[จบ] ฉันก็แค่อยากอยู่เงียบ ๆ

    บทที่ 42 ปืนศักดิ์สิทธิ์

    บทที่ 42 ปืนศักดิ์สิทธิ์ 


    ปืนสั้นชุบเงินคู่นี้มีความยาวเท่ากับปลายแขนของคนทั่วไปเท่านั้น ทั้งยังมีขนาดเล็กและละเอียดอ่อน

     

    ทันทีที่เขาหยิบมันออกมา หลายคนที่อยู่ด้วยก็จ้องมองมาทันที 


    แม้ว่าปืนจะไม่ใช่สิ่งที่หายากในโลกของดาบและเวทมนตร์นี้ แต่มันก็ได้รับการพัฒนามาหลายปีนับตั้งแต่ช่างฝีมือแคระสร้างมันขึ้นมา


    จนถึงทุกวันนี้ ช่างฝีมือแคระกับมนุษย์ยังคงเปลี่ยนแปลงและเสริมสร้างอาวุธปืนต่อไป เทคโนโลยีของมันยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ มันมีน้ำหนักเบาและเล็กมากจนสามารถพกพาได้อย่างสบาย ๆ


    อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครเคยเห็นอาวุธปืนขนาดเล็กเช่นนี้มาก่อน


    กอร์ดาและจีคอดไม่ได้ที่จะถามว่า "มันจะใช้ได้ผลจริงเหรอ?" 


    ร็อบบ์กล่าวเสียงหนักแน่น "แน่นอน ดูสิ" 


    เขาหยิบลูกเหล็กยัดเข้าไปในกระบอกปืน จากนั้นเหนี่ยวไกชี้ไปที่ต้นไม้ที่อยู่ห่างออกไปประมาณห้าเมตร และสิ่งที่ได้ยินคือเสียง ‘ปัง’ ก่อนที่ควันจะลอยขึ้นสู่ยอดต้นไม้นั้น


    ทุกคนจึงได้เห็นว่ามีรูลึกจากเจ้าลูกเหล็กที่เจาะอยู่ตรงกลางลำต้น!


    "ว้าว!! ปืนขนาดเล็กนี่ใช้งานได้จริง! นี่เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์มาก" บารอนทั้งทึ่งทั้งประหลาดใจ "ช่างเป็นฝีมืออันเก่งกาจ เป็นปืนที่เบาและแยบยล นี่เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์มาก คุณเอาของดีแบบนี้มาจากไหนกัน" 

     

    ร็อบบ์ทำขึ้นมาเอง แต่ไม่สามารถพูดแบบนั้นได้ เขาจึงสวมหน้ากากในการสวมบทบาทอีกครั้งและพูดอย่างสบาย ๆ ว่า "เรื่องมันยาวน่ะ สามปีที่แล้วมีโอกาสได้พบกับช่างฝีมือแคระในหุบเขา เขาคือ..." 


    เขาจงใจทำให้มันดูราวกับว่าเป็นเรื่องยากมากที่จะอธิบายและจะใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงในการเค้นแต่ละคำ บารอนจึงรีบพูดว่า "โอ้ เป็นช่างฝีมือแคระที่มอบให้คุณงั้นเหรอ?" 


    “ถูกต้องแล้ว!" ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมอง "…เรื่องนี้เริ่มต้นเมื่อฉันได้รู้จักกับช่างฝีมือแคระ..." 


    บารอนรีบพูดว่า "อืม คุณพ่อ เราต้องรีบเข้าไปในภูเขาแล้ว ไว้ครั้งหน้าคุณพ่อค่อยมาเล่านะครับ" 


    แน่นอนว่าร็อบบ์ไม่ได้อยากเล่าตั้งแต่แรกและจงใจทำให้ทุกอย่างล่าช้า อัศวินผู้น่าเกรงขามจึงกล่าวขึ้นขัดจังหวะ 


    ชายหนุ่มมองไปทางแม่ชีแล้วกล่าวว่า "อืม ขอบอกก่อนว่าปืนสั้นคู่นี้เหมาะกับคุณมาก แม้ว่าทักษะการต่อสู้กับความแข็งแกร่งจะไม่ดีพอ แต่หากมีปืนนี้ก็จะส่งเสริมให้แกร่งขึ้น คุณต้องนำมันออกมาโหลดกระสุน จากนั้นเล็งและยิงไปที่เป้าหมาย ด้วยวิธีนี้จะสามารถสร้างความเสียหายให้กับศัตรูได้ อีกทั้งยังชดเชยความอ่อนแอในการโจมตีได้ด้วย ดังนั้นฉันเลยมอบสิ่งนี้ให้" 


    "ฮะ? แต่..." อิชีร์ลังเล "สิ่งนี้ไม่เหมาะกับนักบวชอย่างเรา ๆ เรามักจะไม่ใช้อาวุธที่ทำให้ศัตรูเลือดตกยางออก…" 


    ร็อบบ์กล่าวเสริม "ปกติแล้วมันก็ไม่ใช่แบบนั้น แต่ตอนนี้ต้องเข้าไปในที่ที่อันตราย ตัวอย่างเช่นเมื่อคืนที่พยายามทำลายอัญมณีต้องคำสาป คทาเวทมนตร์ของคุณเบี่ยงเบนทิศทางเพราะเจ้าของไม่แข็งแกร่งพอ ในเวลานั้นมันคงจะดีถ้ามีปืนสั้นแล้วทำลายเจ้าอัญมณีนั่นได้" 

     

    "อืม... กะ… ก็จริงอย่างที่คุณว่า" เสี่ยวอี้ก้มหน้าด้วยความลังเล 


    ชายหนุ่มกล่าวต่อว่า "และอย่างที่เห็นว่าปืนสั้นสองกระบอกนี้เล็กมากจนสามารถเหน็บไว้กับต้นขาแล้วใช้กระโปรงยาว ๆ นั่นคลุมได้ แค่นี้ก็ไม่มีใครเห็นหรือสงสัยในตัวคุณที่ศรัธาต่อเทพเจ้าแห่งแสงแล้ว ตราบใดที่ความศรัทธาแข็งแกร่งพอ คุณก็ไม่ต้องกังวลกับการนำไปใช้ในทางที่ผิดเพื่อฆ่าผู้บริสุทธิ์และละเมิดคำสอนของเทพเจ้าแห่งแสง" 


    เธอพยักหน้าเบา ๆ "ดูเหมือนว่ายิ่งฟังมากเท่าไหร่ก็ยิ่งสมเหตุสมผลมากขึ้นเท่านั้น" 


    ร็อบบ์วางปืนทั้งสองลงบนมือเธอ "งั้นก็เอาไปสิ! มีเข็มขัดอยู่สองเส้น แล้วใช้แขวนปืนไว้ที่ต้นขาของคุณซะ" 


    "อ้อ เดี๋ยวฉันจัดการเอง!" อิชีร์รีบไปหลังต้นไม้และแขวนปืนทั้งสองไว้ที่ต้นขา จากนั้นก็ถกกระโปรงลง เพียงเท่านี้ก็ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าแม่ชีมีปืนห้อยลงมาแล้ว


    ร็อบบ์พูดอย่างเคร่งขรึมว่า "เสี่ยวอี้ ฉันคิดว่าคุณควรฝึกขั้นพื้นฐานก่อนที่จะไป มา! ไหนลองซิ เมื่อตกอยู่ในอันตรายให้รีบหยิบปืนขึ้นมา จากนั้นเล็งเป้าหมาย ที่สำคัญต้องรวดเร็ว แม่นยำ และมั่นคงพอ" 


    แม่ชีตัวน้อยรู้สึกฉงน แต่ยังคงทำตามคำพูดของร็อบบ์ เธอหันหลังด้วยความเชื่องช้าทำให้กระโปรงพลิ้วไหวดั่งผีเสื้อกระพือปีก จากนั้นมือน้อย ๆ ก็คว้าเอาปืนที่ต้นขาแล้วนั่งยอง ๆ หันปลายกระบอกปืนไปที่ต้นไม้ใหญ่ข้าง ๆ กระนั้นก็ไม่ได้เหนี่ยวไกเพราะเทพเจ้าแห่งแสงรักทุกสิ่ง ซึ่งหมายความว่าจะไม่ทำร้ายต้นไม้ 


    แม้ว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่เธอทำสิ่งนี้ แต่ก็ยังสง่างามและกระฉับกระเฉง ช่างเข้ากับอารมณ์ที่เย็นยะเยือกของเธอนัก มันให้ความรู้สึกของ ‘แม่ชีสังหาร’

     

    ร็อบบ์รู้สึกขบขันอยู่ในใจกับท่าทางน่ารักนั่น และพูดด้วยความยินดีว่า "ประสบความสำเร็จ! แม่ชีสังหารที่ประสบความสำเร็จแบบนี้มองแล้วสบายตาดีแฮะ ฮะ! แล้วถ้าแม่ชีมีป้ายติดที่หน้าผากว่า 'นักฆ่า' มันจะเป็นยังไงนะ" 


    เสี่ยวอี้วางปืนลงแล้วหันไปเผชิญหน้ากับร็อบบ์ "คุณพ่อโรเบิร์ต ขอบคุณสำหรับความใจดีที่มอบของขวัญให้ ฉันจะไม่ใช้สิ่งนี้ในทางที่ผิด และจะนำไปใช้ในช่วงเวลาคับขันเท่านั้น" 


    “ดี!" ร็อบบ์พยักหน้าแสร้งทำเป็นจริงจัง "นั่นคือสิ่งที่ควรจะเป็น" 


    อิชีร์ดูสับสน "ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าคุณยิ้มอยู่ตลอดเลยล่ะ" 


    ใบหน้าของร็อบบ์เปล่งประกาย "ฉันไม่ได้ยิ้ม คุณคิดว่าที่ฉันยิ้ม มันดูได้จากริ้วรอยบนใบหน้ารึไง" 


    “ฉันไม่เห็นริ้วรอยอะไรนั่นทั้งนั้น แต่ลึก ๆ ก็รู้สึกได้ว่าคุณกำลังยิ้ม และไม่ต้องพูดถึงว่าเป็นรอยยิ้มที่ชั่วร้ายแค่ไหน!!" หญิงสาวส่งสายตาจับผิด "มันเหมือนกับว่าคุณกำลังขุดหลุมให้คนอื่นกระโดดลงไป แต่พวกเขาเหล่านั้นก็ยังยินดีและซาบซึ้งใจ" 


    ชายหนุ่มเผยสีหน้าสลด "ซิสเตอร์! คุณเห็นไหมว่ากอร์ดากับจีคมีความสุขแค่ไหน ฉันที่เต็มใจมอบอาวุธที่เก็บมาหลายปีให้คุณ แต่คุณยังสงสัยในความตั้งใจ ซ้ำยังบอกว่างฉันกำลังขุดหลุมพราง? นั่นคือสิ่งที่เทพเจ้าแห่งแสงพร่ำสอนหรอกเหรอ? นี่เป็นวิธีที่ตอบสนองต่อความเมตตาของผู้อื่นเหรอ? บอกหน่อยเถิด ฉันให้ปืนหายากคู่หนึ่งแก่คุณ มันถือเป็นเจตนาชั่วร้ายเหรอ? อาเมน! ฉันรู้สึกผิดหวัง …ผิดหวังมาก โลกนี้จะสงบสุขได้ยังไง ฉันเห็นแต่การจ้องจะจับผิดและมัวแต่หวาดระแวงกัน โลกนี้เราไม่สามารถไว้ใจใครได้เลยเหรอ เทพเจ้าแห่งแสงอำนวยพร จงช่วยโลกที่สับสนนี้ไว้เถิด" 


    กล่าวเสร็จ เขาก็รีบพูดต่อเสียงเบาว่า "ถ้าคุณไม่ถกกระโปรงหยิบปืนให้ฉันดูอีกครั้งละก็ …คราวนี้เรามีเรื่องกันแน่"