เมื่อตกลงกับจนเข้าที่เข้าทางลั่วอู่หลินก็เดินมายังด้านหลังตำหนักที่เป็นพื่นที่ว่างสำหรับเอาไว้ปลูกสมุนไพร พื้นดินที่นี่มีความอุดมสมบูรณ์มากแต่น่าเสียดายนักที่วิธีการปลูกนั้นลั่วอู่หลินยังมิได้ศึกษา ดังนั้นชายหนุ่มจึงไม่รอช้าเขาเดินกลับเข้าไปยังหองของตนเองและเข้าไปในหอคอยทันทีเพื่อค้นหาวิธีการปลูกที่เรียบง่ายและได้ผลดีที่สุดตามมา
ปรากฏว่าพวกพืชสมุนไพรนั้นหาได้ง่ายดายเพียงแค่เอาเมล็ดพันธุ์ฝังกลบไว้ไม่ มันต้องลดน้ำใส่แร่ธาตุให้พอดีกับที่สมุนไพรชนิดนั้นต้องการ ลั่วอู่หลินเมื่อเห็นเช่นนั้นเขาก็พลันศึกษามันในทันทีโดยเฉพาะชนิดที่ทางตำหนักให้เมล็ดพันธุ์มา ส่วนแร่ธาตุนั้นชายหนุ่มได้ตัดสินใจว่าจะเอาดินจากชั้นที่สองซึ่งเป็นดินแดนสมุนไพรของเขาไปเปลี่ยนกับดินตรงบริเวณที่เขาทำสวนนั่นแทน
นั่นเพราะชายหนุ่มจะไม่ต้องดูแลอะไรมากเพราะดินที่ชั้นสองมีแร่ธาตุอยู่มากล้น เท่านี้เพียงแค่รดน้ำทุกวันสมุนไพรของเขาก็จะเติบโตอย่างง่ายดาย ไม่จำเป็นต้องไปหาแร่ธาตุที่ไหนมาใส่อีก
"เหอะๆนานๆทีทำอะไรแบบนี้ก็ดูน่าสนุกดีเหมือนกัน"ลั่วอู่หลินกล่าว ก่อนออกไปเขายังไม่วายเดินลงไปชั้นล่างของหอคอยที่ตอนนี้มีจิ้งจอกสาวกำลังนั่งดื่มชาอย่างสบายใจ
ชายหนุ่มที่เห็นเช่นนั้นอดแกล้งนางไม่ได้ เขาพุ่งเข้าไปด้านหลังหญิงสาวที่กำลังเพลิดเพลินอยู่กับการเสพบรรยากาศและดื่มด่ำไปกับชา ก่อนที่เขาจะดึงนางขึ้นมานั่งบนตักอย่างง่ายดายราวจนทำให้หญิงงามตกใจจนต้องอุทานออกมา
"ว้าย!"
"ให้ตายเถอะ เจ้าเป็นสาวใช้ที่สบายจริงๆนะ เป็นอย่างไรบ้างละอยู่ที่นี่สบายกว่าอยู่ด้านนอกเป็นไหนๆใช่หรือไม่"
"หึ ก็ดีอยู่ จะไม่ดีอยู่อย่างคือมีเจ้านายบ้าตัณหาเช่นเจ้า"กล่าวจบนางก็กอดอกเเละเบือนหน้าหนีในทันที ลั่วอู่หลินได้เห็นท่าทางก็ยิ่งขบขัน ดูเหมือนซีอวิ้นจะยอมรับสถานะของนางได้แล้วตอนนี้จึงไม่ได้ขัดขืนใดๆเมื่อเขากอดนางเช่นนี้
"นั่นสินะ เจ้านายของเจ้าก็บ้าตัณหาจริงๆนั่นแหละ"ลั่วอู่หลินกล่าว ก่อนที่จะดึงนางเข้ามาจูบอีกคราพร้อมกับมืออันซุกซนที่ลูบคล้ำตามส่วนโค้งส่วนเว้าของหญิงงามจนนางต้องขุนลุกซู่ในทันที
ในตอนแรกนางก็พยายามที่จะต่อต้าน ทว่าหลังจากผ่านไปไม่นานซีอวิ้นก็เคลิบเคลิ้มไปกับมันจนแบที่จะไม่อยากถอนริมฝีปากของตนออกจากชายหนุ่ม ทว่าเมื่อผ่านไปพักใหญ่ ลั่วอู่หลินก็ผละริมฝีปากออกและอุ้มนางลงจากตักนั่งกับเก้าอี้ตามเดินและยกยิ้มก่อนจะเดินจากไปจนทำให้ซีอวิ้นที่อารมณ์ค้างถึงกับคิ้วกระตุกแสดงอาการกระฟัดกระเฟียดยกใหญ่ นางถูกผู้ชายคนนี้แกล้งอีกแล้วอีกทั้งอารมณ์ยังค้างกว่าครั้งก่อนเสียอีก
"เจ้าบ้าเอ้ย! นี่ข้าต้องมานั่งบ่มเพาะพลังทั้งวันทั้งคืนเพื่อสงบใจอีกแล้ว!!"ซีอวิ้นก่นด่าออกมาด้วยความหงุดหงิดใจ ก่อนที่นางจะต้องสงบใจและเข้าสู่การบ่มเพาะพลังอีกครั้ง
ส่วนตัวลั่วอู่หลินหลังจากที่แกล้งจิ้งจอกสาวได้สำเร็จในเวลานี้ชายหนุ่มก็ออกมาด้านนอกอีกครั้ง และเริ่มทำการทำสวนสมุนไพรของตนเองในทันทีโดยเปลี่ยนดินก็เป็นอันดับแรกและใส่ดินที่เขาเตรียมเอาไว้ลงไปจากนั้นก็ค่อยๆขุดหลุมฝั่งเมล็ดพันธุ์และรดน้ำก็เป็นอันเสร็จสิ้น
ลั่วอู่หลินใช้เวลาทั้งหมดหนึ่งชั่วยามและตอนนี้กำลังมองสิ่งที่เขาทำด้วยความภาคภูมิใจ ต่อไปแค่เพียงรดน้ำมันทุกวันช่างเป็นเรื่องอะไรที่ง่ายดายยิ่ง และทำให้เขามีเวลาไปทำอย่างอื่นอีกมาก
"หืม! ศิษย์พี่รองมองอะไรของท่านกัน"ลั่วอู่หลินเมื่อสัมผัสได้ว่ามีคนมองอยู่ก็อดไม่ได้ที่จะหันไปกล่าวถาม
"ข้าไม่ได้มองเจ้าเสียหน่อย ข้าก็แค่มาหาที่ปลูกสมุนไพรเท่านั้น"หลี่อิงกล่าวพร้อมหันไปยังพื้นที่ว่างใกล้ๆ
'เหอะ ก็เห็นๆอยู่ว่ามองมาทางข้าแล้วยังแก้ตัวอีก ข้าจะดูเสียหน่อยว่าท่านจะทำสวนสมุนไพรอย่างไร'ลั่วอู่หลินกรอกตาไปมา กระโดดขึ้นไปนอนยังกิ่งของต้นไม้ที่อยู่ใกล้ๆมองดูหลี่อิงที่ตอนนี้กำลังใช้กระบี่เพลิงอันเป็นสัญลักษณ์ของเขาฟาดฟันเหล่าวัชพืชรวดเร็วปานสายฟ้าสีหน้าเต็มไปด้วยความจริงจัง
ลั่วอู่หลินที่นั่งมองก็อดยิ้มเจื่อนไม่ได้ศิษย์พี่รองคนนี้ดูท่าจะเป็นคนที่จริงจังกับทุกอย่างในชีวิตจริงๆ ในขณะเดียวกันหยางเหมยอิงเองก็เดินเข้ามาหาพื้นที่ทำสวนสมุนไพรเช่นเดียวกัน แต่นางนั้นไม่เหมือนหลี่อิงที่ทำอะไรทุกอย่างจริงจังแต่นางเลือกที่จะค่อยๆทำแทน
ลั่วอู่หลินที่เห็นเช่นนั้นก็กระโดดลงจากต้นไม้ไปหานางในทันที "ศิษย์พี่ใหญ่เดี๋ยวข้าช่วย"
ชายหนุ่มกล่าวออกไปเช่นนั้น หยางเหมยกุ้ยยิ้มตอบรับและพยักหน้าให้ การปลูกสมุนไพรเช่นนี้ตัวนางเองก็ไม่ค่อยถนัดเท่าไรนัก การที่ได้ศิษย์น้องมาช่วยถือได้ว่ายอดเยี่ยมเลยทีเดียว
"หืม หลี่อิงดูเหมือนจะลำบากกว่าข้าอีกนะ ศิษย์น้องไปช่วยเขาก่อนดีหรือไม่?"หยางเหม่ยกุ้ยกล่าวถาม
ลั่วอู่หลินก็พลันส่ายหน้าเล็กน้อย "ท่านก็รู้ว่าตั้งแต่เข้ามาเขากับข้าก็เขม่นกันแล้วข้าจะไปช่วยเขาได้อย่างไร อีกอย่างการช่วยสาวงามเช่นศิษย์พี่ใหญ่ย่อมดีกว่าช่วยเหลือคนเย็นชาคนนั้นเป็นไหนๆ"
หยางเหมยกุ้ยถึงอึ้งไปเมื่อได้ยินที่ศิษย์น้องของนางกล่าวก่อนที่จะเอามือป้องปากหัวเราะออกมาเบาๆด้วยความขบขัน
"ฮิฮิ ปากหวานเช่นนี้บวกกับหน้าตาและพรสวรรค์ของศิษย์น้องเล็กเกรงว่าอีกหน่อยคงมีศิษย์สตรีไม่น้อยมาติดพัน เมื่อถึงตอนนั้นยังจะมาช่วยศิษย์พี่คนนี้อยู่อีกหรือ"หยางเหมยกุ้ยกล่าวแกมหยอกล้อจนลั่วอู่หลินถึงกับผงะไป
"ข้าเองก็อยู่ที่นี่ แน่นอนว่าย่อมช่วยศิษย์พี่ได้เสมอ"เขากล่าวออกมาเช่นนั้นก่อนที่จะช่วยหยางเหม่ยกุ้ยทำสวนสมุนไพรของนางจนเสร็จสิ้น
"อ๊า เสร็จเสียที ไม่คิดว่าการปลูกสมุนไพรจะมีกระบวนการมากขนาดนี้ทั้งกำจัดวัชพืช พรวนดิน เติมแร่ธาตุ รดน้ำ หากไม่ได้ศิษย์น้องช่วงคงจะต้องกินเวลาเอาเสียมากกว่านี้ไม่น้อย"
"ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนี่ขอรับ น่าเสียดายนักที่พวกเราไม่มีลมปราณปฐพีไม่เช่นนั้นคงไม่กินเวลาขนาดนี้"ลั่วอู่หลินทว่าเมื่อเขาหันไปทางหลี่อิง ในตอนนี้หากเทียบกับสวนสมุนไพรของลั่วอู่หลินและหยางเหมยกุ้ยมันไม่สมควรจะเรียกว่าสวนสมุนไพรด้วยซ้ำ
"เอ่อ.....ข้าว่าพวกเราไปช่วยเขาหน่อยดีหรือไม่ ไม่เช่นนั้นข้าเกรงว่าคงไม่ใช่สมุนไพรแล้วที่จะเติบโตแต่เป็นวัชพืชมากกว่า"หยางเหมยกุ้ยกล่าว ลั่วอู่หลินถอนหายใจช้าๆและพยักหน้ารับในทันใด
"หลี่อิง มีอะไรให้ช่วยหรือไม่"เป็นหยางเหมยกุ้ยที่กล่าวถาม
"อ่อ ไม่ต้องหรอกใกล้จะเสร็จแล้ว"
"หึ ใกล้จะเสร็จอะไรของท่านกัน เห็นได้ชัดเลยว่ามันยังไม่ถึงไหน มาๆข้าทำเอง ให้ตายเถอะหากไม่ใช่เพราะข้ากลัวอับอายที่ศิษย์พี่รองของข้าจะทำสวนไม่เป็นข้าไม่ทำให้หรอกนะ ท่านน่ะหลบไปเลย"แม้ชายหนุ่มบ่นไปอย่างนั้นแต่ก็ยังทำสวนสมุนไพรให้หลี่อิงแต่โดยดีแน่นอนเขาไม่ยอมให้หลี่อิงเข้ามาแทรกแต่อย่างใด หากถามว่าทำไมต้องทำเช่นนี้ เหตุผลก็แสนจะง่ายดายหากหลี่อิงลงมาทำเกรงว่าสวนจะเละไปกว่าเก่าเป็นแน่แท้
"หึ! เจ้าอยากทำเองนะ ข้าไม่ได้ขอให้เจ้าทำ"หลี่อิงกล่าวพร้อมเบือนหน้าหนี หยางเหม่ยกุ้ยที่เห็นก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
"ดูเจ้าสิ เจอกันเพียงไม่กี่วันเหตุใดถึงตั้งแง่กับศิษย์น้องเล็กนัก เป็นเพราะเขามีพรสวรรค์มากกว่าหรือเพราะมีปัญหาเรื่องห้องอาบน้ำกัน หากเป็นเช่นนั้นเจ้ามาแช่น้ำกับพี่สาวคนนี้ดีหรือไม่"
"ชิ น่าเบื่อ"
เมื่อโดนหยางเหม่ยกุ้ยหยอกล้อหลี่อิงทำท่าทางไม่ค่อยพอใจนัก ในขณะที่พวกเขากำลังพวกเขากำลังพูดคุยกันนั้นลั่วอู่หลินก็ได้แก้ไขแปลงสมุนไพรของหลี่อิงจนเสร็จสิ้น
"เรียบร้อย ต่อไปพวกท่านก็แค่รดน้ำใส่แร่ธาตุให้มันทุกวันก็พอ"เขาเอ่ยปากและมองศิษย์พี่รองหลี่อิงด้วยแววตาที่ราวกับเป็นผู้ชนะ
"ไม่ต้องบอกก็รู้อยู่แล้ว"กล่าวจบหลี่อิงเก็นเดินจากไปทิ้งให้ลั่วอู่หลินยืนแข็งค้าง ให้ตายเถอะเจ้าผู้ชายหน้าสวยนั่นแม้แต่คำขอบคุณยังไม่มี หากไม่กลัวความลับแตกเขาอยากจะแช่แข็งอีกฝ่ายสักปีให้รู้แล้วรู้รอดไป
"อย่าไปใส่ใจหลี่อิงมากนักเลย เขาก็เป็นแบบนี้แหละ ตอนนี้ก็ใกล้ค่ำแล้วไปพักผ่อนกันดีกว่า เอาไว้พรุ่งนี้ศิษย์พี่ใหญ่คนนี้จะเลี้ยงอาหารเจ้ามื้อใหญ่เป็นอย่างไร"
ลั่วอู่หลินพยักหน้าตอบรับ ทั้งสามคนต่างพากันแยกย้ายไป ในค่ำคืนแรกสำหรับการใช้ชีวิตในตำหนักเปลวเพลิงโชติช่วงสำหรับลั่วอู่หลินก็ไม่ได้ต่างอะไรจากการอยู่ในวังมากนัก
"น้องชายเจ้าจะเอาอย่างไรต่อละ พี่สาวยังคิดไม่ออกเลยว่าเจ้าจะเข้าไปยังตระกูลหลินที่ทีทั้งวีรชนและปราชญ์ได้อย่างไร"ไฉ่เยว่เอ่อร์กล่าวถามด้วยความสงสัย บอกตามตรงแม้ลั่วอู่หลินจะรวดเร็วมากแต่ก็ไม่อาจจะหลบรอดสายตาของระดับวีรชนขึ้นไปได้อย่างแน่นอน
"ระหว่างนี้ต้องสร้างความเชื่อใจให้กับตำหนักเสียก่อน ต้องทำชื่อเสียงดีๆเข้าไว้ เมื่อมีอะไรเกิดขึ้นพวกเขาจะได้ไม่สงสัยข้า อีกทั้งด้วยฐานะของศิษย์ลูกสาวประมุขนิกายพวกเขาอาจจะมองข้ามข้าไปเลยก็ได้"
"โอ้ แผนนี้ไม่เลว และใช้ประโยชน์จากตำแหน่งได้ดีเลยทีเดียว"
"แม้มันจะใช้เวลานานหน่อยก็ตามแต่ก็ถือว่าได้ปั่นหัวตาแก่พวกนั้นยาวๆ ในระหว่างนั้นก็หาข่าวสารเกี่ยวกับเปลวเพลิงสวรรค์ไปด้วย"ลั่วอู่หลินกล่าวพร้อมกับยกยิ้มอย่างสนุกสนาน ชีวิตในตำหนักเปลวเพลิงโชติช่วงแห่งนี้จะต้องสนุกมากแน่ๆ