เทพสงครามหวนคืน [จบ]

ตอนที่ 201 ศักดิ์ศรีค้ำคอ

ตอนที่ 201 ศักดิ์ศรีค้ำคอ หลังจากที่ได้รับคำสั่งพวกลูกศิษย์นิกายเพลิงโลกาก็วิ่งมาล้อมหยางเฉินเอาไว้ แต่ถึงแบบนั้น สีหน้าของพวกที่ล้อมหยางเฉินก็ดูไม่สู้ดีเท่าไหร่นัก เพราะหลังจากออกคำสั่งผู้อาวุโสที่สี่ก็รีบถอยออกห่างไปทันทีและไม่เข้ามาช่วยอะไร‘-นั่นท่านผู้อาวุโสกำลังทำอะไร ทำไมไม่มาช่วยสร้างค่ายกล???’‘-ออกไปห่างไปสะขนาดนั้นมันหมายความว่ายังไง???’‘-นี่จะให้พวกเราที่พลังระดับกลืนพิภพและกลืนสวรรค์จัดการมันเองเหรอ???’เหล่าลูกศิษย์ที่เห็นท่าทางของผู้อาวุโสที่สี่ต่างก็พากันคิดด้วยความแคลงใจ เพราะตามปกติแล้วเวลาเช่นนี้การสร้างค่ายกลให้แข็งแกร่งเอาไว้ก่อนเป็นเรื่องที่สมควรทำ แต่ทว่า ทางผู้อาวุโสสี่กลับไม่เขามาช่วย และปล่อยให้พวกระดับพลังต่างจากหยางเฉินสร้างกันเอง ไม่ว่าจะคิดยังไงมันก็ไม่ถูกต้องแต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรทางผู้อาวุโสที่สี่ที่ถอยออกไปก็กำลังมองเหตุการณ์อย่างใจเย็น ‘ตอนนี้ก็ปล่อยให้สร้างค่ายกลไปก่อน ถ้าท่าไม่ดีเราก็หนีให้เร็วที่สุดก็พอ หึหึ!’ ในหัวของผู้อาวุโสที่สี่ไม่ได้มีความคิดที่จะสู้กับหยางเฉินตั้งแต่แรก และที่ให้สร้างค่ายกลเอาไว้ก็เพื่อถ่วงเวลาและหาโอกาสหนีเท่านั้น แต่จะหนีเลยก็ไม่ได้เพราะยังมีศักดิ์ศรีของนิกายค้ำคออยู่‘แบบนี้ไม่ดีแล้ว ค่ายกลเพลิงอสูรของพวกมันเป็นปัญหามากๆ’ หยางเฉินกวาดสายตามองพวกลูกศิษย์ของนิกายเพลิงโลกาที่ล้อมเขาอยู่ด้วยความกังวล ส่วนที่ทำให้หยางเฉินกังวลนั้นเพราะชาติก่อนเขาได้เจอกับนิกายนี้มาแล้ว และผลของค่ายกลอสูรมันก็ทำให้ลำบากอย่างมากเมื่อชาติก่อนสำหรับความสามารถของค่ายกลเพลิงอสูรนั้นถ้าใช้ไปแล้วก็จะทำให้ศัตรูไม่สามารถเคลื่อนไหวได้สะดวก แถมยังทำให้ร่างกายร้อนเหมือนกับผู้ไฟเผาอีก ถึงในตอนนี้พลังหยางเฉินจะมากกว่าก็จริงแต่ถ้าโดนเข้าไปก็มีโอกาสแพ้มากอยู่ดี ถ้าเกิดผู้อาวุโสที่สี่เข้ามาลงมือด้วยตัวเองหลังจากที่ค่ายกลเปิดใช้งาน‘ดาบน้ำแข็ง’หยางเฉินเริ่มใช้วิชาดาบน้ำแข็งเพื่อล็อกเป้าไปยังพวกนิกายเพลิงโลกา ดาบน้ำแข็งที่หยางเฉินเริ่มใช้ออกมานั้นต่างก็ปรากฏออกมารอบตัวของเขา และชี้ตรงไปยังพวกนิกายเพลิงโลการอบตัวแต่ทว่าพลังทำลายของดาบน้ำแข็งมันมีไม่ค่อยมากเท่าไหร่นัก เลยไม่เหมาะกับการต่อสู้ ถึงแบบนั้นมันก็ต่างออกไปถ้าใช้กับนิกายเพลิงโลกา ส่วนเหตุผลนั้นก็คงไม่ต้องอธิบายอะไรมากมายเพราะชื่อของนิกายก็บอกเอาไว้ชัดอยู่แล้วว่า [เพลิง]ด้วยชื่อนิกายแบบนั้นก็แน่นอน วิชาที่พวกนิกายเพลิงโลกาฝึกก็เป็นวิชาที่เกี่ยวกับไฟและโดยธรรมชาติแล้ว น้ำหรือน้ำแข็งก็เป็นศัตรูที่ไปแพ้ทางของไฟ“ไป!”หยางเฉินเอ่ยปากเบาๆ จากนั้นดาบน้ำแข็งของเขาก็พุงเข้าไปที่พวกนิกายเพลิงโลการอบๆ ด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อฉวบ!ฉวบ!!ฉวบ!!!!‘บ้าจริง!’ หยางเฉินสบถในใจด้วยความอารมณ์เสียกับผลที่ออกมาดาบน้ำแข็งที่พุ่งตรงออกไปมันไปโดนเป้าหมายก็จริง แต่ว่า ถึงจะโดนเป้าหมายแต่ก็บางส่วนเท่านั้น เพราะเป้าหมายส่วนมากที่กำลังรายค่ายกลอยู่โดนคนอื่นเอาร่างกายมาป้องกันเอาไว้ให้ หรือจะเรียกง่ายๆ ก็คือโล่มนุษย์“เปิดใช้งาน!!!”เหล่าลูกศิษย์นิกายเพลิงโลกาต่างตะโกนออกมาพร้อมกัน จากนั้นรอบตัวหยางเฉินก็ปรากฏรอบอักษรเหมือนกับวงเวทย์ปรากฏรอบตัว และพวกอักษรที่ปรากฏออกมาก็ส่องแสงสีแดงขึ้นเป็นบริเวณวงกว้างผู้อาวุโสที่สี่ทันทีที่เห็นแบบนั้นก็ยิ้มทันที ‘นั่นแหละมันต้องแบบนั้น’ยิ้มได้ไม่นานก็พุ่งตรงไปที่หยางเฉินพร้อมร่วมพลังของตัวเองเอาไว้ ส่วนเหตุผลที่ผู้อาวุโสสี่กล้าพุ่งใส่หยางเฉินตอนนี้ก็เพราะต่อยยังไงก็โดน ปกติแล้วผู้ที่มีระดับพลังเท่ากันทั้งความเร็วและพละกำลังจะไม่ต่างอะไรกันมากนัก ถ้าจะชนะกันได้ก็ต้องวัดกันที่ประสบการณ์และเคล็ดวิชาที่ฝึกแต่ทว่าตอนนี้ความเร็วของหยางเฉินลดลงไปกว่าครึ่งเพราะค่ายกล ถ้าทิ้งโอกาสแบบนี้ไปก็คงโดนด่าว่าโง่ตลอดชีวิตแน่ และในระหว่างที่ผู้อาวุโสที่สี่กำลังจะโจมตีหยางเฉินอยู่นั้นเอง เขาก็สังเกตเห็นความผิดปกติอะไรบางอย่าง ‘ยิ้ม? ทำไมมันถึงได้ยิ้มแบบนั้น???’เมื่อเห็นว่าท่าไม่ดีด้วยความกังวลหมัดที่เต็มไปด้วยพลังชีชองผู้อาวุโสที่สี่ก็หยุดอยู่กลางอากาศ ก่อนที่จะถึงตัวของหยางเฉิน“-ท่านผู้อาวุโสทำไมไม่โจมตีมันละครับ พวกข้าต้านได้ไม่นานนะครับ”“-ใช่ครับท่านผู้อาวุโส ตอนนี้ค่ายคงสภาพค่ายกลเอาไว้ได้ด้วยคนแค่นี้ก็มากพอแล้ว”“-โจมตีมันเถอะครับ ท่านผู้อาวุโส”พวกลูกศิษย์ของนิกายเพลิงโลกาพากันตะโกนบอกให้โจมตึ หลังจากการโจมตีของผู้อาวุโสที่สี่หยุดไป ส่วนเรื่องที่พวกนั้นพูดออกมามันก็เป็นความจริง ปกติแล้วการสร้างค่ายกลเพลิงอรูสต้องใช้คนไม่ต่ำกว่า 50 คน แต่จำนวนพวกที่ใช้ค่ายกลตอนนี้เหลือไม่ถึง 40 คน ด้วยซ้ำ การคงสภาพเอาไว้ได้แบบนี้ก็ถือว่าสุดยอดมากพอแล้วผู้อาวุโสที่สี่เมื่อได้ยินก็ทำหน้าคิดหนัก ‘เอาไงดีหนีตอนนี้เลยดีไหม …แต่ถ้าหนีตอนนี้คงโดนนินทาตามหลังแน่ แล้วทำไมมันถึงได้ยังยิ้มแบบนั้นละ???’ เวลานี้ผู้อาวุโสที่สี่ไม่มีความคิดกล้าโจมตีแล้ว แต่ตอนนี้กำลังคิดว่าจะหนียังไงให้มีเหตผลมากกว่า“หมดเวลา…”หยางเฉินพูดค่อยๆ พร้อมกับชี้นิ้วไปด้านหลังของผู้อาวุโสที่สี่ที่เป็นประตูมิติ และในตอนนี้เองแองเจลล่าและหลงเย่าก็ได้เดินออกมาจากประตูมิติกันแล้ว 

คล้ายกับเรื่องเทพสงครามหวนคืน [จบ] ที่คุณอ่าน

หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
15.48M 4292
ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

นิยาย แฟนตาซี
81K 280
เทพสงครามสายเลือดมังกร

เทพสงครามสายเลือดมังกร

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
854K 4500
เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

นิยาย แฟนตาซี
106K 139
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

นิยาย แฟนตาซี
3.82M 1844
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
295K 786
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
215K 948