ตอนที่ 47 ก่อนวันสิ้นโลกคุณเคยเป็นนักแข่งเหรอ
อลันนั่งอยู่ที่พื้นกำลังกินเนื้ออย่างอร่อยนี่เป็นวันที่สองแล้วที่เขาได้กินเนื้อข้าง ๆ ก็มีช่างฟลุ๊คอีกคนที่กินอย่างเอร็ดอร่อยอยู่ด้วย
อลันเห็นแบบนั้นก็อดที่จะถอนหายใจและมองเนื้อในมือไม่ได้
“เฮ้เลิกกินมูมมามสักทีได้ไหม”
“บอกตัวเองก่อนไหมแกก็กินไม่ต่างจากฉันหรอก” ฟลุ๊คสวนกลับทันที
วันสองวันนี้พวกเขาสนิทกันมากขึ้นจนเหมือนจะกลายเป็นทั้งเพื่อนและคู่แข่งกันแต่ก็ช่วยไม่ได้ เพราะว่าที่นี่มีแค่พวกเขาสองคนเท่านั้นที่เหมือนจะพูดคุยกันได้
พวกเขาทั้งสองไม่กล้าพูดกับท่านแอรีสและทหารคนอื่น ๆ ก็เย็นชาอย่างมาก พวกนั้นแค่ทำตามคำสั่ง ไม่เคยพูดนอกเรื่อง แถมยังปกปิดใบหน้าด้วยหมวกกันน็อกสวมชุดมิดชิดตลอดเวลา
ถ้าไม่ใช่เพราะพวกนั้นทำตามคำสั่งและทำงานได้พวกเขาคงคิดว่าทหารพวกนี้อาจจะไม่ใช่คนด้วยซ้ำ
สุดท้ายด้วยความเบื่อหน่ายสองคนก็เริ่มพูดคุยกันแทนแม้จะไม่ยอมรับ แต่ยังไงก็เหมือนเพื่อนกัน
เนื้อที่พวกเขากินนั้นมาจากเนื้อของหมูป่าที่แอรีสล่ามาได้ตั้งแต่เมื่อวานแอรีสล่าหมูป่าเป็นจำนวนมากมีทหารจากค่ายมาเพิ่มขึ้น ทำให้อาหารของพวกเขาสมบูรณ์มากขึ้นด้วย
“แกว่าพวกนั้นกรีดกันเราหรือเปล่าทำไมพวกนั้นถึงต้องแยกกันกินอาหารด้วย” อลันถามขึ้นอย่างสงสัย
“แกจะสงสัยอะไรมากมายมีเนื้อให้กินยังจะคิดมากอีก ไป ๆ รีบกินแล้วรีบไปทำงาน จำได้ไหมท่านแอรีสบอกว่าวันนี้ต้องสร้างสะพานเหล็กอีกขุดให้เรียบร้อยงานของเราก็เสร็จแล้ว”
ฟลุ๊คกล่าวแต่ตอนนั้นก็เกิดเสียงดังวุ่นวายขึ้นมา
“รีบเตรียมตัวฝูงซอมบี้บุก” แอรีสเดินเข้ามาบอกกับทั้งสองคน
อลันและฟลุ๊คถึงกับหยุดกินอาหารในมือและเก็บของใช้ทันทีนี่เป็นครั้งที่ 3 แล้วในช่วงสองวันที่เกิดซอมบี้มาโจมตี
ทั้งสองรีบวิ่งออกไปดูที่หน้าต่างซึ่งพวกเขาอยู่กันที่ชั้นสองก็พบว่ามีซอมบี้ประมาณ 30 กว่าตัวกำลังโจมตีพวกทหารอยู่ด้านล่าง
นี่เป็นแค่ฝูงเล็กๆ เท่านั้น
“เอาเนื้อมาทำบ้าอะไรโยนทิ้งไปเร็ว” อลันกล่าวเตือนฟลุ๊ค เพราะคิดว่าเป็นกลิ่นเลือดจากเนื้อที่ดึงดูดพวกมันมา
ซึ่งก็ไม่ผิดหลังจากมีการล่า การโจมตีของซอมบี้ก็ถี่ขึ้นในช่วงสองวันนี้จริง ๆ
“ทิ้งมัน?” ฟลุ๊คแอบรู้สึกเสียดาย โยนเนื้อทิ้งออกไปด้านนอก
ซอมบี้บางตัวรีบเข้าไปแย่งกันกินแต่เนื้อแค่ขนาดเท่าฝ่ามือซอมบี้กินแค่คำเดียวก็หมดแล้ว ทว่าพวกมันกลับถูกกระตุ้นมากกว่าเดิมและพยายามบุกเข้ามา
“พวกชั้นต่ำนี่”แอรีสใบหน้าดำคล้ำเต็มไปด้วยความโกรธบุกเข้าไปฆ่าซอมบี้พวกนั้นด้วยตัวคนเดียว
ใช้เวลาไม่นานซอมบี้ทั้งหมดก็ถูกกำจัดแต่เพราะเสียงดังจากการต่อสู้ จึงเริ่มมีซอมบี้มามากขึ้นเรื่อย ๆ
“เก็บของย้ายออกจากที่นี่”แอรีสกล่าวอย่างเด็ดขาด ทหารมืดกว่า 100 นายพากันแบกของทั้งหมดที่ใช้ในการก่อสร้างรวมถึงหนังและเนื้อสัตว์ที่รอส่งกลับค่ายย้ายที่ในทันที
สิ่งนี้มันล่อซอมบี้พวกนั้นมาหาพวกเขาแต่แอรีสไม่คิดจะทิ้งไป เพราะเขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่สาเหตุทั้งหมด แต่มันเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในช่วงนี้ด้วยส่วนหนึ่ง
แอรีสรู้สึกได้อย่างชัดเจนซอมบี้พวกนี้ถูกกระตุ้นให้ก้าวร้าวมากขึ้นจากพวกซอมบี้ขั้นสูงซึ่งก็ใกล้เข้ามาอย่างที่กัสเคยบอกไว้
“ถ้าพวกแกกล้าทำแผนของนายท่านพังข้าจะกินพวกแกก่อนเอง” แอรีสพ่นลมหายใจอย่างไม่พอใจ
...
ภายในดันเจี้นค่ายทหารกลางป่า
เบนจามินและคนอื่น ๆ รีบวิ่งไปยังตำแหน่งที่เสียงปืนดังขึ้นแต่พวกเขาก็ต้องผิดหวัง เพราะพวกนี้คือกลุ่มผู้เล่นนักผจญภัยและทหารจากค่ายระดับ 2เท่านั้น มีรวมกันแล้วประมาณ 15 คน แต่ว่าทั้งหมดตายไปแล้ว
ขณะที่บางส่วนกลายเป็นซอมบี้ ทว่าบางส่วนแม้แต่ซอมบี้ก็ยังไม่สามารถเป็นได้เพราะร่างโดนซอมบี้ทหารกินจนแทบไม่เหลือกระดูก
สถานที่ที่พวกเขาพบพวกนี้ก็คือที่โรงนอนของทหารเบนจามินไม่รู้ว่าค่ายนี้ใหญ่แค่ไหนกันแน่ แม้จะมองจากด้านนอกมันเป็นค่ายทหารกลางป่าที่มีพื้นที่ไม่ใหญ่มากนัก
แต่ว่าภาพจากด้านนอกไม่สามารถใช้วัดขนาดพื้นที่ของดันเจี้ยนด้านในได้บางทีห้องเล็ก ๆ ห้องหนึ่งพอเข้ามาด้านในแล้วมันอาจจะขยายใหญ่จนมีพื้นที่เท่าอาคาร
ไม่ต้องกล่าวถึงว่านี่คือค่ายทหารและเป็นดันเจี้ยนระดับสูงแบบนี้ที่นี่อาจจะมีขนาดเท่ากับเมืองหนึ่งเลยก็ได้
พวกเขาอยู่ที่นี่มาหลายวันแล้วและตอนนี้พอเจอกับศพของพวกนักผจญภัยและทหารจากค่ายอื่นที่นอนตายพวกเขาก็รีบฝ่าฝูงซอมบี้ออกมาและหาที่พักกันเพื่อรอดูสถานการณ์
เบนจามินในตอนนี้นั่งอย่างเหนื่อยล้าอยู่ที่พื้นต่อให้ร่างกายของเขาจะแข็งแรงกว่ามนุษย์ธรรมดา แต่ว่าการต่อสู้กับซอมบี้ก็ผลาญพลังงานพวกเขาไปเยอะมากในช่วงที่ผ่านมา
เบนจามินและเลียมก็ต้องอาศัยเวลาพักฟื้นต่างกับฮอร์คิงและทหารคุ้มกันพวกเขาทั้งสองดูเหมือนแทบไม่เหนื่อยล้าเลย
“คุณมีแผนที่จะไปไหนต่อ”ฮอร์คิงเข้ามาถาม
“เราน่าจะอยู่แถวกลางค่ายทหารต้องลองหาแผนที่ดูค่อยมาคิดกันอีกที” เบนจามินเองก็ไม่รู้จะไปไหนต่อข้อมูลที่พวกเขาได้มาเกี่ยวกับดันเจี้ยนแห่งนี้มีแค่ที่ตั้งและข้อมูลเกี่ยวกับการขนส่งสิ่งของบางอย่างมาที่นี่เท่านั้น
มันไม่ระบุถึงตำแหน่งว่าอาคารไหนเก็บอะไรไว้กันแน่
“ถ้าอย่างนั้นพวกคุณตามผมก็แล้วกันผมมีสถานที่นัดพบกับท่านออสก้าไว้ถ้าพลัดหลงกัน”
“คุณรู้เส้นทาง แล้วทำไมตอนแรกถึงไม่นำไป”
“ผมไม่เคยพูดแบบนั้น” ฮอร์คิงปฏิเสธก่อนอธิบาย “ผมบอกว่ารู้สถานที่ แต่ยังไม่รู้เส้นทาง จนกระทั่งตอนนี้” ฮอร์คิงเดินออกไปก่อนจะชี้ไปด้านนอกผ่านช่องหน้าต่าง
ตำแหน่งที่เขาชี้นั้นก็คือเสาสัญญาณขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านหลังห่างพวกเขาไปไม่ไกลมากนัก
“ตรงนั้นมีอะไร”
“ที่เก็บงานวิจัยล้ำยุคของค่ายทหารแห่งนี้ค่ายอื่น ๆ ก็อาจจะมีข้อมูลนี้เหมือนกันและมุ่งหน้าไปที่นั้นท่านลอร์ดกล่าวไว้แบบนั้น” ฮอร์คิงตอบก่อนจะไม่พูดอะไรอีก
ตอนนั้นเองที่เลียมซึ่งแยกตัวออกไปสักพักแล้วกลับเข้ามารวมตัวอีกฝ่ายยังแบกของมาด้วย
“มาดูนี่เร็ว” เลียมเอาของที่ใส่กระเป๋าเป้ทหารวางลงและเปิดออกด้านในเต็มไปด้วยอาวุธปืน เป็นปืนไรเฟิล ปืนพกและของหนักอย่างระเบิดมืออีก 3 ลูก
“ที่นี่ค่ายทหาร อาวุธปืนส่วนใหญ่พังเสียหายก็จริงแต่ว่ามีของดี ๆ ซ่อนอยู่ไม่น้อยเลย”
“เยี่ยม” เบนจามินรีบคว้าระเบิดมือขึ้นมา
ของพวกนี้ทำให้พวกเขามั่นใจมากขึ้น
“เตรียมตัวกันเถอะอีกสักพักเราจะไปที่นั่นกัน”
“ที่นั่น หรือว่าเจอพวกเขาแล้ว”
“ประมาณนั้น”
“ถ้าจะไปที่นั่น อย่างนั้นก็ต้องใช้เจ้านี่”เลียมพาพวกเขาลงมาที่ด้านล่าง ก่อนจะเปิดให้เห็นรถจิบคันเก่าที่ถูกปิดไว้ด้วยผ้าใบฝุ่นปกคลุมหนาแน่นมาก
พอเปิดฝากระโปรงขึ้นมาทำให้พวกเขาประหลาดใจเล็กน้อย
“นี่เป็นรถเครื่องยุคเก่าใช้น้ำมัน”เลียมกล่าวด้วยรอยยิ้ม
รถในโลกนี้ช่วงเกิดวันสิ้นโลกก็มีการพัฒนาและดัดแปลงมาใช้พลังงานจากแก่นพลังงานกันแทบจะทั้งหมดก่อนที่ทุกอย่างจะเลวร้ายลงจนพังทลายลงไปหมด
แน่นอนว่าพวกเขาก็เก็บแก่นพลังงานได้หลายก้อนจากการฆ่าซอมบี้แถมยังมีส่วนที่เตรียมมาด้วยคิดว่าอาจจะได้ใช้ แต่พวกเขากลับหารถไม่ได้
ยานพาหนะหายากอย่างมาก ในดันเจี้ยนรถทหารส่วนใหญ่ก็พังเสียหายจนหมดตอนนี้พวกเขาถือว่าโชคดีที่เจอกับรถคันนี้
“แล้วมันมีน้ำมันเหลือไหม”
“มี” เลียมเตรียมไว้แล้ว เขาเอาถังน้ำมันที่เหลือไม่มากออกมา
“แต่ว่าน้ำมันที่ทิ้งไว้นานมันเสื่อมสภาพลงอาจจะวิ่งได้ไม่ไกล”
“แค่ไหนแค่นั้น” เบนจามินตอบและหันไปถามฮอร์คิง“พวกคุณพร้อมใช่ไหม”
“แน่นอน”
...
แม้นี่จะเป็นกลางวันแต่ด้านในดันเจี้ยนก็ไม่ต่างจากตอนกลางคืนสายฝนเริ่มตกหนักมากขึ้น เมฆมืดครึมจนแทบไม่มีแสง ทัศนวิสัยเลวร้ายอย่างมากไม่มีแสงไฟจากในค่ายแห่งนี้เลย
แต่มันกลับไม่ส่งผลต่อพวกซอมบี้มากนักพวกมันยังคงตื่นตัวและตามล่ามนุษย์ที่เข้ามาทุกคน
ตอนนี้วันเวลาได้ผ่านไปแล้วสามวัน ผู้เล่นและทหารจากค่ายหลายร้อยคนที่เข้ามาเหลือกันไม่ถึงหลักร้อยหรือบางทีอาจจะน้อยกว่านั้น
แต่พวกที่รอดอยู่ก็เป็นพวกที่แข็งแกร่งจริงๆ
ถึงอย่างนั้นยิ่งเวลาผ่านไปทุกคนก็อ่อนแรงลงไปเรื่อยๆ แต่ซอมบี้กลับยิ่งหิวกระหายมากขึ้นตามล่าโดยไม่มีการหยุดพัก
ว๊ากกก!!!
ซอมบี้ตัวหนึ่งเหมือนจะสัมผัสได้ถึงสิ่งมีชีวิตมันคำรามและหันกลับไป แต่สิ่งที่รอมันอยู่คือแสงไฟที่สาดส่องเข้ามา ตามด้วยการชนอย่างรวดเร็วจนร่างของมันลอยขึ้นหมุนหลายตลบและตกลงข้างทางในสภาพกระดูกแตกทั้งร่างสมองกระจาย
เลือดไหลไปตามน้ำฝนที่เอ่อล้นนองพื้น
รถที่ชนคือพวกเบนจามินและฮอร์คิงก็เป็นคนขับรถฝีมือและการตอบสนองนั้นทำเอาเบนจามินและเลียมถึงกับอึ้งไปไม่น้อย
“ก่อนวันสิ้นโลกคุณเคยเป็นนักแข่งเหรอ”เลียมอดที่จะถามไม่ได้
ฮอร์คิงไม่ได้ตอบแค่ยิ้มมุมปากเท่านั้น