ถังอวี่วิ่งกลับมาที่เดิม พวกไอวี่กำลังเตรียมตัวจะจากไปพอดี ถังอวี่รีบตามติด ระยะของพวกเขาห่างกันแค่ประมาณห้าเมตรเท่านั้น
“ไอ้เด็กเวรนั่นใคร เขาตามรุ่นพี่ใกล้ขนาดนั้นแล้วพวกเราจะตามไปได้ยังไง” นักเรียนที่ซ่อนตัวห่างออกมาค่อนข้างไกลคนหนึ่งพูดขึ้นอย่างโมโห
“นั่นน่ะสิ! เขาคิดถึงแต่ตัวเอง ไม่นึกถึงสถานการณ์ของคนอื่นบ้างเลย” นักเรียนอีกคนบ่นเช่นกัน
ทว่าถังอวี่อยู่ค่อนข้างไกลจากตำแหน่งของพวกเขา พวกเขาเองก็ไม่กล้าเข้าไปบอกให้อีกฝ่ายถอยออกมา ทำได้แค่บ่นไม่หยุด แต่ในใจจดจำความแค้นต่อถังอวี่เรียบร้อยแล้ว
ถังอวี่ที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองกลายเป็ที่จดจำของผู้อื่นไปเรียบร้อยแล้วยังคงตามหลังพวกไอวี่อย่างไม่ช้าไม่เร็ว
แน่นอนว่าพวกไอวี่ย่อมรับรู้ถึงแมลงตามก้นที่อยู่ด้านหลัง
ไอวี่ผงกศีรษะ “ใช้ได้ ถือว่ายังรู้จักตามพวกเรามา”
“นายดูคาดหวังกับเขามากนะ” เกาอี้เอ่ยถาม
“เื่นี้น่ะ...” ไอวี่แกล้งทำทีมีลับลมคมใน “นายอยากรู้เหรอ”
“นายจะไม่บอกก็ได้” เกาอี้กล่าว
ไอวี่เบะปาก เป็พวกน่าเบื่อจริงๆ
“นี่น่ะ คุณชายป๋ายนายอยากรู้รึเปล่า” ไอวี่วิ่งดุกดิกไปหยุดข้างกายชายหนุ่มที่สวมหมวกทหารเพียงคนเดียวและมีรูปร่างสูงสุดในบรรดาพวกเขา
ฝีเท้าของชายหนุ่มก้าวเดินต่อไม่หยุด ั์ตาสีน้ำแข็งเพียงเหลือบมองมาที่เขาอย่างเฉยชา แค่นี้ไอวี่ก็รู้สึกกลัวแล้ว
“ก็ได้ๆ ฉันไม่พูดแล้วก็ได้น่า” ไอวี่พูดพึมพำพร้อมถอยไปด้านข้าง
จริงๆ เลย ถ้าไม่ใช่เพราะครั้งนี้คุณชายป๋ายเป็หัวหน้าทีมละก็ เขาไม่มีทางมาทำเื่พวกนี้หรอก ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าทำไมคุณชายป๋ายต้องรับภารกิจแบบนี้ด้วย
เริ่มแรกกลุ่มคนยังเดินกันไม่ช้าไม่เร็ว แต่ผ่านไปไม่นานนัก ถังอวี่ก็พบว่าฝีเท้าของพวกไอวี่เดินเร็วขึ้นเรื่อยๆ เร็วจนถังอวี่จำเป็ต้องเริ่มสาวเท้าวิ่งเหยาะๆ ตามพวกเขาไป
ใช่ว่าถังอวี่จะไม่สังเกตเห็นผู้มีสิทธิ์เข้าเรียนอีกหลายคนกำลังติดตามพวกไอวี่เช่นเดียวกับเขา แต่เพราะระยะห่างของพวกเขาค่อนข้างไกลกับตน ต่อให้อยากจะหาใครสักคนมาปรึกษาก็ทำไม่ได้
สายตาเห็นระยะห่างของตนกับพวกเขากำลังขยายออกเป็สิบเมตร สิบห้าเมตร ยี่สิบห้าเมตร จนในขณะที่กำลังจะทิ้งห่างเกือบห้าสิบเมตร ถังอวี่ก็เริ่มร้อนรนแล้ว
ทำยังไงดี ระดับสมรรถภาพทางกายของพวกเขาจะต้องเป็ระดับ B ขึ้นไปอย่างแน่นอน! จากความสามารถระดับ C- ของตนคงไม่มีทางไล่ตามไปทันแน่! ยิ่งไปกว่านั้น กำลังกายของเขาก็ใกล้จะหมดแล้ว!
กลุ่มคนที่ก่อนหน้านี้อยู่ข้างหลังเขาค่อยๆ ทยอยกันแซงหน้าขึ้นไป ทว่าพวกเขากลับไม่กล้าเข้าใกล้พวกไอวี่ในระยะประชิด แม้ว่าก่อนหน้านี้ถังอวี่จะสาธิตให้พวกเขาดูเป็ตัวอย่างแล้วว่าไม่ถูกเตะออก
ขืนปล่อยให้เป็แบบนี้ต่อไปคงไม่ใช่วิธีที่ดี เขาไม่อยากรอเพิ่มอีกหนึ่งปี
ถังอวี่วิ่งพลางสอดส่องสายตามองไปรอบๆ ดูว่ามีอะไรสามารถใช้เดินทางแทนเท้าได้บ้าง ทันใดนั้นดวงตาก็เปล่งประกายวับ!
ที่นี่มีรถโฮเวอร์คาร์อยู่จริงด้วย!
ถังอวี่เปลี่ยนเส้นทางออกไปทันที คนเ่าั้เห็นก็นึกว่าถังอวี่ยอมแพ้ไปแล้ว มีคนหนึ่งอดเยาะเย้ยขึ้นมาไม่ได้ “คนสมรรถภาพร่างกายไม่ถึงเกณฑ์ยังกล้ามาสมัครเข้าโรงเรียนทหารอันดับหนึ่ง น่าขายขี้หน้าจริงๆ”
ทว่าคนมีคุณสมบัติทางร่างกายอ่อนแอเช่นเดียวกับถังอวี่ก็มีไม่น้อยเลยทีเดียว คำพูดของคนผู้นั้นสร้างความโกรธเคืองให้กับพวกเขาได้อย่างไม่ต้องสงสัย เพียงแต่ตอนนี้พวกเขาไม่มีเวลามาถือสาเื่รกสมองเหล่านี้ แต่ถ้าเข้าเรียนได้แล้วก็อาจจะมีเวลาว่างมาคิดก็ได้ เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงจดจำรูปร่างหน้าตาของคนพูดไว้ในสมอง จะได้แก้แค้นได้ทุกเมื่อ!
เดิมทีเฉิงเวยกำลังวิ่งตามคนเ่าั้อย่างเหน็ดเหนื่อยเช่นกัน ได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายแล้วก็ไม่สบอารมณ์อย่างมาก แม้อยากจะด่าสวนกลับไปในทันที แต่ตอนนี้แม้แต่จะหายใจเขายังหายใจไม่ทัน จึงทำได้แค่ใช้สายตาจ้องเขาเขม็งอย่างโกรธแค้น
คนพวกนั้นเป็พวกสมองกลวงไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็แบบนั้นด้วย เขาไม่คิดหรอกนะว่าอยู่ดีๆ ถังอวี่จะเปลี่ยนทิศทางโดยไม่มีสาเหตุ เขาจะต้องมีเหตุผลของเขาแน่นอน! ยังไงเขาก็เป็คนที่กล้าวิ่งตามกลุ่มรุ่นพี่อย่างเปิดเผยในระยะประชิดขนาดนั้น!
เฉิงเวยเบิกตากว้างเมื่อเห็นถังอวี่วิ่งไปทางโฮเวอร์คาร์คันหนึ่ง แบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอ!
พอลองนึกดูดีๆ ตอนรุ่นพี่แจ้งภารกิจก็เหมือนจะไม่ได้บอกห้ามใช้โฮเวอร์คาร์ เทียบแล้ว อย่างแย่ที่สุดก็เข้าเรียนช้าไปหนึ่งปี ถึงยังไงก็ดีว่าต้องวิ่งจนขาดอากาศหายใจแต่ไม่ได้เข้าเรียนแถมยังต้องทำงานอีกหนึ่งปี!
หลังตัดสินใจได้แล้ว เฉิงเวยก็วิ่งตามถังอวี่ไป
คนเ่าั้ไม่ได้เยาะเย้ยเฉิงเวยที่ปลีกตัวออกจากกลุ่มไปเป็เพราะพวกไอวี่เร่งระดับความเร็วขึ้นอีกแล้ว!
ถังอวี่วิ่งมาถึงรถโฮเวอร์คาร์ด้วยความเร็วสูงสุดของตน พบว่าภายในรถมีคนคนหนึ่งนั่งอยู่ โฮเวอร์คาร์ที่เขาใช้โดยพื้นฐานแล้วล้วนเป็ระบบขับขี่อัตโนมัติ น้อยมากที่จะมีคนขับรถโฮเวอร์คาร์เป็
ถังอวี่นิ่งงันไปชั่วขณะหนึ่ง ครู่เดียวก็ตั้งสติกลับมาได้
“ขอโทษนะครับ รถของคุณคันนี้รับผู้โดยสารหรือเปล่าครับ”
คนขับรถเป็คุณลุงวัยกลางคน ได้ยินคำถามของถังอวี่แล้วก็กลอกตาใส่เขาเล็กน้อย “ก็ต้องรับอยู่แล้วสิ ไม่อย่างนั้นลุงจะมาจอดอยู่ที่นี่ทำไม”
พอได้ยินว่ารับผู้โดยสาร ถังอวี่ก็รีบขึ้นรถทันที ก่อนจะชี้มือไปทางกลุ่มของไอวี่ที่กำลังจะหายไปจากสายตา “ช่วยตามพวกเขาไปได้ไหมครับ”
แววตาคุณลุงวัยกลางคนเป็ประกาย “แน่นอนอยู่แล้ว จะให้รอเพื่อนเธอด้วยหรือเปล่า”
เพื่อนเหรอ ถังอวี่งงงัน เขามีเพื่อนที่ไหนกัน
ทันใดนั้นเอง หน้าต่างของรถโฮเวอร์คาร์ก็มีเสียงเคาะกระจกดังมา เด็กหนุ่มหน้าตาดีผมสีทองตาสีฟ้าคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าถังอวี่
ถังอวี่ “…” เขาไม่รู้ตัวเลยจริงๆ ว่าด้านหลังของเขายังมีอีกคนตามมาด้วย
อีกฝ่ายคงเป็เหมือนตนสินะ ถังอวี่ขยับไปนั่งอีกด้านทันที อีกฝ่ายก็มุดตัวเข้ามาอย่างคล่องแคล่วแล้วคลี่ริมฝีปากยิ้มกับถังอวี่
ไม่รอให้ถังอวี่ทันได้พูดอะไร คุณลุงวัยกลางคนก็ะโขึ้น “นั่งให้ดีละ!”
เสียงฟิ้วดังขึ้น โฮเวอร์คาร์พุ่งตัวบินไปอย่างรวดเร็ว!
ไม่ใช่ทุกคนที่มัวแต่ก้มหน้าเร่งรีบเดินทาง ยังมีคนสังเกตเห็นถังอวี่กับเฉิงเวยอยู่ด้วยเช่นกัน พอเห็นทั้งสองคนขึ้นโฮเวอร์คาร์ไล่ตามคนข้างหน้า คนเ่าั้ก็พากันเบิกตาอ้าปากค้าง
“เอาจริงดิ! ทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอ!”
จู่ๆ ก็รู้สึกว่าตัวเองโง่บรมเลย! มีรถโฮเวอร์คาร์ยังจะวิ่งทำบ้าอะไร!