโดนโจมตีและโดนทำร้ายอย่าง
“ เป็นแบบนั้นท่านแม่ทัพคงจะคิดหาวิธีการเอาไว้แล้วสินะขอรับ ” ขุนพลอีกผู้หนึ่งที่มาร่วมชุมนุมถามขึ้น
หวงเจียวลู่แสดงแววตาจริงจัง แววตาคู่นั้นดุร้ายและเยือกเย็นขึ้นมาทันที “ พวกมันคิดว่าอยากจะโจมตีพวกเรา โดยที่พวกมันนั้นไม่ต้องการให้พวกเรารู้แผนการนี้ถูกวางเอาไว้ตั้งนานแล้ว”
“ แต่ว่าผู้ใดจะคาดคิดสายข่าวของเราดันทุรังส่งของเช่นนี้มาถึงชายแดน ในเมื่อพวกเรารู้แล้วว่าพวกมันคิดจะโจมตี ข้าเองก็คงจะไม่นิ่งนอนใจขณะที่จะปล่อยให้พวกมันโจมตีก่อนหรอก ”
“ ท่านคิดจะตอบโต้ ” สือหยางขุนพลคนสนิทถาม
“ เตรียมตัวซะ… ” หวงเจียวลู่แสดงน้ำเสียงเฉยชา
จบบท