บทที่ 7 วันแรกของหลินเย่วในยุค70
หลินเย่วชิงรู้ดีว่าการตื่นขึ้นมาในร่างนี้ไม่ใช่เื่บังเอิญ ความฝันที่ผ่านมาหลายๆ ครั้งทำให้เธอรู้ว่าเธอต้องมาเพื่อหาคำตอบ และคำตอบเ่าั้อยู่ที่นี่ ในยุคนี้ ในชีวิตของหลินเย่วชิงที่เป็แม่ลูกสามคน ผู้หญิงที่ไม่มีอะไรเลยนอกจากความมุ่งมั่นและความรักที่มีต่อลูกๆ ของเธอ
“คุณแม่...ผมหิวแล้ว!” เสียงเล็ก ๆ ดังขึ้นข้างหลัง หลินเย่วชิงสะดุ้งเล็กน้อยแล้วหันไปมอง เธอเห็นเด็กชายคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าประตูห้อง ดวงตาของเขาเป็ประกายด้วยความหิวและความไร้เดียงสา เขาคือเ้าใหญ่ ลูกชายคนโตของหลินเย่วชิงในยุคนี้ เด็กชายตัวน้อยที่ดูผอมเกร็งแต่เต็มไปด้วยพลังและความหวัง
“ขอโทษทีจ้ะ เ้าใหญ่ แม่มัวแต่คิดอะไรเพลินไปหน่อย มาเถอะ เราไปทำอาหารเช้ากัน” หลินเย่วชิงตอบเสียงอ่อนโยน เธอเดินเข้าไปหาลูกชายและลูบหัวเขาเบา ๆ แล้วจูงมือพาไปยังครัวเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ตรงมุมของบ้าน ครัวนี้มีเพียงเตาไฟและหม้อดินที่ใช้หุงต้ม หลินเย่วชิงมองไปรอบ ๆ ก่อนจะเริ่มค้นหาวัตถุดิบที่พอจะทำอาหารเช้าได้
ในครัวมีเพียงข้าวสารเล็กน้อย ผักกาดบางส่วนที่เริ่มเหี่ยว และไข่ไก่สองสามฟอง หลินเย่วชิงยิ้มเล็กน้อยเมื่อคิดถึงสิ่งที่เธอเตรียมไว้ในแหวนมิติ เธอตัดสินใจที่จะทำให้เช้าวันแรกของเธอในยุคนี้เป็มื้อที่พิเศษสำหรับลูก ๆ ของเธอ เธอสั่งแหวนมิติให้นำซาลาเปา 8 ลูก และเกี๊ยวกุ้งหมูอย่างละ 2 ลูกออกมาเป็อาหารเช้าในมื้อแรก ลูกแม่ไปปลุกน้องล้างหน้าแปรงฟันก่อนนะแม่จะติดไฟแล้วอุ่นอาหารให้พวกเรากินกัน
“ครับท่านแม่” เ้าใหญ่รีบวิ่งเข้าไปปลุกน้อง ๆ ของเขาตามที่แม่บอก ไม่นานนัก เ้ารองและหลิงหลิงลูกสาวคนเล็กก็วิ่งเข้ามาในครัว เ้ารองเป็เด็กชายที่มีลักษณะคล้ายกับเ้าใหญ่ แต่ดูสดใสและร่าเริงกว่า ส่วนลูกสาวหลิงหลิงยังคงเป็เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่มีดวงตาใสแจ๋ว เธอจับมือลูกชายทั้งสองไว้แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “มาช่วยแม่หน่อยนะลูก เราจะอุ่นซาลาเปาและเกี๊ยวกุ้งกับหมูกินกันในเช้านี้”
“อะไรนะ...! มีซาลาเปาด้วยหรือคุณแม่” เด็กทั้งสามคนพยักหน้าและเริ่มช่วยแม่ของพวกเขา เ้าใหญ่ช่วยเติมฟืนลงไปในเตาไฟ ส่วนเ้ารองวิ่งออกไปนอกบ้านและเด็ดผักกาดที่กำลังอวบน่ากินและนำไปล้างน้ำจัดใส่จานเอาไว้รอซาลาเปาและเกี๊ยวที่แม่กำลังอุ่นอยู่ในเตา ส่วนลูกสาวคนเล็กก็นั่งคอยดูแม่และพี่ชายทั้งสอง เสียงหัวเราะและการพูดคุยในครัวเล็ก ๆ ทำให้บรรยากาศในบ้านเช้าวันนี้ดูอบอุ่นและเต็มไปด้วยความรัก
หลินเย่วชิงรู้สึกถึงความสุขที่ไม่เคยััมาก่อน การได้อยู่กับเด็ก ๆ เหล่านี้ ทำให้เธอรู้สึกถึงความผูกพันของการเป็แม่ และหน้าที่ที่เธอต้องรับผิดชอบในการดูแลครอบครัว เธอต้องทำให้ชีวิตของลูก ๆ ทุกคนดีขึ้น ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับอุปสรรคใด ก็ตาม ซาลาเปาและเกี๊ยวกุ้งเกี๊ยวหมูที่อุ่นร้อน ๆ ถูกวางลงบนจาน เด็ก ๆ ต่างตื่นเต้นและตะลึงไปตาม ๆ กันเมื่อเห็นอาหารที่หลากหลายและน่ากินเช่นนี้ เ้าใหญ่เบิกตากว้าง "คุณแม่! นี่มันซาลาเปาจริง ๆ เหรอครับ?ข้าฝันไปหรือเปล่า? " เ้ารองที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็พยักหน้าอย่างตื่นเต้น "ใช่แล้ว! ซาลาเปา! ข้าจำได้ว่าเคยเห็นตอนที่เราไปตลาดครั้งนั้น แต่มันแพงมากเลยนี่นาคุณแม่มีเงินซื้อมันด้วยหรือ"
หลินเย่วชิงยิ้มและพยักหน้า "ใช่จ้ะ นี่คือซาลาเปาแท้ ๆ แม่อยากให้ลูก ๆ ได้ทานของอร่อย ๆ บ้างมาเถอะ มากินกันก่อนที่มันจะเย็นนะ" ลูกสาวคนเล็กยิ้มกว้างและรีบวิ่งเข้ามานั่งที่พื้น "แม่ ข้าขอเกี๊ยวกุ้งได้ไหม ข้าชอบเกี๊ยว!"นี่เลยจ้ะคนละสองลูกไปเลยกินให้อิ่มจากนี้ต่อไปลูกแม่อยากกินอะไรบอกแม่”
เด็ก ๆ ทั้งสามคนตาเป็ประกายด้วยความดีใจและตื่นเต้น หลินเย่วชิงมองดูพวกเขาที่กำลังรับประทานอาหารเช้าด้วยความสุข เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นในใจเมื่อเห็นรอยยิ้มของลูก ๆ ทุกคน เ้าใหญ่ เ้ารอง และลูกสาวหลิงหลิงต่างพูดคุยกันอย่างสนุกสนานเกี่ยวกับรสชาติของซาลาเปาและเกี๊ยวกุ้ง เ้ารองพูดขึ้นพร้อมกับยิ้ม "แม่ ข้าชอบซาลาเปามากที่สุดเลย! มันอร่อยจริง ๆ "
หลินเย่วชิงหัวเราะเบา ๆ "ดีใจที่ลูก ๆ ชอบนะลูก แม่อยากให้พวกเ้ามีความสุขและกินอิ่มท้อง เพื่อที่จะได้มีพลังไปเล่นและทำงานในวันนี้" เด็ก ๆ ยิ้มกว้างและพยักหน้าอย่างร่าเริง บรรยากาศในครัวเล็ก ๆ นี้เต็มไปด้วยความสุขและความรักที่อบอุ่น หลินเย่วชิงรู้สึกถึงความหมายของการเป็แม่ที่แท้จริง เธอรู้ว่าการทำให้ลูก ๆ มีความสุขและมีชีวิตที่ดีขึ้นเป็สิ่งที่เธอนั้นคาดไม่ถึงจริง ๆ
เมื่อเด็ก ๆ ทานข้าวเสร็จลูกๆ ของเธอก็ออกมาวิ่งเล่นอยู่หน้าบ้านของเธอที่ปลูกอยู่ห่างออกไป เพราะพ่อของเหว่ยหลงให้พวกเขาออกมาอยู่ที่นี่เพราะในหมู่บ้านพี่ชายทั้งสองที่ออกเรือนไปก่อนได้ที่ดินอยู่ในหมู่บ้านไปส่วนน้องสาวคนเล็กเธอยังอาศัยอยู่กับพ่อแม่ แต่ที่ดินของเหว่ยหลงกลับเป็มุมที่ดีที่สุดในสายตาของเธอ เพราะแต่สามารถมองเห็นหมู่บ้านหลินฮัวได้ทั้งหมด และไม่ต้องอยู่กันแบบอึดอัดในหมู่บ้านหลินฮัว เย่วชิงออกมายืนมองหมู่บ้านเล็กแห่งนั้นเธอสังเกตถนนหนทางรอบ ๆ เรือนของเธอแม้ที่นี่อยู่บนเนินเขาแต่ก็ไม่ได้สูงชันมากนักมันน่าจะพอ ๆ กับคอนโดของเธอในปี2025 ฉะนั้นรถสามล้อที่เธอนำมาคงจะขี่ขึ้นมาบนนี้ได้อย่างสบาย
หลินเย่วชิงกลับเข้ามาในบ้านของเธออีกครั้งและเริ่มค้นหาสิ่งของที่มีค่าของเ้าของเดิม เธอหยิบหีบไม้ที่เก็บซ่อนไว้ในตู้เสื้อผ้าออกมา "นี่คงน่าจะเป็เงินเก็บออมของเธอสินะ" หลินเย่วชิงพูดพึมพำกับตัวเอง เธอเปิดกล่องเก็บเงินและมองเข้าไปด้านใน "โอ้...มีตั้งเกือบ 200 หยวนเลยหรือนี่" เธอพูดด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ "แสดงว่าเธอไม่เคยซื้ออาหารดี ๆ ให้ลูก ๆ ได้กินเลยใช่มั้ย หรือแม้แต่ตัวเธอเองก็ไม่ได้ดูแล นี่อาจจะเป็หนึ่งในสาเหตุที่เธอล้มป่วยก็ได้" หลินเย่วชิงถอนหายใจ เธอหยิบเงินนั้นออกมาทั้งหมด
“เอาละฉันจะใช้เงินที่เธอเก็บมาทำบ้านให้ลูก ๆ ของเธอใหม่ นี่ก็ใกล้จะเข้าหน้าหนาวในอีกไม่กี่เดือนแล้วต้องรีบทำเพราะหน้าต่างหลังคาพื้นต้องจัดการใหม่ทั้งหมด เธอใช้เวลาเดินตรวจตราในบ้านไม่นานก็พอสรุปได้ว่ามีหลายอย่างที่ต้องทำเพิ่ม หลินเย่วชิงมองแหวนมิติในมือของเธออย่างภูมิใจเพราะของที่จำเป็ทุกอย่างอยู่ในแหวนของเธอ
หลินเย่วชิงตัดสินใจที่จะใช้เงินนี้เพื่อซ่อมแซมบ้านให้ลูก ๆ ของเธอ เธอรู้ว่ามันจำเป็ที่จะต้องรีบทำก่อนที่ฤดูหนาวจะมาถึง ถ้าอยู่บ้านในสภาพแบบนี้ไม่สามารถปกป้องครอบครัวจากความหนาวเย็นได้
วันถัดมา หลินเย่วชิงเดินลงไปยังหมู่บ้านที่อยู่ด้านล่างที่บ้านพ่อเหว่ยหลงสามีเพื่อไปปรึกษาพี่ชายของเหว่ยหลง เขาคือเหว่ยหวัง บ้านของเขาปลูกอยู่ในที่ผืนเดียวกับพ่อจุดหมายของเธอก็คือ้าหาช่างมาช่วยซ่อมแซมบ้าน เมื่อเธอไปถึงบ้านของเหว่ยหวังเขาต้อนรับเธอด้วยรอยยิ้ม “น้องสะใภ้เ้ามีอะไรให้ข้าช่วยหรือถึงมาที่แต่เช้า แล้วอาการป่วยของเ้าดีขึ้นมากแล้วสินะจึงเดินออกมาจนถึงที่นี่ได้?” หลินเย่วไม่ได้มามือเปล่าในมือยังมีถุงหิ้วซาลาเปาและเกี๊ยวหมูและกุ้งมาฝากพวกเขาด้วย
หลินเย่วชิงยิ้ม “ฉันดีขึ้นมากแล้วล่ะพี่หวังวันนี้พี่สะใภ้ไม่อยู่หรือพอดีฉันมีของกินเล็ก ๆ น้อยๆ มาฝากด้วยจ้ะ? หวิ๋นหวิ๋นพี่สะใภ้ใหญ่ที่แอบอยู่ในบ้าน เธอมองเห็นหลินเย่วชิงเดินลงมาแต่ไกล ๆ ในใจคิดว่าคงจะมาขออาหารหรือหยิบยืมของใช้ เธอเลือกที่จะหลบอยู่ในบ้านไม่อยากจะวุ่นวายด้วย อยากจะถามอะไรก็คุยกับสามีนางเองก็แล้วกันแต่พอหลินเย่วชิงเธอบอกว่ามีของมาฝากเธอรีบะโออกมาก่อนทันที “อยู่จ้า ๆ ฉันอยู่ในบ้าน” พอสิ้นเสียงเธอก็รีบออกมาหาสะใภ้สามทันที “สะใภ้สามไม่เห็นต้องลำบากเดินทางมาถึงนี่เลยเห็นว่ากำลังป่วยไข้อยู่ไม่ใช่หรือ ตอนนี้อาการดีขึ้นแล้วละสิ?” สะใภ้ใหญ่ถามแต่สายตาของนางจ้องอยู่ที่ถุงของฝาก” อ้อ..นี่จ๊ะพอดีฉันไปในเมืองมาเลยซื้อซาลาเปาและก็เกี๊ยวกุ้งกับเกี๊ยวหมูมาฝากคุณพี่ด้วยค่ะ”
เธอรีบรับของและเปิดมันขึ้นมาดู “โอ้โฮ้นี่มันของดีมาก ๆ เลยนะสะใภ้สามไปร่ำรวยอะไรมาถึงมีเงินมาซื้อของพวกนี้มาได้” เธอยิ้มและหันไปคุยกับเหว่ยหวัง"ท่านพี่หวัง ข้ามีเื่อยากรบกวนพี่สักหน่อย"
"น้องสะใภ้มีเื่อะไรให้ข้าช่วยก็บอกมาเถอะไม่ต้องเกรงใจหรอก ว่าแต่มีเื่อะไรหรือ? " เหว่ยหวังถามด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
"ข้า้าจะซ่อมแซมบ้านใหม่ให้แข็งแรงขึ้นก่อนที่หน้าหนาวจะมาถึง ตอนนี้พื้นบ้านกับหลังคานั้นเสียหายมาก และห้องน้ำเดิมได้ไม่ได้ซ่อมแซมมานานแล้วข้า้าหาช่างมาช่วยทำงานพี่พอจะช่วยฉันได้มั้ย “แล้วน้องสะใภ้มีเงินหรือถึงจะซ่อมใหญ่ขนาดนั้นทั้งหลังคาประตูหน้าต่าง แล้วยังจะทำห้องน้องอีก ฉันว่ามันคงต้องใช้เงินมากเลยทีเดียว "เหว่ยหวังถามด้วยความเป็ห่วง
“พี่หวังเื่นั้นไม่ต้องเป็ห่วง พอดีฉันได้เงินมาก้อนหนึ่งจากญาติทางปักกิ่ง และก็เงินเก็บที่ฉันเองก็พอมีอยู่บ้าง ตอนนี้ฉันได้เตรียมซื้อของเตรียมเอาไว้ทั้งหมดแล้วขาดเพียงแค่ช่างที่จะมาเหมาก่อสร้างเท่านั้นเอง ส่วนค่าซ่อมแซมพี่ก็บอกราคาฉันมาได้เลยค่ะหรือพี่จะแนะนำให้ฉันก็ได้” เหว่ยหวังนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า "เข้าใจแล้วเอาเป็ว่าพี่กับน้องรองจะรับเหมางานซ่อมแซมบ้านให้เธอเอง ดีเลยเวลาเหว่ยหลงกลับจากทหารเห็นบ้านใหม่คงจะดีใจไม่น้อย ตอนนี้พี่กับเ้ารองก็พอจะมีเวลาว่างพอดี อย่างน้อยจะได้ซ่อมบ้านให้หลานๆ ได้อยู่สบายขึ้นใครๆ ก็รู้หน้าหนาวนั้นมันโหดร้ายขนาดไหน"เหว่ยหวังพูด
หลินเย่วชิงยิ้มออกมาอย่างโล่งอก "ขอบคุณมากจริง ๆ ค่ะพี่หวัง" หลินเย่วชิงพูดด้วยความซาบซึ้งใจ "ถ้าอย่างนั้น เรามาเริ่มกันพรุ่งนี้เช้าเลยดีไหม? " "ได้ซิ พรุ่งนี้ฉันจะพาช่างมาเพิ่มอีกสองคนงานจะได้เร็ว ๆ " เหว่ยหวังตอบอย่างมั่นใจ
เช้าวันต่อมา ทีมช่างของพี่ชายใหญ่ เหว่ยหวัง และเหว่ยกั๋ว ก็มาถึงบ้านของหลินเย่วชิง "สวัสดีครับลุงหวัง สวัสดีครับลุงกั๋ว" เสียงเด็ก ๆ ทั้งสามคนต่างทักทายอย่างร่าเริง เหว่ยหวังหัวเราะเบา ๆ และลูบหัวเด็ก ๆ อย่างเอ็นดู
"สวัสดีเด็ก ๆ เ้าใหญ่ เ้ารอง อ้าว แล้วสาวสวยคนเล็กนี่ชื่ออะไรนะ ลุงจำไม่ได้แล้ว" เหว่ยหวังถามอย่างแกล้ง ๆ
"หนูชื่อหลิงหลิงค่ะ" ลูกสาวคนเล็กตอบด้วยน้ำเสียงใสกังวาน
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า น่ารักกันทุกคนเลย หลานลุงนี่" เหว่ยหวังหัวเราะอย่างมีความสุข
หลินเย่วชิงเดินออกมานอกบ้านเมื่อเธอได้ยินเสียงเด็ก ๆ ทักทายคุณลุงของพวกเขา "พี่เหว่ยหวัง พี่เหว่ยกั๋ว เชิญพวกพี่ ๆ ทุกคนมาดื่มกาแฟกันก่อนเถอะ ฉันเตรียมไว้รอพวกพี่อยู่ตรงนี้แล้ว" เธอพูดพร้อมกับชี้ไปที่ชุดกาแฟที่วางเตรียมไว้บนโต๊ะไม้เล็ก ๆ เหว่ยหวังและเหว่ยกั๋วต่างพยักหน้ารับ
หลังจากดื่มกาแฟและพูดคุยกันไปพอสมควร หลินเย่วชิงก็เริ่มบอกถึงสิ่งที่เธอ้าให้ทำบ้านใหม่ "พี่หวัง พี่กั๋ว ฉัน้าให้ซ่อมแซมห้องน้ำ เปลี่ยนเป็ชักโครก และขยายห้องน้ำตรงด้านนี้ออกมาหน่อย รวมทั้งกั้นส่วนระหว่างส้วมกับห้องน้ำด้วย ส่วนพื้นบ้าน ฉันอยากให้เทพื้นปูนทั้งหมด" หลินเย่วชิงชี้ไปยังจุดต่าง ๆ ในบ้านและอธิบายอย่างละเอียด
เหว่ยหวังฟังด้วยความตั้งใจและพยักหน้า "เข้าใจแล้ว เราจะเริ่มจากห้องน้ำก่อนนะ ส่วนอุปกรณ์ที่เ้าว่ามาก็อยู่ตรงไหนล่ะ? "
หลินเย่วชิงชี้ไปที่มุมหนึ่งของบ้าน "อุปกรณ์ทั้งหมดฉันสั่งร้านค้านำมากองเอาไว้ตรงนั้นแล้ว พี่หวังสามารถดูได้เลย"
เหว่ยกั๋วยิ้ม "เยี่ยมเลย เรามีทุกอย่างที่้าแล้ว งั้นเรามาเริ่มกันเลยดีไหม? "
หลินเย่วชิงยิ้มกว้าง "พี่หวัง พี่กั๋ว ฉันฝากเด็ก ๆ หน่อยนะ พอดีมีของส่งมาจากญาติของฉันจากปักกิ่งเที่ยงนี้ เขาบอกว่าของจะมาถึงเดี๋ยวฉันจะออกไปรับของที่ไปรษณีย์ในเมืองสักหน่อย ยังไงฝากดูแลเด็ก ๆ ด้วยนะพี่" เหว่ยหวังโบกมืออย่างไม่ถือสา "ไปเถอะ ไม่ต้องห่วง เด็ก ๆ พี่จะดูแลให้เอง"