[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส

    82 ฝากฝัง

    “  คุณหนูมีเหตุฮันเตอร์ปะทะกันทำให้ตึกถล่มลงมาปิดเส้นทาง เราจำเป็นต้องอ้อมไปครับ ”


    จินม่ายมองไปยังกองไฟที่กำลังลุกไหม้ หากเป็นปกติเธอคิดว่าการต่อสู้ของฮันเตอร์จะต้องเป็นเรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน


    การปรากฎตัวของซากโบราณสถานมักดึงดูดฮันเตอร์ให้มารวมตัวกัน มีโอกาสสูงที่อริจะเดินทางมาเจอกันภายในเขตที่ใช้ในการพักเตรียมตัวก่อนจะเข้าสู่ซากโบราณสถาน


    เหตุการณ์ตึกถล่มปิดทางในครั้งนี้ดูจงใจราวกับว่ามีใครบางคนพยายามจะขวางทางไม่ให้ขบวนรถของเธอผ่านถนนเส้นนี้ไป


    อีกเพียง 300 เมตรเธอจะถึงโรงแรมที่เคยใช้เป็นบ้านหลังที่สอง ทว่ากลับมีตึกถล่มลงมาปิดทาง


    “ คุณหนู เราได้ลงไปตรวจสอบแล้วพบว่าเส้นทางใช้งานไม่ได้ ตอนนี้เจ้าหน้าที่เข้าปิดเส้นทางเอาไว้แล้วเราต้องอ้อมไปอีกทาง ”


    จินม่ายคิดจะลงจากรถ หากเดินอีกไม่กี่ร้อยก้าวเธอก็จะมองเห็นตึกแล้ว จากท่าทางของคนรับใช้ทำให้เธอรู้ว่าอีกฝ่ายน่าจะรู้เห็นกับเหตุการณ์ตึกถล่มจึงแสดงท่าทางราวกับว่าไม่ต้องการให้เธอลงไปสำรวจมัน


    “ ยังไงเราก็มีเวลา ฉันขอเดินไปดูสักหน่อยก็แล้วกัน ”


    “ คุณหนู เราไม่มีเวลาขนาดนั้น ยานแม่ของเราติดต่อมาเมื่อครู่ให้นำคนในตระกูลเจียงไปที่ยานเพราะขุมอำนาจต่างๆเดินทางมาพร้อมกันแล้ว หากเราช้ากว่านี้เกรงว่าเราจะรั้งอยู่ท้ายแถว ”


    จินม่ายเปิดประตูลงจากรถ เพียงกระโดดไม่กี่ครั้งเธอสามารถไปที่ตึกหลังนั้นได้ อย่างไรเธอก็สามารถวิ่งไปดักหน้ารถที่อ้อมไปอีกทางได้ทันเวลา เพียงแต่ว่ายานรบลำหนึ่งกลับบินมาเหนือศีรษะบอกให้เธอและคนอื่นๆขึ้นยานเนื่องจากว่าพวกเขาจำเป็นต้องลุยกันแล้ว


    ยังไม่ทันจะตอบรับยานกลับปลดปล่อยแรงดึงดูดดึงร่างของเธอขึ้นไปบนยานพร้อมกับคนตระกูลเจียงที่เดินทางมาด้วยกันหลังจากเธอขอเดินทางไปยังธนาคารเพื่อนำสมบัติส่วนหนึ่งออกมาจากธนาคารของเขตนี้


    ในระหว่างที่ร่างลอยขึ้นไปบนอากาศเธอไม่ลืมใช้โอกาสนี้มองดูตึกสูง 20 ชั้นในทันที อย่างน้อยเธอคิดว่าภาพมุมสูงน่าจะทำให้มองเห็นตึกหลังนั้นได้


    “ ยังไม่ถูกทำลายจริงๆด้วยสินะ ”


    ความรู้สึกดีใจเผยบนใบหน้า เหตุการณ์เพลิงไหม้ตึกสูง 20 ชั้นภายในเขต X มีรายงานว่าสามีและลูกสาวของเธอตกตายในเหตุการณ์ครั้งนี้


    แต่ภาพที่เธอเห็นสร้างความดีใจให้ไม่น้อย ดูท่าเธอจะต้องหาวิธีเข้าใกล้ตึกหลังนี้ให้ได้มากขึ้น


    “ ป๊ะป๋า นั่นใยเหยอ ”


    เป่าเป้าน้อยชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้าหลังจากคุณพ่อพาออกมายืนดูตึกถล่ม รถตำรวจเข้ามาปิดถนนพร้อมกับเปิดทางให้รถพยาบาลวิ่งเข้าช่วยเหลือคนเจ็บ


    เฉินห่าวเห็นลูกสาวสงสัยสิ่งที่กำลังลอยขึ้นไปบนยาน เขาจึงอธิบายสิ่งๆนั้นให้ลูกสาวที่กำลังฟังอย่างตั้งใจ


    “ ยานบินกำลังดึงฮันเตอร์ขึ้นยานครับ ”


    “ เป่าเป้ยขึ้นจานได้ด้วยไหมอา ”


    “ เดี๋ยวไว้เรามียานแล้วพ่อจะพาขึ้นนะครับ ”


    เด็กน้อยพยักหน้าหงึกหงักพลางมองดูยานบินลอยห่างออกไปไกล เฉินห่าวจึงอุ้มลูกกลับเข้าไปในตึกอีกครั้ง คงได้เวลาแล้วที่เขาจะเดินทางเช่นกัน


    “ อ้ายเสิน ”


    “ ครับเถ้าแก่ ”  อ้ายเสินมองเป่าเป้ยสลับกับมองเถ้าแก่ ตอนนี้เด็กสาวกำลังดูดขวดนมอย่างอเร็ดอร่อยส่วนเถ้าแก่กำลังตักเม็ดข้าวเล็กๆที่เหลือติดจานไม่ยอมให้เหลือสักเม็ด แม้แต่น้ำยังแทบไม่เหลือ อีกเพียงนิดเดียวเขาคิดว่าคงไม่ต้องล้าง


    “ ฉันจะเดินทางไปทิศใต้เขต X ครั้งนี้ไปนานมากๆฉันเลยคิดว่าจะฝากลูกสาวไว้สักหน่อย ”


    อ้ายเสินเบิกตาโต พวกเขาไม่เคยเลี้ยงเด็กมาก่อน ต่อให้จะมีมากถึง 25 คนพวกเขากลับเป็นชายโสดไร้ภรรยาและแฟนสาว


    “ เถ้าแก่จะบ้าเหรอ! ”


    “ ไม่ได้บ้าฉันพูดจริงๆ ฉันไม่รู้ว่าครั้งนี้จะไปนานแค่ไหน น่าจะสักครึ่งเดือนได้ เพราะงั้นฉันจะฝากพวกนายให้ดูแลลูกสาว ”


    “ เดี๋ยวก่อนเถ้าแก่ ทำไมคุณไม่จ้างแม่บ้านหรือพี่เลี้ยง แบบนี้น่าจะง่ายกว่านะเถ้าแก่ ”


    “ ไม่ล่ะ ฉันไม่ไว้ใจแม่บ้าน ถ้าเป็นมือสังหารคิดจะลักพาตัวลูกสาวฉันแกจะทำยังไง เอาเป็นว่าพวกแกช่วยเฟยหลงเลี้ยงลูกสาวฉันก็แล้วกัน ”


    “ เดี๋ยวนะเถ้าแก่ เฟยหลงที่ว่าอย่าบอกนะว่าเป็นชื่อมังกรตัวอ้วนๆนั่น ”


    สายตาทั้งหมดมองไปยังมังกรตัวอ้วนกลมที่กำลังถูกกอดเอาไว้ในอ้อมแขนข้างซ้ายของเป่าเป้ย มองผิวเผินราวกับว่ามันคือตุ๊กตาตัวหนึ่ง


    “ ใช่ มันชงนมได้ อาบน้ำเปลี่ยนผ้าอ้อมก็ทำได้ หน้าที่พวกแกคือพาเป่าเป้ยเล่นเท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นมันจะทำเอง ”


    อ้ายเสินรู้สึกไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน เขาไม่เคยเห็นมอนสเตอร์ชงนมมาก่อน แต่เมื่อเจ้าของร้านยืนยันพวกเขาจึงจำเป็นต้องเชื่อ


    “ เถ้าแก่ คุณแน่ใจนะว่าจะฝากลูกสาวไว้กับเราจริงๆ ”


    “ ใช่ มีกฎข้อเดียวคือห้ามออกจากเขต X เด็ดขาด ถ้าหากลูกสาวฉันอยากได้อะไรให้ใช้บัตรนี่สแกนแทน ถ้าสแกนไม่ได้ก็ให้พวกแกออกไปก่อนเดี๋ยวถ้าฉันกลับมาจะคืนให้ ”


     “ คุณจะไปคืนนี้เลยเหรอ ”


    “ ใช่ ตอนนี้ขุมอำนาจต่างๆน่าจะรวมกันได้เกือบครบแล้ว เช้านี้พวกเขาก็น่าจะเข้าไปในหมอกทะลวงเข้าสู่ซากโบราณสถานหมายเลข 1 พวกแกอย่าคิดไปเชียวล่ะ เฟยหลงไปมาก่อนแล้ว มันบอกว่าเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด ดูรอยแผลเป็นกลางหน้าอกของมันเองแล้วพวกแกน่าจะรู้ว่ารุนแรงแค่ไหน ”


    กลุ่มของอ้ายเสินแสดงท่าทางตกใจไม่คิดว่าจะมีมอนสเตอร์แข็งแกร่งพอจะสร้างแผลเป็นทิ้งไว้บนร่างกายมังกรได้ หมายความว่าซากโบราณสถานที่เถ้าแก่กำลังเดินทางไปอันตรายกว่าสงคราม


    “ เถ้าแก่ คุณพอจะบอกเวลาคร่าวๆให้พวกเราฟังได้ไหม ”


    “ จากข้อมูลที่ฉันรวบรวมมา ฮันเตอร์จะต้องผ่านซากโบราณสถานหมายเลข 1 ให้ได้เสียก่อน เวลาที่ใช้ก็น่าจะ 5 - 10 วันขึ้นอยู่กับว่าไปเจออะไร จากนั้นจะเข้าสู่พื้นที่ล่า ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดฉันน่าจะใช้เวลาที่นี่ราว 3 - 4 วัน รวมแล้วถ้าฉันเดินทางเร็วสุดน่าจะใช้เวลา 8 วันเท่านั้น แต่บังเอิญฉันสนใจซากโบราณสถานหมายเลข 2 ให้พวกแกคิดว่าฉันจะใช้เวลาสัก 7 - 8 วันสำรวจที่นี่ก็แล้วกัน ”


    “ ครึ่งเดือนจริงๆสินะ ”


    “ อาจจะ 1 เดือนเต็มก็ได้ ”


    “ เถ้าแก่ ถ้าหากลูกสาวเถ้าแก่ร้องไห้ล่ะ เราไม่รู้ด้วยว่าจะรับมือกับเรื่องนี้ยังไง ”


    “ พาเธอไปหาเพื่อนเล่นที่สนามเด็กเล่นในห้างซะ ขออย่างเดียวคือห้ามออกจากเขต X  ”


    “ มีอะไรอีกไหมเถ้าแก่ที่ห้ามไม่ให้เราพาไปเล่น ”


    “ อย่าไปเล่นสิ่งสกปรก อย่าทำอะไรหวาดเสียว ”


    “ แล้วถ้าลูกสาวเถ้าแก่อยากให้มังกรพาบินล่ะ ”


    เฉินห่าวเท้าคางก่อนจะมองขึ้นไปบนท้องฟ้า 


    “  จำกัดเวลาในการบิน อย่าให้เกิน 5 นาที พยายามทำให้เธอรู้ว่าการจะบินมันลำบาก แต่ละวันบินได้แค่ 5 นาทีพอ ”


    เฉินห่าวไม่อยากให้ลูกสาวเสพติดการบิน ดังนั้นเขาจึงทำให้มันเป็นเหมือนเครื่องมือใช้ในการคลายเครียดให้กับลูกสาวที่กำลังร้องไห้ การบินบนฟ้าสูงนานเกินไปอาจจะทำให้ป่วยได้เขาจึงต้องจำกัดเวลา


    “ ฉันเตรียมทุกอย่างเอาไว้แล้ว อาหารมีพอ 3 เดือน พวกแกไม่ต้องยุ่งเพราะเฟยหลงจะเป็นคนทำเอง หน้าที่พวกแกคือการพาเป่าเป้ยเล่นก็พอ อย่าพึ่งพาเธอออกไปข้างนอกจนกว่าเธอจะขอออกไปเอง ”


    เฉินห่าวบอกรายละเอียดอีกหลายอย่าง จนกระทั่งเขาเห็นเป่าเป้ยกินนมจนหมดจึงหันไปคุยกับลูกสาวที่เหมือนจะคุยกันรู้เรื่องมากยิ่งขึ้นแล้ว นับตั้งแต่เขาเล่านิทานให้ฟังก่อนนอนเธอก็เริ่มพูดยาวขึ้นและมีการคิดเหมือนเด็ก 3 - 4 ขวบแล้ว


    “ เป่าเป้ยครับป๊ะป๋ามีเรื่องใหญ่จะบอก ”


    “ เยื่องใยเหยอ ป๊ะป๋าจาปายซื้อข้าวเหยอ ”


    “ ไม่ครับ ครั้งนี้ป๊ะป๋าไม่ได้ออกไปซื้อข้าวแต่ป๊ะป๋าจะออกไปหาเพื่อนมาให้เป่าเป้ยเพิ่มอีกสักตัว ”


    “ เพื่อนเหยอ ” เด็กน้อยกระพริบตาปริบๆทำตาแป๋วแหววเพราะไม่รู้ว่าป๊ะป๋าจะไปหาเพื่อนมาให้ยังไง


    “ ป๊ะป๋าจะเดินทางไปหาเพื่อนใหม่มาให้เฟยหลงไง เป่าเป้ยจะได้มีเพื่อนใหม่เอาไว้เล่นด้วย เฟยหลงก็จะมีเพื่อนใหม่ด้วย ”


    ดวงตาของเด็กน้อยเป็นประกายเมื่อรู้ว่าจะได้เพื่อนใหม่เพิ่ม


    “ แต่ครั้งนี้ป๊ะป๋าจะไปนานมากๆเลยล่ะ เป่าเป้ยรอได้ไหม ป๊ะป๋าจะให้ลุงอ้ายเสินและเพื่อนๆเล่นกับหนูรออยู่ที่บ้าน ”


    เป่าเป้ยหันมองหน้าลุงอ้ายเสินและลุงอีกมากมายที่อยู่เล่นด้วยกันภายในร้านบ่อยครั้ง จากนั้นเธอจึงพยักหน้าให้พ่ออย่างเข้าใจ


    “ จาปายนานไหมเหยอ ”


    “ นานมากๆ ป๊ะป๋าจะไปนานเท่านิทานก่อนนอน 15 เรื่อง ”


    เด็กสาวทำหน้าเศร้าเธอรู้ว่านิทานก่อนนอน 15 เรื่องนานแค่ไหน เฉินห่าวเห็นสีหน้าลูกสาวเขาไม่อยากเดินทางไปทางตอนใต้เช่นกันแต่จำเป็นต้องไป


    “ ป๊ะป๋าจะหาตัวน่ารักๆมาให้เป่าเป้ยนะ เอาตัวใหญ่ๆเลยไหม ตัวใหญ่ๆเอาไว้ขี่ ส่วนเฟยหลงเอาไว้อุ้ม ”


    เด็กน้อยทำหน้าดีใจอีกครั้ง เธอยังคงอยากได้เพื่อนใหม่จึงต้องรอป๊ะป๋ากลับมา


    “ โอเคนะ ป๊ะป๋าจะรีบกลับมาพร้อมเพื่อนใหม่ตัวใหญ่ๆให้เป่าเป้ยได้กอด ”


    “ โอเคค่า ”


    “ ดีมาก เป่าเป้ยต้องเป็นเด็กดีนะรู้ไหม ”


    เด็กสาวพยักหน้าหงึกหงักจากนั้นก็ขอให้ป๊ะป๋าพาเข้านอน เธออยากให้พ่อเล่านิทานให้ฟังก่อนไป เฉินห่าวจึงแต่งเรื่องใหม่เอาให้สนุกกว่าเดิมจนเด็กสาวหัวเราะคิกคักไม่ยอมหยุด


    “ เอาล่ะคืนนี้พอเท่านี้ก่อน ป๊ะป๋าจะกลับมาพร้อมเพื่อนใหม่และนิทานเรื่องใหม่ๆ แต่เป่าเป้ยต้องสัญญากับป๊ะป๋าก่อนว่าจะเป็นเด็กดี ”


    “ เป่าเป้ยจาเป็นเด็กลี ”


    “ โอเค ถ้าเจอคนใจร้ายให้รีบหนีเข้ามาในบ้านนะ ”


    หงึกหงึก


    เฉินห่าวลูบหัวลูกสาวอย่างเอ็นดูก่อนจะล้มตัวนอนด้านข้าง เขาจะรอให้ลูกสาวหลับก่อนจึงจะเดินทางลงสู่ทิศใต้



    “ ลูกพี่ เราจะไหวแน่นะ ”


    อ้ายเสินกุมขมับเมื่อรู้ว่าพวกเขาจะต้องเลี้ยงเด็กสาวเป็นเวลานานถึงครึ่งเดือน ที่น่าตกใจไปกว่าการเลี้ยงเด็กน้อยคือการที่มีมังกรเป็นพี่เลี้ยงร่วมกันกับพวกเขา


    “ ไม่ไหวก็ต้องไหว เด็กคนเดียวเลี้ยงไม่ได้ก็ตายซะเถอะ ”


    “ พูดได้ดี ”


    กลุ่มของอ้ายเสินสะดุ้งโหยงเมื่อรู้ว่าเถ้าแก่เดินเข้ามาใกล้โดยไม่ให้ซุ่มให้เสียง 


    “ ฉันเตรียมห้องพักให้พวกแกแล้ว อยู่ข้างๆห้องลูกสาวฉันนั่นแหละ ก่อนนอนอย่าลืมเล่านิทานให้ฟังด้วย หลังจากนั้นมังกรจะเฝ้าเธอ พวกแกจะไปทำอะไรก็แล้วแต่เลย ”


    “ เถ้าแก่ คุณจะไปทิศใต้จริงๆเหรอ ”  ป๋อหลินเป็นคนเอ่ยถาม บนใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล


    “ มีอะไรล่ะ ”


    “ ผมได้ยินมาว่าขุมอำนาจใหญ่จากเมืองอื่นพาคนมา 200 - 300 คน เลเวลต่ำสุดของพวกเขาคือ 90 เลเวลสูงสุดที่ได้ยินสูงถึง 140 เลยนะเถ้าแก่ ”


    “ เรื่องนี้เหรอ อย่าไปคิดมากถ้าฉันตั้งใจหนีต่อให้เลเวล 140 ก็ตามฉันไม่ทันหรอก พวกแกรู้ไหมในตอนที่ฉันเลเวล 1 ฉันคนนี้ถูกองค์กรนทีสดับแสงมาแล้วนะ สุดท้ายก็รอด เพราะงั้นเลี้ยงลูกสาวฉันให้ดี ถ้ากลับมาแล้วพบว่ามีแผลฉันจะโยนพวกแกให้มังกรกิน ”


    “ เราจะทำให้เต็มที่เลยเถ้าแก่ ”


    “ โอเคฉันไปแล้ว ขออย่างเดียวคืออย่าออกจากเขต X ไม่ว่ายังไงก็ห้ามเด็ดขาด จะออกไป 1 วินาทีก็ไม่ได้ ”


    อ้ายเสินและพวกพ้องพยักหน้าพร้อมๆกัน คำพูดสุดท้ายจากเจ้าของร้านทำให้พวกเขารู้สึกกลัวจะไม่กล้าจะพาออกไปที่ไหน


    “ ถ้าเจอคนแปลกหน้ามังกรจะจัดการทุกอย่างเอง ส่วนพวกแกก็รีบกลับมาที่ร้าน ”


    ร่างเจ้าของร้านพุ่งหายไปในเงามืด ทิ้งไว้เพียงชาย 25 คนพร้อมกับสมาชิกที่ยังคงวนเวียนเข้าออกร้าน





    คล้ายกับเรื่อง[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส ที่คุณอ่าน