“ คุณหนูมีเหตุฮันเตอร์ปะทะกันทำให้ตึกถล่มลงมาปิดเส้นทาง เราจำเป็นต้องอ้อมไปครับ ”
จินม่ายมองไปยังกองไฟที่กำลังลุกไหม้ หากเป็นปกติเธอคิดว่าการต่อสู้ของฮันเตอร์จะต้องเป็นเรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน
การปรากฎตัวของซากโบราณสถานมักดึงดูดฮันเตอร์ให้มารวมตัวกัน มีโอกาสสูงที่อริจะเดินทางมาเจอกันภายในเขตที่ใช้ในการพักเตรียมตัวก่อนจะเข้าสู่ซากโบราณสถาน
เหตุการณ์ตึกถล่มปิดทางในครั้งนี้ดูจงใจราวกับว่ามีใครบางคนพยายามจะขวางทางไม่ให้ขบวนรถของเธอผ่านถนนเส้นนี้ไป
อีกเพียง 300 เมตรเธอจะถึงโรงแรมที่เคยใช้เป็นบ้านหลังที่สอง ทว่ากลับมีตึกถล่มลงมาปิดทาง
“ คุณหนู เราได้ลงไปตรวจสอบแล้วพบว่าเส้นทางใช้งานไม่ได้ ตอนนี้เจ้าหน้าที่เข้าปิดเส้นทางเอาไว้แล้วเราต้องอ้อมไปอีกทาง ”
จินม่ายคิดจะลงจากรถ หากเดินอีกไม่กี่ร้อยก้าวเธอก็จะมองเห็นตึกแล้ว จากท่าทางของคนรับใช้ทำให้เธอรู้ว่าอีกฝ่ายน่าจะรู้เห็นกับเหตุการณ์ตึกถล่มจึงแสดงท่าทางราวกับว่าไม่ต้องการให้เธอลงไปสำรวจมัน
“ ยังไงเราก็มีเวลา ฉันขอเดินไปดูสักหน่อยก็แล้วกัน ”
“ คุณหนู เราไม่มีเวลาขนาดนั้น ยานแม่ของเราติดต่อมาเมื่อครู่ให้นำคนในตระกูลเจียงไปที่ยานเพราะขุมอำนาจต่างๆเดินทางมาพร้อมกันแล้ว หากเราช้ากว่านี้เกรงว่าเราจะรั้งอยู่ท้ายแถว ”
จินม่ายเปิดประตูลงจากรถ เพียงกระโดดไม่กี่ครั้งเธอสามารถไปที่ตึกหลังนั้นได้ อย่างไรเธอก็สามารถวิ่งไปดักหน้ารถที่อ้อมไปอีกทางได้ทันเวลา เพียงแต่ว่ายานรบลำหนึ่งกลับบินมาเหนือศีรษะบอกให้เธอและคนอื่นๆขึ้นยานเนื่องจากว่าพวกเขาจำเป็นต้องลุยกันแล้ว
ยังไม่ทันจะตอบรับยานกลับปลดปล่อยแรงดึงดูดดึงร่างของเธอขึ้นไปบนยานพร้อมกับคนตระกูลเจียงที่เดินทางมาด้วยกันหลังจากเธอขอเดินทางไปยังธนาคารเพื่อนำสมบัติส่วนหนึ่งออกมาจากธนาคารของเขตนี้
ในระหว่างที่ร่างลอยขึ้นไปบนอากาศเธอไม่ลืมใช้โอกาสนี้มองดูตึกสูง 20 ชั้นในทันที อย่างน้อยเธอคิดว่าภาพมุมสูงน่าจะทำให้มองเห็นตึกหลังนั้นได้
“ ยังไม่ถูกทำลายจริงๆด้วยสินะ ”
ความรู้สึกดีใจเผยบนใบหน้า เหตุการณ์เพลิงไหม้ตึกสูง 20 ชั้นภายในเขต X มีรายงานว่าสามีและลูกสาวของเธอตกตายในเหตุการณ์ครั้งนี้
แต่ภาพที่เธอเห็นสร้างความดีใจให้ไม่น้อย ดูท่าเธอจะต้องหาวิธีเข้าใกล้ตึกหลังนี้ให้ได้มากขึ้น
“ ป๊ะป๋า นั่นใยเหยอ ”
เป่าเป้าน้อยชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้าหลังจากคุณพ่อพาออกมายืนดูตึกถล่ม รถตำรวจเข้ามาปิดถนนพร้อมกับเปิดทางให้รถพยาบาลวิ่งเข้าช่วยเหลือคนเจ็บ
เฉินห่าวเห็นลูกสาวสงสัยสิ่งที่กำลังลอยขึ้นไปบนยาน เขาจึงอธิบายสิ่งๆนั้นให้ลูกสาวที่กำลังฟังอย่างตั้งใจ
“ ยานบินกำลังดึงฮันเตอร์ขึ้นยานครับ ”
“ เป่าเป้ยขึ้นจานได้ด้วยไหมอา ”
“ เดี๋ยวไว้เรามียานแล้วพ่อจะพาขึ้นนะครับ ”
เด็กน้อยพยักหน้าหงึกหงักพลางมองดูยานบินลอยห่างออกไปไกล เฉินห่าวจึงอุ้มลูกกลับเข้าไปในตึกอีกครั้ง คงได้เวลาแล้วที่เขาจะเดินทางเช่นกัน
“ อ้ายเสิน ”
“ ครับเถ้าแก่ ” อ้ายเสินมองเป่าเป้ยสลับกับมองเถ้าแก่ ตอนนี้เด็กสาวกำลังดูดขวดนมอย่างอเร็ดอร่อยส่วนเถ้าแก่กำลังตักเม็ดข้าวเล็กๆที่เหลือติดจานไม่ยอมให้เหลือสักเม็ด แม้แต่น้ำยังแทบไม่เหลือ อีกเพียงนิดเดียวเขาคิดว่าคงไม่ต้องล้าง
“ ฉันจะเดินทางไปทิศใต้เขต X ครั้งนี้ไปนานมากๆฉันเลยคิดว่าจะฝากลูกสาวไว้สักหน่อย ”
อ้ายเสินเบิกตาโต พวกเขาไม่เคยเลี้ยงเด็กมาก่อน ต่อให้จะมีมากถึง 25 คนพวกเขากลับเป็นชายโสดไร้ภรรยาและแฟนสาว
“ เถ้าแก่จะบ้าเหรอ! ”
“ ไม่ได้บ้าฉันพูดจริงๆ ฉันไม่รู้ว่าครั้งนี้จะไปนานแค่ไหน น่าจะสักครึ่งเดือนได้ เพราะงั้นฉันจะฝากพวกนายให้ดูแลลูกสาว ”
“ เดี๋ยวก่อนเถ้าแก่ ทำไมคุณไม่จ้างแม่บ้านหรือพี่เลี้ยง แบบนี้น่าจะง่ายกว่านะเถ้าแก่ ”
“ ไม่ล่ะ ฉันไม่ไว้ใจแม่บ้าน ถ้าเป็นมือสังหารคิดจะลักพาตัวลูกสาวฉันแกจะทำยังไง เอาเป็นว่าพวกแกช่วยเฟยหลงเลี้ยงลูกสาวฉันก็แล้วกัน ”
“ เดี๋ยวนะเถ้าแก่ เฟยหลงที่ว่าอย่าบอกนะว่าเป็นชื่อมังกรตัวอ้วนๆนั่น ”
สายตาทั้งหมดมองไปยังมังกรตัวอ้วนกลมที่กำลังถูกกอดเอาไว้ในอ้อมแขนข้างซ้ายของเป่าเป้ย มองผิวเผินราวกับว่ามันคือตุ๊กตาตัวหนึ่ง
“ ใช่ มันชงนมได้ อาบน้ำเปลี่ยนผ้าอ้อมก็ทำได้ หน้าที่พวกแกคือพาเป่าเป้ยเล่นเท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นมันจะทำเอง ”
อ้ายเสินรู้สึกไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน เขาไม่เคยเห็นมอนสเตอร์ชงนมมาก่อน แต่เมื่อเจ้าของร้านยืนยันพวกเขาจึงจำเป็นต้องเชื่อ
“ เถ้าแก่ คุณแน่ใจนะว่าจะฝากลูกสาวไว้กับเราจริงๆ ”
“ ใช่ มีกฎข้อเดียวคือห้ามออกจากเขต X เด็ดขาด ถ้าหากลูกสาวฉันอยากได้อะไรให้ใช้บัตรนี่สแกนแทน ถ้าสแกนไม่ได้ก็ให้พวกแกออกไปก่อนเดี๋ยวถ้าฉันกลับมาจะคืนให้ ”
“ คุณจะไปคืนนี้เลยเหรอ ”
“ ใช่ ตอนนี้ขุมอำนาจต่างๆน่าจะรวมกันได้เกือบครบแล้ว เช้านี้พวกเขาก็น่าจะเข้าไปในหมอกทะลวงเข้าสู่ซากโบราณสถานหมายเลข 1 พวกแกอย่าคิดไปเชียวล่ะ เฟยหลงไปมาก่อนแล้ว มันบอกว่าเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด ดูรอยแผลเป็นกลางหน้าอกของมันเองแล้วพวกแกน่าจะรู้ว่ารุนแรงแค่ไหน ”
กลุ่มของอ้ายเสินแสดงท่าทางตกใจไม่คิดว่าจะมีมอนสเตอร์แข็งแกร่งพอจะสร้างแผลเป็นทิ้งไว้บนร่างกายมังกรได้ หมายความว่าซากโบราณสถานที่เถ้าแก่กำลังเดินทางไปอันตรายกว่าสงคราม
“ เถ้าแก่ คุณพอจะบอกเวลาคร่าวๆให้พวกเราฟังได้ไหม ”
“ จากข้อมูลที่ฉันรวบรวมมา ฮันเตอร์จะต้องผ่านซากโบราณสถานหมายเลข 1 ให้ได้เสียก่อน เวลาที่ใช้ก็น่าจะ 5 - 10 วันขึ้นอยู่กับว่าไปเจออะไร จากนั้นจะเข้าสู่พื้นที่ล่า ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดฉันน่าจะใช้เวลาที่นี่ราว 3 - 4 วัน รวมแล้วถ้าฉันเดินทางเร็วสุดน่าจะใช้เวลา 8 วันเท่านั้น แต่บังเอิญฉันสนใจซากโบราณสถานหมายเลข 2 ให้พวกแกคิดว่าฉันจะใช้เวลาสัก 7 - 8 วันสำรวจที่นี่ก็แล้วกัน ”
“ ครึ่งเดือนจริงๆสินะ ”
“ อาจจะ 1 เดือนเต็มก็ได้ ”
“ เถ้าแก่ ถ้าหากลูกสาวเถ้าแก่ร้องไห้ล่ะ เราไม่รู้ด้วยว่าจะรับมือกับเรื่องนี้ยังไง ”
“ พาเธอไปหาเพื่อนเล่นที่สนามเด็กเล่นในห้างซะ ขออย่างเดียวคือห้ามออกจากเขต X ”
“ มีอะไรอีกไหมเถ้าแก่ที่ห้ามไม่ให้เราพาไปเล่น ”
“ อย่าไปเล่นสิ่งสกปรก อย่าทำอะไรหวาดเสียว ”
“ แล้วถ้าลูกสาวเถ้าแก่อยากให้มังกรพาบินล่ะ ”
เฉินห่าวเท้าคางก่อนจะมองขึ้นไปบนท้องฟ้า
“ จำกัดเวลาในการบิน อย่าให้เกิน 5 นาที พยายามทำให้เธอรู้ว่าการจะบินมันลำบาก แต่ละวันบินได้แค่ 5 นาทีพอ ”
เฉินห่าวไม่อยากให้ลูกสาวเสพติดการบิน ดังนั้นเขาจึงทำให้มันเป็นเหมือนเครื่องมือใช้ในการคลายเครียดให้กับลูกสาวที่กำลังร้องไห้ การบินบนฟ้าสูงนานเกินไปอาจจะทำให้ป่วยได้เขาจึงต้องจำกัดเวลา
“ ฉันเตรียมทุกอย่างเอาไว้แล้ว อาหารมีพอ 3 เดือน พวกแกไม่ต้องยุ่งเพราะเฟยหลงจะเป็นคนทำเอง หน้าที่พวกแกคือการพาเป่าเป้ยเล่นก็พอ อย่าพึ่งพาเธอออกไปข้างนอกจนกว่าเธอจะขอออกไปเอง ”
เฉินห่าวบอกรายละเอียดอีกหลายอย่าง จนกระทั่งเขาเห็นเป่าเป้ยกินนมจนหมดจึงหันไปคุยกับลูกสาวที่เหมือนจะคุยกันรู้เรื่องมากยิ่งขึ้นแล้ว นับตั้งแต่เขาเล่านิทานให้ฟังก่อนนอนเธอก็เริ่มพูดยาวขึ้นและมีการคิดเหมือนเด็ก 3 - 4 ขวบแล้ว
“ เป่าเป้ยครับป๊ะป๋ามีเรื่องใหญ่จะบอก ”
“ เยื่องใยเหยอ ป๊ะป๋าจาปายซื้อข้าวเหยอ ”
“ ไม่ครับ ครั้งนี้ป๊ะป๋าไม่ได้ออกไปซื้อข้าวแต่ป๊ะป๋าจะออกไปหาเพื่อนมาให้เป่าเป้ยเพิ่มอีกสักตัว ”
“ เพื่อนเหยอ ” เด็กน้อยกระพริบตาปริบๆทำตาแป๋วแหววเพราะไม่รู้ว่าป๊ะป๋าจะไปหาเพื่อนมาให้ยังไง
“ ป๊ะป๋าจะเดินทางไปหาเพื่อนใหม่มาให้เฟยหลงไง เป่าเป้ยจะได้มีเพื่อนใหม่เอาไว้เล่นด้วย เฟยหลงก็จะมีเพื่อนใหม่ด้วย ”
ดวงตาของเด็กน้อยเป็นประกายเมื่อรู้ว่าจะได้เพื่อนใหม่เพิ่ม
“ แต่ครั้งนี้ป๊ะป๋าจะไปนานมากๆเลยล่ะ เป่าเป้ยรอได้ไหม ป๊ะป๋าจะให้ลุงอ้ายเสินและเพื่อนๆเล่นกับหนูรออยู่ที่บ้าน ”
เป่าเป้ยหันมองหน้าลุงอ้ายเสินและลุงอีกมากมายที่อยู่เล่นด้วยกันภายในร้านบ่อยครั้ง จากนั้นเธอจึงพยักหน้าให้พ่ออย่างเข้าใจ
“ จาปายนานไหมเหยอ ”
“ นานมากๆ ป๊ะป๋าจะไปนานเท่านิทานก่อนนอน 15 เรื่อง ”
เด็กสาวทำหน้าเศร้าเธอรู้ว่านิทานก่อนนอน 15 เรื่องนานแค่ไหน เฉินห่าวเห็นสีหน้าลูกสาวเขาไม่อยากเดินทางไปทางตอนใต้เช่นกันแต่จำเป็นต้องไป
“ ป๊ะป๋าจะหาตัวน่ารักๆมาให้เป่าเป้ยนะ เอาตัวใหญ่ๆเลยไหม ตัวใหญ่ๆเอาไว้ขี่ ส่วนเฟยหลงเอาไว้อุ้ม ”
เด็กน้อยทำหน้าดีใจอีกครั้ง เธอยังคงอยากได้เพื่อนใหม่จึงต้องรอป๊ะป๋ากลับมา
“ โอเคนะ ป๊ะป๋าจะรีบกลับมาพร้อมเพื่อนใหม่ตัวใหญ่ๆให้เป่าเป้ยได้กอด ”
“ โอเคค่า ”
“ ดีมาก เป่าเป้ยต้องเป็นเด็กดีนะรู้ไหม ”
เด็กสาวพยักหน้าหงึกหงักจากนั้นก็ขอให้ป๊ะป๋าพาเข้านอน เธออยากให้พ่อเล่านิทานให้ฟังก่อนไป เฉินห่าวจึงแต่งเรื่องใหม่เอาให้สนุกกว่าเดิมจนเด็กสาวหัวเราะคิกคักไม่ยอมหยุด
“ เอาล่ะคืนนี้พอเท่านี้ก่อน ป๊ะป๋าจะกลับมาพร้อมเพื่อนใหม่และนิทานเรื่องใหม่ๆ แต่เป่าเป้ยต้องสัญญากับป๊ะป๋าก่อนว่าจะเป็นเด็กดี ”
“ เป่าเป้ยจาเป็นเด็กลี ”
“ โอเค ถ้าเจอคนใจร้ายให้รีบหนีเข้ามาในบ้านนะ ”
หงึกหงึก
เฉินห่าวลูบหัวลูกสาวอย่างเอ็นดูก่อนจะล้มตัวนอนด้านข้าง เขาจะรอให้ลูกสาวหลับก่อนจึงจะเดินทางลงสู่ทิศใต้
“ ลูกพี่ เราจะไหวแน่นะ ”
อ้ายเสินกุมขมับเมื่อรู้ว่าพวกเขาจะต้องเลี้ยงเด็กสาวเป็นเวลานานถึงครึ่งเดือน ที่น่าตกใจไปกว่าการเลี้ยงเด็กน้อยคือการที่มีมังกรเป็นพี่เลี้ยงร่วมกันกับพวกเขา
“ ไม่ไหวก็ต้องไหว เด็กคนเดียวเลี้ยงไม่ได้ก็ตายซะเถอะ ”
“ พูดได้ดี ”
กลุ่มของอ้ายเสินสะดุ้งโหยงเมื่อรู้ว่าเถ้าแก่เดินเข้ามาใกล้โดยไม่ให้ซุ่มให้เสียง
“ ฉันเตรียมห้องพักให้พวกแกแล้ว อยู่ข้างๆห้องลูกสาวฉันนั่นแหละ ก่อนนอนอย่าลืมเล่านิทานให้ฟังด้วย หลังจากนั้นมังกรจะเฝ้าเธอ พวกแกจะไปทำอะไรก็แล้วแต่เลย ”
“ เถ้าแก่ คุณจะไปทิศใต้จริงๆเหรอ ” ป๋อหลินเป็นคนเอ่ยถาม บนใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล
“ มีอะไรล่ะ ”
“ ผมได้ยินมาว่าขุมอำนาจใหญ่จากเมืองอื่นพาคนมา 200 - 300 คน เลเวลต่ำสุดของพวกเขาคือ 90 เลเวลสูงสุดที่ได้ยินสูงถึง 140 เลยนะเถ้าแก่ ”
“ เรื่องนี้เหรอ อย่าไปคิดมากถ้าฉันตั้งใจหนีต่อให้เลเวล 140 ก็ตามฉันไม่ทันหรอก พวกแกรู้ไหมในตอนที่ฉันเลเวล 1 ฉันคนนี้ถูกองค์กรนทีสดับแสงมาแล้วนะ สุดท้ายก็รอด เพราะงั้นเลี้ยงลูกสาวฉันให้ดี ถ้ากลับมาแล้วพบว่ามีแผลฉันจะโยนพวกแกให้มังกรกิน ”
“ เราจะทำให้เต็มที่เลยเถ้าแก่ ”
“ โอเคฉันไปแล้ว ขออย่างเดียวคืออย่าออกจากเขต X ไม่ว่ายังไงก็ห้ามเด็ดขาด จะออกไป 1 วินาทีก็ไม่ได้ ”
อ้ายเสินและพวกพ้องพยักหน้าพร้อมๆกัน คำพูดสุดท้ายจากเจ้าของร้านทำให้พวกเขารู้สึกกลัวจะไม่กล้าจะพาออกไปที่ไหน
“ ถ้าเจอคนแปลกหน้ามังกรจะจัดการทุกอย่างเอง ส่วนพวกแกก็รีบกลับมาที่ร้าน ”
ร่างเจ้าของร้านพุ่งหายไปในเงามืด ทิ้งไว้เพียงชาย 25 คนพร้อมกับสมาชิกที่ยังคงวนเวียนเข้าออกร้าน