"ป่านี้ไม่มีกลางวันเลยรึไงนะ?"
แม้ว่าจะหลับมานานแล้ว ถึงจะไม่รู้เวลาว่าผ่านมากี่ชม.แต่ที่แน่นอนคือนานมากแล้วแน่ๆ แต่พอตื่นขึ้นมาที่ป่าแห่งนี้กลับยังคงมืดเช่นเดิม
"จะว่าไปแผลมันหายเร็วเกินไปรึเปล่านะ"
ทั้งๆที่เมื่อวานเขาสู้จนมีาแเต็มร่างกายแท้ๆ พอตื่นขึ้นมาาแเริ่มหายดีจนแทบจะปกติ เหลือแค่ร่องรอยแผลเป็เท่านั้น รวมถึงรอยช้ำม่วงที่หายไปแล้วด้วย
"หรือว่าเป็เพราะเนื้อกระต่ายเขากันนะ?"
เขาสัณนิฐานเกี่ยวกับเนื้อนั่นทันที เพราะร่างกายนี้ไม่มีทางที่จะมีความสามารถในการรักษาอย่างรวดเร็ว ไม่งั้นคงไม่มีรอยช้ำั้แ่แรก
"เอาเถอะ ไม่ว่ายังไงตอนนี้ก็ต้องหาอาหารต่อสินะ"
เมื่อตัดสินใจแล้วก็ออกไปหาอาหารในทันที โดยนำเขากระต่ายออกมาด้วย
หลังจากที่เดินออกมาได้ไกลพอสมควร โรจาก็เห็นต้นไม้ต้นหนึ่งที่มีผลอะไรสักอย่างห้อยอยู่
เขาสำรวจอยู่ห่างๆเพื่อตรวจสอบดูว่าแถวนั้นมีสัตว์อสูรแอบอยู่ไหม เมื่อสำรวจจนมั่นใจว่าไม่มีตัวอะไรอยู่ ก็มุ่งตรงไปทันที
เมื่อมาถึงเขาก็แปลกใจมาก ตอนที่มองจากระยะไกลก็ไม่แตกต่างจากต้นอื่นๆเท่าไหร่ แต่เมื่อมาใกล้ๆแล้วต้นไม้นี้ตรงลำต้น มีลายไม้ที่แปลกสุดๆ เพราะลายของมันเป็เหมือนอักขระโบราณที่ไม่รู้จัก
"นี้มันคืออะไรกันแน่"
เขาลูบตรงลำต้นอย่างแ่เบาๆ ทันใดนั้นเองจู่ๆอักขระก็เปร่งแสงออกมาแล้วไหลไปตามร่างกาย จากนั้นก็มุ่งตรงเข้าสู่สมองทันที
"......."
ความรู้สึกตอนนี้เหมือนถูกเข็มต่างๆแทงไปตามร่างกายและเข็มเ่าั้ก็ค่อยๆไหลไปที่สมอง จากนั้นก็เจาะเข้าไปที่สมอง
เป็ความรู้สึกทรมานจนแทบจะตาย ถึงแบบนั้นเขาก็ไม่สามารถร้องได้ เรียกได้ว่าเจ็บจนไม่สามารถแม้แต่จะกรีดร้องออกมาด้วยซ้ำ
"ฉันยังไม่ตายหรอกเหรอ? เวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้วนะ"
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน แต่ตอนนี้เขาก็เริ่มรู้สึกตัวขึ้นมา ร่างกายเต็มไปด้วยเหงื่อไคล
วิ้งง
ในขณะที่กำลังจะขยับตัว จู่ๆก็ปรากฏภาพประหลาดขึ้นมาในหัวแต่มันก็เลือนลางจนแทบจะมองไม่เห็น
"หือ? นี่มันอะไรกัน?"
แต่พอเขาเพ่งสมาธิเพื่อจะดูอีกครั้งภาพนั้นก็หายไปทันที
"นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายฉันกันแน่เนี่ย?"
โรจาสำรวจร่างกายของตนเองทันที เมื่อสำรวจดูก็ไม่มีอะไรแปลกไป รอยแผลเป็ก็ยังคงอยู่ ร่างกายก็ยังคงซูบผอม ถึงแม้จะเริ่มมีเนื้อหนังนิดหน่อย เนื่องจากได้กินอาหารไปก่อนหน้านี้
"เอาเถอะ ไม่มีอะไรก็ดีแล้ว ถึงแม้จะน่าเสียดายก็เถอะ"
เขาคิดอย่างปลงใจ เลิกคาดหวังที่จะได้รับพลังที่สุดยอดหรืออะไรต่างๆ และหันกลับไปดูลำต้นของต้นไม้เดิมที่มีอักขระ ซึ่งตอนนี้อักขระได้หายไปแล้วและผลไม้ยังคงอยู่
"หวังว่าผลไม้นี้จะมีอะไรดีๆบ้างนะ ขออย่าให้เป็พิษก็พอ"
โรจาภาวนาเงียบๆและปีนต้นไม้ขึ้นไปเก็บ ถึงแม้ต้นนี้จะใหญ่เท่ากับต้นอื่นๆซึ่งมีความสูงกว่าต้นไม้ปกติในโลกเดิมถึงสองเท่าแต่เขากลับปีนได้อย่างสบายๆ
หลังจากที่เด็ดผลไม้และปีนลงแล้วก็พึ่งนึกขึ้นมาได้ทันที
"ทำไมจู่ๆร่างกายฉันก็คล่องแคล่วกันนะ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
หากปกติเขาไม่มีทางปีนได้สบายขนาดนี้แน่ๆเพราะความสูงของต้นไม้และร่างกายที่ไม่ได้แข็งแรงมากมาย
"หรือเป็เพราะอักขระนั่น?"
เขาเริ่มตื่นเต้นขึ้นมาและเริ่มทำการทดลองต่างๆไม่ว่าจะปีนต้นไม้รอบๆหรือโหนกิ่งไม้เล่น แต่พอไม่นานเขาก็เริ่มเหนื่อยและนั่งพักที่ต้นเดิม
"อย่างนี้นี่เอง ดูเหมือนอักขระนั่นจะเพิ่มความคล่องแคล่วให้เยอะเลยแฮะ แต่เพิ่มความแข็งแกร่งให้นิดหน่อย"
เขาสรุปผลทดลองทันทีในขณะเดียวกันก็นึกสงสัยว่า
"เพิ่มความคล่องแคล่วให้มากขนาดนี้ แต่ทำไมอักขระนั่นถึงทำให้ฉันรู้สึกเจ็บที่สมองขนาดนั้นล่ะ หรือว่าเพิ่มความฉลาด แต่ดูฉันก็ไม่ได้ฉลาดขนาดนั้นนี่?"
เขารู้ตัวดีว่าตนเองไม่ใช่คนที่ฉลาด ไม่อย่างนั้นคงไม่อดนอนหลายวันเพื่ออ่านหนังสือเตรียมสอบ จนร่างกายเพลียและโดนรถชนตายหรอก
"ความฉลาดไม่ใช่ว่าจะทดลองได้ง่ายๆด้วยสิ หรือฉันลองคิดวิธีสร้างกับดักหรืออะไรพวกนี้เพื่อทดสอบสมองดีนะ?"
เมื่อคิดได้แบบนั้น เขาก็เริ่มนึกหาวิธีการทำกับดักหรืออะไรต่างๆ แต่ผลสุดท้ายกลับนึกไม่ออก
"ยังโง่เหมือนเดิมสินะ เฮ้อ ช่างมันเถอะ ได้แค่นี้ก็ดีแล้ว"
โรจาเลิกสนใจเื่อักขระและความสามารถที่เพิ่มขึ้นอะไรพวกนี้ทันที และหันไปสนใจผลไม้แทน
ผลไม้จากต้นที่เขาได้เด็ดออกมาจากก่อนหน้านี้ ผลของมันเป็สีแดงสด แต่ผลของมันกลับเปร่งประกายเหมือนกับถูกแสงไฟส่องทั้งๆที่ป่านี้ค่อนข้างมืด รูปร่างผลไม้ของมันค่อนข้างกลมเหมือนลูกบอล แต่มันมีขนาดเท่ากำปั้นเท่านั้น ผิวของผลไม้นั้นมันเรียบเนียนไม่มีรอยขรุขระหรือรอยตำหนิแม้แต่นิด
"จะกินได้ไหมนะ?"
เขาลังเลที่จะกินทันทีเนื่องจากกลัวว่ามันจะเป็พิษ แถมจะหาสัตว์มาทดลองก็ไม่ได้ด้วย เพราะหากเดินเข้าไปมั่วๆอาจจะถูกสัตว์อสูรฆ่าตายง่ายๆ แถมรูปร่างก็น่ากินอีกต่างหาก
"ช่างมัน อย่างน้อยก็แค่ตายอีกรอบ"
เขาหลับตาและกัดลงไปที่ผลไม้นั้นทันที แต่เมื่อเขากัดลงไปน้ำจากด้านในผลไม้ก็กระจายออกมาทันที รสชาติหวานอร่อยมาก และเนื้อก็นุ่ม อร่อยดีจริงๆ
"งั่มๆ"
เขากินอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจแล้วว่าจะมีพิษหรือไม่ ในขณะที่น้ำและเนื้อผลไม้ลงสู่ท้อง ความอบอุ่นก็แพร่กระจายตามร่างกายทันที
ความเหนื่อยล้าทั้งหมดหายไป ร่างกายเริ่มมีน้ำมีนวลขึ้นมา และอักขระก็ปรากฏออกมาตามผิวร่างกายและเปร่งแสงสีดำออกมา โดยที่เขาไม่รู้ตัวเนื่องจากดื่มด่ำไปกับรสชาติของผลไม้ แต่พอเขารู้สึกตัวอักขระเ่าั้ก็หายไปโดยไม่ทิ้งร่องรอย ราวกับว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
"อร่อยจังแฮะ แถมยังอิ่มอีกต่างหาก ทั้งๆที่กินผลเดียวแท้ๆ เก็บเอาไปเพิ่มดีกว่า"
กล่าวจบก็ปีนขึ้นไปเก็บอีกสองผลก่อนที่จะปีนลงมาด้วยความรวดเร็วกว่าเดิม โดยที่เขาไม่รู้ตัว
"น่าเสียดายจริงๆที่ฉันไม่มีพวกกระเป๋าหรือถุงอะไรพวกนี้ เลยไม่สามารถเก็บมาได้หมด"
เขากล่าวอย่างเสียดายเล็กน้อยและเดินออกไป ในขณะที่กำลังเดินออกไปได้ไม่นาน เขาก็รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงคำรามและเสียงต่อสู้
ตูมมมม
จากนั้นเสียงะเิก็ดังขึ้นมาและต้นไม้ที่โค่นล้มหลายต้น โดยระยะห่างจากที่เขาอยู่ไม่ไกลมากนัก
"นั่นมันอะไรกันน่ะ ไปดูดีกว่า"
เขากล่าวด้วยความสงสัย ถึงแม้มันจะดูอันตรายแต่เนื่องจากความ้ากินเผือก เขาจึงค่อยๆแอบเดินเข้าไปดูช้าๆ
เมื่อมาถึงเขาก็เห็นสัตว์อสูรทั้งสองตัว ตัวหนึ่งดูเหมือนสิงโตที่ร่างกายใหญ่โตพอๆกับรถบรรทุก และขนต่างๆตามร่างกายกลับเป็ไฟ ไม่ว่าจะเป็ขนไฟ หรือขนที่แผงคอ รวมถึงขนตามร่างกาย ทำให้อากาศรอบๆตัวร้อนระอุ และผืนดินรอบๆที่สิงโตตัวนั้นอยู่แห้งแล้งทันที
ส่วนสัตว์อสูรอีกตัวดูเหมือนจะเป็นกอินทรีแต่ตัวของมันใหญ่มาก พอๆกับเครื่องบินโดยสารด้วยซ้ำ ขนเป็สีน้ำเงิน และมีสายฟ้าล้อมรอบ เกิดเสียงเปรี้ยะๆตลอดเวลา
ตัวหนึ่งอยู่บนฟ้า ส่วนอีกตัวหนึ่งอยู่ผืนดิน
โฮกกกกก!! กรี้!!
เสียงคำรามที่แตกต่างกันสองเสียงดังขึ้นมาทำให้เกิดสายลมรุนแรงและต้นไม้ที่เริ่มหักโค่น ทำให้แสดงถึงความแข็งแกร่งของสัตว์ทั้งสอง ลมบางส่วนร้อนแรงดุจไฟ และบางส่วนกลับมีกระแสไฟฟ้าผสมอยู่
"น่ากลัวฉิบหาย ใครจะสู้ได้วะเนี่ย?"
"ว่าแต่นั่นมันอะไรน่ะ ลูกเหรอ?"
ในขณะที่กำลังบ่นอยู่นั้นเขาก็เหลือบไปเห็นสิงโตตัวเล็กๆด้านหลังสิงโตไฟ รูปร่างของมันใหญ่ พอๆกับสุนัขทิเบตันตัวเต็มวัย แต่หากเทียบขนาดตัวกับสิงโตไฟ มันคงจะกลายเป็ลูกน้อยได้เลย
"อย่างนี้นี่เองดูเหมือนว่าสิงโตไฟจะปกป้องลูกมันสินะ"
กรี้!!!
ในขณะที่กำลังให้ความสนใจกับลูกสิงโตไฟอยู่นั้น จู่ๆนกอินทรีสายฟ้าก็คำรามออกมาและปล่อยสายฟ้าขนาดใหญ่เข้าใส่สิงโตไฟทันทีจากบนฟ้านับสิบๆเส้น โดยเส้นสายฟ้ามีขนาดใหญ่พอๆกับต้นไม้ใหญ่ได้เลย
ส่วนสิงโตไฟก็พ่นลูกไฟขนาดใหญ่ออกจากปากเนับสิบๆลูกพื่อโจมตีใส่สายฟ้าพวกนั้นเช่นกัน
เมื่อสายฟ้าและลูกไฟกระทบกันก็เกิดแรงะเิที่รุนแรงกวาดกระจายออกไปราวกับดอกไม้ไฟขนาดั์ แรงะเิรุนแรงมากจนแรงะเิมาถึงจุดที่โรจาแอบอยู่ด้วยซ้ำ
โชคยังดีที่โรจาแอบอยู่หลังต้นไม้ทำให้ไม่ได้าเ็อะไรมาก แถมยังอยู่ห่างจากแรงะเิไกลพอควร ทำให้ได้รับความเสียน้อยลง แต่ถึงกระนั้นแรงะเิก็ยังรุนแรงพอที่จะทำให้ต้นไม้ที่แอบอยู่เกิดรอยร้าวขนาดใหญ่
"เกือบไปแล้วสิ มันจะโหดอะไรเบอร์นั้นวะ"
กรี้!!
เมื่ออินทรีสายฟ้าเห็นว่าสายฟ้าของมันทำอะไรไม่ได้ จึงกรีดร้องอย่างโมโหและบิบพุ่งขึ้นสูงกว่าเดิม จากนั้นก็ดิ่งลงตรงไปที่สิงโตไฟ
ทันใดนั้นอินทรีสายฟ้าก็หายไปจากท้องฟ้าทันที
"มันหายไปไหนน่ะ?"
โฮกกกกก
ด้วยเสียงคำรามที่โกรธเกรี้ยวของสิงโตไฟ ทำให้โรจาหันกลับไปมองทันที เมื่อเขาหันกลับไปมองก็เห็นอินทรีสายฟ้ากำลังต่อสู้กับสิงโตไฟอยู่
"มันไปตรงนั้นได้ยังไงวะนั่น!! จะเร็วเกินไปแล้วนะเฮ้ย!"
ตูม! ตูม! ตูมมมม!!
เนื่องจากการต่อสู้ของสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งทั้งสองมำให้พื้นที่บริเวณนั้นพังทลายจนราบเป็หน้ากลอง
โฮกกกกก!!!! กรี้!
ในขณะที่สิงโตไฟกำลังเผลออยู่นั้น นกอินทรีสายฟ้าก็พุ่งอ้อมด้านหลังด้วยความเร็วดุจสายฟ้า และปล่อยสายฟ้าขนาดใหญ่เข้าใส่ลูกสิงโตไฟ
เมื่อสิงโตไฟเห็นลูกของมันกำลังถูกโจมตี มันก็เร่งความเร็วสูงสุดเข้าไปรับสายฟ้านั้นแทนลูกของมันแทน ทำให้ร่างกายของมันเกิดาแขนาดใหญ่
เมื่ออินทรีสายฟ้าเห็นแบบนั้นก็กรีดร้องอย่างยินดี และโจมตีเข้าใส่สิงโตไฟที่กำลังาเ็อยู่ด้วยกรงเล็บของมัน
ถึงสิงโตไฟจะได้รับาแขนาดใหญ่ แต่ด้วยพลังชีวิตที่แข็งแกร่งจึงหันไปตอบโต้อย่างรวดเร็ว จึงเกิดการต่อสู้ยกสองทันที
"พวกนี้มันน่ากลัวจริงๆแฮะ จะว่าไปป่าแห่งนี้มันคือป่าอะไรกันแน่นะ ทำไมมีแต่พวกสัตว์ดุร้าย แถมยังเจอตัวโหดอยู่แถวนี้อีก เฮ้อ"
เขามองดูการต่อสู้ของสัตว์ทั้งสองพลางบ่นพึมพัม จากนั้นก็เอาผลไม้แดงที่เอามาจากต้นอักขระมากินพร้อมกับดูการต่อสู้ไปด้วย ซึ่งผลไม้แดงเป็ชื่อที่เขาตั้งให้กับผลไม้อันนี้
หลังจากผ่านไปได้ราวๆ10นาที สัตว์ทั้งสองก็เริ่มอ่อนแรงลง และการต่อสู้เริ่มเบาลงเรื่อยๆ จู่ๆสัตว์ทั้งสองต่างก็หยุดนิ่งลงแล้วจ้องมองกันและกัน
ในขณะนั้นเอง อินทรีสายฟ้าก็หายตัวไปและปรากฏออกมาจากด้านหลังของลูกสิงโตไฟที่แอบซ่อนอยู่ด้านหลังของแม่มันอีกทีนึง จากนั้นอินทรีสายฟ้าก็คาบลูกสิงโตไฟขึ้นไปบนฟ้า
โฮกกกก
สิงโตไฟเห็นแบบนั้นจึงคำรามอย่างเกรี้ยวกราดพร้อมกับจ้องมองอินทรีสายฟ้าอย่างโกรธแค้น และมองลูกของตนด้วยความเสียใจ
"เฮ้ย! เ้านกบ้านั่น ขี้โกงนี่!!"
โรจาเห็นแบบนั้นจึงอดที่จะโมโหไม่ได้ เนื่องจากอินทรีสายฟ้านั่นเอาลูกของสิงโตไฟเป็ประกัน
ทันใดนั้นนกอินทรีสายฟ้าก็อ้าปากคายลูกสิงโตไฟ ด้วยความสูงขนาดนั้น แม้จะเป็ลูกของสัตว์อสูรโบราณก็ไม่อาจรอดได้แน่นอน
ด้วยสัญชาตญาณของความเป็แม่ สิงโตไฟจึงพุ่งเข้าไปเพื่อจะรับลูกของมัน อินทรีสายฟ้าเห็นว่าสิงโตไฟพุ่งเข้าไปรับลูก จึงรวบรวมพลังทั้งหมดและปลดปล่อยสายฟ้าที่น่ากลัวกว่าเดิมนับร้อยๆเส้น โดยแต่ละเส้นมีขนาดเท่ากับเสาของบ้าน
แม้สิงโตไฟจะเป็สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งสุดๆและมีพลังชีวิตมหาศาลก็ไม่อาจรักษาชีวิตไว้ได้และตกตายลงโดยมีลูกของมันในอ้อมกอด
"ที่นี่มันโหดร้ายเกินไปแล้ว..."
แม้ว่าเขาจะเคยสู้กับสัตว์อสูรแต่ก็ไม่คิดว่าพวกมันจะโหดร้ายขนาดนี้
เมื่ออินทรีสายฟ้าเห็นว่าศัตรูของมันตายไป จึงบินลงมาและกินลูกสิงโตไฟที่ไม่มีทางสู้อย่างรวดเร็ว
"นะ..นี่มัน แม้แต่ลูกสิงโตตัวเล็กๆ มันก็ยังกินไม่เว้นงั้นเหรอ.."
ทันใดนั้นเขาก็ได้รู้และเข้าใจคำว่า'กฏแห่งป่า'
ผู้อ่อนแอจะตกเป็เหยื่อของผู้แข็งแกร่ง
ไม่มีทางโต้กลับ ไม่สามาถขัดขืน
และตกตายลงอย่างน่าสังเวช
》》อ่า จบไปอีกตอนแล้วแฮะ ไม่คิดว่าแต่งนิยายจะติดลมแบบนี้นะเนี่ย แถมยังแต่งเยอะอีกต่างหาก หวังว่าผู้อ่านจะชอบกันนะเออ ส่วนตอนนี้ขอพักก่อนล่ะ วันนี้อาจจะแต่งต่อ ไม่ก็พรุ่งนี้นะเออ