พันดาวซึ่งยืนอยู่ด้านนอก เห็นทุกคนวิ่งออกมาอย่างแตกตื่นมือกำถังน้ำที่เพิ่งรับมาแน่นขึ้น ไฟด้านเดิมยังดับไม่หมดควันขาวที่เกิดจากการดับเพลิงเริ่มลอยต่ำ เธอเงยหน้ากลับมองไม่เห็นท้องฟ้าแล้วส่วนของไฟที่โหมเข้ามาใหม่ ดูเหมือนพยายามจะล้อมโรงไม้เอาไว้
‘แย่ล่ะ!กลุ่มที่เข้าไปดับไฟข้างในล่ะ’
“ธาราฉันจะเข้าไปเรียกพวกข้างในออกมานะ” พันดาววิ่งเข้าไปใกล้แล้วะโบอกธาราเมื่อเห็นเพื่อนหันมาพยักหน้า เธอก็รีบวิ่งเข้าไปใกล้โรงไม้
เสียงเอะอะโวยวายด้านนอกทำให้สายฟ้าชะงักมือ
“พี่ฟ้าไฟไหม้ด้านนอก โอบมาอีกทางแล้ว รีบบอกทุกคนออกไปเร็ว”
พันดาวซึ่งวิ่งกระหืดกระหอบไปถึงตัวสายฟ้าปล่อยถังน้ำออกมาจากขวา คว้าแขนเขาไว้แทนอย่างลืมตัว
ชายหนุ่มตะลึงชั่วขณะแล้วรีบะโให้ทุกคนออกจากบริเวณนั้นส่วนเขาหันไปคว้าแขนพันดาววิ่งออกมา ไฟที่โหมกระหน่ำจากด้านใหม่ทำให้ควันดำเริ่มปนมากับควันขาว จนมองไม่เห็นทางที่จะวิ่งออกมา รอบๆโรงไม้มีต้นไม้ร่มครึ้มเป็บริเวณกว้างในเวลากลางคืนหาฟ้าไม่สว่างหรือไม่ไฟส่องทางมักจะหาทางออกไม่เจอ
ท่ามกลางเสียงะโร้องเรียกกันและกันของคนจำนวนมากสายฟ้าพาพันดาวหลบหลีกควันที่คลุมบริเวณจนแน่น แต่แล้ว ก็เกิดเปลวร้อนเพิ่มอีกขึ้นสายด้านหน้าพวกเขา
“ระวังไฟด้านนี้ไหม้อีกแล้ว!”
กลุ่มคนที่วิ่งนำหน้าพวกเขาหลาย่ตัววิ่งกลับมา ควันพวยพุ่งขึ้นอีกหลายสาย ถึงตอนนี้ เพลิงแทบจะล้อมรอบพวกเขาเป็วงกลม
“หาช่องระหว่างแนวไฟแล้วบุกออกไป!”
สายฟ้าร้องสั่ง ก่อนจะดึงแขนพันดาววิ่งย้อนกลับไปโรงไม้เขานึกถึง่ที่ดับไฟได้ว่า มีส่วนหนึ่งที่ดับไปแล้ว น่าจะบุกออกไปได้แล้วค่อยเดินอ้อมกลับบ้านใหญ่
ด้านหลังโรงไม้มีบางส่วนที่ไฟดับไปแล้วชายหนุ่มหยิบเอากิ่งไม้ยาวเหมาะมือ ส่วนปลายยังมีใบติดอยู่เขี่ยขี้เถ้าออกและตบส่วนที่ยังมีรอยไฟแดงๆ ติดอยู่กับกิ่งไม้ที่ไหม้ยังไม่หมด
“ระวังนะ เผื่อยังมีส่วนที่ไม่ดับ”
“ตรงนั้น”พันดาวก้มหน้าลงต่ำคอยระวังเถ้าถ่านที่ยังติดไฟ ดีที่เธอสวมรองเท้าผ้าใบพื้นหนาจึงคอยกระทืบกิ่งที่ยังแดงๆ โดยไม่ต้องกลัว
“ระวังหัวด้วย อย่าเอาแต่ก้มอย่างเดียว”
ทั้งสองหลุดพ้นจากแนวไฟด้านหลังโรงไม้แล้ว
‘เฮ้อ! สำเร็จ’สายฟ้าอยากจะะโด้วยความโล่งใจ บริเวณด้านหลังไม่มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุม ส่วนที่พวกเขาทะลุออกมานี้เป็ส่วนเว้าของพื้นที่ ใกล้กับตีนเขาที่ไม่สูงนัก มีต้นไม้สีเขียวหนาแน่นร่มครึ้ม
หันมองด้านซ้ายกับขวา เป็อาณาเขตไร่อ้อยกว้างตรงหน้าก็มีการปลูกอ้อยยาวไปไกลหลายร้อยเมตร
‘เดือนนี้ใกล้จะถึง่ตัดอ้อยแล้วนี่นา’เขาเหลือบมองแปลงต้นอ้อยใกล้ๆ ที่แห้งกันทั้งหมด
“ไฟมา!” พันดาวตาค้างมองแนวไฟข้างหน้าที่ลุกลามอย่างรวดเร็ว
“ทางนี้! เร็วเข้า!” สายฟ้าฉุดให้เธอวิ่งอย่างรวดเร็ว
สองหนุ่มสาววิ่งแบบไม่คิดชีวิต แม้จะอยู่ห่างไฟแต่ท้องฟ้าสีแดงเพลิงก็ทำให้รู้สึกถึงความร้อนที่ไหลเวียนอยู่รอบกายเขาพาเธอวิ่งตรงไปข้างหน้า แนวตีนเขาอยู่ไม่ไกล
“โอ๊ย!”
เท้าที่วิ่งผิดจังหวะ ตกลงในหลุมดินเล็กๆ
“ขี่หลังพี่เร็ว!”
สายฟ้ารีบย่อตัวลง ในขณะที่พันดาวรีบโอบรอบคอเขากางขาเข้าแนบด้านหลังด้วยจังหวะใจที่เต้นรัวราวกับกลองศึก
“มันใกล้มาแล้ว”
“ไป!” ไม่มีแม้จังหวะจะเว้นหายใจเขารีบช้อนมือเข้าใต้ต้นขาทั้งสองข้าง พาเธอวิ่งไปข้างหน้า ถ้าไม่ถึงแนวป่าตีนเขาก็ยากจะวางใจว่า ปลอดภัย
เขาวิ่งตรงเข้าไปในป่า แถวนี้มีต้นไม้ใหญ่ใบเขียวครึ้มแต่ไม่ชิดกันนัก พ้นบริเวณไฟไหม้มาไกลพอสมควร พระจันทร์ลอยสูงอาศัยแสงจันทร์จึงพอมองเห็นทางเดิน
เดินไปไม่ลึกเท่าใดนักสายฟ้าสังเกตเห็นบนต้นไม้ใหญ่มีบ้านต้นไม้ ที่มุงหลังคา แต่ฝามีเพียงบังตาไว้น่าจะเป็ห้างดักสัตว์ของชาวบ้านแถวนี้ เขาไม่กล้าพาพันดาวนั่งพักที่พื้นเพราะกลัวสัตว์เลื้อยคลาน
“เดี๋ยวเราขึ้นไปพักบนนั้นดีกว่าน่าจะปลอดภัยกว่าข้างล่าง”
เธอเงยหน้ามองตามขึ้นไป
“ดีค่ะ กลัวงู”
“รอพี่ตรงนี้ ให้พี่ปีนขึ้นไปดูก่อน”
แสงจันทร์กระจ่าง ลอดกิ่งไม้แตะถึงพื้นรำไรทำให้เธอไม่กลัวนัก สายฟ้าไต่ตามบันไดเชือกขึ้นไป บ้านน้อยเพิ่งสร้างได้ไม่นานแข็งแรงพอที่จะขึ้นมานอนเล่นได้สบายสี่ห้าคน กั้นขอบทุกด้านกันตกแต่มีช่องเว้นให้ส่องดูสัตว์ด้านล่าง หลังคาสังกะสีพอได้คุ้มฝนคุ้มน้ำค้าง
“ขึ้นมาเลย บันไดแข็งแรง ข้างบนนอนได้หลายคน”
ถึงตอนนี้พันดาวเพิ่งรู้ตัวว่า ในมือข้างซ้ายของเธอยังกำถังน้ำพลาสติกขนาดกลางเอาไว้‘คนหนีไฟไหม้แล้วอุ้มตู้เย็นก็คงเหมือนฉันนี่สินะ’ เมื่อยกขึ้นดูจึงรู้ว่าก้นถังยังมีน้ำติดอยู่พอสมควร
หญิงสาวที่หนีไฟมาไกล เพิ่งรู้สึกว่าคอแห้งจนระคายเคือง ยกถังน้ำขึ้นจิบ แล้วนึกขึ้นได้ว่า ยังมีคนที่แบกเธออยู่ข้างบนอีกคน
เธอไต่ขึ้นบันไดลิงทั้งที่มือซ้ายยังกำหูถังน้ำแน่น
“ระวังถังค่ะ ยังมีน้ำพอได้ดื่ม”
พอใกล้จะขึ้น เธอก็ยื่นถังให้เขาชายหนุ่มรับมาวางไว้ข้างหลังก่อนจะช่วยดึงตัวเธอขึ้นไป
“ดาว กินน้ำหรือยัง?”
“กินแล้ว พี่กินเลยค่ะ”
เขายกถังน้ำขึ้น ค่อยๆ จิบช่างเป็ความใที่โชคดี ถ้าเธอไม่หิ้วถังน้ำมาด้วยพวกเขาคงทรมานจากการกระหายน้ำไม่น้อย
“ฮ่าๆ ฮ่าๆ”
ชายหนุ่มจิบน้ำเข้าไปหลายอึกได้ยินเสียงหัวเราะดังลั่นของเธอ จึงวางถังน้ำลง
“กำลังนึกขำตัวเองค่ะหิ้วถังน้ำมาถึงนี่ด้วยได้ไง?”
ทั้งสองมองหน้ากัน แล้วหัวเราะออกมาพร้อมๆกันดังลั่น
“นั่นสินะ ทำไมตอนดาวขี่หลังพี่ก็ยังไม่รู้สึกตัวว่า เอาถังน้ำมาด้วย”
แล้วทั้งคู่ก็หัวเราะกันและกันอีกครั้งในขณะที่หันหน้าไปดูท้องฟ้าที่ยังแดงฉานด้านซ้ายและด้านขวา
“โทรศัพท์ยังอยู่ไหม?”
ต่างคนต่างเอามือตบกระเป๋ากางเกง สายฟ้าสวมกางเกงเดินป่าที่มีกระเป๋าข้างหัวเข่าเป็แบบซิปมือถือขนาดเล็กของเขายังอยู่ ‘แบตเหลือครึ่ง ดีนะ ไม่เหมือนในละคร’พอกดเปิดเครื่อง กลับพบว่า....
“เฮ้ย! ไม่มีคลื่น” เขายื่นโทรศัพท์ไปในอากาศด้านซ้ายด้านขวา ด้านหน้า และด้านหลัง
“แบตหมด เฮ้อ!”
“เดี๋ยวพี่ส่ง sms ไว้ล่ะกันว่า เราอยู่ไหน เผื่อแบตหมดอีกพฤกษ์จะได้รู้ว่า เราอยู่ที่นี่”
เขาเปิดโหมดไฟฉายอีกครั้งฉายไปบนเพดานบ้านหลังน้อย ใต้คานเสียบมีช่องห่างๆ วางหมอนเว้นระยะกันไว้สองใบเขามือถือเคาะ เผื่อมีสัตว์เล็กๆ ซุกซ่อนอยู่ แล้วหยิบใบแรกไปเคาะใบที่สอง
“ปลอดภัยแล้ว นอนพักเอาแรงกันก่อน”
เขายื่นหมอนให้เธอแล้วเอนตัวลงนอนในระยะที่ห่างออกไป
พันดาวเองก็รู้สึกอิดโรย เธอจึงล้มตัวลงนอนบ้างแต่ไม่ลืมจะขยับถังน้ำไปชิดมุมห้อง ยังพอเหลือน้ำอีกนิดหน่อย พอได้ประทังชีวิต
“บ้านใหญ่น่าจะดับไฟเสร็จแล้ว คงสำรวจข้าวของกันอยู่เราก็ปลอดภัยแล้ว ถ้าเขาหาเราไม่เจอ รอพรุ่งนี้เราค่อยเดินกลับไป”
เขากดปิดมือถือไว้ยังต้องเหลือแบตไว้ใช้ยามฉุกเฉิน
“ไร่อ้อยยังไหม้อยู่เลย”
หญิงสาวมองป่าเพลิงด้วยความทดท้อ เปลวเล็กๆสีเหลืองที่ลามเลียขยายแนวเพิ่มขึ้นได้อีก
“ดาวขายังเจ็บอยู่ไม่ใช่เหรอ?”
เขาเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง เมื่อนึกขึ้นมาได้ พันดาวสะดุ้งตอนที่ปีนขึ้นมา ก็ลืมไปแล้วว่า ข้อเท้าพลิก อารามดีใจที่มีที่พักพิงในยามยากทำให้เธอลืมความเ็ปไปชั่วขณะ
“ก็ไม่ค่อยเจ็บแล้วค่ะ”
“ไหนพี่ดูหน่อยไม่มีแผลอื่นแล้วใช่ไหม?”
เขาถือวิสาสะขยับเข้ามาใกล้ เลิกขากางเกงเธอขึ้นพับทั้งสองด้าน จับรองเท้าเธอเตรียมจะถอดหญิงสาวใแต่เธอลุกขึ้นไม่ทัน เขานั่งขัดสมาธิยกเท้าเธอสองข้างพาดบนตัก ถอดรองเท้าและถุงเท้าให้เปิดโทรศัพท์ขึ้นส่องรอบๆ
“ไม่มีแล้วค่ะ”
วิ่งมาไกลขนาดนี้เธอกลัวว่า กลิ่นที่เท้าจะรุมด้วยเหงื่อ ดีที่ก่อนออกจากร้านถุงเท้าคู่เดิมโดนน้ำหกใส่ จนต้องเปลี่ยนคู่ใหม่
เขาแตะมือเบาๆไปทั่วเท้าทั้งสองข้าง
“เจ็บตรงไหนบอกพี่ได้นะพี่จะคอยๆ แตะดู”
พันดาวรู้สึกใบหน้าเธอค่อยๆร้อนผ่าว ขัดเขินนักที่มีคนมาลูบไล้หลังเท้า ข้อเท้า ระเรื่อยถึงน่องแถมเป็ผู้ชายที่หน้าตาดีเกินเหตุอีกด้วย
ลูบไปจนหมดตรงที่สงสัยแล้วเขาก็ค่อยกำข้อเท้าเธอขยับไปมาอีกครั้ง ความร้อนซ่านจากข้อเท้าไปจนถึงศีรษะพันดาวใช้สองแขนยันตัวเองขึ้นจนแทบเหมือนการเด้งตัว
“เอ่อ!ไม่เจ็บแล้วค่ะ พี่ฟ้าไม่ต้องดูแล้ว”
