บทที่ 46 การเปลี่ยนแปลง พลังแปดแสนจิน
เมื่อเซียวอวิ๋นบรรลุคัมภีร์ฮุ่นตุ้นขั้นที่สามสิบหกอย่างสมบูรณ์ เขาสัมผัสได้ถึงรัศมีมงคลโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้า ดอกบัวทองผุดขึ้นจากพื้นดิน บานสะพรั่งงดงาม รัศมีเทพเจ้าแผ่ไปทั่วฟ้า มังกรและหงส์โบยบิน ปราณมงคลปรากฏจากบูรพา
เงามหาเต๋าถึงสามสิบสายปรากฏขึ้นเบื้องหลังของเขา แสงศักดิ์สิทธิ์ห้าสีส่องสว่างทั่วฟ้าดิน แผ่รัศมีเจ็ดสีไปทั่วสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้น
ภาพมหัศจรรย์และประตูแห่งความลึกลับปรากฏขึ้นมากมาย สำเนียงมหาเต๋าดังก้องซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ ราวกับเสียงตวาดมหาเถระสำนักพุทธ เปรียบเซียนเต๋าราดน้ำอมฤตรดศีรษะ ดังก้องกังวานในใจของเซียวอวิ๋น
สีหน้าของเขาเคร่งขรึมน่าเกรงขาม ดื่มด่ำราวกับเมามาย ราวได้พบสายฝนในทะเลทราย ทำให้ชีวิตชีวาผลิบาน ธุลีในดวงจิตถูกชำระล้างในพริบตา ดั่งกระจกแห่งโพธิญาณอันปราศจากฝุ่นละออง
ในขณะนี้ กายเนื้อของเซียวอวิ๋นเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง จากร่างกายคนธรรมดาก้าวขึ้นสู่กายาระดับราชา เข้าสู่ก้าวแรกของการครอบครองร่างต้นกายาฮุ่นตุ้นแล้ว
"นี่คือร่างต้นกายาฮุ่นตุ้นหรือ?"
ในชั่วขณะนี้ เซียวอวิ๋นหยุดการฝึกฝนแล้ว เขาพินิจเข้าไปในร่างกายและพบว่าเลือดเนื้อ อวัยวะภายใน และกระดูกของตนล้วนเกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงคุณภาพ แต่ละส่วนเรืองรัศมีหลากสีออกมา ดูศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่ง
ยามเดียวกัน เซียวอวิ๋นรู้สึกว่ากายเนื้อของตนแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม ปราณโลหิตเดือดพล่าน ชีวิตชีวาเต็มเปี่ยม เต็มไปด้วยพลังที่ใช้ไม่หมด คาดว่าเพิ่มขึ้นอย่างน้อยหนึ่งแสนจิน
กล่าวคือ ตอนนี้เซียวอวิ๋นมีพลกำลังถึงแปดแสนจินแล้ว ก้าวเข้าสู่ขอบเขตต้องห้ามที่เจ็ดเป็นที่เรียบร้อย
นี่ก็เป็นเรื่องปกติ เพราะการมีกายาระดับราชาขั้นสาม ย่อมมีพลังแข็งกล้ากว่าร่างกายคนธรรมดาถึงหนึ่งแสนจินได้
เซียวอวิ๋นรู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก ด้วยพลังต่อสู้เช่นนี้ ยามเขาเข้าสู่รังมังกร จะมีผู้ใดเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้
เหลือเฟือพอกวาดล้างศัตรูที่แข็งแกร่งทั้งปวงได้อย่างราบคาบ
แน่นอนว่า นี่ต้องขอบคุณประมุขศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นที่ช่วยกดทับพลังบำเพ็ญของเขาไว้ มิเช่นนั้น บัดนี้เขาคงจะขึ้นถึงขอบเขตคูหาสวรรค์ไปแล้ว
สำหรับเซียวอวิ๋นแล้ว เขาไม่ได้รีบร้อนที่จะเลื่อนขอบเขตสู่คูหาสวรรค์เลย สิ่งที่เขาต้องการคือการบรรลุถึงจุดแข็งแกร่งที่สุดในทุกขั้น เพื่อสร้างรากฐานอันสูงส่งที่สุด
นี่คือการเลือกที่เหมือนกันของเหล่าอัจฉริยะผู้เลอเลิศ
สำหรับเหล่าอัจฉริยะผู้เลอเลิศเหล่านั้น การยกระดับพลังบำเพ็ญไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย สิ่งที่พวกเขาต้องการคือการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งที่สุด นี่ต่างหากคือความมั่นใจในการก้าวขึ้นสู่ขอบเขตมหาจักรพรรดิในอนาคตของพวกเขา
หากไม่มีรากฐานที่แข็งแกร่ง ก็ไม่มีโอกาสก้าวขึ้นเป็นมหาจักรพรรดิ
เป้าหมายของเซียวอวิ๋นแน่นอนว่าคือการเป็นมหาจักรพรรดิ ดังนั้นเขาจึงไม่รีบร้อนที่จะเพิ่มพลังบำเพ็ญ อย่างไรเสียเมื่อมีรู้แจ้งอยู่ การเพิ่มพลังบำเพ็ญของเขาก็รวดเร็วราวกับน้ำไหลลงคูอยู่แล้ว ง่ายดายยิ่งนัก
"ศิษย์ของผู้อาวุโสสูงสุด เซียวอวิ๋นมีพรสวรรค์เหนือธรรมดา สร้าง 'ร่างต้นกายาฮุ่นตุ้น' สำเร็จ ข้าจึงขอเลื่อนขั้นเขาเป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์" ในขณะนั้น เซียวอวิ๋นก็ได้ยินเสียงของประมุขศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นดังออกมา
เซียวอวิ๋นลืมตาขึ้นทันที มองไปยังประมุขศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นที่อยู่เบื้องหน้า รีบค้อมกายคำนับ "ขอบพระคุณประมุขศักดิ์สิทธิ์ที่ปกป้องข้า!"
เขารู้ว่าประมุขศักดิ์สิทธิ์อยู่ฝ่ายเดียวกับเขา จึงให้ความเคารพอย่างยิ่ง
ประมุขศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นชื่นชมเซียวอวิ๋นมาก กล่าวยิ้ม ๆ ว่า "บุตรศักดิ์สิทธิ์ไม่ต้องมากพิธีหรอก การได้เห็นบุตรศักดิ์สิทธิ์สร้างร่างต้นกายาฮุ่นตุ้นทำให้ข้ารู้สึกยินดีนัก นี่คือเรื่องน่าปีติของสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นของพวกเรา หวังว่าบุตรศักดิ์สิทธิ์จะพยายามต่อไป มุ่งมั่นสร้างกายาฮุ่นตุ้นโดยเร็ว นำพาสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นของพวกเราให้รุ่งเรือง"
เซียวอวิ๋นพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ดวงตาเด็ดเดี่ยว "ประมุขศักดิ์สิทธิ์โปรดวางใจ ศิษย์จะต้องสร้างกายาฮุ่นตุ้นให้ได้แน่นอนขอรับ"
ประมุขศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นพยักหน้า จากนั้นหันไปกล่าวเรียบ ๆ กับตงเสินหวังบนท้องนภา "ตงเสินหวัง บัดนี้เซียวอวิ๋นก็เป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์แล้ว ตามกฎสำนัก การต่อสู้ระหว่างบุตรศักดิ์สิทธิ์ ตราบใดที่ไม่ใช่การฆ่าฟันศิษย์ร่วมสำนัก พวกเราก็ไม่อาจเข้าไปแทรกแซงได้นะ"
สีหน้าของตงเสินหวังดำมืดดั่งผืนน้ำ เขากล่าวเสียงเย็นชา "ตี้เทียนรับศิษย์ชั้นดีคนหนึ่งมาจริง ๆ หวังว่าต่อไปเขาจะสามารถสร้างกายาฮุ่นตุ้นได้นะ!"
พูดจบ ตงเสินหวังก็เหินจากไป
หลี่ปู้ฝานยืนค้างกับที่ลำพัง ชั่วขณะนั้นรู้สึกงุนงงไม่รู้จะทำอย่างไร เขามองดูเซียวอวิ๋นที่อยู่ด้านล่าง ในใจสุดแสนระทม
เซียวอวิ๋นเป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว มีตำแหน่งเท่าเทียมกับเขา ต่อไปเขาก็ไม่สามารถใช้ตำแหน่งมาข่มเหงเซียวอวิ๋นได้อีกแล้ว
และเซียวอวิ๋นก็สามารถยืมพลังของระฆังฮุ่นตุ้นได้ภายในสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้น พลังของเขาย่อมแข็งแกร่งกว่าตนแน่นอน
เป็นที่ชัดเจนว่า ต่อไปถ้าเขาไม่อยากดวงกุด เมื่อเจอเซียวอวิ๋นก็ต้องหลบไปให้ไกล ๆ
เรื่องนี้ทำให้หลี่ปู้ฝานรู้สึกยอมรับไม่ลงอย่างยิ่ง
ขณะนี้ เซียวอวิ๋นก็มองไปที่หลี่ปู้ฝานเช่นกัน เขาถามประมุขศักดิ์สิทธิ์ด้วยรอยยิ้มว่า "ประมุขศักดิ์สิทธิ์ ถ้าเช่นนั้น ขอเพียงข้าไม่ทำลายพลังบำเพ็ญของหลี่ปู้ฝาน ไม่ฆ่าเขาเสีย ข้าก็สามารถทำร้ายเขาได้ตามใจชอบใช่หรือไม่ขอรับ?"
ประมุขศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นได้ยินดังนั้นก็หน้าเหวอ ครู่ต่อมาจึงพูดเรียบ ๆ ว่า "ขอเพียงไม่เกี่ยวข้องกับชีวิต ไม่ทำร้ายพลังบำเพ็ญของบุตรศักดิ์สิทธิ์ เราจะไม่สอดมือเข้ายุ่งกับความแค้นระหว่างบุตรศักดิ์สิทธิ์”
เมื่อกล่าวจบ ประมุขศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นก็เหินจากไป
เซียวอวิ๋นแค่นยิ้มเย็นชา มองไปยังหลี่ปู้ฝานที่อยู่บนท้องฟ้า เอ่ยพลางกำหมัดแน่น "หลี่ปู้ฝาน เจ้าได้ยินหรือไม่ ต่อไปข้าเจอเจ้าหนึ่งหน ก็จะซัดเจ้าหนึ่งหน..."
ยังไม่ทันที่เซียวอวิ๋นจะพูดจบ หลี่ปู้ฝานที่อยู่บนท้องฟ้าก็หนีไปเสียแล้ว ความเร็วนั้นทำให้เซียวอวิ๋นถึงกับตะลึง
"เวรกรรม ดูท่ายามนี้คงยังไม่มีวิธีจัดการเจ้านี่" เซียวอวิ๋นรู้สึกจนปัญญา
แม้ว่าเขาจะสามารถใช้พลังของระฆังฮุ่นตุ้นเอาชนะหลี่ปู้ฝานได้ แต่เขาก็เพิ่งอยู่ในขอบเขตหลอมกายาเท่านั้น ยังมิอาจเหาะเหิน ความเร็วจึงสู้หลี่ปู้ฝานไม่ได้เลย
หากหลี่ปู้ฝานต้องการหนีจริง ๆ เซียวอวิ๋นก็ไล่ตามไม่ทัน
"ฮึ รอข้ากลับจากรังมังกร ยกระดับพลังบำเพ็ญก่อนเถอะ แล้วจะมาชำระบัญชีกับเจ้า" เซียวอวิ๋นแค่นเสียงเย็น แล้วรีบโยนหลี่ปู้ฝานออกจากความคิด หลี่ปู้ฝานผู้ต่ำต้อยเช่นนี้ เขาไม่เก็บมาใส่ใจหรอก
ผู้ที่จะถูกเขามองว่าเป็นคู่ต่อสู้ได้ อย่างน้อยต้องเป็นสุดยอดกายาเท่านั้น ส่วนหลี่ปู้ฝานนั้นยังห่างไกลนัก
"ศิษย์พี่!"
"ศิษย์พี่เซียว!"
ในเวลาเดียวกัน ลุงฝู หลินเสี่ยวหย่า และสีชุนอวี่ต่างเดินเข้ามา
เซียวอวิ๋นประจักษ์ทันทีว่าสีชุนอวี่และหลินเสี่ยวหย่ามีพลังบำเพ็ญเพิ่มขึ้นมาก จึงทักยิ้ม ๆ ว่า "ขอแสดงความยินดีด้วย พลังบำเพ็ญของพวกเจ้าก้าวหน้าไปมากเลย!"
"ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณโอกาสที่ศิษย์พี่เซียวมอบให้!" สีชุนอวี่กะพริบดวงตางามพราวระยับมองมายังเซียวอวิ๋น ในใจนางตื่นเต้นยิ่งนัก คราวนี้พลังบำเพ็ญของนางเพิ่มขึ้นมากเหลือเกิน ก้าวเข้าสู่ขอบเขตคูหาสวรรค์ได้ในคราวเดียว ประหยัดเวลาบำเพ็ญเพียรอันยากลำบากไปหลายสิบปี
ด้านข้าง หลินเสี่ยวหย่าก็พูดด้วยสีหน้ายินดีว่า "ศิษย์พี่ ตอนนี้ข้าอยู่ในขอบเขตสะพานเทพขั้นสมบูรณ์แล้วนะ ข้าแซงหน้าเจ้าไปไกลแล้ว"
เซียวอวิ๋นยิ้มน้อย ๆ กล่าวว่า "เช่นนั้นเจ้าก็คงไปที่รังมังกรกับข้าไม่ได้แล้วสิ"
หลินเสี่ยวหย่าได้ยินดังนั้นก็หน้าเหี่ยวในบัดดล
ลุงฝูที่อยู่ข้าง ๆ พูดกลั้วหัวเราะ "ไม่มีตัวถ่วงอย่างนางผู้นี้ นายน้อยก็เป็นอิสระในรังมังกรมากขึ้นนะ”
“จริงด้วยแฮะ!” เซียวอวิ๋นได้ยินดังนั้นก็หัวเราะลั่นออกมาอย่างอดไม่ได้
"พวกท่าน..." หลินเสี่ยวหย่าที่อยู่ข้าง ๆ พองแก้มกระทืบเท้า จ้องพวกเขาด้วยสีหน้าไม่พอใจ
ฟิ้ว!
ในตอนนั้นเอง ตี้เทียนก็ลงมาจากฟ้า เขาไพล่มือประสานไว้ด้านหลัง เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มและสีหน้าเปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจ
เซียวอวิ๋นเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของตี้เทียนก็เดาได้ว่าอาจารย์ของตนเป็นฝ่ายชนะ จึงกล่าวแสดงความยินดีด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม "ท่านอาจารย์เก่งจริง ๆ ถึงกับสามารถเอาชนะยอดฝีมือขอบเขตนภาที่ขอบเขตเหนือกว่าได้"
ต้องทราบว่า ตี้เทียนอยู่ในขอบเขตเหนือสามัญเท่านั้น โดยทั่วไปแล้วผู้บำเพ็ญขอบเขตเหนือสามัญเมื่ออยู่ต่อหน้ายอดฝีมือขอบเขตนภาก็เปรียบเสมือนเด็กน้อย ไม่อาจต้านทานสิ่งใดได้เลย
แต่ตี้เทียนกลับสามารถเอาชนะยอดฝีมือขอบเขตนภาที่ขอบเขตเหนือกว่าได้ จากจุดนี้จึงเห็นได้ว่าพลังของตี้เทียนน่าเกรงขามเพียงใด
"แค่คนไร้ค่าในขั้นต้นขอบเขตนภาเองน่า ด้วยกายาฮุ่นตุ้นครึ่งขั้นของข้า หากยังเอาชนะเขาไม่ได้ ก็คงเป็นการดูหมิ่นกายาฮุ่นตุ้น อันดับหนึ่งในบรรดาสุดยอดกายาเสียแล้ว"
ตี้เทียนโบกมือด้วยท่าทีไม่ใส่ใจ จากนั้นก็มองดูเซียวอวิ๋นด้วยสีหน้าปลาบปลื้ม พลางรำพึง "ศิษย์รัก เจ้าเก่งกว่าอาจารย์มากนัก สามารถสร้างร่างต้นกายาฮุ่นตุ้นได้เร็วถึงเพียงนี้ ในอนาคตเจ้าต้องสร้างกายาฮุ่นตุ้นที่แท้จริง ไร้ผู้ใดเทียบในใต้หล้าได้แน่แท้"
แม้เขาจะต่อสู้กับตงอวี้ถังอยู่บนท้องนภา แต่จิตสัมผัสของเขาก็ยังมองเห็นทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องล่างได้
ยามที่ตงเสินหวังปรากฏกายมาจัดการเซียวอวิ๋นนั้น ที่จริงแล้วตี้เทียนนี่เองที่ถ่ายทอดวจีเรียกประมุขศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นมา มิเช่นนั้นเจ้าคิดว่าประมุขศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นจะมาทันการณ์เช่นนี้หรือ
ยังดีที่ภายหลังได้เห็นเซียวอวิ๋นสร้างร่างต้นกายาฮุ่นตุ้นได้ ทำให้ตี้เทียนรู้สึกตื่นเต้นยิ่งนัก
ยามนี้ ยิ่งตี้เทียนมองศิษย์ตรงหน้าก็ยิ่งรู้สึกพึงพอใจ เขารู้สึกตื่นเต้นเหลือแสน เพราะมีผู้สืบทอดอย่างแท้จริงแล้ว
เซียวอวิ๋นไม่ทราบถึงการกระทำทั้งหมดของอาจารย์ เมื่อได้ยินคำพูดของตี้เทียนเอ่ยยิ้ม ๆ "อาจารย์วางใจเถอะขอรับ ศิษย์จะต้องสร้างกายาฮุ่นตุ้นให้ได้แน่นอน"
เขามุ่งหวังกับสิ่งนี้อย่างยิ่ง
กายาฮุ่นตุ้นได้รับการจัดอันดับเป็นที่หนึ่งในสิบสุดยอดกายา ถูกขนานนามนับตั้งแต่โบราณกาลว่าเป็นกายาพิเศษที่แข็งแกร่งที่สุดในหมื่นภพแสนภูมิ
เซียวอวิ๋นรู้สึกใจร้อนรนอยู่บ้าง เมื่อใดที่เขาสร้างกายาฮุ่นตุ้นสำเร็จ ก็จะเป็นยามเทพมังกรเย้ยผยองเก้าชั้นฟ้า