"เจ้าแน่ใจจริงๆหรือว่าจะชนะได้ทุกคน!"
เฉาจิ้งหงเอ่ยถามออกมาอย่างลังเล
"ถ้าท่านไม่เชื่อข้าก็รับพนันกับข้าสิ!"เทียนฉินไม่ตอบแต่เอ่ยออกมาอย่างสบายๆ
"ฮึ่ย! เอาอย่างนั้นก็ได้ ข้าจะลองเชื่อใจเจ้าดูสักครั้ง!"เฉาจิ้งหงคิดอยู่ไม่นานก็ตัดสินใจได้ในที่สุด
"ว่าแต่ท่านจะลงคะแนนเท่าไหร่กันดี!"
เทียนฉินเอ่ยถามออกมาอย่างคาดหวัง
"หนึ่งพันคะแนน!"เฉาจิ้งหงเอ่ยออกมาอย่างมั่นใจ
"มันจะไม่น้อยไปหรอกรึ?"เทียนฉินถามกลับทันทีที่ได้รู้ถึงจำนวนของคะแนนที่จะใช้เดิมพัน
"ไม่น้อยไปหรอก เจ้าอย่าลืมไปว่าการพนันแบบของเจ้ามันเพิ่มคะแนนไปเรื่อยๆเชียวนะ อีกอย่างถ้ามากเกินไปกว่านี้ คนที่รับพนันอาจจะไม่มีคะแนนมาให้พวกเราก็เป็นได้"เฉาจิ้งหงเอ่ยออกมาอย่างผู้มีประสบการณ์
"มีแบบนี้ด้วยรึ! อย่างนี้เขาไม่เรียกว่าโกง
กันรึอย่างไร?"เทียนฉินเอ่ยออกมาอย่างสงสัย
"อันที่จริงการพนันก็เป็นสิ่งที่ทางนิกายไม่ได้รับรองไว้ให้อยู่แล้ว เพียงแต่เจ้าต้องเลือกผู้ที่รับพนันที่น่าเชื่อถือสักหน่อย ไม่เช่นนั้นอาจสูญเสียคะแนนไปเปล่าๆได้!"เฉาจิ้งหงออกปากเตือนเทียนฉิน
"ถ้าอย่างนั้นเรื่องนี้ข้ามอบให้ท่านจัดการก็แล้วกัน!"เทียนฉินเอ่ยออกมาอย่างไม่ได้สนใจนัก ที่จริงแล้วหนึ่งพันคะแนนสำหรับเขานั้นเป็นเพียงแค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้นเอง
"เจ้าไว้ใจได้เลยข้าไม่ยอมให้ใครมาโกงได้หรอก!"เฉาจิ้งหงเอ่ยออกมาอย่างมั่นใจ
จากนั้นเทียนฉินได้มอบคะแนนให้เฉาจิ้งหงไปจัดการ ก่อนจะหันมาดูการประลองที่เหลือก็พบว่าใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว
เวลาผ่านไปไม่นานเมื่อได้ผู้เข้าแข่งขันครบหนึ่งร้อยคนแล้ว ชายวัยกลางคนคนนั้นก็ประกาศออกมาว่าสิ้นสุดการระลองรอบคัดเลือกแล้ว วันพรุ่งนี้จะทำการประลองอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง
ทุกคนที่รออยู่จึงได้เริ่มทยอยกันกลับที่พักของตนเอง เทียนฉินเดินมาทางศิษย์พี่ทั้งสองของเขาทันทีหลังจากสิ้นเสียงการประกาศของชายวัยกลางคน
"เทียนฉินคารวะศิษย์พี่ทั้งสอง!"เทียนฉินก้มศรีษะลงเล็กน้อยพร้อมกับกุมมือทำความเคารพทันทีที่เดินมาถึง
"เจ้าก็คงผ่านรอบต่อไปเหมือนกันสินะ!"
เป็นล่งฉินจ้าวที่เดินมาโอบไหล่พลางถามอย่างอารมณ์ดี
"อืม!"เทียนฉินเอ่ยออกมาเพียงสั้นๆก่อนที่ทั้งสามจะพากันเดินกลับที่พัก
รุ่งเช้าวันใหม่ หลังจากที่ทั้งสามนัดแนะกันไว้ ก็ได้เดินทางมาที่ลานประลองพร้อมกัน บริเวณลานประลองล้วนอัดแน่นไปด้วยผู้คน ซึ่งมีทั้งผู้ที่มาประลองรวมถึงผู้ที่ไม่มีสิทธิ์เข้าแข่งขันแต่มาเพื่อรับชมความสนุกสนานนั่นเอง
เพียงไม่นานชายคนสองคนเดินออกมาด้านหน้า ก่อนที่ชายร่างใหญ่คนหนึ่งจะหันไปกระซิบกับคนข้างๆ ถ้าเทียนฉินจำได้นี่ก็คืออาวุโสเหลียงกับอาวุโสเหยามู่ที่อยู่ในห้องประชุมวันนั้นนี่เอง จากนั้นอาวุโสเหลียงจึงเริ่มประกาศด้วยเสียงดังฟังชัด
"ได้เวลาแล้ว การประลองในรอบแรกจะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ ณ บัดนี้ ขอให้ศิษย์หนึ่งร้อยคนที่ผ่านการคัดเลือก ก้าวออกมาข้างหน้าเพื่อทำการสุ่มหมายเลขในการประลองรอบนี้
พอน้ำเสียงสิ้นสุดลงศิษย์หนึ่งร้อยคนก็เดินมารวมตัวกันที่ด้านหน้าทันทีรวมทั้งเทียนฉินกับศิษย์พี่ทั้งสองด้วย ส่วนผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องต่างก็ขึ้นไปหาที่นั่งบนอัฒจันทร์กันอย่างเป็นระเบียบ
"ตอนนี้จะเริ่มทำการสุ่มเวทีเสียก่อน ใครที่ได้ยินประกาศหมายเลขของตนเองแล้วจงก้าวออกมา"อาวุโสเหลียงประกาศเสียงดังอีกครั้งก่อนจะทำการขานหมายเลขต่อไป
ซึ่งการสุ่มเวทีนี้เทียนฉินได้อยู่ในกลุ่มของเวทีที่ห้า แต่ที่ทำให้เทียนฉินโล่งใจก็คือเขาไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกันกับศิษย์พี่ทั้งสอง
เมื่อเดินมาถึงเวทีที่ห้า เทียนฉินซึ่งมีหมายเลขหกสิบสี่ก็ยืนรออย่างใจเย็นอยู่ด้านหน้าเวที
"เมื่อทำการสุ่มเลือกเวทีเรียบร้อยแล้ว ต่อไปนี้จะให้อาวุโสแผนกคุมกฎแต่ละท่านที่ประจำบนเวทีทำการสุ่มหมายเลขเพื่อจับคู่ประลองอีกครั้ง!"
"ส่วนกติกาพวกเจ้าคงรู้กันดีอยู่แล้ว มีใครยังไม่เข้าใจอยู่มั้ย?"อาวุโสเหลียงหันมองดูผู้เข้าแข่งขันแต่ละคน พอเห็นว่าไม่มีคนสงสัยอะไรจึงประกาศต่อไปทันที
"การประลองรอบแรกเริ่มต้นได้"
เพียงไม่นานการประลองก็เริ่มตนขึ้นอย่างเป็นทางการ และเริ่มทำการสุ่มเลือกคู่ประลองทันที ในการสุ่มครั้งแรกนี้เทียนฉินไม่ได้รับการเรียกขานจึงยืนสังเกตุพลังของคู่ต่สู้อย่างเงียบๆ
คู่ต่อสู้บนแท่นประลองแต่ละคู่ ต่างก็มีระดับการฝึกฝนที่ห่างกันไม่มาก ในนั้นย่อมมีผู้ฝึกฝนระดับผันแปรขั้นต้นมากที่สุด ซึ่งศิษย์จำนวนหนึ่งที่มีพลังอ่อนแอก็พ่ายแพ้ลงอย่างที่หลายคนคาดไว้
แต่แน่นอนว่าย่อมมีศิษย์ที่มีการฝึกฝนพลังระดับเดียวกัน และพลังใกล้เคียงกันนั้นเองที่ต้องต่อสู้กันอย่างดุเดือดสักระยะเวลาหนึ่งถึงจะตัดสินแพ้ชนะได้ ซึ่งการต่อสู้แบบนี้แม้จะรุนแรงไปบ้างแต่ก็ไม่ใช่การประลองที่เอาชีวิตกัน คนที่รู้ตัวว่าสู้ไม่ได้ก็กล่าวยอมแพ้ออกมาโดยตรง
ขณะนั้นเองเทียนฉินก็หันไปดูที่เวทีหนึ่ง ซึ่งกำลังเดินขึ้นประลองครั้งที่สอง และไม่ใช่ใครอื่นเลยนอกจากล่งฉินจ้าวศิษย์พี่คนที่สองของเขานั่นเอง
"รอบต่อไปหมายเลขยี่สิบสามต่อสู้กับหมายเลขหกสิบสี่"
เทียนฉินที่กำลังมองดูล่งฉินจ้าวอยู่นั้นก็หันกลับมาก่อนกระโดดขึ้นบนลานประลองที่ห้าอย่างไม่รีรอ หมายเลขหกสิบสี่ก็คือเขานั่นเอง
คู่ต่อสู้ของเขาเป็นชายหนุ่มเตี้ยอ้วนคนหนึ่ง ซึ่งมีการฝึกฝนแค่ระดับผันแปรขั้นต้นเท่านั้นเอง
ในขณะที่ชายหนุ่มเตี้ยอ้วนคนนั้นเตรียมตัวเพื่อจะต่อสู้ เทียนฉินก็พุ่งเข้าหาก่อนจะง้างหมัดเข้าใส่ไปที่หน้าอกจนกระเด็นออกไปนอกลานประลองภายในเวลาเพียงแค่ไม่กี่อึดใจ
เวลาค่อยๆผ่านไปอย่างรวดเร็ว การประลองในแต่ละรอบก็ดำเนินไปตามลำดับขั้นตอน รอบๆเวทีมีทั้งเสียงร้องไชโยและเสียงร้องให้ปะปนกันอยู่
เทียนฉินไม่ได้สนใจเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย เมื่อตนเองชนะแล้วก็กลับลงมาสังเกตดูการต่อสู้บนลานประลองของล่งฉินจ้าวอย่างตื่นเต้น
เพียงไม่นานล่งฉินจ้าวก็เอาชนะคู่ต่อสู้ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ถัดมาก็เป็นเซียวปิงหยวน เฟยลี่และจิงอี้หลาน ซึ่งก็เอาชนะคู่ต่อสู้ได้ไม่ยากเย็นเหมือนกัน
ในการประลองครั้งนี้ เทียนฉินมีความมุ่งมั่นว่าอย่างน้อยจะต้องชิงตำแหน่งสิบอันดับแรกมาให้ได้ แต่หากเป็นไปได้เขาก็จะคว้าอันดับหนึ่งมาให้จงได้อย่างแน่นอน
เมื่อเวลาผ่านพ้นไป การประลองรอบแรกก็ได้สิ้นสุดลง ซึ่งผู้อาวุโสหลงก็ได้เข้ามาประกาศอีกครั้งว่าการต่อสู้รอบสองนั้น จะเริ่มอีกครั้งในตอนบ่ายของวันนี้
เทียนฉินเดินไปแสดงความยินดีกับศิษย์พี่ทั้งสองอย่างรวดเร็วหลังจากที่อาวุโสเหลียงประกาศออกมา
"ฮ่าๆ! เจ้าก็เก่งไม่ใช่ย่อยเลยนะที่ผ่านรอบแรกมาได้!"ล่งฉินจ้าวเห็นเทียนฉินเดินเข้ามาก็เอ่ยแซวออกมาอย่างอารมณ์ดี
"ข้าแค่โชคดีที่เจอคู่ต่อสู่ที่พลังน้อยกว่าข้าเท่านั้นเอง!"เทียนฉินเอ่ยออกมาอย่างถ่อมตัวเหมือนเดิม
"พลังน้อยกว่า!"
"อย่าบอกนะว่าเจ้าบรรลุระดับผันแปรขั้นกลางแล้ว!"ล่งฉินจ้าวตะโกนออกมาอย่างลืมตัว ส่วนเซียวปิงหยวนก็ส่งกระแสจิตมาตรวจสอบเทียนฉินทันทีที่ได้ยิน
"ใช้แล้วศิษย์พี่ล่ง! ข้าพึ่งบรรลุระดับผันแปรขั้นกลางเมื่อไม่กี่วันนี้เอง!"เทียนฉินตอบออกมาอย่างอายๆ
"ถึงว่าข้าไปหาเจ้าที่พัก แต่ว่าพ่อบ้านเจ้าบอกข้าว่าเจ้าไม่อยู่ ที่แท้เจ้าแอบไปซุ่มเก็บตัวฝึกฝนอยู่นี่เอง"ล่งฉินจ้าวเอ่ยแซวออกมาอย่างไม่ได้จริงจังนัก
"ข้าไปฝึกฝนในแดนลับหมื่นอสูรมาหน่ะ!"
เทียนฉินเอ่ยออกไปอย่างไม่ปิดบัง
"มิน่าหล่ะ เจ้าถึงได้บรรลุระดับผันแปรขั้นกลางได้ ที่แท้เจ้าก็ไปฝึกฝนในแดนลับหมื่นอสูรนี้เอง!"เซียวปิงหยวนเอ่ยออกมาอย่างเข้าใจแล้ว หลังจากรู้ความจริงทั้งหมด
"หวังว่าพวกเราคงไม่เจอกันก่อนรอบสิบคนสุดท้ายนะ!"ล่งฉินจ้าวเอ่ยออกมาอย่างกังวลเล็กน้อย
"ข้าก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น!"เทียนฉินเอ่ยตอบกลับมาเสียงเบา
หลังจากนั้นทั้งสามก็หามุมพักผ่อนกัน เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมก่อนจะเริ่มการประลองในรอบต่อไป
เมื่อถึงเวลายามบ่าย อาวุโสเหลียงก็ได้ก้าวออกมาอีกครั้งก่อนจะประกาศออกมาเสียงดังให้ทุกคนได้ยินกันถ้วนหน้า
"การประลองรอบที่สองจะเริ่มขึ้นในอีกไม่ช้า ผู้ที่ผ่านเข้ารอบมาจงมารวมตัวกันด้านหน้าเวทีอีกครั้ง
จบตอนที่ 63