ยอดยุทธชุดชมพู

    78.ไป๋หลงโรคจิต

    78.ไป๋หลงโรคจิต

                   จิตมารถูกเผาไหม้จิตวิญญาณจนสุดท้ายจิตของพวกมันแหลกสลาย เหลือทิ้งไว้เพียงแต่ร่างไร้วิญญาณของเหล่ามนุษย์ที่พวกมันสิง ซึ่งกลับมามีสภาพแห้งเหี่ยวเหมือนเดิม

                   เมื่อค่ายกลไร้ผู้ควบคุมพลังอำนาจของค่ายกลก็ค่อยๆหมดสิ้นพิษสง ไป๋หลงขยับยิ้มเหี้ยมเกรียม  จ้องหงซือจิน ด้วยดวงตาสีแดงเพลิงที่เต็มไปด้วยความอาฆาต ประกาศกร้าว “เจ้าตายแน่!”

                   หงซือจินได้ยินแล้วสะดุ้งด้วยความตกใจความขี้ขลาด ความหวาดกลัวอันเป็นสันดานเดิมของตน พลันกลับมาอีกครั้ง

                   ขณะนั้นเองไป๋หลงพลันทำท่าเหมือนบีบขยำบางอย่างกลางอากาศ

                   หงซือจินพลันหน้าซีดเผือดยกมือกุมหน้าอกข้างซ้ายด้วยความเจ็บปวด สีหน้าทุกข์ทรมาน ที่แท้สิ่งที่ไป๋หลงกำลังบีบก็คือหัวใจของหงซือจิน...

                   ความหวาดกลัวของหงซือจินพลันวิ่งพล่านเมื่อได้รับรู้ชีวิตมนุษย์ของตนนั้นเปราะบางเพียงใดขอเพียงแค่อีกฝ่ายออกแรงมากหน่อย หัวใจของตนต้องถูกบีบแหลกเหลวในชั่วพริบตา...ดูท่าว่าวันนี้ตนคงยากที่จะมีชีวิตรอดไปได้แล้ว!

                   ขณะที่หงซือจินกำลังหวาดหวั่นต่อความตายอยู่นั้น “ตูม!”เสียงระเบิดพลันดังกึกก้องไปทั่วทั้งถ้ำ

                   “อ๊ากกกก”เสียงกรีดร้องของจิตมารทั้งหลายดังขึ้นในเวลาเดียวกันก่อนจะเงียบหายไปอย่างรวดเร็ว

                   หงซือจินรีบกางเกราะเวทเพื่อป้องกันแรงระเบิดได้ทันในชั่วพริบตาดีที่จอมมารเตือนเรื่องไป๋หลงจะระเบิดพลังเอาไว้แต่แรงระเบิดของพลังชีวิตแห่งเทพมังกรก็ยังทำให้เกราะเวทของหงซือจินแตกละเอียดภายในพริบตา

                   หงซือจินพลันหลั่งเหงื่อด้วยความตกใจคิดไม่ถึงว่าเกราะเวทที่จอมมารสอน จะสู้พลังระเบิดของไป๋หลงไม่ได้ ในชั่วขณะหงซือจินคิดว่าตนจะถูกพลังของไป๋หลงทำร้ายจู่ๆก็พบว่าแรงระเบิดหยุดลง เมื่อจู่ๆคนชุดดำข้างหลังตนซึ่งเป็นผู้คุ้มกัน กางเกราะเวทขึ้นป้องกันได้ทันเวลา

                   ‘เฮ้อ’หงซือจินแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก‘โชคดีที่มีคนผู้นี้อยู่’คิดพลางเหลือบมองชายชุดดำที่สูงกว่าตนเกือบช่วงศีรษะซึ่งมายืนบังตรงหน้าตนตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ สองมือของคนผู้นั้น ดันเกราะเวทเอาไว้ขณะถ่ายเทพลังเวทหล่อเลี้ยงเกราะไว้ ไม่ให้ถูกพลังของเทพมังกรทำลายจนแตก

                   เหล่าจิตมารถูกไฟมังกรเผาพร้อมกับกายเนื้อที่พวกมันสิงถูกระเบิดออกเป็นชิ้นๆ

                   เลือดจากกายเนื้อนับสิบร่างพุ่งอาบกระจายไปทั่วพื้นดิน เนื้อกลายเป็นชิ้นๆมีสภาพเลอะเลือนแทบจะแยกไม่ออกว่าชิ้นเนื้อเหล่านั้นมาจากส่วนใดของร่างกาย!

                   กลิ่นคาวเลือดและกลิ่นเนื้อมนุษย์สดๆถูกย่าง ต่างปลิวหวือ กระเด็นตกไปยังส่วนต่างๆของถ้ำจนเกลื่อนพื้น

                   มีลูกตา และสมองลอยหวือมากระแทกเกราะเวทอย่างรุนแรง ก่อนจะแตกดัง “โผละ!” ไหลย้อยอาบเกราะเวท

                   “โอ้ก...อ้วกกกก”หงซือจินโก่งคออาเจียนขณะจมูกเหม็นกลิ่นคาวเลือด และกลิ่นเนื้อมนุษย์ถูกย่างสด

                   “โอ้ก...อ้วกกกก”หลังจากอาเจียนอีกสองสามรอบจนหมดไส้หมดพุงหงซือจินก็เงยหน้าขึ้นแล้วพบว่า

                   ไป๋หลงกำลังเดินฝ่าเปลวเพลิงสีขาวมาทางตนด้วยสภาพ เลือดท่วมตัว ผมเผ้าสยาย เลือดไหลหยดตามเส้นผม ขณะที่ดวงตาสีแดงเพลิงเต็มไปด้วยความอาฆาตยามจ้องหงซือจินคล้ายผีร้ายที่ผุดขึ้นจากนรก!  

                   หงซือจินหวาดกลัวจนร่างแข็งทื่อดวงตาเบิกกว้าง ฉายชัดถึงความขลาดเขลาที่ซ่อนลึกอยู่ภายใต้จิตใจ

                   ไป๋หลงแสยะยิ้มสมเพชเมื่อเห็นความหวาดกลัวจากหงซือจิน“ฮึ...เจ้ามันก้แค่มนุษย์ที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง”ไป๋หลงแบะปากทำสีหน้าดูถูกหงซือจิน“สงสารก็แต่เหล่ามนุษย์โง่เขลาที่เห็นเจ้าเป็นสหาย สุดท้ายต้องมาลงเอย ถูกหลอกใช้เป็นเครื่องมือตาอนาถ”ไป๋หลงกล่าวขณะนึกกเห็นใจเหล่าสหายของหงซือจินก่อนจะยกมือสะบัดไปทางเปลวเพลิงสีขาว ให้พุ่งกระจายไปทั่วทั้งถ้ำ เพื่อเผาไหม้ชิ้นส่วนของเนื้อมนุษย์ทั้งหลายให้กลายเป็นเถ้าถ่านในชั่วพริบตา

                   หงซือจินแอบหลั่งเหงื่อด้วยความหวาดกลัวต่อเปลวเพลิงสีขาวแม้ว่าตนจะอยู่ภายใต้การคุ้มครองของเกราะเวททว่าจากอานุภาพร้ายแรงของเปลวเพลิงก็ทำให้หงซือจินนึกหวาดกลัว

                   ส่วนทางไป๋หลง แม้ว่าจะโกรธแค้นเหล่าปีสองที่รุมเล่นงานตนและผองเพื่อนเพียงใด แต่คนเหล่านั้นก็ได้สิ้นชีพไปแล้วหลังถูกจิตมารกัดกินเลือดเนื้อ ดังนั้นถือได้ว่าความแค้นได้จบสิ้นลงแล้วนับแต่พวกเขาได้ตายลงส่วนร่างของพวกเขาที่ถูกระเบิดเป็นชิ้นๆเหล่านี้ ไป๋หลงก็ตั้งใจจะเผาทำลายเพื่อเป็นการทำศพให้แก่พวกปีสอง ดีกว่าปล่อยให้เป็นซากชิ้นเนื้อ น่าอนาถใจทิ้งไว้ในถ้ำแห่งนี้

                   ไป๋หลงขมวดคิ้วเมื่อพบความผิดปกติบางอย่าง...‘วิญญาณของพวกปีสองหายไปไหน?’ไป๋หลงตั้งข้อสงสัยเมื่อมองไปทางใดก็ไม่พบวิญญาณแม้แต่ดวงเดียว

                   ปกติแล้วเมื่อมนุษย์ตายวิญญาณออกจากร่างสมควรที่ร่างต้องถูกมองเห็น แต่นี่กลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย...

                   ‘เหอะ...เวทลวงตาเวทลวงตาอีกแล้ว!’ไป๋หลงคิดด้วยความโมโห มีใครบางคนกำลังใช้เวทมายาปิดบังเส้นทางของดวงวิญญาณที่หายไป! เวทลวงตานี้แข็งแกร่งมากมากเสียจนไป๋หลงไม่สามารถมองฝ่ามันไปได้

                   ไป๋หลงใช้ญาณทิพย์ตรวจหาเผื่อว่าจะพบแหล่งที่มาของผู้ใช้เวทลวงตา ทว่ากลับหาไม่พบ ดังนั้นจึงตัดสินใจหันมาจัดการกับเรื่องของหงซือจินก่อน

                   ไป๋หลงยืนจ้องชายลึกลับที่กำลังกางเกราะเวทเพื่อช่วยคุ้มกันหงซือจินจากแรงระเบิด ขณะเอ่ยถาม

                   “เจ้าเป็นใคร!”ไป๋หลงกล่าวขณะหรี่ตามอง คนลึกลับ พลางนึกสงสัยในตัวคนผู้นี้ขึ้นมาอย่างรุนแรงเนื่องจากไม่สามารถรับรู้ได้ถึงพลังของคนผู้นี้เลย คล้ายกับว่าเขากำลังเก็บงำกลิ่นอายพลังของตนเอาไว้

                   “เปรี้ยง!”คนผู้นั้นซัดพลังเวทเข้าใส่ไป๋หลงเป็นคำตอบ 

                   “มารดามันเถอะ!”ไป๋หลงก่นด่าขณะกระโดดหลบได้ฉิวเฉียด ชายเสื้อไหม้ไปเล็กน้อย ขณะที่หูได้ยินเสียง ระเบิดดังตูม!เมื่อพลังนั้นกระเเทกเข้ากับผนังถ้ำ จนฝุ่นปลิวคลุ้ง

                   โชคดีที่เพดานถ้ำสูงมากดังนั้นจึงไม่มีหินถล่มลงมา สร้างความวุ่นวายให้ต้องคอยระวังก้อนหินไปด้วย ขณะต่อสู้

                   “เจ้าเป็นใครกันแน่!”ไป๋หลงตวาดก่อนจะขว้างลูกบอลไฟในมือเข้าใส่อีกฝ่ายในทันที

                   ชายชุดดำก้าวออกจากเกราะเวทก่อนจะตวัดผ้าคลุมม้วนรับลูกบอลไฟอย่างบ้าระห่ำ

                   “วืด...”เสียงลูกบอลไฟถูกตวัดดูดเข้าไปในผ้าคลุมแทนที่ลูกบอลไฟจะเผาทำลายผ้าคลุมนั้น แต่มันกลับหายสาบสูญไปเสียเฉยๆคล้ายว่าไม่เคยมีมาก่อน

                   ไป๋หลงอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงคิดไม่ถึงว่าชายลึกลับสามารถใช้เวทเคลื่อนย้ายพลังเวทได้ด้วย...วิชาเคลื่อนย้ายพลังเวทนี้เป็นของเผ่าเทพและคนที่สามารถใช้ได้มีไม่มากนัก

                   หากสู้กับผู้ที่มีความสามารถเช่นนี้การจะตัดสินแพ้ชนะก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไปในเมื่อไป๋หลงเหลือพลังชีวิตเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น

                   “เหตุใดเจ้าจึงใช้วิชาของเผ่าเทพได้!”ไป๋หลงตวาดขณะเรียกดาบที่เกิดจากพลังเวทของตนมาไว้ในมือเตรียมสู้รบกับคนลึกลับ

                   ขณะที่หงซือจินแต่เดิมนึกหวาดกลัวไป๋หลงผู้หลุดออกจากค่ายกลจะเล่นงานตนเองพลันยกยิ้มชั่วร้ายด้วยความยินดี ที่ไป๋หลงเจอก้างขวางคอเข้าให้

                   หงซือจินจดจ้องมองไป๋หลงสายตาที่คล้ายกับอสรพิษ จ้องจะฉกกัดเล่นงานได้ทุกเมื่อหากว่าพลั้งเผลอ ก่อนจะเอ่ยปาก“รีบจัดการนางเสีย! แยกร่าง แยกวิญญาณ ให้นังสารเลวนี่เป็นคนปัญญาอ่อนไปตลอดกาล ฮ่า ฮ่าฮ่า”หงซือจินหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง แววตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง“ในที่สุดฟ้าก็เข้าข้างข้า ส่งคนมาจัดการกับนังสารเลวนี่!”

                   ขณะที่หงซือจินกำลังพูดพล่ามอยู่นั้นจู่ๆกลับพบว่า ชายลึกลับหันกลับมายกเท้าถีบเข้าใส่หน้าท้องของตน รู้ตัวอีกทีก็ถูกถีบกระเด็นเกือบอัดเข้ากับผนังถ้ำแล้วหากตนไม่มีพลังเวทที่จอมมารให้มาช่วยเอาไว้

                   “เจ้า...เจ้าทำบ้าอะไร!”หงซือจินกุมหน้าท้องขณะโกรธจนหน้าแดงก่ำชี้หน้าชายลึกลับที่บังอาจทำร้ายตน

                   “สุนัขรับใช้อย่างเจ้าอย่ามาเห่าหอนให้ข้ารำคาญใจ”ชายลึกลับผู้นั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงรังเกียจร่ายเวทสาปให้ร่างของหงซือจินแข็งค้างไม่สามารถขยับตัวได้

                   “เจ้า...เจ้าจะทำอะไร!”หงซือจินร้องด้วยความตื่นตระหนกเมื่อพบความผิดปกติดูเหมือนว่าคนผู้นี้กำลังคิดจะเล่นงานตน! “เจ้าเป็นใครกันแน่!หรือว่าเจ้าไม่ใช่คนของจอมมาร!”        

                   ชายลึกลับดึงผ้าคลุมหน้าลงทำให้ใบหน้าได้ชัดเจน

                   “เยี่ยนเฟย!”ไป๋หลงร้องด้วยความตกใจ

                   หงซือจินได้ยินดังนั้นก็พลันขมวดคิ้วเนื่องจากจำได้ว่าเยี่ยนเฟยผู้นี้คือองค์ชายของอาณาจักรฉิน ซึ่งจอมมารกล่าวว่าในอดีตชาติเคยเกิดเป็นบุตรของจอมมาร

                   “เป็นข้าเอง”น้ำเสียงของเยี่ยนเฟยอบอุ่นยามกล่าววาจากับไป๋หลงก่อนจะหันไปมองหงซือจิน“ส่วนคนผู้นี้ข้ายกให้เจ้าจัดการตามใจชอบ จะฆ่าจะทรมานอย่างไรก็เชิญ”

                   หงซือจินได้ยินดังนั้นพลันสีหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ    ด้วยคิดไม่ถึงว่าเพียงพริบตาตนก็กลายเป็นฝ่ายที่ถูกเล่นงานอีกแล้ว!“จะ...เจ้าทรยศจอมมาร!”หงซือจินชี้หน้าเยี่ยนเฟยทว่าอีกฝ่ายมองกลับมาด้วยแววตาเฉยชา ราวกับจะบอกว่า ‘แล้วยังไง’

                   ไป๋หลงหรี่ตามองเยี่ยนเฟยอยู่ครู่นึงครุ่นคิดว่าขณะนี้เขาอยู่ฝ่ายตนเองหรือฝ่ายของจอมมาร ‘ข้าหวังว่าข้าจะดูคนไม่ผิด’ไป๋หลงคิดขณะมองเยี่ยนเฟย ตัดสินใจว่าเยี่ยนเฟยน่าจะอยู่ฝ่ายตน

                   ไป๋หลงหันไปแสยะยิ้มให้หงซือจิน“พี่ชาย...เรามาเล่นกันเถอะ!”

                   หงซือจินยังไม่ทันได้อ้าปากพูดอะไร จู่ๆก็พบว่าไป๋หลงมาปรากฏตรงหน้าแล้ว!

                   “ผลัวะ!”ไป๋หลงยกเท้าถีบเข้าที่อกของหงซือจินจนกระเด็นร่างกระแทกถูกผนังถ้ำเสียงดังสนั่น! “ตูม!”

                   หงซือจินรู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าตนหูอื้อ ตาพร่าลาย ทั่วทั้งตัวปวดร้าว  

                   “พรวด”ก่อนจะกระอักเลือดออกมากองใหญ่ขณะจ้องไป๋หลงที่มายืนอยู่ตรงหน้าตนด้วยความเกลียดชัง

                   ไป๋หลงแสยะยิ้มขณะที่ดวงตา วาวโรจน์ด้วยโทสะ พลังแห่งเทพมังกรแผ่ปกคลุมไปทั่ว

                   หงซือจินพลันรู้สึกถึงความน่าเกรงขามของพลังเทพมังกรอีกครั้งตอนนี้คล้ายกับว่าตนเป็นเพียงไส้เดือนที่พร้อมจะถูกบดขยี้ให้ตายอย่างง่ายดาย

                   “ข้ายังไม่ลืมว่าเจ้าตบข้าพี่ชายข้าจะตอบแทนท่านอย่างสาสมเลยละ!!”ไป๋หลงกล่าวขณะหยิบแส้ที่ผูกไว้ข้างเอวออกมา

                   “เพียะ!”แส้ในมือไป๋หลง เคลื่อนไหวราวกับงูสะบัดลงข้างแก้มของหงซือจิน

                   “โอ๊ย!”หงซือจินร้องด้วยความเจ็บปวด ขณะที่เกิดแผลตื้นๆขึ้นข้างแก้มเลือดไหลซิบ

                   “นางสารเลว!”หงซือจินด่า “แน่จริงเจ้าก็มาสู้กับข้าอย่างยุติธรรม อย่ามาตรึงร่างข้าไว้แบบนี้เจ้ามันเทพไร้ยางอาย รู้จักแต่รังแกมนุษย์อ่อนแอ!”หงซือจินก่นด่าเคียดแค้นที่ตนไม่มีโอกาสได้ใช้พลังที่จอมมารมอบให้จัดการกับไป๋หลง

                    “มนุษย์?”ไป๋หลงว่าพลางแบะปากมองหงซือจินด้วยแววตาเหยียดหยาม ที่ทำให้หงซือจินโกรธจนหน้าเปลี่ยนสี “ชั่วช้าเลวทรามอย่างเจ้า ไม่คู่ควรกับคำว่ามนุษย์อย่างเจ้ามันเหมาะกับคำว่าสัตว์นรกมากกว่า!”ไป๋หลงว่าพลางฟาดแส้ซ้ำแผลเดิมของหงซือจิน

                   “เพียะ/เพียะ/เพียะ”เสียงกระหน่ำฟาดแส้ลงบนแผลเดิมที่ใบหน้าของหงซือจินครั้งแล้วครั้งเล่า ขณะหงซือจินกรีดร้องอย่างเจ็บปวด

                   แผลบนหน้าของหงซือจินแตกยับเหวอะหวะ จนเนื้อปลิ้นออกมา เมื่อฟาดใบหน้าของหงซือจินจนเสียโฉมไป๋หลงก็นั่งพิจารณาแผลบนใบหน้าของหงซือจินอย่างพึงพอใจ ขณะกำลังครุ่งคิดว่าจะทรมานหงซือจินอย่างไรดีเสียงก่นด่าก็ดังขึ้นเสียก่อน

                   “เจ้ามันชั่วช้าโรคจิต!รังแกคนไม่มีทางสู้ เจ้ามันเดรัจฉาน ไม่สมควรเป็นเทพ!”หงซือจินกัดฟันข่มความเจ็บปวดขณะด่าสตรีตรงหน้าที่กำลังนั่งพิจารณาแผลของตนซ้ำตอนนี้ยังจับมดบนพื้นมาโยนลงบนแผลของตน ทำให้คันยุบยิบทรมานแบบสุดๆซ้ำยังแสบแผลไปทั้งหน้า 

                   “อ่า...เจ้าด่าได้ถูกต้อง”ไป๋หลงว่าพลางแสยะยิ้มยิ้มในแบบที่ทำให้หงซือจินขนลุก ยิ้มได้เหมือนโรคจิตมาก!

                   ไป๋หลงเสกรังมดมาหนึ่งรังก่อนจะใช้นิ้วดีดแรงๆไปที่รังมดสองสามที ทำให้มดนับสิบตัวหล่นใส่บาดแผลของหงซือจินไป๋หลงแสยะยิ้มเมื่อเห็นหงซือจินคันจนหนังหน้ากระตุกขณะที่แหกปากร้องลั่นโวยวายด้วยความทรมาน “คันหน่อยนะเพราะข้าใส่ผงคันลงไปในรังมดด้วย...

                   หงซือจินกัดฟันดังกรอดๆด้วยความเคียดแค้นชิงชังจนแทบจะกระอักเลือดออกมา นึกอยากจะบีบคอเทพมังกรโรคจิตให้ตายคามือ ทว่าทำได้เพียงแต่นอนนิ่งให้อีกฝ่ายทรมานตามใจชอบ

                   “ข้าจะให้เข้าได้เห็นว่าข้าโรคจิตได้มากกว่านี้!”ไป๋หลงกล่าวขณะหยิบถุงหนังใบเล็กออกจากข้างเอว มือข้างนึงสวมถุงมือหนัง ใช้นิ้วคีบหยิบบางอย่างในถุงออกมาแล้วยื่นไปใกล้ๆ  หน้าของหงซือจินเพื่อให้อีกฝ่ายดูได้ถนัดๆ

                   หนอนอวบอ้วนตัวเท่านิ้วโป้งกำลังดิ้นดุกดิกไปมา อยู่ในระยะประชิด หงซือจินเห็นแล้วถึงกับหน้าถอดสีขณะที่มดบนหน้าของหงซือจินแตกฮือหนีคนละทิศคนละทางเมื่อได้กลิ่นอายของหนอนเลือดซึ่งเต็มไปด้วยพิษที่มีกลิ่นฉุนรุนแรง

                   เจ้าหนอนอ้วนนี้หงซือจินรู้จักเป็นอย่างดีมันคือหนอนเลือด เป็นหนอนที่กินเลือดเป็นอาหาร หากเข้าไปอยู่ในร่างของสิ่งมีชีวิตมันจะควบคุมร่างกายของสิ่งมีชีวิตนั้น คล้ายกับมันคือผู้ชักใยเชิดหุ่น....

                   หงซือจินเคยเห็น ผู้ใช้พิษในองค์กรทมิฬของมารดาใช้เจ้าหนอนเลือดในการทรมานผู้คนเพื่อให้คายความลับออกมาหรือทำให้ผู้ที่ถูกหนอนสิงร่าง กลายเป็นเป็นหุ่นเชิด ทำตามคำสั่งทุกอย่าง....

                   “เจ้า...เจ้าจะทำอะไรข้า!”หงซือจินตื่นตระหนกสีหน้าซีดเผือดด้วยนึกไม่ถึงว่าวันนึงตนจะกลายเป็นหุ่นเชิดให้ผู้อื่นชักใยหรือถูกเจ้าหนอนเลือดนี้เล่นงาน

                   “ตอนแรกข้าก็ไม่ได้จะใช้มัน แค่จะทุบตีเจ้า หักแขนหักขาเลาะเส้นเอ็นเจ้าเล่น”ไป๋หลงแกว่งเจ้าหนอนอ้วนตรงหน้าหงซือจิน

                   เจ้าหนอนดิ้นพล่านอยากกระโดดเข้าหาบาดแผลบนหน้าหงซือจินใจจะขาดแต่ติดตรงที่ถูกไป๋หลงคีบเอาไว้ มันจึงทำได้เพียงแค่ดิ้นไปมาด้วยความอยากกินเลือดขณะที่ไป๋หลงกล่าวต่อ

                   “แต่พอเจ้า ชมว่าข้าโรคจิตข้าก็เลยต้องทำให้เจ้าเห็นว่าโรคจิตที่ว่าเป็นอย่างไร...”ไป๋หลงแสยะยิ้มขณะค่อยๆวางหนอนลงบนจมูกของหงซือจิน... แต่นิ้วที่คีบหางหนอนไว้ยังไม่ยอมปล่อยทำให้เจ้านอนได้แต่ดิ้นบนจมูกของหงซือจิน

                   “อ๊ากกกก”หงซือจินกรีดร้องโหยหวนด้วยความขยะแขยงและหวาดกลัว“เอามันออกไป เอามันออกไป!”หงซือจินกรีดร้องลั่น สองตาปูดโปนแทบจะถลนออกจากเบ้าด้วยรู้ดีว่าจุดจบของคนที่ถูกหนอนเข้าสู่ร่างได้ มีเพียงความตายเท่านั้นเป็นคำตอบ!

                   “เกรงว่าจะไม่ได้...เพราะข้าในตอนนี้คือ...โรคจิต!”ไป๋หลงว่าพลางปล่อยหางหนอน ทำให้เจ้าหนอนดีดตัวเข้าหาแผลของหงซือจินด้วยความเร็วสูงเพราะกระหายเลือด

                   “และข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้ามาเป็นเสี้ยนหนามในชีวิตข้าได้อีกต่อไปข้าจะให้เจ้าเป็นหุ่นเชิดของข้า ก่อนทรมานเจ้าแล้วปล่อยให้เจ้าค่อยๆตายลง!”ไป๋หลงกล่าว ขณะมองหนอนน้อยผลุบหายเข้าไปในแผลเหวอะหวะบนหน้าของหงซือจิน 

                   เสียงกรีดร้องของหงซือจินดังโหยหวนไปทั่วทั้งถ้ำเจ็บปวดจนอยากจะดิ้นทุรนทุราย แต่ร่างกายกลับไม่ยอมขยับเพราะถูกตรึงร่างเอาไว้ด้วยเวทมนต์

                   ผิวหนังบนใบหน้าของหงซือจินปูดโปนขึ้นเป็นรอยนูน เคลื่อนที่ไปมาบนผิวหน้าอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะชอนไชไปยังส่วนอื่นๆ หงซือจินเจ็บปวดจนใบหน้ากระตุกสองตาเหลือกถลนแทบจะหลุดจากเบ้าตา ขณะที่นอนยังวิ่งพล่านไปตามแขนขาวิ่งผ่านที่ใดผิวหนังก็จะปูดโปนขึ้นมา

                   ไป๋หลงสบสายตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นของหงซือจินก่อนจะขยับลุกขึ้นยืน แล้วยกเท้าเหยียบหน้าข้างที่เต็มไปด้วยบาดแผลของหงซือจินทำให้หงซือจินกรีดร้องอีกครั้งทั้งเจ็บปวดทั้งเคียดแค้นที่ถูกสตรีเหยียบหน้า

                   สิ่งที่เลวร้ายที่สุดสำหรับคนหยิ่งทะนงและดื้อรั้นอย่างหงซือจินก็คือการถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม...คนแบบนี้ถ้าปล่อยให้ตายเฉยๆไม่สะใจเท่าถูกทำลายศักดิ์ศรีจนย่อยยับ!

                   “แน่จริงเจ้าก็ปล่อยข้า!”หงซือจินตวาดใส่คนที่เหยียบอยู่บนหน้าตนด้วยแววตาเคียดแค้น

                   “ปล่อยแน่...”ไป๋หลงยิ้มเย็นเยือกชวนให้ขนหัวลุก “แต่ต้องหลังจากที่ข้าทรมานเจ้าจนพอใจเสียก่อน!” กล่าวขณะขยี้ปลายเท้าลงบนแผลเหวอะหวะของหงซือจินจนเลือดเปรอะเปื้อนรองเท้าของไป๋หลง ขณะที่แผลของหงซือจินเหวอะหวะยิ่งกว่าเดิม

                   เยี่ยนเฟยมองการกระทำของไป๋หลงแล้วคิดในใจ ‘ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติก่อนเจ้าไม่เคยยอมเสียเปรียบใครเลยจริงๆ’ยิ้มอย่างนึกเอ็นดูนางไม่อ่อนแอเกินไป ไม่แข็งกร้าวเกินไปเป็นคนที่รู้จักเมตตาผู้อื่นขณะเดียวกันคนที่ควรแค้นควรตายนางก็ล้วนจัดการได้อย่างเหมาะสม

                   หลังจากคิดจบแววตาที่เคยอ่อนหวาน เอ็นดูพลันแปรเปลี่ยนเป็นโหยหายามจ้องมองไปที่ไป๋หลง ‘และข้าจะนำเจ้าในชาติก่อนกลับมาให้ได้!’

                    “พลั่ก”เสียงไป๋หลงกระทืบลงไปที่หน้าอกของหงซือจินแววตาของไป๋หลงเฉยชาไร้ซึ่งความเมตตาใดๆ

                   “พรวด!”หงซือจินกระอักเลือดออกมาขณะที่เลือดไหลย้อมเลอะปากและคาง ยังไม่ทันที่หงซือจินจะได้หายใจต่อ

                   “พลั่ก!”ไป๋หลงก็กระทืบเข้าที่ข้อมือของหงซือจินอีกข้าง

                   “กรอบ!”เสียงกระดูกข้อมือของหงซือจินหัก

                   “อ๊ากกกกก”หงซือจินแหกปากร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด

                   “มือของข้า อ๊ากมือของข้า”หงซือจินร้องโวยวายด้วยความตกใจและเจ็บปวด

                   สภาพของหงซือจินใบหน้าเหวอะหวะไปครึ่งฉีกเสียโฉม เลือดไหลย้อมไปครึ่งหน้า ทั่วทั้งตัวเต็มไปด้วยฝุ่นดินผมเผ้ายุ่งเหยิงเสียทรง ข้อมือบิดงอผิดรูป สีหน้าคล้ายคนเสียสติเข้าไปทุกที

                   ไป๋หลงมองหงซือจินด้วยสีหน้าเย็นชาไร้ซึ่งความรู้สึกเห็นใจใดๆ

                   “ชั่วชีวิตของเจ้าควรจะเป็นคุณชายผู้ชั่วร้ายมีชีวิตอยู่ท่ามกลางอำนาจมากมาย สุขสบายไปจนแก่เฒ่า!”ไป๋หลงกล่าวขณะขยี้ปลายเท้าลงบนมือข้างที่หักของหงซือจินขณะที่หูได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและเคียดแค้นของหงซือจิน

                   “แต่เพราะเจ้าล้ำเส้นแบ่งของโลกมนุษย์และโลกของเทพมาร เจ้าเลือกเข้าฝ่ายมารดังนั้นเจ้าต้องมีชะตาตกอับชะตาชีวิตบิดเบือน ถูกทรมานให้ตายทั้งเป็นไปชั่วชีวิต!”ไป๋หลงกล่าวถึงชะตาของหงซือจิน

                   “ไม่...ไม่จริง!”หงซือจินปฏิเสธ“ข้าเกิดมามีชะตาสูงส่งข้าจะได้เป็นองค์ชาย ในอนาคตก็จะได้ครองบัลลังก์ต่อจากบิดาของข้า!”

                   ไป๋หลงได้ยินแล้วเหยียดยิ้มสมเพช“เจ้ายังกล้าคิดฝันถึงบัลลังก์อีกหรือ”

                   “บัลลังก์ต้องเป็นของข้า....เป็นของข้า!”หงซือจินโวยวายอย่างไม่ยินยอม

                   “หากเจ้าไม่เห็นด้วยตาตนเองเจ้าคงไม่ยอมเชื่อในสิ่งที่ข้าพูด”ไป๋หลงกล่าวขณะมองหงซือจินที่ใกล้จะเป็นบ้าเข้าไปทุกที“ถ้าเช่นนั้นข้าจะให้เจ้าได้มีชีวิตอยู่ เพื่อรอดูจุดจบของบิดามารดาเจ้ารวมทั้งองค์กรทมิฬ!”

                   “เจ้า...เจ้าจะทำอะไร!”หงซือจินตะคอกใส่ด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง

                   “ให้เจ้าได้เห็นความจริง”กล่าวขณะขยับนิ้วเบาๆหนอนในร่างของหงซือจินก็ขยับเขยื้อนทำให้หงซือจินที่กำลังคลุ้มคลั่งสงบลงในฉับพลัน เพราะถูกหนอนเข้าควบคุม “เจ้ารออีกไม่นานจะได้เห็น”ไป๋หลงกล่าวขณะขยับนิ้วอีกครั้งหงซือจินก็พลันเข้าสู่นิทรา

                   “ข้ารับรองได้ว่าสิ่งที่เจ้าจะได้เห็นจะทำให้เจ้าเจ็บปวดเจียนตาย...”ไป๋หลงแสยะยิ้มเมื่อนึกถึงสิ่งที่เตรียมไว้ให้หงซือจิน

    คล้ายกับเรื่องยอดยุทธชุดชมพู ที่คุณอ่าน