มื้อค่ำของหมู่บ้านเต็มไปด้วยเมนูปลามากมายทั้งย่างทำซุปหรือทอด ชาวบ้านต่างพากันขอบคุณที่เมิ่งเจี้ยนเฉินแบ่งปลาให้พวกเขาได้ทานแต่พวกเขาก็ยังใไม่หายที่เมิ่งเจี้ยนเฉินสามารถตกปลาจากลำธารสายนั้นได้แม้พวกเขาจะทดลองทำตามเมิ่งเจี้ยนเฉินแต่ก็ทำไม่สำเร็จอยู่ดี
“น้องชายเ้านี่สุดยอดจริงๆหากเ้าเป็นักล่าสัตว์ละก็คงจะสามารถหาอาหารได้ทุกวันอย่างแน่นอน”
“จะบ้าหรือไงน้องชายท่านนี้เป็เทพเซียนดีอยู่แล้วจะมาเป็นักล่าสัตว์แบบพวกเราไปทำไม”
“ว่าแต่ได้ยินว่าตอนนี้ในเมืองหลวงมีเทศกาลใหญ่แถมยังมีงานประลองเลือกคู่ขององค์หญิงด้วยที่เมืองเองก็เริ่มค้นหาตัวแทนของเมืองส่งเข้าไปประลองที่เมืองหลวงแล้ว” คนในหมู่บ้านกล่าวขึ้น
“หืมทำไมพวกเขาต้องทำแบบนั้นด้วยไม่ใช่ว่าสถานะองค์หญิงสูงส่งอยู่แล้วงั้นเหรอการจะหาคู่ครองไม่น่าจะยาก”เมิ่งเจี้ยนเฉินสับสน
“ข้าเองก็ไม่แน่ใจครั้งก่อนที่เข้าไปในเมืองเพื่อขายสมุนไพรก็ได้ยินพ่อค้าพากันเล่าว่าองค์หญิงผู้นี้มีพร์ด้านการฝึกตนสูงใบหน้างดงามอย่างยิ่งแต่นางกลับไม่สนใจสถานะองค์หญิงเลยนางอยากจะเป็จอมยุทธที่ออกไปท่องโลกกว้างมากกว่าทางราชวงศ์เลยคิดจะจับคู่ให้กับนาง
ตอนแรกได้ยินว่าเป็บุตรชายของขุนนางระดับสูงคนหนึ่งแต่ว่าองค์หญิงปฏิเสธนางไม่สนใจชายหนุ่มที่ดีแต่ปากแต่ไร้กำลังดังนั้นนางจึงเสนอการประลองนี้ขึ้นมา ขอแค่เป็ชายหนุ่มอายุไม่เกิน 16ปีสามารถผ่านเข้ารอบสุดท้ายและท้าประลองกับนางและเอาชนะนางได้นางจะยอมแต่กับคนผู้นั้นและการแต่งนี้ไม่ใช่การแต่งเข้าราชวงศ์แต่เป็การแต่งออก”
“หรือก็คือองค์หญิงจะแต่งออกไปสินะแบบนี้พวกตระกูลเซียนไม่เคลื่อนไหวงั้นเหรอ” เมิ่งเจี้ยนเฉินแปลกใจ
“คงจะเป็เช่นนั้นพวกตระกูลเซียนย่อมต้องพากันลงมืออยู่แล้วและเพราะแบบนี้ฝ่าาเลยไม่คิดจะห้ามแถมยังสนับสนุนเพราะมันจะช่วยให้ความสัมพันธ์ของเมืองหลวงและพวกตระกูลเซียนมั่นคงขึ้น”หัวหน้าหมู่บ้านกล่าว
“แบบนี้นี่เอง”เมิ่งเจี้ยนเฉินเข้าใจได้ทันที
“หรือน้องชายอยากจะลองเสี่ยงดวงดู”
“ไม่ละข้าไม่ได้สนใจมากนัก” เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
สำหรับหญิงสาวที่มาจากราชวงศ์เมิ่งเจี้ยนเฉินย่อมไม่อยากเข้าไปยุ่งเพราะมันอาจจะนำปัญหามากมายมาสู่ตนอย่างเช่นอาจจะถูกดึงเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับการชิงอำนาจของพวกองค์ชายก็ได้
หลังจากได้พักผ่อนหนึ่งคืนเมิ่งเจี้ยนเฉินก็ได้ออกเดินทางไปพร้อมกับขบวนรถม้าของทางหมู่บ้านสินค้าส่วนใหญ่ของหมู่บ้านนอกจากสมุนไพรป่าและพวกชิ้นส่วนของสัตว์ป่าบางชนิดแล้วยังมีสิ่งของบางอย่างที่หมู่บ้านทำเองกับมืออย่างเช่นพวกตะกร้าสานหรือเครื่องปั้นดินเผาที่คนในหมู่บ้านทำขึ้นมาเอง
“คุณชายพวกเราเข้าไปในเมืองจะไม่เป็อะไรจริงๆงั้นเหรอ”หลิงเอ๋อกลายเป็กังวล
“ไม่ต้องห่วงมีข้าอยู่อีกอย่างที่ข้าต้องเข้าไปในเมืองเพราะต้องนำของบางอย่างไปขายแลกเงินและซื้อพวกเครื่องปรุงอาหารมาเติมคลังของข้าด้วยหลังจากนั้นข้าก็จะออกเดินทางไปยังเส้นทางูเาต่อ”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“ใช่แล้วการเดินทางบนูเาสนุกกว่าเยอะ”หลิงเอ๋อกล่าว
“แต่อันตรายก็มากเช่นกันด้วย”เมิ่งเจี้ยนเฉินยิ้ม
ทั้งสองนั่งอยู่หลังเกวียนที่ขนสินค้าหลังจากมาถึงเมืองทางทหารที่เฝ้าประตูเมืองก็มาตรวจสอบสินค้าก่อนจะปล่อยให้พวกเมิ่งเจี้ยนเฉินเข้าไป
เมื่อเข้ามาในเมืองก็พบว่าผู้คนในเมืองค่อนข้างคึกคักอย่างมากตามท้องถนนมีผู้กล้าที่แต่งตัวดีถือกระบี่และดาบเดินไปมาเห็นได้ชัดว่าพวกเขามาเพื่อเข้าร่วมการคัดเลือกเป็ตัวแทนของเมืองแห่งนี้เพื่อเข้าไปประลองในเมืองหลวง
“น้องชายพวกเราแยกกันตรงนี้พวกเราจะนำสินค้าไปขายทางนั้น”
“เช่นนั้นขอให้ทุกท่านโชคดี”เมิ่งเจี้ยนเฉินผสานมือคารวะ
“เช่นกันขอให้น้องชายเดินทางปลอดภัยและราบรื่น”คนของหมู่บ้านคารวะกลับคืน
เมิ่งเจี้ยนเฉินเดินไปยังร้านค้าแห่งหนึ่งนำสมุนไพรที่ไม่ได้ใช้ออกมาขายและซื้อเครื่องปรุงอาหารจากร้านค้าจำนวนมากมาตุนไว้ในถุงสมบัติการออกเดินทางครั้งนี้เมิ่งเจี้ยนเฉินไม่ได้นำสมบัติของตนมาด้วยสมบัติที่เมิ่งเจี้ยนเฉินเก็บสะสมเอาไว้ล้วนอยู่บนยอดเขาเซียนตูทั้งหมด
“หืมเป็อะไรไป” เมิ่งเจี้ยนเฉินเห็นหลิงเอ๋อมองไปยังผลไม้เชื่อมแล้วน้ำลายไหลจึงเข้าใจทันทีเดินไปหาชายวัยกลางคนที่ขายผลไม้เชื่อมแล้วซื้อมาสองไม้
“อร่อย”หลิงเอ๋อดีใจอย่างมากนางไม่คิดว่าในเมืองจะมีของอร่อยมากขนาดนี้
“ไปเถอะไปซื้อเสื้อผ้าสำหรับเ้าสักหน่อย”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
ขณะที่ทั้งสองเดินเล่นอย่างผ่อนคลายก็มีกลุ่มคนที่มองหลิงเอ๋อด้วยแววตาชั่วร้ายเพราะหลิงเอ๋อยังเป็ภูติจิ้งจอกอายุน้อยวิชาแปลกกายเป็มนุษย์เองก็ยังไม่ถึงขั้นจึงไม่อาจปกปิดกลิ่นอายจิ้งจอกได้อย่างมิดชิดสำหรับผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งแล้วจะสามารถััได้ถึงกลิ่นอายของปีศาจหรือภูติที่แปลงกายได้
“เ้าหนูเ้าใจกล้าไม่เบาถึงกับกล้าพาภูติจิ้งจอกเข้ามาในเมืองเ้ามีจุดประสงค์อะไรกันแน่”ชายหนุ่มคนหนึ่งชี้ไปทางเมิ่งเจี้ยนเฉินและกล่าวเสียงดัง
ผู้คนที่เดินถึงกับหยุดนิ่งมองไปยังหลิงเอ๋อที่ตอนนี้ตื่นตระหนกเกาะแขนเมิ่งเจี้ยนเฉินเอาไว้แน่น
“เ้ามีปัญหา”เมิ่งเจี้ยนเฉินเหลือบไปมองอีกฝ่ายแววตาของเมิ่งเจี้ยนเฉินแหลมคมเหมือนกับมีปราณกระบี่พุ่งเข้าหาอีกฝ่าย
“แน่นอนว่ามีปัญหาการที่พาภูติจิ้งจอกเข้าเมืองมาเ้าคงไม่ได้มีจุกประสงค์ร้ายหรอกนะทางที่ดีมอบนางให้กับจวนเ้าเมืองตรวจสอบเสียก่อนหากนางไม่มีปัญหาจริงทางจวนเ้าเมืองจะปล่อยนางไป”ชายหนุ่มกล่าว
“โอ้เมืองแห่งนี้มีกฎแบบนั้นด้วยงั้นเหรอ” เมิ่งเจี้ยนเฉินเคยถามคนในหมู่บ้านแล้วว่าที่เมืองมีกฎห้ามภูติเข้าเมืองหรือไม่และแน่นอนว่าไม่มี
“ข้านี่แหละคือกฎ”ชายหนุ่มกล่าว
“สหายคนผู้นั้นคือนายน้อยของจวนเ้าเมืองเป็บุตรคนเล็กนิสัยเอาแต่ใจและชอบใจอำนาจหรือกฎของเมืองมาข่มขู่คนอื่นหากเ้าไม่มีพลังพอจะปกป้องภูติจิ้งจอกตัวนั้นก็รีบหนีไปซะ”ชายร่างใหญ่ถือดาบกล่าวกับเมิ่งเจี้ยนเฉิน
“สหายกำลังจะบอกว่าเ้าเมืองของที่นี่ปล่อยให้บุตรชายของตนเองทำตามอำเภอใจงั้นสินะ”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“ก็ไม่ถึงขั้นนั้นแต่ก็ต้องหลับตาข้างหนึ่งอยู่จริงๆนั่นแหละ”ชายร่างใหญ่กล่าว
“แล้วผู้แข็งแกร่งในเมืองอยู่ขั้นไหน”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“น่าจะเป็เ้าเมืองที่อยู่ขอบเขตหลอมรวมขั้นสูงทำไมสหายมีผู้คุ้มกันเหรอ” ชายร่างใหญ่กล่าว
“ไม่จำเป็ต้องหาผู้คุ้มกันหรอก”เมิ่งเจี้ยนเฉินกุมด้ามดาบเอาไว้
“พวกเ้าสองคนคิดจะก่อฏงั้นเหรอ”บุตรชายของเ้าเมืองกล่าว
“ข้าขอเตือนอะไรเอาไว้อย่างอย่าได้หาเื่ข้าไม่เช่นนั้นพวกเ้าจะต้องเสียใจ” เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“อวดดีทหารจับตัวพวกมันสองคนไปส่วนภูติจิ้งจอกนำไปมอบให้ข้า” บุตรชายของเ้าเมืองคำราม
กลุ่มทหารพากันล้อมพวกเมิ่งเจี้ยนเฉินเอาไว้ทหารเหล่านี้ล้วนแต่ฝึกวรยุทธแต่ขอบเขตไม่สูงแค่ขอบเขต 2-3 เท่านั้น
“เฮ้ข้าไปเกี่ยวอะไรด้วย” ชายร่างใหญ่กล่าว
“ต้องโทษที่เ้าเข้ามายุ่งเื่ของข้า”บุตรชายของเ้าเมืองกล่าว
“ดูสิข้าก็แค่เตือนสหายท่านนี้เท่านั้นเองแต่เ้ากลับใช้อำนาจกับข้าแล้ว เมืองแห่งนี้ไม่มีกฎเลยหรือยังไง”ชายร่างใหญ่ไม่ได้แสดงสีหน้าหวาดกลัวเลยแถมยังหักนิ้วมือจนส่งเสียงดังลั่น
“สหายเ้าสามารถหนีไปได้เลยข้าจะจัดการปัญหานี้เอง”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“ไม่ต้องหรอกในเมื่ออีกฝ่ายหาเื่ข้าก่อนข้าย่อมต้องสนองให้พวกเขาอีกอย่างหากพูดถึงเื้ั เหอะก็แค่เ้าเมืองตัวน้อยๆที่ยังไม่ถึงของบเขตถ้ำ์เลยด้วยซ้ำ”ชายร่างใหญ่เย้ยหยัน
“เช่นนั้นก็ลงมือเถอะ”ร่างของเมิ่งเจี้ยนเฉินหายไปพริบตาหนึ่งในทหารที่ถือหอกร่างก็ถูกส่งลอยออกไปชุดเกาะบนร่างยุบลงจนเกิดลอยหมัด
“อะไรกัน”บุตรชายของเ้าเมืองใ
“ฮ่าฮ่า สหายหมัดหนักจริงๆ” ชายร่างใหญ่ะเิลมปราณในร่างไอพลังปราณหยางพวยพุ่งออกมาเหมือนัเข้าปะทะกับพวกทหารจนร่างของพวกทหารกระเด็นออกไป
“โอ้สองคนนั้นคนหนึ่งขอบเขต 4 ของผู้ฝึกยุทธอีกคนถึงกับเป็ขอบเขต 5จวนเ้าเมืองเจอตอเข้าแล้ว” ผู้คนที่ดูเื่สนุกพากันหัวเราะขึ้น
“พวกเ้ากล้าดีอย่างไรมาสร้างปัญหาในเมืองของข้าพวกเ้าเห็นหรือไม่เ้าสองคนนี้กล้าทำร้ายคนของจวนเ้าเมืองเพื่อภูติจิ้งจอกตนเดียวในฐานะคนของเ้าเมืองข้าขอร้องให้สหายทุกท่านช่วยลงมือแล้วข้าจะตอบแทนอย่างงาม”บุตรชายของเ้าเมืองกล่าว
“จะตอบแทนอย่างไร”ชายหนุ่มคนหนึ่งกล่าว
“ไม่ว่าจะเงินทองสาวงามย่อมได้ทั้งนั้น”บุตรชายของเ้าเมืองกล่าว
“เช่นนั้นก็ตกลง”ชายหนุ่มคนหนึ่งเป็ผู้ฝึกลมปราณขอบเขตปราณแท้ขั้นกลางพุ่งเข้าหาเมิ่งเจี้ยนเฉินจากด้านหลัง
“โง่เขา”เมิ่งเจี้ยนเฉินดึงกระบี่ออกมาจากนั้นฟาดฟันออกไปเป็แนวตั้ง
“ไม่ดีแล้ว”ชายหนุ่มที่พุ่งเข้ามาสีหน้าตื่นตระหนกเบี่ยงตัวหลบปราณกระบี่ของเมิ่งเจี้ยนเฉินแต่กลับหลบพ้นแค่ตัวส่วนแขนข้างหนึ่งถึงกับถูกตัดขาดอย่างง่ายดาย
“อ๊ากกกกกก”ชายหนุ่มล้มลงไปนอนที่พื้นดินด้วยความเ็ป
“เมื่อครู่นี้มันไม่ใช่ปราณของผู้ฝึกยุทธ”
“ไม่ผิดนั่นคือปราณกระบี่ของแท้ชายคนนั้นคือเซียนกระบี่” หลายคนถึงกับแสดงสีหน้าจริงจัง
เซียนกระบี่ในแคว้นโจวเรียกได้ว่าหายากยิ่งกว่ายากตลอดหลายปีมานี้พวกเขาแทบไม่เคยเห็นเซียนกระบี่สักคนส่วนใหญ่ผู้ฝึกกระบี่มักจะไม่เลือกอยู่ที่แคว้นโจวนานเพราะที่นี่ไม่เหมาะสำหรับพวกเขา
“เหอะเซียนกระบี่แล้วยังไงกล้าก่อเื่ในอาณาเขตราชวงศ์โจวก็ต้องตายอยู่ดี” บุตรชายของเ้าเมืองกล่าว
“ตอนแรกเ้าอ้างว่าก่อเื่ในเมืองตอนนี้พอรู้ว่าหาเื่กับเซียนกระบี่เลยอ้างราชวงศ์งั้นเหรอ ไอ้หนูข้าคิดว่าเ้าควรจะชั่งน้ำหนักให้ดีนะว่าการหาเื่เซียนกระบี่มันน่ากลัวขนาดไหน”ชายร่างใหญ่หัวเราะ
แม้ชายร่างใหญ่จะพอเดาได้บ้างว่าเมิ่งเจี้ยนเฉินคือเซียนกระบี่เพราะเมิ่งเจี้ยนเฉินมีทั้งกระบี่และดาบหากเป็ผู้ฝึกยุทธย่อมเลือกฝึกอย่างใดอย่างหนึ่งดังนั้นชาร่างใหญ่เลยเดาว่าเมิ่งเจี้ยนเฉินจะต้องเป็เซียนกระบี่
แต่ชายร่างใหญ่ไม่รู้ว่าเมิ่งเจี้ยนเฉินฝึกวรยุทธกระบี่และดาบไปพร้อมๆกันได้ต่อให้ไม่นับรวมพลังบ่มเพาะของเมิ่งเจี้ยนเฉินแค่ใช้สถานะของผู้ฝึกยุทธเพียงอย่างเดียวเมิ่งเจี้ยนเฉินก็ถือเป็ตัวตนที่ไม่ต่างจากเซียนกระบี่เท่าไหร่เลย
“บุตรชายของเ้าเมืองมีน้ำยาแค่นี้งั้นเหรอเอาแต่พูดมากยืนหลบอยู่หลังลูกน้องน่าขายหน้าจริงๆหากข้าเป็เ้าเมืองคงกัดลิ้นตายไปแล้ว” เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“สหายเ้านี่ด่าคนได้เจ็บแสบมากจริงๆ” ชายร่างใหญ่ชอบใจเข้าไปอีกหัวเราะเยาะเย้ยใส่บุตรชายของเ้าเมืองตรงๆ