ตอนที่หกสิบสาม ธรรมเนียมงานเลี้ยง
ผมได้สั่งอาหารป่าและพ่อครัวประจำบ้านของผมให้มาชวยกันทำอาหารทั้งอุ้งตีนหมีน้ำผึ้งตัวลิ่นและสัตว์สงวนอีกหลายรายการมาเลี้ยงแก่บาบกับบาบอนและบรรดาลูกศิษย์ของอาจารย์คง
พร้อมกับสุรายาเมาจำนวนมาก
ตามหลักการแล้วเราต้องเลี้ยงสุราอาหารกันก่อน
พวกชาวบ้านที่ไม่เคยสัมผัสกับสุรายาเมาหรืออาหารชั้นดีก็จะสนุกสนานกันเต็มที่
แต่ตอนที่กินอาหารไปแล้วพวกเขาก็เตรียมใจที่จะเสี่ยงชีวิตไว้เช่นกันเนื่องจากคิดว่าทานอาหารไปแล้วติดหนี้บุญคุณกันไปแล้วก็ต้องลงมือลงแรงอย่างสุดความสามารถ
การเลี้ยงอาหารต่างๆถือว่าเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมในประเทศนี้เป็นอย่างยิ่ง
การหยามหน้ากันในงานเลี้ยงต่างๆถือว่าเป็นความแค้นระดับที่สามารถยิงกันตายณ ที่ตรงนั้นได้
ทำให้คนของประเทศนี้คงเข้าใจราชาโรเบิร์ตในมหาศึกชิงบัลลังก์มากกว่า
ว่าหากงานเลี้ยงมันสามารถทำให้คนจงรักภักดีได้และไม่ก่อสงครามกันก็มีงานเลี้ยงไปเถอะ
หากไม่มีกิจกรรมอะไรให้ทำคนก็จะฟุ้งซ่าน
บาบูกับบาบอนก็โก่งคอร้องเพลงหลังจากได้เหล้าและอาหารผ่านไปหลายจาน
รวมทั้งงูและช้างก็ได้หนูกับอ้อยกับสัปปะรดต่างๆเรียบร้อยแล้ว
พวกเขาก็เริ่มจะสร่างเมาสักพัก
“ฉานขอพลีชีพให้นายจ๋า”
บาบูถอนใจคิดว่าเมื่อตนเองกินอาหารให้กับคนแล้วก็ต้องทำงานตอบแทน
นี่คือสาเหตุที่คนที่ยากจนถึงได้ต้องทำงานไปตลอดชีวิตของตนเอง
และคนที่สามารถทำอะไรให้บรรลุเป้าหมายของตนเองได้แทนที่จะมีชีวิตอยู่ไปวันวันมีแต่คนรวยเท่านั้น
เพราะมีแต่คนรวยที่มีเวลาและทรัพยากรมากพอที่จะไปทำสิ่งที่ตนเองต้องการ
คนธรรมดาอาจจะมีสิ่งที่อยากทำแต่เขาไม่มีทรัพยากรและเวลามากเท่าคนรวยหากเขาคิดจะมีชีวิตอยู่รอดไปได้โดยไม่ถูกสายตาเสียดสีจากครอบครัว
การเข้าไปในอำเภอทำบัตรประชาชนสักครั้งหนึ่งก็เสียเวลาไปทั้งวันจนชาวบ้านต้องการจะกลับเร็วๆ
การที่ชาวบ้านเตรียมเอกสารมาไม่ครบโดนเจ้าหน้าที่ให้กลับไปเอาเพิ่ม
เจ้าหน้าที่หรือคนที่อยู่ในเมืองหรือคนที่มีการเดินทางสะดวกอาจจะไม่คิดอะไร
แต่ชาวบ้านที่ยากจนแทบจะร้องไห้ เพราะการกลับไปเอาเอกสารเท่ากับว่า
นอกจากเขาจะต้องเสียเวลาหารายได้ของวันนี้แล้ว
เขาต้องเสียรายได้เพิ่มอีกวันจากการไปเอาเอกสาร
สำหรับชาวบ้านที่ต้องอยู่รอดไปวันต่อวันวันเรียกว่าคือการกระทืบซ้ำคนที่ล้มไปกับพื้นอยู่แล้วให้ล้มเข้าไปอีกไม่มีทางลืมตาอ้าป้ากได้
จากเรื่อง The Pursuit of Happyness
มีการที่ระดับผู้บริหารขอยืมเงินพระเอกแค่ไม่กี่ดอลล่าร์เป็นค่าจอดรถผู้บริหารมองเป็นเรื่องธรรมดา
แต่สำหรับพระเอกที่อดอยากยากจนนั้นไม่กี่ดอลล่าร์นั้นแปลว่าตอนเย็นเขากับลูกชายไม่มีอาหารตกถึงท้อง
แต่คนระดับผู้จัดการไม่ได้มองหรือคิดว่าเป็นเรื่องคอขาดบาดตายขนาดนั้น
นั่นคือความไม่เท่าเทียมกันของคน
ไอ้เจิดแค่พยายามจะเอาใจบาบูกับบาบอนให้มากๆเท่านั้น
เพราะเขาเชื่อเรื่องการเอาใจคนที่มีพลังพิเศษเหนือธรรมชาติไม่ให้พวกเขาโกรธแค้นเรานั้นจะปลอดภัยกว่า
แต่บาบูกับบาบอนรู้สึกว่าการเลี้ยงอาหารอย่างดีเช่นนี้แสดงว่าคำขอร้องต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่นอน
นั่นทำให้พวกเขายิ่งกินอาหารไปจำนวนมากเพราะรู้สึกว่าหากไม่กินก็จะยิ่งขาดทุนแต่ก็ตัดใจว่าจะต้องเสี่ยงชีวิตก็ต้องทำเรื่องที่ร้องขอให้ได้นั่นเอง