“ คุณหนูเ้าคะ ข้านำน้ำที่คุณหนูสั่งมาแล้วเ้าค่ะ ”
เสวี่ยหรงมองไปยังสาวใช้ที่กำลังทำสีหน้าตื่นเต้น ภายในมือถือขวดแก้วบรรจุน้ำไว้ 2 ขวด แต่ละขวดมีน้ำราว 1 ลิตร เธอจึงลุกออกจากเตียงพลางมองไปยังหมอนใบเดิมที่ทำให้เธอเริ่มปวดคอ หากไม่เปลี่ยนหมอนเธอจะต้องไปพบหมออย่างแน่นอน
“ น้ำเหล่านี้คือสิ่งใดเช่นนั้นหรือเ้าคะ ”
“ ไม้จันทร์แช่เหล้า ”
เสวี่ยหรงรับขวดแก้วมาจากยี่ยี่ 2 ขวดแล้วเริ่มทำตามเสียงกระซิบภายในหัว หลังจากสกัดกลิ่นลำดับต่อไปคือการผสมกลิ่น ตามข้อมูลในอินเทอร์เน็ต น้ำที่ได้จากดอกส้มจะใช้ 3 ส่วน น้ำที่ได้จากดอกุ้ยฮวาและกลีบบัวจะใช้ 5 ส่วนและสุดท้ายน้ำที่ได้จากไม้จันทน์และอบเชยจะใช้ 2 ส่วน เสียงกระซิบบอกเธอเช่นเดียวกันจึงค่อยๆเทน้ำลงไปในขวดแก้วใบใหญ่ด้วยสัดส่วนที่เหมาะสมจากนั้นจึงปิดฝา
“เสร็จแล้วหรือเ้าคะ ”
“ เหลือบ่ม ”
“ นานหรือไม่เ้าคะ ”
“ นานเป็เดือน แต่เราจะใช้ยันต์ ”
ยี่ยี่มองไปยังยันต์แผ่นใหม่ มันมีราคาแพงกว่ายันต์ที่ใช้ไปก่อนหน้านั้นหลายเท่าเพราะให้ระยะเวลาที่ยาวนานกว่า เมื่อแปะยันต์ลงไปข้างขวดจากนั้นก็นำขวดแก้วไปฝังดินใต้ต้นท้อ เสวี่ยหรงก็ได้นั่งรอ อีก 1 ชั่วยามน้ำหอมชุดแรกจะเสร็จสมบูรณ์
“ นั่งนิ่งๆ ข้าจะดูดซับลมปราณต่อแล้ว ”
“ เ้าค่ะ ”
ยี่ยี่มองจุดที่ฝังขวดแก้วด้วยความตื่นเต้น เธออยากรู้ว่าน้ำหอมจะมีกลิ่นเช่นไร
เธอพอใจกับกลิ่นหอมที่ได้จากดอกส้ม ดอกกุ้ยฮวาและกลีบบัว คุณหนูของเธอกลับบอกว่ากลิ่นที่ได้จากน้ำหอมจะมากกว่านั้น เธอจึงตื่นเต้นจนเก็บซ่อนท่าทางเอาไว้ไม่มิด
พลังปราณมหาศาลหลั่งไหลเข้าสู่จุดตันเถียน การดูดซับพลังปราณจากธรรมชาติในครั้งนี้ทำให้เสวี่ยหรงมองเห็นเม็ดแสงขนาดเล็กในจุดที่ปราณจำนวนมากไหลเข้าไปรวมตัวกัน เธอไม่รู้ว่าจะต้องทำให้เม็ดแสงนี้ใหญ่เพียงใดถึงจะเรียกได้ว่าตันเถียนจึงพยายามเติมปราณเข้าไปเรื่อยๆจนกว่ามันจะเต็ม ไม่นานเธอก็ออกจากการดูดซับปราณ แม้จะรู้สึกว่าเวลาผ่านไปไม่นานมันกลับครบ 1 ชั่วยามแล้ว
“ คุณหนูเ้าคะ ข้าได้ยินเสียงมาจากข้างใต้ เหมือนมีบางสิ่งะเิเลยเ้าค่ะ ”
“ ค่อยๆขุดมันขึ้นมา ”
“ เ้าค่ะ ”
ยี่ยี่ค่อยๆใช้ช้อนขุดดินอย่างเบามือจนเห็นส่วนบนของขวดที่ฝังเอาไว้ เสียงะเิที่ได้ยินไม่ใช่เสียงขวดแตกแต่เป็เสียงปิดการทำงานของยันต์
หลังจากนำขวดขึ้นมาจากดินยี่ยี่ก็ได้ใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาดแล้วมองดูคุณหนูค่อยๆเปิดฝา
ปุง!
แรงดันทำให้เกิดเสียงะเิจนยี่ยี่ใ เธอรีบเก็บอาการหลังจากเห็นละอองสีขาวลอยออกมาจากข้างในขวด ทันใดนั้นเธอก็ได้กลิ่นหอมแตะปลายจมูก กลิ่นที่ส่งออกมาจากขวดผ่านการะเิหอมเป็อย่างมาก เธอจึงหันมองคุณหนูเพราะอยากรู้ว่าน้ำหอมที่หมายถึงเป็กลิ่นนี้หรือไม่ รอยยิ้มจากคุณหนูทำให้เธอรู้ได้ทันทีว่าสิ่งนี้คือน้ำหอมที่พูดถึง
“ ไปเตรียมขวดใบเล็กให้ข้าเร็ว ”
“ เ้าค่ะ ”
ยี่ยี่รีบวิ่งเข้าไปในบ้านแล้วนำขวดแก้วขนาดเท่ากำปั้นเด็กแรกเกิดมาวางเรียงกัน หลังจากนั้นเธอก็มองไปยังคุณหนูที่อุ้มขวดน้ำหอมขนาดใหญ่เดินตามเข้ามา
“ ค่อยๆเทมันลงไปในขวดนะ จากนั้นจึงปิดฝาด้วยจุกไม้พวกนี้ ”
“ เ้าค่ะคุณหนู ”
ยี่ยี่ใช้กระบวยที่ทำจากหยกค่อยๆตักน้ำหอมลงไปในขวดใบเล็กอย่างเบามือกลัวว่ามันจะหกลงไปบนพื้น เพียงหยดเล็กๆของมันอาจมีค่ามากกว่า 1 เหวินเธอจึงต้องระมัดระวัง
เสวี่ยหรงปล่อยให้ยี่ยี่ตักน้ำหอม เธอลองทดสอบความหอมของมัน
หลังจากยกขวดน้ำหอมขวดแรกขึ้นมาแตะไปยังบริเวณหลังมือ เธอก็ได้กลิ่นหอมสดชื่นจากดอกส้ม ผ่านไปสักพักกลิ่นหอมละมุนจากดอกกุ้ยฮวาก็เกิดตามมา หลังจากทิ้งไว้อีกสักพักกลิ่นหอมอบอุ่นของไม้จันทน์และอบเชยก็ตามมา นับว่าเป็กลิ่นหอมที่มีเสน่ห์ไม่น้อย
“ เสร็จแล้วเ้าค่ะ ”
“ ขวดนี้เป็ของเ้า ”
“ ให้ข้าจริงๆหรือเ้าคะ ” ยี่ยี่มองไปยังขวดน้ำหอมภายในมือของคุณหนู เธออยากได้มาก แต่ก็ไม่กล้ารับไว้เพราะมันเป็ของที่มีราคาแพง
“ รับไปเพราะเ้าต้องใช้มัน ต่อจากนี้ให้แต้มที่ข้อมือและหลังคอ ถ้ากลิ่นมันหมดไปแล้วให้บอกข้า แต่ถ้ากลิ่นยังไม่หมดอย่าพึ่งอาบน้ำ ข้าอยากรู้ว่ามันจะอยู่ได้กี่วัน ส่วนขวดนี้นำไปให้แม่นมหลิง ลุงหานและพ่อบ้านหวาง บอกพวกเขาด้วยว่าจะต้องใช้เช่นไร ถ้ากลิ่นไม่หมดอย่าอาบน้ำ”
“ เ้าค่ะ ”
ยี่ยี่รับขวดน้ำหอมแล้ววิ่งออกจากห้องปล่อยให้คุณหนูของเธออยู่กับน้ำหอมจำนวน 15 ขวดที่เหลืออยู่ หากนับขวดที่ให้คนในบ้าน เธอสามารถผลิตน้ำหอมได้ทั้งหมด 19 ขวด โดยใช้เงินไปทั้งหมด 45 เหลียง ค่าเครื่องหอมเพียง 12 เหลียงส่วนที่เหลือเป็ค่ายันต์
“ มันจะแพงเกินไปหรือไม่นะ ”
เสวี่ยหรงลูบคางเบาๆ เธอคิดจะขายมันในราคา 10 เหลียงต่อขวด นับว่าเป็จำนวนที่แพงไม่น้อยจนคิดว่าพี่สาวในหอคณิกาอาจจะไม่สามารถซื้อมันได้ เธอจึงลดราคาลงมาเหลือเพียง 5 เหลียง อย่างน้อยก็ได้กำไร 50 เหลียงต่อครั้งที่ผลิตออกมา
เธอยังไม่คิดจะทำน้ำหอมชุดที่สอง มันไม่ใช่เื่ยากเพราะมียันต์ที่สามารถลดระยะเวลาได้ ขอเพียงแค่เธอมีเงินเท่านั้น ปัญหาในตอนนี้คือการขายมัน เธอได้น้ำหอมที่จะขายแล้ว ต่อไปจึงต้องเข้าสู่แผนการณ์ดึงความสนใจของโรงเตี๊ยมตระกูลไป๋ให้เชิญเธอไปที่นั่นให้ได้
เมื่อมองออกไปข้างนอกเป็่บ่าย การเดินทางไปปัดเป่าพลังให้กับผู้คนในย่านที่เต็มไปด้วยขอทานอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ เสวี่ยหลงจึงเดินไปที่เตียงนอนโดยหวังว่าจะนอนดูดซับพลังปราณแทนการนั่งดู อย่างน้อยมันน่าจะสะดวกกว่า
แต่เมื่อมองไปยังหมอนเธอก็รู้สึกว่าการนั่งอาจจะดีกว่านอน ถึงอย่างนั้นเธอคิดว่าถ้าปล่อยหมอนเอาไว้เช่นนี้จะต้องนอนกับมันทุกๆคืน เธอจึงใช้มือหยิบหมอนขึ้นมาดู หากเป็ไปตามนิยายหมอนชนิดนี้ทำจากไม้ทรงสี่เหลี่ยมปูทับด้วยผ้าหลายชั้น
แต่เมื่อเธอยกหมอนขึ้นมาเบาๆเท่านั้น ส่วนปลายด้านหนึ่งของหมอนก็หล่นออกมา ลักษณะของมันเป็ฝาทรงสี่เหลี่ยมเธอจึงหันส่วนปลายที่มีชิ้นส่วนหล่นมาส่องดูก่อนจะพบเข้ากับรูข้างใน
ภายในรูที่ส่องเข้าไปมีหนังสือจำนวนหนึ่งยัดเอาไว้ เธอจึงเกิดความสงสัยว่าผู้ใดนำหนังสือเหล่านี้มายัดเอาไว้ภายในหมอน
“ หนังสืออันใดกัน ”
หนังสือปกสีน้ำตาลอ่อนถูกนำออกมาวางเรียงกัน ความหนาของหนังสือทั้ง 4 เล่มต่างกันพอสมควรทำให้รู้ว่าเนื้อหาด้านในจะต้องมีความแตกต่าง
เสวี่ยหรงที่ได้อ่านตัวอักษรบนหน้าปกเล่มแรกถึงขั้นขมวดคิ้วเข้าชนกัน สิ่งที่ซ่อนเอาไว้ใต้หมอนเล่มแรกคือหนังสือโคจรลมปราณพื้นฐานของตระกูลม่อ
หนังสือเล่มที่สองคือความรู้พื้นฐานด้านการเขียนยันต์ เล่มที่สามเป็หนังสือสร้างค่ายกลพื้นฐาน สำหรับเล่มที่สี่เป็หนังสือสอนวรยุทธ์ท่าเท้าพื้นฐานของตระกูลม่อ
เธอจึงรีบเปิดอ่านเนื้อหาข้างใน เพียงแค่กวาดตามองครั้งเดียวก็สามารถจดจำเนื้อหาทั้งหมดได้
“ ม่อเสวี่ยหรงเป็ลูกสาวคนเล็ก นางมีความซุกซนั้แ่วัยเด็กจนถึงเหตุการณ์สังหารหมู่ ขอบคุณความซุกซนของเ้านะม่อเสวี่ยหรง ข้าไม่คิดว่าจะได้ทักษะรวดเร็วเพียงนี้ ฮ่าๆๆ ”
ตัวละครม่อเสวี่ยหรงถูกพูดถึงใน่ต้นเื่อยู่บ่อยครั้ง แต่เธอจำได้ว่าไม่มี่ใดเลยที่ผู้เขียนบอกเกี่ยวกับจุดที่ม่อเสวี่ยหรงซ่อนสิ่งของ ผู้เขียนอธิบายเพียงแค่ว่าตัวละครม่อเสวี่ยหลงซุกซนมักนำหนังสือและตำราที่ได้จากคนรอบตัวไปซ่อนเอาไว้เพราะเกียจคร้านที่จะเรียน
ฟ้าที่มาอยู่ในร่างของม่อเสวี่ยหรงที่พบเจอหนังสือใต้หมอนจึงเกิดความรู้สึกตื่นเต้น หากว่าม่อเสวี่ยหรงชอบซ่อนสิ่งของที่พี่ชายทั้งหลายมอบให้ ไม่ว่าจะเป็หนังสือหรือตำราหายาก หมายความว่าบ้านหลังนี้อาจจะมีสมบัติอีกหลายอย่างที่ไม่ถูกขโมยไป ต่อให้มันจะเป็แค่หนังสือก็ตาม สิ่งเ่าั้กลับถูกมองว่าเป็สมบัติกับเธอในตอนนี้
เสวี่ยหรงพยายามนึกย้อนอดีต มี่ใดของนิยายบ้างที่พูดถึงตระกูลม่อ เธอคาดหวังว่าตนเองจะได้เจอขุมทรัพย์ที่ซ่อนเอาไว้เหมือนกับตอนนี้ที่เจอหนังสือภายในหมอน
ทันใดนั้นเธอก็จำได้ว่ามี่หนึ่งของเื่ได้ปรากฎกองกำลังปริศนาที่ใช้ทักษะของตระกูลม่อ พวกเขากลายเป็หนึ่งในกองกำลัง่กลางเื่จนเกือบจะถึงท้ายเื่ที่บุกทำลายพรรคมาร์
จากความทรงจำ ผู้เขียนไม่ได้เอ่ยถึงที่มาที่ชัดเจนของคนกลุ่มนี้มากนัก มีเพียงแค่การอธิบายเอาไว้ว่าพวกเขาค้นพบสมบัติตกทอดของตระกูลม่อจึงได้รับวรยุทธ์ของตระกูลนี้มา
“ สมบัติตระกูลม่อจะอยู่ที่ใดไม่ได้อีกนอกจากตระกูลม่อ แล้วตระกูลม่อซ่อนสมบัติไว้ที่ใดล่ะ ? ”
เสวี่ยหรงลุกออกจากเตียงแล้วเริ่มค้นห้องของเธอ แม้จะไม่มีการพูดถึงห้องลับของตระกูลม่อ เธอคิดว่ามันจะต้องมีอยู่อย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นผู้เขียนคงไม่อธิบายเกี่ยวกับกองกำลังปริศนาที่หยิบยกมามีบทบาทใน่หนึ่งของเื่เพื่อเสริมกำลังให้กับกลุ่มคนที่บุกโจมตีพรรคมาร
ตระกูลม่อไม่มีสาขาย่อย พวกเขาสร้างตระกูลขึ้นที่เมืองชุยฉานทางทิศใต้ของทวีปเพียงเท่านั้น หมายความว่าห้องลับจะต้องอยู่ภายในตระกูล เพียงแต่ว่าไม่มีผู้ใดรู้ กลุ่มคนที่ทิ้งตระกูลก็อาจจะไม่รู้เช่นเดียวกัน
กองกำลังปริศนาภายในเื่อาจจะเข้ามาสำรวจตระกูลม่อหลังจากม่อเสวี่ยหรงถูกสังหารจนพบเข้ากับห้องลับที่ว่า เธอจึงพยายามค้นห้องของตนเป็ลำดับแรก .