ในความคิดของคราม เขารู้ดีว่าเ้าสำนักศิลาอยากให้ลูกสาวเป็นักปรุงโอสถอย่างที่เธอตั้งใจ แม้ว่าการแสดงออกดูไม่ค่อยเห็นด้วยสักเท่าไร นั่นก็เพราะความเป็ห่วงในฐานะผู้เป็พ่อ ย่อมไม่อยากให้ลูกสาวต้องเผชิญกับความยากลำบาก และอันตราย
การเป็นักปรุงโอสถ แม้มองเผินๆ จะดูเป็เพียงการมุ่งปรุงโอสถก็ตาม แต่ความเป็จริงนั้น ไม่ต่างอะไรกับการนักผจญภัยที่ต้องฝ่าฟันอันตรายอย่างสุดจะคาดเดา เพราะสมุนไพรแต่ละชนิด ไม่ใช่ว่าจะหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาด จะต้องมีการสืบเสาะ บุกป่าฝ่าดง หรือไม่ก็ต้องใช้เงินมหาศาลในการประมูลเอาสมุนไพรที่้ามาให้ได้ แต่กระนั้นแทบจะไม่มีนักปรุงโอสถคนใดเลยจะใช้เงินซื้อสมุนไพรทั้งหมดได้ โอสถบางชนิดประกอบด้วยสมุนไพรหลายร้อยชนิด หากมัวแต่รอให้มีคนนำมาขายให้ มันไม่ต้องรอไปชั่วชีวิตหรอกรึไง!
กระนั้นการจ้างวานให้ผู้แข็งแกร่งไปเสาะหาสมุนไพรให้ ก็เป็อีกทางเลือกหนึ่งที่ทำให้ได้สมุนไพรมาตามที่้า แต่หากเขาผู้นั้นไปเจอคนที่ให้ราคาดีกว่าเล่า สมุนไพรก็ไม่ตกถึงมือผู้ว่าจ้างอยู่ดี บางทีก็ถูกโก่งค่าตัว และนี่เป็วงจรปกติในพิภพ หากนักปรุงโอสถนั้นไม่มีอิทธิพลมากพอ
แม้ว่าสำนักศิลาจะมีผู้แข็งแกร่งมากมายที่พร้อมจะตรากตรำหาสมุนไพรมาให้ปรางอย่างเต็มที่ กระนั้นปรางก็ยังไม่วายใจร้อนที่จะแอบหนีออกมาเพียงลำพัง เพื่อพิสูจน์ตัวเอง ครามเข้าใจสิ่งนี้ดี เหมือนกับสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ตอนนี้ ในบางกรณีการรอเพียงอย่างเดียว มันไม่ได้ให้คำตอบที่ดีเสมอไป การค้นหาและลองผิดลองถูกอาจนำมาซึ่งสร้างประสบการณ์ที่เธออาจไม่ควรพลาดเลยก็ได้
แต่ด้วยฝีมือสายพลังอิทธิระดับนักบำเพ็ญขั้นสุด ดูออกจะบุ่มบ่ามไปหน่อยในการเผชิญหน้ากับพยัคฆ์เขี้ยวพิษเพียงลำพัง
ทางฝ่ายเ้าสำนักศิลา เมื่อแวบแรกที่เห็นคราม แม้จะไม่ได้เห็นการต่อสู้ และการปรุงโอสถด้วยตาตัวเอง กระนั้นเมื่อทั้งห้าคนคอยตอกย้ำความเก่งกล้าและความสามารถในการปรุงโอสถของคราม ก็รู้สึกวางใจอย่างประหลาด
เด็กหนุ่มผู้นี้มีบางอย่างที่เขาทั้งรู้สึกคุ้นเคย และความน่าเกรงขามอยู่ แม้เขาจะนึกอย่างไร ก็นึกไม่ออก
ศิลา รีบตอบกลับอย่างไม่ลังเลในเงื่อนไขของคราม เพราะจากการที่ครามช่วยชีวิตลูกสาวของเขาไว้ได้ และยังบอกว่าจะสอนการปรุงยาให้อีก ต่อให้ต้องใช่ไพร่พลในการหาสมุนไพรทั้งป่านี้เขาก็ยินดี
“แต่มันติดอยู่เื่หนึ่ง ลูกสาวของข้ายังไม่บรรลุขั้นอภิญญา คงยังไม่มีวาสนาได้ปรุงยาระดับสามเป็แน่ น่าจะใช้เวลาอีก ปี หรือสองปี”
ศิลากล่าวโดยที่เขาเอาฐานการฝึกของอัจฉริยะในเมืองมาเป็ตัวเทียบว่าการบรรลุอภิญญาเร็วสุดนั้น 15 ปี แต่สำหรับความรู้ของครามในวันนี้ สามารถกระชับระยะทางให้สั้นลงได้
“ท่านลุงไม่ต้องกังวล สมุนไพรที่ข้าให้ท่านหามาให้ หนึ่งในนั้นจะสามารถทำให้ผู้ที่ติดอยู่ระดับนักบำเพ็ญระดับ 10 ทะลุไปถึงระดับอภิญญาได้ในเวลาอันรวดเร็ว”
ศิลาทุ่มตัวเขย่าไหล่ของครามอย่างดีใจ “จริงรึถ้าเป็แบบนั้น ข้ายอมทำทุกอย่างเพื่อเ้า”
กรณีนี้ครามรู้สึกว่าตนเองได้ประหยัดเวลาลงมาก เพราะตัวเขาไม่จำเป็ต้องหาสมุนไพรด้วยตัวเอง เขายังสามารถหาเวลาเพื่อบำเพ็ญตะบะได้อย่างต่อเนื่อง ตอนนี้เขารู้ตัวว่ากำลังจะได้เลื่อนไปสู่อภิญญาขั้นที่สองแล้ว ดังนั้นหากได้ ‘โอสถสดับวิเวก’ เขาจะสามารถเลื่อนขั้นได้เร็วขึ้นอย่างน้อยสามขั้นเลยทีเดียว แม้ว่าตลอดระดับจะสามารถใช้ได้เพียงครั้งเดียว ก็ถือว่าคุ้มค่า เพียงแค่เขาต้องบำเพ็ญให้ได้ถึงขั้นที่ 7 ก่อนเท่านั้น เมื่อเขาทานโอสถไปเขาจะบรรลุได้ถึงขั้นที่ 10 ในเวลาและเมื่อบรรลุขั้นที่ 10 เขาเพียงทาน ‘โอสถฌาณทะยานพรหม’ เขาก็จะก้าวสู่ระดับนักสิทธิ์ ด้วยเวลาเพียงไม่กี่วัน
นี่คือทางลัด!!!
เวลานี้ศิลาเรียกรวมพลเพื่อกลับสู่เมืองบนหุบเขาพยัคฆ์ ชื่อหุบเขานี้ตั้งตามประเภทของสัตว์วิเศษที่แข็งแกร่งในหุบเขา คือพยัคฆ์ ที่นี่จะยังมีพยัคฆ์อีกสองชนิดที่แกร่งกล้ามากกว่าพยัคฆ์เขี้ยวพิษ คือพยัคฆ์วารี และพยัคฆ์เมฆาอัคคี สัตว์ทั้งสองชนิดนี้เร้นกายอยู่ในป่าลึก น้อยคนที่จะพบเห็น หากพบกงเล็บของมันจะเป็ภาพสุดท้ายที่ได้เห็น แม้ว่าจะเป็นักสิทธิ์ระดับสูงก็เถอะ
“เอาล่ะเมื่อพร้อมแล้ว พวกเรากลับูเากัน” ศิลาร้องสั่ง
“ท่านลุง ข้าอยากให้ท่านรอข้าสักครู่ ข้ามีเื่ที่ต้องทำ”
“เ้าอยากให้ข้าช่วยอะไรหรือไม่”
“ไม่ ข้าเพียงขอเวลาไปรับสหาย” ครามเอ่ยพลางประกบมือ