ในพริบตาที่เสียงตะคอกของหลี่ลั่วดังเข้ามาในหูของอวี๋ล่างในหัวเขาก็พลันมีความคิดมากมายแวบผ่านเข้ามาทันที เพราะในสถานการณ์เช่นนี้หากเขาหลับตาลงก็เท่ากับเป็นการมอบโอกาสให้กับอีกฝ่ายมากยิ่งขึ้นแต่ด้วยความที่เขารู้จักนิสัยใจคอของหลี่ลั่วดี สุดท้ายเขาก็กัดฟันหลับตาลง
ดังนั้นในพริบตาที่ระเบิดแสงนั้นปะทุออกมาอวี๋ล่างจึงสามารถหลบเลี่ยงได้อย่างหวุดหวิดจากนั้นก็พุ่งออกไปคว้าผลหน้าผีเอาไว้ตามเส้นทางที่จำไว้ก่อนหน้านี้
ในทางกลับกันเงาร่างที่กำลังจู่โจมเข้ามานั้นกลับต้องตกใจกับระเบิดที่ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันดวงตาทั้งสองข้างเจ็บแปล๊บขึ้นมาทันทีการเคลื่อนไหวจึงชะงักลงเล็กน้อยอย่างช่วยไม่ได้
ระเบิดแสงปรากฏขึ้นเพียงครู่เดียวก็หายวับไป
แต่อวี๋ล่างกลับคว้าผลหน้าผีมาได้แล้วจากนั้นสีหน้าของเขาก็เย็นเยียบลงทันที พลันมีดาบพกเล่มหนึ่งพุ่งออกจากแขนเสื้อพลังอัตลักษณ์สีเขียวทะลักออกมา พุ่งออกไปพร้อมเสียงแหวกอากาศแทงเข้าใส่เงาร่างที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อมสายนั้นอย่างไม่ปรานี
“ฮึ”
อีกฝ่ายเองก็รู้ตัวแล้วว่าตัวเองล้มเหลวจึงได้แต่กระแทกเสียงฮึออกมาก่อนจะชกออกหนึ่งหมัดพลังอัตลักษณ์สีเหลืองแผดพุ่งเข้าปะทะกับอวี๋ล่างโดยตรงด้วยพลังอันหนักอึ้ง
พลังอัตลักษณ์ปะทะกันจนเกิดระเบิดเงาร่างของคนที่จู่โจมเข้ามานั้นเพียงแค่เซเล็กน้อยส่วนอวี๋ล่างนั้นกลับถูกกระแทกจนกระเด็นออกไปตกลงบนพื้นไม่ไกล
ในจังหวะที่อวี๋ล่างชิงผลหน้าผีมาได้แล้วนั้นหลี่ลั่วกับจ้าวคั่วก็ได้ถอยออกจากขอบเขตการโจมตีของต้นเถาวัลย์มารหน้าผีแล้วเช่นกันจากนั้นก็รีบตรงเข้าไปหาอวี๋ล่างจ้องมองไปยังเงาร่างที่อยู่ตรงหน้าด้วยแววตาเย็นเยียบ
“ฮ่าฮ่ามีปฏิกิริยาตอบสนองเร็วดี ขนาดนี้ยังแย่งมาไม่ได้อีก”เงาร่างของคนผู้นั้นหัวเราะออกมาเมื่อเผชิญกับสายตาอันเย็นชาของทั้งสามคนตอนนี้เขาได้เผยรูปลักษณ์ที่แท้จริงออกมาแล้วเป็นเด็กหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่กำยำคนหนึ่ง ผมสั้น บนร่างกายมีกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ เปี่ยมไปด้วยพละกำลังอันป่าเถื่อนชวนให้รู้สึกกดดันตั้งแต่แรกเห็น
“คนของวิทยาลัยตงยวน?” จ้าวคั่วมองเห็นแผ่นผลึกแก้วที่อยู่ตรงหน้าอกของอีกฝ่ายตั้งแต่แรกเห็นซึ่งตราสัญลักษณ์ตรงนั้นเป็นของวิทยาลัยตงยวน
“เหลียนจ้งแห่งวิทยาลัยตงยวนเขาเป็นถึงอันดับสองของวิทยาลัย มีอัตลักษณ์ดินระดับหก ความแข็งแกร่งระดับแปดตรา”ส่วนอวี๋ล่างนั้นกลับสามารถบอกข้อมูลทั้งหมดของอีกฝ่ายออกมาได้อย่างไม่ผิดเพี้ยนทันทีสมกับเป็นคนที่รวบรวมข้อมูลการสอบใหญ่ครั้งนี้จริงๆ รู้ข้อมูลของนักศึกษาระดับหัวกะทิของแต่ละวิทยาลัยอย่างละเอียด
หลี่ลั่วมีสีหน้าเรียบเฉยกล่าวว่า “คนของวิทยาลัยตงยวนชอบแย่งชิงสิ่งของของผู้อื่นขนาดนี้เลยหรือ? วิธีการสั่งสอนของพวกเจ้าดูท่าจะมีปัญหาอยู่นะ”
“ในกฎของการสอบใหญ่ก็ไม่ได้บอกไว้สักหน่อยว่าห้ามแย่งชิงนี่”เหลียนจ้งกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“การแย่งชิงสิ่งของน่ะไม่เป็นไรหรอกแต่การที่มุดหัวซ่อนตัวเป็นหนูอยู่ตั้งนาน แต่สุดท้ายก็ยังแย่งของมาไม่ได้มันคงจะน่าโมโหอยู่หน่อยๆ สินะ” หลี่ลั่วหัวเราะกล่าว
รอยยิ้มบนใบหน้าของเหลียนจ้งจางหายไปเล็กน้อยการจู่โจมในครั้งนี้ เดิมทีเขาวางแผนเอาไว้อย่างดีแล้วคิดว่าจะต้องสำเร็จอย่างแน่นอน ถึงตอนนั้นจะได้เยาะเย้ยอีกฝ่ายสักหน่อยแต่ไม่คิดเลยว่าหลี่ลั่วผู้นี้จะมีปฏิกิริยาตอบสนองที่เร็วขนาดนี้โต้กลับได้อย่างรวดเร็วจนทำให้เขาพลาดท่าล้มเหลว
“หลี่ลั่วดูท่าข้าคงดูถูกเจ้าเกินไปจริงๆ”
"เหลียนจ้งจ้องมองไปที่หลี่ลั่วครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มบางๆกล่าวว่า “แต่นี่มันก็แค่ของว่างเรียกน้ำย่อยเท่านั้น อย่าเพิ่งได้ใจไปหน่อยเลย”
“ฟังจากคำพูดของเจ้าแล้วสุดท้ายพวกเจ้าก็ยังเพ่งเล็งข้าอยู่ดีสินะ?”
“ช่วยไม่ได้หัวหน้าสั่งมาแล้วว่า เขาไม่มีเวลาว่างมาทักทายจึงให้พวกเรามาสร้างความบันเทิงให้กับเจ้าสักหน่อย”เหลียนจ้งกล่าวด้วยรอยยิ้มราวกับจนใจ
“ซือคง?” หลี่ลั่วครุ่นคิด
“ถึงจะสู้กันตรงนี้ไปก็ไม่มีความหมายอะไรเพราะที่นี่ยังแย่งคะแนนกันไม่ได้ เอาไว้ผ่านด่านนี้ไปแล้วเข้าสู่รอบคัดออกเมื่อไร ข้าจะไปหาเจ้าเอง” เหลียนจ้งกล่าว
จากนั้นเขาก็มองไปทางจ้าวคั่วกับอวี๋ล่างแล้วกล่าวว่า“พวกเจ้าสองคน หากมีสมองหน่อยละก็ รีบแยกตัวออกจากมันไปซะจะดีกว่าหัวหน้าสั่งมาแล้ว พวกคนของวิทยาลัยตงยวนทุกคนจะร่วมมือกันจัดการมันพวกเจ้าอยู่กับมันไปก็มีแต่จะซวยไปด้วยเปล่าๆ”
“มารดาเจ้าสิ”
จ้าวคั่วเบิกตาโตด่ากราดออกไปทันที“พวกข้าอยากให้ไอ้พวกสุนัขของวิทยาลัยตงยวนอย่างพวกเจ้าเอาคะแนนมามอบให้ถึงที่อยู่แล้ว”
อวี๋ล่างสะบัดดาบในมือครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนกล่าว“ข้ากับหลี่ลั่วเป็นสหายร่วมเป็นร่วมตายกัน มีมิตรภาพแน่นแฟ้นหากอยากให้ข้าทิ้งเขาไปละก็ เว้นเสียแต่ว่า... เจ้าจะจ่ายเงิน”
“ไอ้พวกโง่เขลาไม่รู้ความเช่นนั้นก็ตามใจพวกเจ้าแล้วกัน” เหลียนจ้งส่ายหน้า ไม่สนใจจะพูดอะไรอีกต่อไปจากนั้นก็หันหลังมุ่งหน้าเข้าไปในป่าลึก
“จะจ่ายมากจ่ายน้อยอย่างน้อยเจ้าก็บอกตัวเลขมาสักหน่อยสิ ถ้าไม่ได้จริงๆ พวกเรายังต่อรองกันได้นะ!”อวี๋ล่างรีบกล่าว
เขายังอยากจะไล่ตามไปอีกแต่กลับถูกหลี่ลั่วขวางเอาไว้ “ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาที่นี่แล้วอีกอย่างการลงมือกันตรงนี้มันก็ไม่มีความหมายอะไรจริงๆ แย่งคะแนนมันก็ไม่ได้ด้วย”
“มารดามันเถอะ!มันจะอวดดีเกินไปแล้ว” อวี๋ล่างสบถออกมาอย่างหัวเสีย เห็นได้ชัดว่ายังคงโกรธไม่หายแต่ไม่รู้ว่าโกรธที่เหลียนจ้งลอบจู่โจมหรือว่าโกรธที่อีกฝ่ายไม่ยอมแม้แต่จะต่อรองราคากันแน่
จ้าวคั่วมองหลี่ลั่วขมวดคิ้วกล่าว “พี่ลั่ว หากคนของวิทยาลัยตงยวนคิดจะเล่นงานพี่จริงๆพวกเราไปหาคนอื่นมาช่วยจัดการพวกมันกันเถอะ”
หากไม่หาคนมาช่วยละก็เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายมีจำนวนคนมากกว่า
“ไม่ต้องรีบรอดูสถานการณ์ไปก่อน”
ส่วนหลี่ลั่วยังคงมีสีหน้าค่อนข้างผ่อนคลายเห็นได้ชัดว่าซือคงผู้นั้นไม่ได้สนใจเขามากขนาดนั้นจึงได้มอบหมายภารกิจจัดการเขามาให้เหลียนจ้งกับพรรคพวกแทนซึ่งหากอีกฝ่ายคิดจะทำแบบนั้นจริงๆ ละก็เขาก็ยินดีที่จะแสดงให้พวกมันได้รู้ว่าการโยนซาลาเปาใส่สุนัข ไปแล้วไม่กลับ[1]มันหมายความว่าอย่างไร
เอ๊ะไม่สิ ข้าไม่ใช่สุนัขนะ
“นี่ผลงานของพวกเราในครั้งนี้” ในตอนนี้อวี๋ล่างก็ได้ยื่นผลหน้าผีในมือให้
“ให้จ้าวคั่วไปก่อนเถอะเขาโดนหนักที่สุดแล้ว” หลี่ลั่วยิ้มกล่าว
ตอนนี้บนร่างกายของจ้าวคั่วยังคงมีรอยแผลจากการถูกโจมตีอยู่หลายจุดดูแล้วน่าสงสารไม่น้อย แต่บาดแผลเหล่านี้ล้วนเป็นเพียงบาดแผลภายนอกด้วยพลังป้องกันของเขา อีกไม่นานก็หายดีแล้ว
เมื่อได้ยินดังนั้นจ้าวคั่วก็ไม่ได้พูดอะไรมาก ยื่นมือออกไปรับผลหน้าผีมาอย่างไรเสียเดี๋ยวเขาก็ต้องช่วยหลี่ลั่วกับอวี๋ล่างหาผลหน้าผีอีกคนละลูกอยู่แล้ว
เขาถือผลหน้าผีไว้จากนั้นก็บีบจนแตกออก นำเมล็ดผลไม้ด้านในออกมาบีบอย่างแรงจนได้น้ำสีเขียวออกมาหนึ่งหยด ก่อนจะหยดลงบนแผ่นผลึกที่อยู่ตรงหน้าออกหลอมรวมเข้าไป
จากนั้นคะแนนบนแผ่นผลึกก็เพิ่มขึ้นเป็นหนึ่งร้อยคะแนนในทันที
“ไปกันเถอะไปหาลูกที่สองกันต่อ” หลี่ลั่วกล่าวจบก็พาทั้งสองคนมุ่งหน้าไปต่อ
และหนึ่งชั่วโมงต่อมาทั้งสามคนก็ได้พบกับต้นเถาวัลย์มารหน้าผีอีกสองต้นจากนั้นก็ใช้วิธีการเดิมจัดการอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ก็ไม่ได้มีใครมารบกวนอีกทำให้พวกเขาได้ผลหน้าผีมาอีกสองลูกอย่างราบรื่นคะแนนพื้นฐานของหลี่ลั่วกับอวี๋ล่างก็กลายเป็นหนึ่งร้อยคะแนนแล้ว
หลังจากที่ได้คะแนนพื้นฐานครบหนึ่งร้อยคะแนนแล้วการแย่งชิงผลหน้าผีก็ไม่มีประโยชน์อะไรอีกต่อไป ดังนั้นทั้งสามคนจึงไม่รอช้ารีบมุ่งหน้าไปยังพื้นที่สำหรับการแข่งขันรอบคัดออกอย่างรวดเร็วทันที
...
บริเวณเชิงเขาไป๋หลิงตัวเลขคะแนนบนกำแพงผลึกขนาดใหญ่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
สายตานับไม่ถ้วนต่างก็จับจ้องไปที่ข้างบนนั้นต่างก็ชมดูกันอย่างคึกคักครื้นเครงอย่างมาก
ส่วนบนกระดานคะแนนนั้นก็ยังคงเป็นชื่อของกลุ่มคนเดิมๆ ที่ครองอันดับต้นๆ ของกระดานมีคะแนนพื้นฐานมากถึงสองร้อยคะแนนเต็มและในบรรดาคนเหล่านี้ก็ยังคงมีชื่อของหลี่ว์ชิงเอ๋อร์และซือคงอยู่ด้านบนสุด
และสิ่งที่สะดุดตามากที่สุดคือด้านบนของกำแพงผลึกนั้น มีภาพเหตุการณ์ที่ฉายอยู่บนกระจกสองแผ่นซึ่งมันเป็นภาพเหตุการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจอย่างมาก
ภาพแรกเป็นภาพของหลี่ว์ชิงเอ๋อร์นางยืนอยู่บนต้นเถาวัลย์มารหน้าผีต้นหนึ่งอย่างสง่างาม และตอนนี้เถาวัลย์ที่แสนจะน่าปวดหัวของมันกลับถูกน้ำแข็งแช่แข็งเอาไว้จนหมดสิ้นนางมีผมยาวสลวย รูปร่างเพรียวบาง ประกอบกับหน้าตาที่งดงามจนน่าหวั่นไหวในพริบตานั้น ไม่รู้ว่ามีผู้คนมากมายเพียงใดที่ได้สัมผัสได้ถึงเสน่ห์ของหญิงสาวที่เป็นอันดับหนึ่งของวิทยาลัยหนานเฟิงผู้นี้
ส่วนภาพที่สองคือภาพของซือคงเขากำลังถือผลหน้าผีอยู่หนึ่งลูก บนใบหน้ามีรอยยิ้มบางๆส่วนด้านหลังของเขานั้นเป็นต้นต้นเถาวัลย์มารหน้าผีที่กำลังพ่นควันดำออกมาเป็นระยะๆบนเถาวัลย์ยังคงมีประกายสายฟ้ากะพริบวูบวาบออกมาเป็นพักๆ
ทั้งสองคนนี้ล้วนแต่เป็นผู้ที่สามารถเอาชนะต้นเถาวัลย์มารหน้าผีและแย่งชิงผลหน้าผีมาได้ด้วยตัวคนเดียวทั้งสิ้น
ผลงานอันน่าทึ่งเช่นนี้ทำให้พวกเขาได้รับเสียงชื่นชมมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมทุกคนต่างก็รู้ดีว่าผู้ที่จะได้ตำแหน่งอันดับหนึ่งในการสอบใหญ่ปีนี้คงหนีไม่พ้นคนใดคนหนึ่งในสองคนนี้เป็นแน่
ไช่เวยกับเหยียนหลิงชิงไม่ได้สนใจภาพเหล่านั้นมากนักดวงตาของพวกนางจับจ้องไปที่กระดานคะแนนตลอดเวลาเมื่อเห็นว่าในที่สุดคะแนนของหลี่ลั่วก็เปลี่ยนจากศูนย์คะแนนเป็นหนึ่งร้อยคะแนนแล้วพวกนางถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ถึงแม้ว่าด่านทดสอบนี้จะมีไว้เพื่อให้เก็บคะแนนพื้นฐานก็จริงแต่หากหลี่ลั่วได้ศูนย์คะแนนทั้งสองด่านจริงๆ มันก็ดูจะแปลกประหลาดเกินไปหน่อย
และเมื่อนักศึกษาจำนวนมากต่างก็ใช้วิธีการต่างๆนานาในการแย่งชิงผลหน้าผีจนได้คะแนนกันมาแล้วบรรยากาศตรงนี้ก็เริ่มคึกคักมากขึ้นเรื่อยๆเพราะทุกคนต่างก็รู้ดีว่าด่านทดสอบสองด่านนี้เป็นเพียงแค่ฉากโหมโรงเท่านั้นมีไว้เพื่อให้ทุกคนได้คะแนนพื้นฐานไปใช้ในการแข่งขันรอบคัดออกที่กำลังจะมาถึง
ดังนั้นเมื่อการแข่งขันรอบคัดออกเริ่มต้นขึ้นเมื่อไรการสอบใหญ่ครั้งนี้ถึงจะกล่าวได้ว่าเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
…
ภายในเทือกเขาไป๋หลิง
หลี่ลั่วอวี๋ล่าง และจ้าวคั่วทั้งสามคนเดินออกมาจากป่าทึบพลันมีลำธารสายหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้า ส่วนฝั่งตรงข้ามของลำธารนั้นเป็นเนินเขาน้อยใหญ่สลับซับซ้อนบนเนินเขามีทั้งต้นไม้และโขดหินขนาดใหญ่อยู่เต็มไปหมด
ทั้งสามคนสบตากันเข้าใจได้ทันทีว่าเมื่อข้ามลำธารสายนี้ไปก็จะเป็นสถานที่สำหรับการแข่งขันรอบคัดออกแล้ว
แต่พวกเขาก็ไม่ได้ลังเลแม้แต่น้อยปล่อยพลังอัตลักษณ์ออกมาจากนั้นก็พุ่งทะยานข้ามลำธารที่มีความกว้างหลายจ้างไปยืนอยู่บนฝั่งตรงข้ามอย่างรวดเร็วเปิดฉากการแข่งขันรอบคัดออกของการสอบใหญ่ครั้งนี้
-------------------
[1]โยนซาลาเปาใส่สุนัข ไปแล้วไม่กลับ เป็นสำนวนหมายถึงการลงทุนอย่างสูญเปล่าไม่ได้อะไรตอบแทนกลับมา เหมือนกับการโยนซาลาเปาใส่สุนัขสุนัขจะต้องกินซาลาเปาเข้าไปอย่างแน่นอน