"พวกเธอคงเคยเห็นผู้อำนวยการแล้วสินะ" พวกฟรานทำเพียงพยักหน้าตอบกลับ
"รู้ไหมว่าเขาสร้างสระน้ำไว้ข้าง ๆ ตึกใหญ่ทำไม ? เพราะเขาจะได้สอดส่องสาว ๆ ที่มาเล่นน้ำยังไงล่ะ"
"จริงปะเนี่ยก่อนหน้านี้เราก็พึ่งจะไปมา" ซันนี่พูดออกมาด้วยท่าทางขยะแขยง
"เมื่อก่อนหนักกว่านี้อีกแต่พอเจ้าวินได้ขึ้นเป็นใหญ่ในโรงเรียนแม้แต่อาจารย์ก็ไม่กล้าขัด วินเองก็เป็นคนที่เก่งและขยันมาก ๆ เขาเข้ามาปรับระบบโรงเรียนใหม่จากที่อาจารย์มีอำนาจเหนือทุกอย่างจนตอนนี้อำนาจเหล่านั้นก็แทบจะสลายไปหมดแล้ว"
"วินเหรอ ?" ฟรานเอ่ยถามด้วยความสงสัยพยายามนึกถึงใครบางคนขึ้นมา
"นี่เธอไม่รู้จักเหรอ ? เขาเป็นถึงประธานเขตเวทมนตร์เลยนะเรียกได้ว่ามีอำนาจเทียบเท่าอาจารย์เลยก็ว่าได้" ซันนี่พูดตอบฟรานแทนอาจารย์หนุ่ม
"แฮะแฮะ...ไม่รู้จักอะ" การตอบกลับของฟรานทำเอาพวกซันนี่หน้าหงายไปเลย
"ก็ฉันเอาแต่ฝึกซ้อมแค่เวลาพักก็ไม่ค่อยมีแล้ว จนเสร็จหลักสูตรของอาจารย์นั่นแหละถึงได้ออกมาสูดอากาศพบปะผู้คนบ้าง"
"ที่จะบอกก็คือให้ระวังพวกอาจารย์ไว้ บางคนก็ดีแต่บางคนก็ไว้ใจไม่ได้...ถึงพวกเขาจะทำดีต่อหน้าแต่ลับหลังกลับเอาข้อมูลนักเรียนไปขายมั่ง หรือไม่ก็ข่มขู่บังคับให้เด็กบ้านนอกทำตามคำสั่ง ยิ่งกับโรงเรียนหลวงที่มีการแบ่งชนชั้นระหว่างลูกขุนนางกับคนสามัญชนมากจนเห็นได้ชัด" อาจารย์หนุ่มชี้ไปที่นอกร้านผ่านกระจกใส
"เด็กนักเรียนทุกคนจะมีตราสัญลักษณ์ที่แขนเสื้อ โดยจะแบ่งตราเป็นสามแบบ...หนึ่งคือชนชั้นราชวงศ์ซึ่งเชื้อสายที่แตกออกไปก็ถือว่าอยู่ในจำพวกนี้ สองคือชนชั้นขุนนางและพ่อค้าที่บ้านมักจะมีฐานะและสามก็คือชนชั้นล่างซึ่งจะมีค่อนข้างน้อยเพราะส่วนใหญ่จะถูกคัดออกไปก่อน"
"ทำไมต้องแบ่งชนชั้นด้วยนะ ?" ชาญเอ่ยถาม
"เพราะทรัพยากรยังไงล่ะ" ซากิตอบแทนอาจารย์หนุ่มทันที เขาเหม่อมองออกไปข้างนอกดูไร้ชีวิตชีวาเสียเหลือเกิน
"ถูกอย่างที่ซากิคุงบอก การจัดแยกห้องก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งเพราะทางอาจารย์ก็จะแยกชนชั้นไว้เพื่อที่จะจัดสรรสิ่งต่าง ๆ ให้ได้เหมาะสม ซึ่งก็สมควรกับรายจ่ายที่มากขึ้นแต่ก็ยกเว้นพวกเธอนะเพราะเป็นถึงเหล่าผู้กล้าทางรัฐจึงจัดทุกอย่างให้ฟรี"
ระหว่างที่พวกเขากำลังมองออกไปนอกร้านจู่ ๆ ก็มีนายทหารกลุ่มหนึ่งเดินผ่านซึ่งมันก็ทำให้ฟรานวิ่งออกไปทันที
"เดี๋ยวก่อน ! นัตโตะใช่ไหม ?" เธอวิ่งตามหลังนายทหารเหล่านี้จนเกือบจะชนหลังของเขา
"ฟรานเหรอ ?" นัตโตะหันกลับมามองด้วยความสงสัย
"ใช่นัตโตะจริง ๆ ด้วย นั่นมันแก้วนี่น่า...วาก็ด้วย" ฟรานโผเข้ากอดพวกเธอสองคนทันทีทันใด
"ไม่ได้เจอกันนานมากเลย" ทั้งวาและแก้วเองก็รู้สึกดีใจจนน้ำตาคลอราวกับกำลังระบายความรู้สึกอึดอัดที่สะสมไว้ออกมา
"วา ! แก้ว !" ซันนี่ที่วิ่งตามมาทีหลังก็ต้องตกใจเมื่อได้เห็นพวกเธอและเข้ามาร่วมกอดด้วยคน
"ทำอะไรกันอยู่สิบเอก !" เสียงดังกังวานตะโกนมาแต่ไกลก่อนจะเดินเข้ามาเรียกใกล้ ๆ นายทหารผู้เป็นนายที่คอยฝึกและควบคุมพวกนัตโตะตลอดตั้งแต่เข้ามาในเมืองหลวง
"อะ- ท่านผู้กล้า" เขาตกใจชะงักก่อนจะยกมือวันทยหัตถ์ทำความเคารพฟราน
"กอดกันพอหรือยัง ? เราต้องไปลาดตระเวนกันต่อ" นัตโตะจ้องมองพวกซากิไล่ไปจนทุกคนด้วยแววตาอันเฉยชาไม่ได้รู้สึกดีใจอะไรนัก
"นิสัยไม่เปลี่ยนไปเลยนะนัตโตะ" ชาญยิ้มทักทายตั้งใจจะกวนประสาทแต่นัตโตะก็หันหน้าหนีไปก่อน
"พวกเธอเป็นยังไงกันบ้าง ? ฉันนึกว่าจะไม่เจอกันอีกแล้ว" ฟรานค่อย ๆ ปล่อยแขนที่สวมกอดออกพูดด้วยรอยยิ้มฉีกกว้าง
"ลำบากสุด ๆ ไปเลยแถมยังไม่ค่อยได้อาบน้ำอีก" วาตอบกลับทั้งน้ำตาจนไม่รู้ว่าดีใจหรือเศร้ากันแน่
"นั่นโคตรแย่เลยอะ" ซันนี่ตอบกลับขณะที่ยังกุมมือแก้วไว้
"ใช่ ๆ ไม่มีอะไรแย่ไปกว่าการไม่ได้อาบน้ำแล้ว" แก้วเขย่ามือของซันนี่ด้วยความโกรธเมื่อนึกถึงเรื่องในอดีต
"แล้วพวกเธอทำอะไรอยู่ล่ะดูจากชุดก็น่าจะเป็นนักเรียนใช่ไหม ?" วาเอ่ยถามพลางจ้องมองดูเรือนร่างของฟราน เสื้อผ้าที่ดูหรูหรากับตราและเหรียญของราชวงศ์ที่ทำให้เธอสงสัยเข้าไปใหญ่
"ตอนนี้พวกเราเป็นนักเรียนของที่นี่น่ะ ถึงจะไม่อยากก็เถอะแต่ที่โรงเรียนมันมีทั้งความรู้และคนสอนช่วยให้พวกเราแข็งแกร่งขึ้น"
"ฟรานก็ดูเก่งขึ้นจริง ๆ นั่นแหละ...ว่าแต่ได้ยินข่าวของ-"
"ม-ไม่มีอะไร" แก้วเอามือปิดปากของวาเสียก่อนที่จะพูดจบ
"เหรอ ? แล้วพวกเธอรู้บ้างไหมว่าพวกกิจังอยู่ที่ไหน ถ้ามีประกาศจับแบบนั้นพวกเธอก็น่าจะรู้เบาะแสมาบ้างใช่ไหม ?" ฟรานเอ่ยถามด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวังแต่ไม่นานนักเมื่อไม่มีใครให้คำตอบได้เธอก็เบือนหน้าหนีไปครู่หนึ่งเหมือนกำลังคิดอะไรสักอย่างอยู่
"อืม...ไม่เป็นไร"
"ตายแล้ว" นัตโตะพูดแทรกขึ้นมากะทันหันจนฟรานตั้งตัวไม่ทัน
"ไอ้ซึฮากิมันตายไปแล้ว" เขายังคงพูดใส่ซ้ำแม้ฟรานจะนิ่งไปแล้วก็ตาม
"ม-ไม่จริงน่า" ขณะที่ฟรานกำลังจะทรุดตัวลงพื้นซันนี่ก็เข้ามากอดจากด้านหลังพอที่จะให้ความอบอุ่นสบายใจขึ้นมาบ้าง
"ถ้ารู้สึกเสียใจที่ปกป้องสิ่งสำคัญไม่ได้ ก็ต้องแข็งแกร่งมากกว่านี้...เธอยังอ่อนแอเกินไปสำหรับโลกใบนี้" นัตโตะเดินไปกับหัวหน้าทหารทิ้งคำพูดแปลก ๆ ไว้ปลุกใจหรือจะซ้ำเติมก็ไม่รู้
"อ่อนแอบ้าอะไรล่ะตอนนี้เธอเก่งสุด ๆ ไปเลย" ซันนี่พยายามพูดกรอกหูฟรานเพื่อกลบเสียงของนัตโตะแต่ก็ไม่ทันการเพราะคำพูดเหล่านั้นได้ทิ่มแทงเข้าไปในหัว ตอนที่เศร้าเสียใจก็ยิ่งทำให้มันดังก้องอยู่ในหัวไม่หยุด
หลังจากนั้นพวกเขาก็พากันแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง
"[เปิดใช้งานการสื่อสาร]" ภายในห้องส่วนตัวที่เพียงนัตโตะคนเดียวเขาได้หยิบก้อนหินแปลก ๆ ร่ายมานาใส่เข้าไปจนมันเปล่งแสงออกมาเล็กน้อย
"ทางนั้นเป็นยังไงบ้าง ?" นัตโตะพูดใส่หินก้อนนั้นโดยที่ยังระแวงสิ่งรอบข้างอยู่
"ฮัลโหล โหล" เสียงชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจกำลังพูดออกมาจากก้อนหินนั่น
"นั่นนายใช่ไหมกิ ? พวกเรากำลังรอนายอยู่นะ"
"ไม่ใช่...ฉันนัตโตะ"
"โอ้ ! นัตโตะเหรอ ? ทำไมนายถึงมีหินแบบเดียวกับพวกเราได้ล่ะ" เซนพูดออกมาด้วยความสงสัยก่อนจะมีเสียงดังโครมครามตามมาด้วย
"ก็ฉันเป็นคนสร้างหินพวกนี้เอง แล้วก็เส้นทางหนีพวกนั้นฉันก็เป็นคนบอกไอ้เจ้ากิเองเหมือนกัน" น้ำเสียงที่ดูไม่สบอารมณ์ของนัตโตะเผลอพูดเสียงดังเกินไป
"จริงดิ ! นายก็เก่งเหมือนกันนะเนี่ยนึกว่าเป็นเด็กมีปัญหาซะอีก"
"หุบปาก-"
"ว่าไงนัตโตะ" โยพุ่งกระแทกประตูห้องพังเข้าจับตัวนัตโตะไว้แน่นด้วยพละกำลังมหาศาล
"ฉันใช้เดอะฟอลยูนีคเห็นพลังของนายแล้ว ความสามารถในการสื่อสารที่ไกลเท่าไหร่ก็ยังมีผลอยู่ซึ่งมันเป็นประโยชน์มาก ๆ ไม่ว่าจะเรื่องใด" พีชหยิบหินก้อนนั้นที่หล่นลงพื้นขึ้นมาดูใกล้ ๆ
"ทางนายก็ลำบากเหมือนกันเหรอ ? ได้ยินเสียงดังโครมเมื่อกี้นี้น่ะ อะ-" เสียงระเบิดดังจนแทบจะกลบเสียงพูดของเซน เขาเหมือนกำลังวิ่งหนีอะไรบางอย่างอีกทั้งยังมีเสียงของคนอื่นแทรกเข้ามาเป็นระยะ ๆ
"ทางนั้นพอจะรู้ไหมว่ากิอยู่ไหน ?" เสียงของคานะพูดแทรกขึ้นมาแทนเซน พีชยื่นหินก้อนนั้นให้นัตโตะเป็นคนพูด
"ทางนี้ก็ไม่รู้อะไรเลย"
"เหรอแต่คนอย่างกิไม่เป็นอะไรง่าย ๆ หรอกเดี๋ยวก็ตามมา ตอนนี้พวกเรากำลังจะไปที่เมือง...ถ้าที่นี่ยอมรับอมนุษย์ก็อาจจะปักหลักอยู่เลย"
"ดีใจด้วยนะ ถ้ากิกลับมาเมื่อไหร่บอกให้ติดต่อกลับมาที" นัตโตะกล่าวเป็นคำสุดท้ายก่อนจะปิดการใช้งานเวทมนตร์
"พลังเดอะของนายดีมากเลยนะเนี่ย ที่ได้กลับมาในเมืองหลวงก็เพราะมันสินะ" พีชเอ่ยถามด้วยท่าทางหยิ่งผยองขณะที่นัตโตะยังโดนโยจับตัวไว้
"เธอรู้ได้ยังไง ?"
"ก็ฉันมีพลังเฉพาะที่เอาไว้ส่องพลังเดอะยังไงล่ะ ดีใช่ไหมล่ะถึงจะอยากได้พลังที่ทำอะไรได้มากกว่านี้ก็เถอะ" พีชส่งสัญญาณมือให้ปล่อยตัวนัตโตะ
"แล้วไง ? จะเอาเรื่องที่ฉันช่วยเหลืออาชญากรไปบอกทุกคนเหรอ ? หรือจะแบล็กเมล์" นัตโตะลูบรอยแดงที่ถูกโยจับ แรงของเขามันมากจนทำให้เลือดไม่เดินไปเลย
"ไม่หรอกน่าไม่มีเหตุผลที่ต้องเอาไปป่าวประกาศเลยสักนิด แต่นายต้องให้ฉันยืมพลัง" นัตโตะพยักหน้าพร้อมกับยิ้มเจือน ๆ ดูไม่เชื่อในคำพูดของพีชสักเท่าไร
"นายก็คงจะไม่ปริปากเรื่องอาชญากรหรอกนะโย" แววตาอันดุร้ายที่จ้องมองโยทำเอาชายหนุ่มกลัวจนไม่กล้าขัดขืน
"ฮ่าฮ่ายังไงก็ได้อยู่แล้ว แต่เรื่องพลังของเขาฉันยังไม่เข้าใจเลย"
"เรื่องนั้นไม่จำเป็นต้องเข้าใจหรอกเพราะฉันจะเป็นคนสอนวิธีใช้เอง" รอยยิ้มอันชั่วร้ายที่กำลังคิดแผนการบางอย่างแม้แต่นัตโตะและโยก็รู้สึกหวั่น ๆ
สนามประลองที่กว้างขวางพอที่จะใช้เวทมนตร์ได้ พวกเขารวมตัวกันพร้อมกับชุดแบบพิเศษที่มีเพื่อการต่อสู้โดยเฉพาะมันรัดรูปช่วยให้เคลื่อนไหวได้ง่ายอีกทั้งยังมีเวทประทับช่วยให้ปกป้องผู้สวมใส่ได้ดีขึ้น
"ก่อนจะเริ่มการฝึกครูจะบอกจุดประสงค์หรือเป้าหมายที่ใช้ในการชนะ โดยการแข่งขันจะแบ่งออกเป็นทีมตามห้องที่จัดไว้ ซึ่งตอนแรกทางคณะกรรมการจะจัดทีละสองทีมแต่ก็พึ่งมาเปลี่ยนทีหลัง และจะให้ทุกทีมที่มีลงแข่งขันพร้อมกันโดยการเพิ่มความกว้างของสนามแข่งมากขึ้นโดยมีลักษณะเป็นวงกลมล้อมรอบด้วยบาเรียระดับสูง"
"แข่งพร้อมกันหมดเหรอ ? สนามแข่งต้องกว้างแค่ไหนเนี่ย" ชาญอุทานออกมาเสียงดังดูท่าทางตกใจกว่าคนอื่น
"เรื่องนั้นก็คงต้องไปดูหน้างานเอง แต่สิ่งที่แปลกไปอีกก็คือมีภารกิจรองเข้ามา ทำให้บางทีมสามารถทำแต้มได้มากกว่าปกติอย่างเช่นการเก็บเหรียญที่ซ่อนไว้ ปกป้องศิลาประจำทีม แถมในการแข่งขันจะยังมีสัตว์อสูรที่ปล่อยเร่ร่อนอีก"
"มันไม่อันตรายไปหน่อยเหรอ ? ถ้าเกิดพลาดโดนสัตว์อสูรฆ่าตายไปล่ะ" ซากิเอ่ยถามด้วยใบหน้าที่ดูเป็นกังวลสายตาล่อกแล่กมองไปมา
"ไม่ต้องห่วงหรอกเพราะสัตว์อสูรที่เอาเข้ามาเป็นพวกเลเวลต่ำ พวกมันมีไว้เพื่อให้นักเรียนพลิกแพลงหรือต้องคอยระวังหลังทำให้ต้องใช้ความคิดมากขึ้นถ้าจะออกจากจุดปลอดภัย"
"อืม..."
"พวกเรากลับมาแล้วครับ" โยโบกมือทักทายด้วยรอยยิ้มฉีกกว้างไม่เหมือนกับพีชที่เดินหน้านิ่งไม่พูดจากับใคร
"อยู่กันพร้อมหน้าแล้วมาเริ่มกันเลยดีกว่า ครูอยากจะเห็นความสามัคคีในการต่อสู้สักหน่อย" อาจารย์หนุ่มเดินห่างออกไปกว่าสิบเมตรพร้อมกับแกว่งคทาร่ายคทา
"จะให้สู้กับครูเหรอครับ ?" ชาญเอ่ยด้วยความทะนงตนเขาชักดาบสองคมออกมาร่ายมานาเตรียมรับมือ
"มีเท่าไหร่จัดมาได้เลย" ทันทีที่อาจารย์หนุ่มพูดจบชาญก็วิ่งเข้าใส่พร้อมกับเวทดาบเพลิงที่เหวี่ยงไปมาสร้างความน่าเกรงขาม แต่ก่อนที่จะได้เข้าถึงตัวก็ถูกน้ำแรงดันสูงผลักออกมาอย่างกับหัวฉีดดับเพลิง
"ครูใช้เวทน้ำสินะ ดูเหมือนเวทไฟคงสู้ยาก [ไวลด์แสลช]" ชาญหมุนตัวฟันเวทลมออกไปมันโค้งเข้าใส่อาจารย์หนุ่มจากด้านข้างแต่ดูเหมือนจะช้าเกินไป
"เวทช้าแบบนั้นหวังว่าจะโดนครูเหรอ ?" เขาใช้คทาที่เคลือบมานาไว้เลี้ยงใบมีดลมไปตามแรงของมันก่อนจะส่งกลับมาหาตัวชาญ
"อะ-" ชาญตกใจเอาดาบขึ้นกันไม่ทันแต่โชคดีที่ซันนี่ร่ายเวทโล่น้ำป้องกันไว้แทน เธอเดินเข้ามาหยิกหูของชาญไปหนึ่งทีด้วยความโมโห
"รู้จักรอคนอื่นมั่ง เขาจะสอนให้เราทำงานกันเป็นทีมถ้าเอ็งพุ่งใส่คนเดียวแบบนี้อยู่ละก็..." ขณะที่กำลังคุยกันอยู่อาจารย์หนุ่มก็ได้เข้าประชิดตัวเป็นที่เรียบร้อยแถมยังปล่อยหมัดเข้าที่ท้องของชาญจนกระเด็นออกไปหลายเมตรนอนจุกอยู่ตรงนั้นขยับไม่ได้เลย
"ชาญ !" ซันนี่มัวแต่สนใจชาญที่นอนกองพื้นอยู่จนคาดสายตาไปจากอาจารย์หนุ่ม รู้ตัวอีกทีเขาก็มาอยู่ด้านหลังใช้เวทน้ำอัดกระแทกร่างของเธอปลิวไปนอนคู่กับชาญอย่างรวดเร็ว
"ทำไมพวกเธอเอาแต่ยืนดูล่ะ ?" เขาเหลือบสายตามองเหล่าเด็กนักเรียนที่ยืนเฉย ๆ ดูชาญและซันนี่โดนอัดไม่แม้แต่จะจับอาวุธ
"ก็แค่อยากให้ชาญได้รู้ว่าการลุยเดี่ยวมันเป็นยังไง" ซากิชักดาบกลมของเขาออกมาพูดด้วยท่าทางเย็นชาไม่ได้รู้สึกอะไรกับเพื่อนที่ล้มลงไป
"ต้องดัดนิสัยให้เขาได้รู้สึกตัวสินะ" ฟรานเองก็ชักดาบคาตานะของตัวเองขึ้นมาเหมือนกันริสุและเรนที่เห็นแบบนั้นจึงรีบเตรียมอาวุธของตนเองทันที
"อย่างงี้นี่เองแต่สมาชิกทีมหายไปสองคนแล้วจะทำอย่างไงต่อล่ะ ?" อาจารย์หนุ่มฟาดน้ำที่คล้ายกับดาบเช่นเดียวกับความคมของมัน
"ฟราน !" ซากิตะโกนเรียกสั้น ๆ แต่เธอก็พยักหน้าตอบรับ
"แค่สองคนเหรอ ?" ขณะที่อาจารย์หนุ่มกำลังเฝ้าสังเกตวิธีการจู่โจมของพวกเธอ ซากิก็ได้ฟาดแสงสว่างที่พุ่งทำลายเวทมนตร์ของเขาโดยที่ฟรานวิ่งทะลวงตรงเข้ามาพร้อมกับลูกบอลไฟ
"ครูเป็นเวทน้ำนะไฟแค่ไหนทำอะไรไม่ได้หรอก" ทันทีที่เขาใช้เวทน้ำสลายลูกบอลไฟก็มีหินแหลมคมพุ่งตรงเข้ามาเหมือนกับใช้ลูกไฟเป็นตัวล่อสายตา
"โว ! เกือบไปแล้วไง" เขาเอี่ยวตัวหลบไปได้ทันควันแต่ทั้งฟรานและซากิก็เข้าประชิดพร้อมกับมานาจำนวนหนึ่งที่กำลังจะร่ายออกมา
"ขอโทษนะคะครู [ลงดาบรูปแบบที่หนึ่ง]" ฟรานเอ่ยออกมาพร้อมกับเวทดาบประจำตัวของเธอ
"ขอโทษอะไรกัน..." คมดาบที่กำลังจะทิ่มแทงค่อย ๆ พุ่งเข้ามาพร้อมกับซากิแต่อาจารย์ก็ไม่มีท่าทีเกรงกลัวเลยสักนิดเขากลับยิ้มออกมาหน้าตาเฉย
"อย่าประมาทเชียวล่ะ" เขาหมุนตัวกระโดดกลับหลังไปพร้อม ๆ กับเวทกระสุนน้ำที่เคลื่อนไปมาบนอากาศได้อย่างกับนกโบยบิน มันพุ่งเข้าปะทะกับพวกฟรานได้อย่างกับมันมีชีวิตเลย
"เวทพวกนี้มันยุ่งยากจริง ๆ" ฟรานร่ายเวทลมในทุกครั้งที่สะบัดฟาดดาบสร้างแรงลมพัดเวทน้ำของอาจารย์หนุ่มออกไป
"[ลงดาบรูปแบบที่สอง]"
"[บีม]" ซากิเองก็ไม่น้อยหน้าร่ายมานาไว้ที่ปลายดาบยิงลำแสงจากระยะไกลเปิดโอกาสให้ฟรานได้เข้าประชิดตัวโดยไม่มีอะไรขัดขวางได้ ด้วยการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วสลับซ้ายขวาฟาดฟันสร้างความเสียหายไปไม่น้อยแต่เมื่อเธอได้มองดูก็ยังเห็นอาจารย์หนุ่มยืนอยู่
"สกิลนั้นค่อนข้างไวแต่สร้างความเสียหายได้ไม่มากนักถ้าเทียบกับสกิลอื่น ส่วนเวทบีมของซากิก็ยังใช้ได้แค่ไม่กี่วินาที"
"แล้วก็...ครูเห็นนะว่าพวกเธอล่อสายตาให้ริสุ เรน พีชแล้วก็โยล้อมไว้ จะใช้จำนวนเข้าสู้ก็ถือว่าคิดได้ดีแต่ถ้าใช้สกิลระยะหวังผลกว้างก็อาจจะไปโดนทีมของตัวเองก็ได้" พูดไม่ทันขาดคำก็มีเวทน้ำพุ่งเฉี่ยวหูของเขาไป
"แผนล้อมรอบที่จะใช้ก็ต้องเป็นการกดดันด้วยเวทคุมพื้นที่ เพราะสามารถทำได้จากทุกทิศทางไม่เหมือนกับขบวนต่อสู้รูปแบบอื่น" คมดาบไฟพุ่งเข้าใส่ตรงหน้าแต่อาจารย์หนุ่มกลับนิ่งเฉยมองดูเวทมนตร์ของโยที่กำลังพุ่งเข้ามา
"ฉันบอกแล้วไงว่าเวทที่มีระยะหวังผลไกลจะมีโอกาสโดนทีมของตัวเอง" เขาสะบัดหลบในวินาทีสุดท้ายทำให้คมดาบไฟพุ่งเฉี่ยวริสุไปเกือบจะเจ็บหนักเสียแล้ว
"แล้วก็นะฟราน...ก่อนหน้านี้เห็นซึมไม่พูดไม่จากะใครเลยแต่ไม่ทันไรก็กลับมาปกติได้แล้ว" ฟรานเหวี่ยงดาบใส่อย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินอาจารย์พูดถึงเรื่องนั้น
"อะไรกันดูว่องไวกว่าก่อนหน้านี้อีกนะแต่ก็เอาอารมณ์เข้ามามีส่วนร่วมด้วยทำให้การใช้ดาบทื่อลง รู้ใช่ไหมว่าดาบแบบที่เธอใช้ถ้าออกแรงผิดมุมไปนิดเดียวพลังของมันก็จะลดลงไปมากไม่เหมือนกับดาบสองคมแบบที่ทหารมักใช้กัน ดาบคาตานะที่เบาและบางกว่าน้ำหนักจึงเบากว่าดาบทั่วไปแต่เพราะมันบางจึงทำให้ใช้งานได้ยาก" อาจารย์หนุ่มใช้เพียงคทาของเขาสร้างมานาล้อมรอบเคลือบมันให้กลายเป็นดาบเพื่อปะทะกับฟรานได้ตรง ๆ
"เธอกำลังทำรูปขบวนเสียนะ ถ้ามีคนหลุดเข้ามาในวงล้อมด้วยก็ยิ่งทำให้ทีมใช้เวทมนตร์ไม่ได้จนท้ายที่สุดทุกคนก็จะพุ่งเข้ามาสู้ระยะประชิดเหมือนกัน" เขาพูดคุยกับฟรานเพียงสองคนไม่ทันไรเพื่อน ๆ ของเธอก็มุ่งตรงเข้ามาเหมือนกับที่อาจารย์ได้คาดการณ์ไว้
จังหวะที่อาจารย์กำลังรับมือกับท่านผู้กล้านี่แหละ ริสุง้างขวานเล่มยักษ์สุดแขนเกือบจะไปโดนหน้าเรน
"อาวุธใหญ่แบบที่ริสุใช้มันค่อนข้างอันตรายกับทีมมาก ๆ เลยนะ...นายก็ด้วยโย" เขาดึงตัวฟรานเข้ามาบังขวานเล่มนั้นจนริสุเกือบจะหยุดไม่ทัน ทันทีที่ได้โอกาสอาจารย์หนุ่มก็ผลักฟรานล้มทับริสุและใช้คทาที่เคลือบมานาเป็นรูปทรงดาบไว้จ่อที่คอเป็นการขู่
"ครูชนะแล้วล่ะ พอแค่นี้ก่อน"
ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเศร้าของพวกเขา แต่ละคนต่างก็นั่งซึมไปตาม ๆ กัน
"ความสามัคคีอยู่ไหนก่อน ?" ซากิเอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความเงียบขรึม
"ที่ผ่านมาเราก็แค่สู้ให้ตัวเองรอดไม่เคยทำงานกันเป็นทีมเลยสักครั้ง แค่การสื่อสารกันให้เข้าก็ยากแล้วแถมยังต้องปรับวิธีการต่อสู้อีก...แบบนี้เวลาไม่ถึงสัปดาห์จะไปทันได้ยังไง ?" ซากิเดินเตะฝุ่นไปรอบ ๆ บ่นไม่หยุดดูท่าทางหงุดหงิด
"ทันสิ" ฟรานลุกขึ้นยืนกล่าวกับซากิ
"ครูคงมีแผนอยู่แล้วใช่ไหมคะ ?" ฟรานเหลือบตามองอาจารย์หนุ่มที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุขหลังจากซัดลูกศิษย์ของตัวเองไป
"ฮึ พักกันพอหรือยังล่ะถึงเวลาซ้อมกันจริง ๆ แล้ว" ทันใดนั้นพีชก็ยกมือขึ้น
"แม่หนูพีชว่ายังไง" เธอไม่พูดไม่จาโยนก้อนหินแปลก ๆ ให้กับอาจารย์หนุ่ม
"[เปิดใช้งานการสื่อสาร]" ออร่าแสงได้เปล่งประกายขึ้นที่หินก้อนนั้นเล็กน้อยยิ่งทำให้เพื่อน ๆ และอาจารย์ตกใจ
"ครูลองร่ายมานาเข้าไปสิคะ" อาจารย์หนุ่มไม่ได้สงสัยอะไรทำตามอย่างที่พีชบอก
"นี่เป็นเครื่องสื่อสารระยะไกลที่ยืมมาจากเพื่อน" เสียงที่พีชพูดได้ออกมายังหินก้อนนั้นทันที
"น-นี่มันมือถือเหรอ !" ซันนี่ตกใจลั่นวาจาออกมาพร้อมกับท่าทางดีใจ
"ก็ไม่เชิงเพราะมันใช้ได้แค่พูดคุยเท่านั้น"
"เธอบอกว่ายืมเพื่อนมาสินะ รู้สึกว่าจะมีคนหนึ่งในกรมทหารที่สามารถใช้พลังแบบนี้ได้" อาจารย์หนุ่มมองดูรอบ ๆ ก้อนหินด้วยความสงสัย
"ถ้าเธอไม่บอกก็ตามใจแต่ที่เอาออกมาแสดงว่าจะให้ใช้มันสินะ" พีชไม่มีท่าทางจะตอบคำถามพวกนั้นเหมือนจะให้อาจารย์คิดได้เอง
"ในการศึกสิ่งที่สำคัญที่สุดคือข้อมูล หากเราสามารถส่งข้อมูลหากันได้ทันทีมันก็แทบจะไม่มีทางแพ้แล้วเพราะทีมอื่นไม่สามารถทำได้"
"เธอก็มั่นใจเกินไป ทีมอื่นอาจจะมีเครื่องสื่อสารแบบอื่นก็ได้" ชาญเอ่ยขึ้นมาแต่ก็ไม่ได้พูดกับพีชตรง ๆ เอาแต่จ้องมองหินแปลกตานั่น
"ฉันไปตรวจสอบมาหมดแล้ว...ไม่มีเครื่องสื่อสารไหนที่มีระยะไกลเท่าของเรา"
"แล้วมันใช้ได้ไกลสุดเท่าไหร่ล่ะ ?" ฟรานถามขึ้นมาทันทีขณะที่กลับไปนั่งที่เดิม
"สิบกิโลเมตร" ถึงจะใช้ได้ไกลกว่านั้นก็เถอะแต่ไม่บอกจะดีกว่า
"ฮะ ! ไกลขนาดนั้นเลยเหรอ ?" อาจารย์ที่กำลังตรวจสอบหินอยู่ก็ตกใจจนเผลอร้องออกมา
"เป็นไปได้ยังไงที่ก้อนหินแค่นี้จะคุยได้ไกลขนาดนั้น"
"ไม่ต้องสนใจที่มาที่ไปหรอก รู้แค่ว่ามันใช้สื่อสารได้ก็พอ"
"[เปิดใช้งานการสื่อสาร]" ไม่ทันที่พีชจะพูดจบอาจารย์หนุ่มก็ได้ลองใช้ก้อนหินสื่อสารบ้าง
"ไหน ๆ ฉันขอลองมั่งสิพีช" ซันนี่คุกเข่าอ้อนวอนอย่างสุดใจเพื่อให้ได้ก้อนหินที่อยู่ในมือของเธอมา ด้วยความใจอ่อนหรือรำคาญก็ไม่รู้สุดท้ายพีชก็ส่งหินที่กำลังเปล่งแสงอ่อน ๆ ให้
"ยังไงนะ เห็นแสงแล้วใส่มานาลงไป"
"ฮัลโหล ๆ" เสียงของซันนี่ไปออกที่ก้อนหินในมือของอาจารย์หนุ่มทำให้พวกเขาตื่นเต้นอย่างกับเด็กได้ของเล่นใหม่
"ไหนฉันขอลองด้วย...สวัสดีครับท่านสมาชิก" ชาญที่ยืนตัวชิดแทบจะเอาหน้าเข้ามาแนบแย่งก้อนหินไปจากซันนี่เพื่อคุย
"เลิกเล่นกันได้แล้วน่า" ซากิพูดขัดจังหวะด้วยท่าทางเงียบขรึมจ้องตาเขม็ง
"เถอะน่านิดหน่อยเอง" ชาญยังคงติดเล่นสนุกพยายามจะพูดผ่านก้อนหินต่อไป
ท่ามกลางความวุ่นวายจู่ ๆ ฟรานก็สังเกตเห็นคนลอยอยู่บนท้องฟ้า
"เธอมองอะไร ?" ซากิเดินมายืนข้าง ๆ และมองไปทางที่ฟรานจ้องอยู่ซึ่งมันก็ทำให้เขาตกใจได้ในระดับหนึ่งจนทำให้คนอื่นต้องหันไปมองตาม ๆ กัน
"อย่าบอกนะว่าพวกเขาใช้เวทการบินจากเขตเวทมนตร์" อาจารย์ถึงกับเหงื่อตกเมื่อได้เห็นผู้คนที่กำลังบินว่อนอยู่บนท้องฟ้าเหนือสนามฝึกซ้อมถัดไป