บรรยากาศภายใน "บึงคนตาย" หนาวเยือกและชื้นแฉะ หมอกสีเทาเข้มปกคลุมรอบด้านราวกับจะกลืนกินทุกอย่าง เสียงครางแผ่วเบาของเหล่าผีดิบที่ยังคงหลงเหลืออยู่ฟังดูแหบแห้งราวกับคำสาปที่ไม่มีวันสิ้นสุด แต่ท่ามกลางความเงียบสงบนั้น
“โฮกกกกกกกกกกกกก!”
จู่ๆเสียงคำรามก็ดังขึ้นอย่างกึกก้อง ร่างของบอสราชันผีดิบโลกันตร์ก็ปรากฏขึ้นจากเงามืด มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่เกินกว่าความตาย ร่างกายสูงใหญ่เกือบสามเมตรและเต็มไปด้วยพลังอำนาจดุจปีศาจจากนรก สีผิวดำทมิฬและมีลวดลายสีแดงเรืองแสงเป็นลายเส้นราวกับพลังมืดที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของมัน ดวงตาของมันแดงฉานราวกับเปลวไฟแห่งโลกันตร์ สะท้อนแสงความมืดที่ไม่เคยดับ
“สัมผัสและกลิ่นอายนี้..”
ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกๆ และเริ่มใช้ระบบของผู้เล่นในการตรวจสอบค่าสถานะของมัน
【ราชันผีดิบโลกันตร์ เลเวล: 25】
【พละกำลัง: 8,000】
【ความทนทาน: 10,000】
【ความเร็ว: 5,000】
【จิตวิญญาณ: 5,000】
【ทักษะสกิล ด้ายแสงโลกันตร์ หมัดมืดทมิฬ】
บอสราชันผีดิบโลกันตร์เป็นสิ่งที่เกินกว่าที่อนาเธอร์จะเคยเจอมาในดันเจี้ยนนี้
ตัวของมันมีเลเวล 25 เท่ากับบอสตัวก่อนหน้านี้ แต่ค่าสถานะเหนือกว่าเขาอย่างชัดเจน ไม่เพียงแต่ค่าสถานะของมันจะสูงลิบลิ่ว พละกำลังและความเร็วก็ยังรวดเร็วและรุนแรงผิดธรรมชาติ การเคลื่อนไหวที่ดูคล้ายช้ากลับแฝงไปด้วยความอันตรายราวกับสัตว์นักล่าที่รอเวลาจู่โจม
“นี่มันเกินกว่าที่คาดไว้...”
อนาเธอร์ขมวดคิ้ว ครุ่นคิดขึ้นในใจ ขณะที่มองดูร่างยักษ์ของบอสที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า
แม้ว่าเขาจะผ่านดันเจี้ยนระดับฝันร้ายและเผชิญหน้ากับบอสมาแล้วหลายครั้ง
แต่คราวนี้ชายหนุ่มสามารถรับรู้ได้ทันที คู่ต่อสู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้ต่างออกไป ราชันผีดิบโลกันตร์มีพลังอำนาจและความโหดเหี้ยมที่เหนือกว่ามอนสเตอร์ใดๆที่เขาเคยเจอมา
“กรร!”
เสียงคำรามแหลมสูงของราชันผีดิบดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ ราวกับจะปลุกความมืดในบึงคนตายให้มีชีวิตขึ้น
ดวงตาสีแดงเพลิงของมันจ้องมองไปยังอนาเธอร์ด้วยความเกลียดชังและอาฆาต ร่างยักษ์ของมันพุ่งเข้ามาหาเขาด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อ
“ทักษะสกิล ด้ายแสงโลกันตร์”
ทันใดนั้น กรงเล็บยักษ์ทั้งสองข้างของมันก็แปรเปลี่ยนเป็นเส้นแสงสีแดงเลือด เส้นแสงเหล่านั้นดูราวกับเส้นด้ายที่ก่อตัวขึ้นจากความว่างเปล่า พวกมันส่องแสงวูบไหวเหมือนจะเป็นพลังงานที่กรีดผ่านอากาศด้วยความเร็วสูง
“มันเร็วเกินไป—?!!”
อนาเธอร์คิดอย่างตกตะลึง เขาพยายามตั้งรับการโจมตีที่ไม่อาจคาดเดาได้ แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ทำอะไร
“ฉัวะ!ฉัวะ!ฉัวะ!ฉัวะ!”
เส้นแสงสีแดงเลือดเหล่านั้นก็พุ่งเข้าโจมตีเขาอย่างแม่นยำ เสียงฟึบฟับของเส้นด้ายพุ่งผ่านอากาศดังก้อง กรงเล็บของบอสมันกรีดผ่านร่างของเขาในชั่วพริบตา ร่างของอนาเธอร์ถูกผลักกระเด็นไปด้วยแรงโจมตีอันรุนแรง เขาลอยกระแทกกับพื้นอย่างหนักจนเกิดเสียงดังสนั่น
“ตะ..ตัวใหญ่แต่เคลื่อนไหวเร็วชะมัด”
“ค่าสถานะของมันติดบัคหรือไงวะ.. ทำไมมันถึงรวดเร็วเช่นนี้!”
อนาเธอร์ร้องออกมาเบาๆ ขณะที่พยายามลุกขึ้นจากพื้น ร่างของเขาเต็มไปด้วยรอยบาดแผลลึกที่ถูกกรีดจากเส้นแสงสีแดงเลือด กรงเล็บของบอสราชันผีดิบโลกันตร์ไม่เพียงแต่รุนแรง มันยังคมกริบและมีพลังพิเศษที่สามารถทำให้ร่างกายของศัตรูบาดเจ็บสาหัสได้ในครั้งเดียว
“มันจะแข็งแกร่งเกินไปแล้ว...”
หัวใจของเขาเต้นระรัวขึ้น ขณะที่จ้องมองไปยังบอสที่ยังคงเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ แต่เต็มไปด้วยพลังอำนาจที่แผ่ออกมา
การโจมตีเมื่อครู่ทำให้เขาตกใจอย่างมาก เพราะแม้ว่าเขาจะเตรียมพร้อมเต็มที่ แต่การเคลื่อนไหวของบอสกลับรวดเร็วกว่าที่ได้คาดไว้
บอสราชันผีดิบไม่ปล่อยให้อนาเธอร์พักฟื้น มันคำรามเสียงดังและพุ่งเข้าโจมตีอีกครั้ง
เส้นแสงสีแดงเลือดก่อตัวขึ้นจากกรงเล็บของมัน และพุ่งตรงเข้ามาที่ร่างของอนาเธอร์ด้วยความเร็วที่มากกว่าเดิม
เขาพยายามกระโดดหลบและหมุนพลองในมือเพื่อต้านทานการโจมตีที่เข้ามา ทว่าพลังของบอสนี้แข็งแกร่งเกินกว่าที่เขาจะรับมือได้ง่ายๆ
การปะทะกันครั้งนี้ทำให้อนาเธอร์ต้องระมัดระวังมากยิ่งขึ้น แม้ว่าพลังของเขาจะมีมากพอที่จะสู้กับบอสได้
แต่ความเร็วและพลังโจมตีของบอสลับตัวนี้เป็นสิ่งที่ยากจะคาดเดา ทุกครั้งที่มันโจมตี ความรุนแรงนั้นก็เพิ่มขึ้นราวกับว่ามันไม่เคยเหนื่อยล้า
อนาเธอร์รู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่อาจยืดเยื้อได้อีกต่อไป หากปล่อยให้บอสโจมตีต่อเนื่องแบบนี้ เขาอาจจะไม่สามารถต้านทานพลังของมันได้
ถึงเขาจะมีพละกำลังและความสามารถสูง แต่การเผชิญหน้ากับบอสที่เหนือกว่าเขาทั้งเลเวลและค่าสถานะนั้น ทำให้เขาต้องใช้กลยุทธ์ในการต่อสู้มากกว่าที่เคยเป็นมา เขาเริ่มสูดลมหายใจลึกและเรียกใช้ทักษะที่เขาเก็บไว้เพื่อใช้ในสถานการณ์เช่นนี้ — "พลองเทพสวรรค์"
พลองในมือของอนาเธอร์เริ่มเปล่งประกายแสงสีทองอันเจิดจ้า พลังงานแห่งสวรรค์ไหลเวียนเข้าสู่พลองทำให้อาวุธนี้เปลี่ยนไปเป็นพลองศักดิ์สิทธิ์ พละกำลังและความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นในชั่วพริบตา และทักษะนี้ทำให้เขาสามารถโจมตีได้อย่างรุนแรงและรวดเร็วยิ่งกว่าที่เคย
“ถึงเวลาตอบโต้บ้างแล้ว!”
อนาเธอร์พูดกับตัวเอง เขาไม่เสียเวลาและพุ่งเข้าโจมตีบอสทันที พลองที่เปล่งแสงสีทองนั้นฟาดฟันใส่ราชันผีดิบโลกันตร์อย่างต่อเนื่อง การโจมตีของเขาไม่ใช่เพียงการฟาดพลองธรรมดา แต่มันคือพลังที่ถูกควบแน่นจากสวรรค์ ทุกการโจมตีเต็มไปด้วยพลังอำนาจที่สามารถทำลายล้างได้
“ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!”
การต่อสู้ระหว่างอนาเธอร์และบอสราชันผีดิบโลกันตร์เป็นไปอย่างดุเดือด ประหนึ่งไม่มีใครยอมใคร พื้นที่รอบข้างเต็มไปด้วยซากศพของผีดิบที่ถูกทำลายและหมอกหนาที่ปกคลุมบึงคนตาย
เสียงคำรามของบอสและเสียงพลองกระทบกับร่างกายยักษ์ของมันดังกึกก้อง ราวกับเป็นการประกาศศึกระหว่างพลังแห่งความตายและพลังแห่งสวรรค์
“ฉัวะ!ฉัวะ!ฉัวะ!”
บอสราชันผีดิบยังคงแสดงพละกำลังและความดุร้ายอย่างต่อเนื่อง กรงเล็บขนาดใหญ่ของมันเปลี่ยนเป็นเส้นแสงสีแดงเลือด
ทุกครั้งที่มันโจมตี เส้นแสงเหล่านี้จะพุ่งกรีดผ่านอากาศด้วยความเร็วสูง ความรุนแรงของมันทำให้ร่างกายของอนาเธอร์เต็มไปด้วยบาดแผลที่ถูกกรีดอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม อนาเธอร์ไม่ได้ถูกโจมตีให้ล้มลงได้ง่ายๆ เพราะเขามีร่างกายที่แข็งแกร่งเหนือกว่าผู้เล่นทั่วไป
หนึ่งในทักษะติดตัวที่สำคัญของเขาคือ "ร่างกายเพชรอมตะ" ทักษะนี้ทำให้ร่างกายของอนาเธอร์มีความทนทานอย่างยิ่ง
สกิลนี้สามารถเพิ่มความทนทานของร่างกาย ทำให้สามารถลดความเสียหายที่ได้รับลงมาถึงครึ่งหนึ่ง บาดแผลที่เขาได้รับจากการโจมตีของบอสราชันผีดิบจึงไม่ได้ส่งผลร้ายแรงเท่าที่ควร ทักษะนี้เป็นเสมือนเกราะป้องกันที่มองไม่เห็นที่ช่วยให้เขายืนหยัดอยู่ได้ในสนามรบที่โหดร้ายนี้