ภาพเด็กแฝดสองคนในวัยเจ็ดปีสวมใส่ชุดสีเขียวและสีแดงออดอ้อนแม่ทัพเฉินทั้งซ้ายและขวามองดูน่ารักน่าเอ็นดู แต่สีหน้าของท่านแม่ทัพกลับดูแย่ด้วยเรื่องที่กำลังร้องขอจากบิดาคือขอเดินทางไปกับพี่สาว(เฉินหมิงเยว่) ที่เดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านพร้อมหลานชายหญิงอายุน้อยกว่าตนสองปีครั้งนี้พี่สาวมาครบทั้งครอบครัว เด็กฝาแฝดน้อยทั้งสองคนรู้เพียงครอบครัวพี่สาวเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วได้เห็นสถานที่ต่างๆมากมาย พวกเขาอยากได้รับโอกาสออกจากจวนแบบนั้นบ้าง พวกเขาอิจฉาหลานชายวัยหกปีและหลานสาววัยสี่ปีที่ได้มีโอกาสได้เห็นสถานที่ต่างๆ ที่สวยงาม
“ท่านพ่อขอรับ ให้พวกเราสองคนไปกับพี่ใหญ่เถอะนะ”
“ใช่ๆ พวกเราสองคนอยากออกไปดูสถานที่ในเมืองอื่นๆบ้างเจ้าค่ะ”
“ข้ามีเจ้าเพียงสองคน จะตัดใจปล่อยพวกเจ้าออกไปได้อย่างไร การเดินทางไกลอันตรายมากมาย”
“พวกเราอยากไป ท่านพี่มีคนเก่งๆ มากมายพวกเราไม่เป็นอันตรายหรอกเจ้าค่ะ”
“ท่านแม่ ท่านพ่อไม่รักพวกข้าแล้วเจ้าค่ะ”
“เหยาเหยา พ่อรักเจ้าที่สุดถึงได้อยากให้เจ้าอยู่กับพ่อที่จวน เจ้าอย่าไปไหนเลยนะพ่อขอร้อง”
“ฮึ ข้าไม่รักท่านพ่อแล้ว ท่านแม่ ท่านให้พวกเราไปนะเจ้าคะ”
เด็กหญิงตัวน้อยส่งสายตาออดอ้อนไปให้มารดาก่อนที่จะโอบกอดเอวฮูหยินที่นั่งมองพ่อลูกต่อรองกันอยู่สักพักใหญ่ รีบเอ่ยชวนเด็กน้อยทั้งสองเพื่อเบี่ยงเบนความคิดของทั้งสอง
“เหยาเหยา เสียงเอ๋อร์ พวกเราชวนท่านพี่กับหลานทั้งสองของเจ้าออกไปล่องแม่น้ำดี พวกเจ้าได้ออกจากจวนไปเที่ยวเล่นขากลับแวะตลาดซื้อขนมหวานกับของเล่นให้พวกหลานๆของเจ้าด้วยดีหรือไม่”
เด็กทั้งสองมองหน้ากันใช้ความคิดตามองกันสื่อสารความคิดตรงกันก็หันมาพยักหน้าตอบรับคำชวนของมารดาที่นั่งอมยิ้มมองเด็กทั้งสองที่ทำท่าทางราวกับเป็นคนโตแล้ว
“ได้เจ้าค่ะ งั้นพวกเราสองคนไปชวนท่านพี่นะเจ้าคะ”
“ไปเถอะ”
“ไม่ไหวๆ ข้าหล่ะหัวหมุนกับเจ้าสองคนนี้จริงๆ ถามมาตอบไปไม่จบไม่สิ้น”
“เด็กๆ หัวไวเป็นธรรมดา เช่นนี้ก็ดีแล้วนะเจ้าคะ”
เฉินอวี้อันที่ยามนี้รู้สึกชีวิตมีความสุขตำแหน่งขุนนางแม้ไม่เพิ่มขึ้น แต่ก็ได้ใช้ชีวิตสงบสุขในค่ายทหารฝึกฝนทหารใหม่ ด้านครอบครัวก็มีลูกแฝดสองคนเติบโตแข็งแรงซุกซนตามวัย ช่างพูดช่างเจรจา มีภรรยาเพียงคนเดียวเรือนหลังไม่มีเรื่องวุ่นวายเช่นจวนอื่นๆ หลังจากที่เฉินหมิงเยว่ออกเรือนไปกับสามีที่เป็นองค์ชายที่รักและตามใจนางหลายปีแล้วที่ไม่เคยกลับมาเยี่ยมบ้าน จนเมื่อเดินก่อนได้ส่งจดหมายล่วงหน้ามาบอกว่าจะกลับมาทั้งจวนก็ดีใจรีบจัดเตรียมเรือนรุ่ยเซียงรอนางกลับมาบ้าน
“เสี่ยวซี เสี่ยวหมิง ท่านแม่เจ้าหล่ะ”
“สวัสดีค่ะ ท่านน้า ท่านแม่อยู่ด้านในเจ้าค่ะ”
“พวกเราเข้าไปด้วยกันทั้งหมดนี่แหล่ะ”
สองแฝดจือเสียงและจือเหยาเข้าไปจับมือของหลานชายและหลานสาวคนละคู่ จูงกันเข้าไปในเรือนโดยไม่ยินยอมให้เด็กทั้งสองปฏิเสธ เฉินหมิงเยว่และจ้าวหลินฟู่เยี่ยนั่งคุยกันอยู่หันกลับมามองเด็กๆ ทั้งสี่ที่พากันเข้ามาหา
“เสี่ยวเสียง เสี่ยวเหยา พวกเจ้ามาแล้ว มานั่งข้างพี่สิ”
เด็กทั้งสองปล่อยมือหลานชายและหลานสาวย่อตัว/คำนับพี่เขยและพี่สาวก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ข้างเฉินหมิงเยว่ ส่วนเด็กๆอีกสองคนก็เดินไปหาจ้าวหลินฟู่เยี่ย เขาอุ้มหมิงซีนั่งบนเก้าอี้ก่อนจะอุ้มซินหลิงไว้บนตัก
“ท่านพี่ พี่เขย พวกข้ามาชวนท่านกับเสี่ยวเสียงและเสี่ยวเหยาออกไปล่องเรือ ขากลับท่านแม่จะพาแวะตลาดหาซื้อของเล่นและขนมให้เสี่ยวเสียงกับเสี่ยวเหยา พวกท่านไปไหมเจ้าคะ”
ผู้ใหญ่สองคนมองหน้ากันก่อนจะยิ้มออกมา หันไปถามบุตรสาวและบุตรชายของตนทั้งสองว่าอยากออกไปเที่ยวกับท่านน้าทั้งสองหรือไม่
“เสี่ยวซี เสี่ยวหมิง เจ้าสองคนอยากไปเที่ยวกับท่านน้าหรือไม่”
“ไปสิขอรับ”
“เสี่ยวเสียง เสี่ยวเหยา เจ้าชวนเราออกไปวันไหนเวลายามใดหรือ”
“เอ่อ ท่านพี่พวกเราลืมถามท่านแม่มาขอรับ เดี๋ยวพวกเรากลับไปถามก่อนนะขอรับ”
“ฮ่าฮ่าๆ พวกเจ้าอยากออกไปเที่ยวจนลืมตัวสินะ ไม่เป็นไร เจ้าบอกพวกข้าตอนมื้อค่ำก็ได้”
เด็กน้อยสองคนที่โดนจับได้รู้สึกเขิน ได้แต่อายบิดไปบิดมา ก่อนจะขอตัววิ่งกลับไปเรือนหลักเพื่อบอกคำตอบของพี่สาวกับท่านแม่ พวกเขาต้องเตรียมตัวเพื่อออกไปเที่ยว นานๆครั้งที่จะมีโอกาสออกไปเช่นนี้ ปกติได้ไปแค่ตลาดเป็นบางครั้งเท่านั้น คุยกันเจี๊ยวจ๊าวสั่งการสาวใช้ให้นำเสื้อผ้าออกมาให้เลือก รองเท้า กระเป๋า หลายสิ่งหลายอย่างที่อยากจะนำไปอวดให้พี่สาวและหลานๆได้เห็น จนวุ่นวายไปหมด
บนเรือสำราญที่จวนแม่ทัพเฉินจัดหามานับว่าเป็นเรือค่อนข้างใหญ่มาสำหรับครอบครัวขุนนางฝ่ายบู๊ที่มีเงินเดือนเพียงเดือนละไม่เท่าไหร่ แต่ก่อนบุตสาวจะออกเรือนไปได้ยกสำนักคุ้มภัยและร้านค้าสมุนไพรในเมืองหลวงให้เป็นของขวัญสำหรับน้องชายและน้องสาวที่พึ่งเกิดมาในยามนั้น จึงทำให้ไม่อัตคัตขัดสนเช่นจวนขุนนางฝ่ายบู๊ครอบครัวอื่นๆ นอกจากนี้บนเรือยังมีอวี่หลงและซิ่วหนิงที่มีพยานตัวน้อยวัยสองขวบอีกหนึ่งคนเป็นเด็กชายตัวกลมที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยเด็กอีกสี่คนและสองสาวใช้ข้างกายนางหลิวหลี่ หลิงหมิ่นที่ติดตามมิยอมออกเรือนกับใครจนกลายเป็นสาวใช้ใหญ่คนสนิทของนาง
“เยว่เอ๋อร์นานหลายปีที่เจ้าไม่กลับมาเยี่ยมพวกเราเลย มาครานี้อยู่ให้นานหน่อยนะ พ่อก็อายุมากแล้ว”
“ท่านพ่อพูดอะไร ท่านยังแข็งแรงนะเจ้าคะ พวกข้ามาครานี้ก็ว่าจะพักอยู่สักหลายเดือนหน่อย ท่านเลี้ยงพวกข้าไหวไหมเจ้าคะ”
“ไหวๆ ขอเพียงพวกเจ้ายอมอยู่ข้าเลี้ยงไหว”
“การเดินทางที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง”
“นางก็ช่วยคนบ้างรังแกคนบ้างไปตามอารมณ์”
“พี่ฟู่เยี่ย ท่านไม่พูดก็ไม่มีใครว่าหรอกนะเจ้าคะ คนเหล่านั้นเป็นคนดีเสียที่ไหน”
“ใช่ๆ ท่านตา ท่านยาย คนไม่ดี คนเลวท่านแม่ข้าจัดการพวกมันจนหมด ส่วนคนที่น่าสงสารท่านแม่ข้าก็ช่วยเหลือนะขอรับ”
“ท่านพ่อ ข้าเดินทางไปหากมีโอกาสมักจะตั้งร้านสาขาหรือซื้อกิจการเล็กๆ ไว้ด้วยนะเจ้าคะ”
“กิจการมีมากเกินไปก็จะดูแลได้ไม่ทั่วถึง ว่าแต่พวกเจ้าออกเดินทางตามหาพ่อแม่เจ้าเป็นอย่างไรได้ข่าวหรือข้อมูลบ้างหรือไม่”
“ไม่มีเลยท่านพ่อ กลับมาครั้งนี้ข้าจะกลับไปที่กระท่อมในป่าอีกครั้ง บางทีอาจมีเบาะแสหรือบางสิ่งที่ข้ามองข้ามไปก็ได้เจ้าค่ะ”
“ลองหาดูก็แล้วกัน หากต้องการสิ่งใดที่พ่อและแม่ช่วยได้ก็บอกพวกเราสองคน”
“เจ้าค่ะ”
ทั้งกลุ่มหันไปมองเสียงที่ดังขึ้นของกลุ่มเด็กๆ ที่ยืนจับราวกันตกของขอบเรือที่ถูกปรับแต่งเพิ่มขึ้นเพื่อเจ้านายน้อยทั้งสี่โดยเฉพาะ ต่างชี้มือชี้ไม้ดูบ้านเรือน เรือของชาวบ้านที่พายขายของ ส่งของสวนไปสวนมา บางครั้งก็ร้องถามราคาก่อนจะหันมาขอให้บิดามารดาของตนซื้อให้ กลายเป็นต้องลุกออกไปยืนข้างกราบเรือด้วยกันทั้งหมดแสงแดดที่ไม่แรงเกินไป มีสายลมและละอองน้ำปลิวมาเป็นระยะๆ ให้ความรู้สึกสดชื่นสบายใจกับคนในครอบครัวยิ่งนัก
หมดแสงพระอาทิตย์บนถนนต่างจุดโคมไฟสวยงาม ชาวบ้านที่ตั้งแผงขายของต่างก็เรียกคนที่เดินผ่านหน้าร้านไปมาให้แวะชมสินค้าที่นำมาขาย ตลอดทางมีของหลากหลายที่เด็กน้อยของจวนแม่ทัพไม่เคยเห็นพากันจูงมือวิ่งนำหน้าเข้าร้านนั้นออกร้านนี้ เดือดร้อนสาวใช้และบ่าวรับใช้ต้องวิ่งตามไปมา พอนึกได้ก็วิ่งย้อนกลับมาหาหลานทั้งสองคนพาจูงมือเดินไปเข้าร้านค้าเลือกหาขนมและของเล่นกันอย่างเพลิดเพลิน เที่ยวกันมาตั้งแต่ยามบ่ายในที่สุดก็หมดแรงพอได้ขึ้นรถม้าที่นำมาจอดรอรับได้ก็พากันวางศรีษะบนตักของบิดามารดาตนได้ก็หลับสนิทกันเลยทีเดียว
เมื่อกับถึงจวนของที่ซื้อมามากมายถูกแจกจ่ายให้กับคนในจวนทั้งหมด ส่วนของเล่นและขนมยังคงต้องเก็บไว้ให้เจ้านายน้อยทั้งสี่ยามตื่นมาไม่เห็นของอาจงอแงได้ บ่าวรับใช้และองค์รักษ์ต่างก็มีโอกาสได้รับของด้วยทุกคน คุณหนูกลับมาทุกคนต่างมีความสุข พ่อบ้านฉินแอบยืนน้ำตาซืมมองภาพความสุขเล่านี้ในอดีตเขามิเคยคิดว่านายท่านจะสามารถมีครอบครัวที่สงบสุขได้เช่นนี้ ดีจริงๆ