ณ กำแพงเมืองหลวงซูโจว ด่านสุดท้าย
“ นี่คือประตูเมือง ที่คาดว่าทัพหน้าส่วนใหญ่มาตั้งทัพเอาไว้ คาดว่า พวกมันคงรอทัพใหญ่ ของจักรพรรดิต้าลี่ คาดว่า ราชครูอู่เก้อปา จอมเวทย์แห่งต้าลี่มาพร้อมกับขบวนทัพนี้อย่างแน่นอน” แม่ทัพใหญโจวเหวิน เอ่ยกับ เฟยหลงอย่างหวั่นใจ ในขณะที่มองทัพหน้าของต้าลี่ กว่าสามหมื่นคน ที่กำลังก่อกระโจมตั้งค่าย เตรียมรอคำสั่ง บุกโจมตีใหญ่
“ ประตูเข้าเมืองมีอยู่ทั้งหมดเท่าไร?”
“ ประตูมีทั้งหมด 4 ทิศ”
“ ดี พาข้าหาที่สงบ แล้วเตรียม อุปกรณ์เขียน อักขระยันต์ให้ข้า”
เฟยหลงถูกพา เข้า กระโจมที่เงียบสงบ มีคนอารักขา อย่างแน่นหนา เฟยหลง เริ่มเขียน ยันต์ค่ายกลอัสนีป้องกันทั้งสี่ทิศ โดยใช้ยันต์ทองแดง ทั้งหมดแปดแผ่น แล้วเริ่มลงอักขระยันต์อัสนี ป้องกัน หากว่า พวกศัตรูบุกเข้ามา จะต้องถูกหลอกให้หลงทางเข้าค่ายกล อัสนี สายฟ้าจะผ่าพวกศัตรูจนตาย เฟยหลง สร้างยันต์อัสนีเอาไว้สี่ทิศ แล้วเริ่มเขียนยันต์ทองแดงอีก เกือบสิบแผ่น เป็นยันต์ป้องกันตัว จากศาสตราวุธ และ ยันต์เพิ่มพลังยุทธ์ ทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมถึงสองเท่า
“ ท่านแม่ทัพ นำยันต์ทองแดงนี้ไปผสมน้ำ แล้วให้ทหารทุกคนดื่ม มันจะช่วยป้องกันศาตราวุธได้ และยังทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นเป็นสองเท่า
แล้วนำยันต์ป้องกันอัสนี ไปติดตัวเอาไว้ที่ประตู ทั้งสี่ทิศๆ ละ สองแผ่น หากพวกมันตีพังประตูเข้ามาได้ ก็คงได้เจอกับยันต์ค่ายกลอัสนี ของข้า”
แม่ทัพใหญ่ยินดียิ่ง แล้ว มอบให้ แม่ทัพทั้งสี่ทิศ รีบไปจัดการโดยด่วน
“ ท่านจอมเวทย์น้อย ข้าอยากขอยันต์จากมือท่านไว้เป็นสิริมงคลสักแผ่นด้วยขอรับ”
“ ได้ นี่คือยันต์ป้องกันตัว และ ยันต์เพิ่มพลัง ท่านแม่ทัพเก็บไว้ติดตัว หากต้องการหนี ก็ใช้ยันต์สายฟ้าอันนี้ ท่านจะหนีหายไปอย่างรวดเร็ว”
แม่ทัพใหญ่ยินดียิ่งนัก ทหารทุกคนที่ได้ ดื่มน้ำยันต์ ก็ลองทดสอบกัน พอรู้ว่าฟันแทงไม่เข้า ต่างก็ดีใจ มีความรู้สึกฮึกเหิม อยากออกไปปะทะ กับทหารฝ่ายตรงข้าม จนแม่ทัพใหญ่ ต้องประกาศห้ามเอาไว้
ทันใดนั้นเอง กองทัพใหญ่ ที่มีจักรพรรดิต้าลี่ ก็มาถึงกองทัพเคลื่อนมาครั้งนี้ มองด้วยสายตาแล้วมีกำลังพล กว่า ห้าหมื่นคน มีกองทัพช้างตัวใหญ่กว่าพันตัว กองทัพม้ากว่า ห้าพัน โดยมีปืนใหญ่ที่ลากมาเตรียมยิงกว่าพันกระบอก
โดยมีชายแต่งชุดลายเสือ ใส่ลูกประคำเม็ดโตสีดำ หนวดเครารุงรัง ถือไม้เท้าหัวหมาป่าสีดำ ยืนอย่างสงบ ด้านข้างจักรพรรดิต้าลี่ เสียงกลองดังเป็นจังหวะ ออกคำสั่งโจมตี ระลอกแรก ปืนใหญ่เคลื่อนเข้าประจำที่ สองแถว แถวลำ ห้าร้อยกระบอก ทหารส่งเสียวนกหวีด ใส่ระเบิด และจุดไฟ ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ลูกกระสุนปืนใหญ่ลอยลิ่วเข้ามา พอใกล้จะโดนกำแพง ยันต์ป้องกันของเฟยหลงก็ปรากฏเป็นตาข่าย สายฟ้าขึ้นมา กระสุนปืนใหญ่ ระเบิดทันที ตูม ! ไม่สามารถยิงผ่านไปได้สักเม็ดเดียว
“ หือ มีค่ายกลเวทย์สายฟ้า ต้องมีพลัง เวทย์ขั้นเซียนเท่านั้นที่สร้างได้ ข่าวที่จอมเวทย์เมฆาตายไปแล้ว ก็ไม่เป็นจริงแล้วซิ” ราชครูอู่เก้อปา เอ่ยด้วยความสงสัย
“ เช่นนั้น เราจะทำอย่างไรดี ท่านราชครูอู่”
“ ข้าจัดการเอง” ราชครูอูเก้อปา หยิบรูปปั้นสัตว์วิญญาณ ออกมา5 ตัว แล้วปล่อยออกไป ร่างของมันกลายเป็นแรดยักษ์ ห้าตัว วิ่งเข้าชนกำแพงค่ายกลเวทย์สายฟ้า
โครม !! เฟยหลงเห็นแล้ว คิดว่าก็ตกใจ ไม่คิดว่ามันจะเสกสัตว์วิญญาณตัวใหญ่ขนาดนี้ได้ จึงนำยันต์หุ่นยนต์ ของตัวออกมา แล้วปล่อยออกไปบ้าง
ปรากฏว่า หุ่นยนต์พลังเทพ ออกมาจากยันต์ แล้วขยายร่างของตนเทียนเท่ากับแรดยักษ์ แล้ว ก็พุ่งเข้าปะทะ กับแรดยักษ์ โดยต่อยหมัดของตนอัดเข้าไปที่หน้าผากแรดทุกตัว เปรี้ยง !! แรดยักษ์หัวแบะ ออกมา ร่างกับกลายเป็นดินเหนียว ตัวเล็กๆ เหมือนเดิม
ราชครูอู่เก้อปา เห็นหุ่นยนต์ยักษ์เช่นนี้ ก็ตกใจยิ่งนัก แม่ทัพใหญ่ของต้าลี่สั่งยิงปืนใหญ่กระหน่ำเข้าไปอีก คราวนี้หุ่นพลังเทพ ปล่อยทั้งสายฟ้า ใบมีดลม ระเบิดเพลิง คลื่นพลังเสียง และ ไอเย็นระเยือก ทหารนับหมื่น ต่างแตกตื่นตกใจวิ่งหนีกันเตลิดเปิดเปิงไปทั้งกองทัพ ราชครูกระโดดตัวลอยออกมา แล้วใช้ไม้เท้าชี้ไปที่ท้องฟ้า แล้วเริ่มร่ายเวทย์ภาษาโบราณออกมา กลุ่มเมฆดำปกคลุมไปทั่วบริเวณ เงาภูตนรกผุดออกมาจากพื้นดิน เป็นจำนวนมาก
“ ข้าแต่เทวะมารอเวจี แห่งต้าลี่ ที่สถิตอยู่ในห้วงอเวจีชั้น 7 ขอให้ท่านขึ้นมายังโลกมนุษย์ ได้โปรดมาช่วยข้า ผู้เป็นสาวกของท่าน จัดการกับอริราชศัตรูของแดนต้าลี่ของเราด้วยเทอญ”
เฟยหลงมองดูอย่างตื่นตะลึง ไม่คิดว่า มันจะสามารถ ใช้เวทย์อัญเชิญปีศาจจากนรกอเวจีขึ้นมาเพื่อเข่นฆ่ามนุษย์ด้วยกันเองเช่นนี้ ข้อความภารกิจของด่านที่ 8 ปรากฏขึ้นมาว่า
“จัดการกับ ปีศาจมารนรกอวจี ”
ทันใดนั้นเอง แผ่นดินก็เริ่มแยกออก มาแล้วมีกรงเล็บปีศาจที่แหลมคม จับอยู่บนพื้นดินที่แยก แล้วก็มีปีศาจมารนรกอเวจี ค่อยโผล่ร่างยักษ์ของมันออกมา ร่างกายเหมือนมนุษย์ลาวา มีไฟท่วมตัว แต่เป็นเปลวไฟจากนรก ที่ไม่มีวันดับ พอมันยืนขึ้นมาบนดิน ร่างมันสูงเสียดฟ้า เดินท้าวไปก้าวเดียว ก็เหยียบทหารต้าลี่ ที่พยายามหนี แต่ไม่ทัน ถูกมันเหยียบจนจมธรณี มันก้าวเข้าไปที่กำแพงค่าวกลเวทย์สายฟ้า เปรี้ยะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ บึ้ม !! ยันต์ป้องกันถึงกับ ระเบิดไม่สามารถต้านทานปีศาจจากนรกอเวจียักษ์ตัวนี้ได้
เฟยหลงรีบกระโดดไปบนหอธนูยักษ์ แล้วใช้ยันตแปะเข้าไปที่ ตัวคันธนู ทำให้ คันธนูกลายเป็น ธนูระดับ พระกาฬ แล้วใช้ยิงใส่ปีศาจนรกตัวนี้ทันที ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว !!! เฟยหลงยิงใส่รัวๆ คล้ายกระสุนปืนกล แต่ว่า ธนูที่โดนร่างของมันกลับถูกทำลายไปจนหมด ไม่สามารถทำลายร่างที่มีแต่เปลวไฟของมันได้
มันใช้มือฟาดหอธนูที่เฟยหลงยืนอยู่ เปรี้ยง !! หอธนูพังทลาย มันเหยียบกำแพงเข้ามาจนได้ เฟยหลงกระโดยแวบ หลบไป ยืนบนหลังม้ามังกรแปดขา แล้วทำการกัดนิ้วตนเอง แล้วใช้เลือดเขียนยันต์ลงบนฝ่ามือ ทำการอัญเชิญเทพขึ้นมาบ้าง
“ ข้าแต่เจ้าแห่งยมโลก ที่อยู่ใกล้ที่สุดในที่นี้ ของอัญเชิญท่านให้มาช่วยจัดการกับปีศาจจากรกอเวจี นี้ด้วยเถิด”
ทันใดนั้นเอง ก็ปรากฏร่างของเจ้าแห่งยมโลก ออกมาจากรอยแยกด้วยเช่นกัน
“ เจ้ามาร นรกอเวจี ที่นี่ไม่ใช่ที่ของเจ้า บังอาจหนีจากคุกนรกทาร์ทารัสของข้าได้อย่างไร กลับไปกับข้าเดี๋ยวนี้”
“ เฮดีส เจ้านรก ที่นี่ไม่ใช่นรก ข้าไม่กลัวเจ้าหรอก” ปีศาจมารอเวจีเอ่ยท้าทาย
แล้วทั้งสองก็เปิดฉาก ใส่กันทันที เปรี้ยง หมัดต่อหมัด เจ้าปีศาจจากนรก ก็หงายหลังบ้านเรือนชาวบ้าน พังไปเป็นแถบ เพลิงเผาผลาญไปทั่ว เฟยหลงต้องเขียนยันสั่งฟ้า ให้ฝนตกลงมาเพื่อช่วยดับไฟ ปีศาจมารอเวจีลุกขึ้นมาได้ ก็จะใช้กรงเล็บแทงใส่จ้าวยมโลกเฮดีส แต่ว่าจ้าวยมโลกใช้มือจับกรงเล็บที่แหลมคมเอาไว้ แล้วหักดัง เป๊าะ !! แล้วก็กระชากแขนออกมา แคว๊ก !! มารนรกอเวจี ร้องลั่นไปทั่ว แล้วก็ถูกไม้เท้าฟาดใส่กระบาลอีกที ฉัวะ !! ร่างแยกออกเป็นสองส่วน พื้นรอบๆ กลายเป็นแสงส่องขึ้นมา แล้วดูดร่างมารนรกอเวที ลงไปในทันที
จ้าวนรกเฮดีส หันไปมองเฟยหลง แล้วเอ่ยว่า
“ ขอบใจเจ้ามนุษย์ ที่ส่งข่าวบอกข้า” จากนั้น ร่างของจ้ายยมโลกฮาดีส ก็ค่อยกลายเป็นควันลงสู่ใต้ดินไป คงเหลือแต่สภาพบ้านเมืองที่ กลายเป็นซากปรักหักพัง ให้เห็นเท่านั้น เฟยหลงหันไปมอง ราชครูอู่เก้อปา ที่ยืนอย่างหน้าซีดไม่คิดว่า อัญเชิญตัวตนระดับนี้มาแล้ว ศัตรูยังสามารถอัญเชิญตัวตนที่ร้ายกาจกว่ามาได้อีก แต่คราวนี้ได้แค่ยืนตะลึงอย่างเดียว จนกระทั่งเฟยหลง หายวับมาปรากฏที่ตรงหน้า แล้วใช้ยันต์กระแทกเข้าไปในร่างกายของ ราชครูอู่เก้อปา
“ นี่แกใช้ยันต์อะไรกับข้า?”
“ ยันต์ที่แกจะตามไปอยู่กับ มารนรกอเวจียังไงล่ะ”
แล้วร่างของราชครูก็ค่อยๆ ถูกไฟเผาผลาญออกมาจากภายใน จนกลายเป็นขี้เถ้า แล้ววิญญาณ ก็ถูกดูดลงไปในนรกอเวจีตามๆ กันไป เฟยหลงใช้ยันต์ไฟสีน้ำเงิน ใส่คาถาพญายมโลกลงไปด้วย ทำให้วิญญาณถูกดูดลงไปนรกในทันที
ขีดที่ 8 ปรากฏขึ้น เฟยหลงผ่านด่านขั้นที่ 8 เรียบร้อย
ทหารของต้าโจวเห็นว่า ทหารของต้าลี่ ระสำระสาย ปืนใหญ่ถูกหุ่นเทพของเฟยหลงทำลายจนหมด จักรพรรดิต้าลี่ หนีนำหน้าไป ทิ้งทหารนอนตายนับหมื่นตายเกลื่อนไปหมด ซากศพกองนับหมื่น ตายทั่วสนามรบ เลือดไหลเป็นสายธาร กลิ่นคาวเลือดคลุ้งไปทั่ว แต่วิญญาณผู้ตาย ก็ค่อยๆออกจากร่าง แล้วก็ถูกดูดหายไปรวมกันที่เดียว เฟยหลงมองทิศทางของวิญญาณที่ ถูกดูดไป คือที่ สำนักราชวงศ์โจว เฟยหลง เรียกหุ่นกลับมาทั้งหมด แล้วรีบขี่ม้ามังกรกลับสำนักโดยด่วน
พอมาถึงก็พบว่า เหล่าวิญญาณถูกดูดเข้าไปที่ ถ้ำสถานที่กักตนของ จอมเวทย์เมฆินทร์ แล้วทันใดนั้นเอง ถ้ำที่กักตนของ จอมเวทย์เมฆินทร์ ก็ระเบิดออกมา
ตูม !! มีหมาป่ายักษ์ตัวใหญ่เท่าตึกสองชั้นยืนอยู่ บนหลังของมันมี ชายคนหนึ่งหน้าตาเหมือนกันกับ จอมเวทย์เมฆา ไม่มีผิดเพี้ยน
“ ไอ้หนู เจ้าคงเป็นคนที่ พี่ชายของข้าส่งมาซินะ” จอมเวทย์เมฆินทร์เห็นเฟยหลงยืน ต่อหน้าไม่หวั่นเกรง ก็สัมผัสถึงพลังของจอมเวทย์เมฆาในร่างของเฟยหลงได้
“ สงครามที่เกิดขึ้นนี้ เป็นเพราะท่านก่อขึ้นมาใช่ไหม?”
“ เฮอะ ข้าแค่ส่งข่าวให้จักรรพรรดิต้าลี่ บอกว่า พี่ชายของข้า ตายไปแล้วก็แค่นั้น พวกมันก็รีบแจ้น ยกทัพมาตีแคว้นต้าโจวก่อนเลย โง่เง่าสิ้นดี”
“ ที่แท้ท่านต้องการดูดวิญญาณพวกนี้ไปทำอะไรกันแน่?”
“ ข้าต้องการวิญญาณหมื่นดวง เพื่อที่จะฟื้นความทรงจำของ ชาตก่อนของข้า และบัดนี้ ข้าก็สามารถฟื้นคืนความจำของข้าได้แล้ว ว่าข้าคือ เทพโลกิ กับชาติมาเกิดใหม่ ใช่ไหม เฟนรี ลูกพ่อ” จอมเวทย์เมฆินทร์เอ่ยจบก็ลูบขนของหมาป่าเฟนรี ซึ่งชาติก่อนเป็นพ่อลูกกัน
“ บ้าไปแล้ว ต้องให้ผู้คนล้มตายกันเป็นหมื่น เพื่อจะดูดวิญญาณคนนับหมื่นมาฟื้นความจำของตนเนี่ยนะ?”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ในโลกนี้ นอกจากเทพโอดิน เทพธอร์แล้ว ข้าไม่เคยกลัวใครอีก ดังนั้นหากว่าข้าเกิดใหม่แล้ว ข้าจะยิ่งใหญ่ ครองจักรวาลนี้แต่เพียงผู้เดียว”
เฟยหลงส่ายหัว ภารกิจที่เก้า ปรากฏขึ้นมาว่า สยบหมาป่ายักษ์เฟนรี
เฟยหลงมองหมาป่ายักษ์ตนนี้ แล้วต้องอดหวั่นใจไม่ได้ เพราะว่ามันเป็นเทพหมาป่า ที่สังหารท่านโอดินเชียวนะ แล้วเราจะทำอะไรมันได้ ขนาดเทพโอดินยังพ่ายแพ้ต่อมันเลย
ม้ามังกร 8 ขาส่งคำพูดมาบอกเฟยหลงว่า มันจะเข้าไปในป่าเวทย์บรรพกาล เอาอาวุธมาให้เฟยหลง เพื่อสู้กับ หมาป่ายักษ์เฟนรีตัวนี้ จากนั้นมันก็บินหายไป
หมาป่ายักษ์ ไล่ตะปบ เฟยหลงไปทั่วสำนัก แต่ไม่สามารถสัมผัสเฟยหลงได้เลยทำให้มันแค้นใจยิ่งนัก มันเลยใช้หางของมันออกมาช่วย ทำให้เฟยหลงไม่ได้ระวังหาง ถูกกระแทกไปชน ตึกพังไปหลายหลัง เฟยหลงไม่เป็นอะไร เพราะใช้ยันต์ป้องกันตัวเอาไว้ แล้วเรียกผู้ช่วยทั้งหกออกมา จากยันต์
นี่คือหมาป่าเทพ ยันต์ธรรมดาไม่ว่าจะเป็นยันต์ระเบิด ยันต์อัสนีพิฆาตล้วนไม่อาจทำอะไร เฟยหลงได้ ต้องใช้เลือดเซียน เฟยหลงมองหา อาจารย์ฮุ่ยหลิน แต่ไม่รู้ว่าเธอหายไปไหน ให้เจ้าเหมียวออกตามหา เพื่อขอเลือดมาทำเป็นยันต์ เพื่อที่จะปราบหมาป่าเทพตนนี้
ทันใดนั้น เจ้าเหมียวก็ตามอาจารย์ฮุ่ยหลินมาจนได้
“ อาจารย์ขอเลือดหน่อยเร็ว” เฟยหลงเอ่ยจบ ก็ยกแขนขึ้น แล้วใช้มีด กรีดเลือดออกมา แล้วทำการเขียนยันต์ ออกมาสามแผ่น โดยที่อาจารย์ฮุ่นหลินกำลังอ้าปากค้าง ที่เห็น หมาป่ายักษ์เฟนรี กำลังวิ่งตรงเข้ามา
เฟยหลงเขียนยันต์อัสนีพิฆาตได้ สามแผ่น ก็ปล่อยออกไปพร้อมกันทันที
เปรี้ยง ! เปรี้ยง ! เปรี้ยง ! สายฟ้าขั้นเทพ ผ่าใส่หมาป่าเฟนรียักษ์ แต่ว่า มันแค่มีรอยไหม้เล็กๆ เท่านั้น
“ เฮ้ย ทำไมทำอะไรมันไม่ได้นี่?”
“ สงสัยในเลือดข้ามี แอลกอฮอล์ เยอะไปหน่อย เลือดเซียนเลยเจือจางไปเยอะ”
อาจารย์ฮุ่ยหลินให้ความเห็น แล้วใช้ยันต์สายฟ้า แผ่นแนบหนีไปก่อนอย่างรวดเร็ว
หมาป่าเฟนรี อ้าปากงับเฟยหลง ทำให้เฟยหลงต้องวาร์ปหลบไปด้านข้าง แล้วม้ามังกรก็ บินมาหาอย่างรวดเร็ว ในปากของมันมีหอกอยู่เล่มหนึ่ง มันส่งมาให้เฟยหลงแล้ว เฟยหลงก็รีบรับแล้ว ใช้หอกพุ่งเข้า ลำคอของหมาป่าเฟนรี จนทะลุ
อ๊ากกกกก !! หมาป่าส่งเสียงร้องคล้ายภาษามนุษย์ลั่นไปทั่ว มันดิ้นไปดิ้นมาสักพักก็เงียนไป เฟยหลงมองหอกในมือ มีชื่อว่า หอกกุงนีร์ อาวุธเทพโอดิน
“ ขอบใจมากนะ ม้ามังกร” ที่แท้ม้ามังกรรู้ที่ซ่อนหอกกุงนีร์ หอกสายฟ้าของเทพโอดิน คิดว่าเอามาให้เฟยหลงเพื่อให้แก้แค้นที่ ถูกหมาป่าเฟนรี ฆ่าตาย
แต่เฟยหลงก็ยังสงสัยทำไมเจ้าหมาป่าที่ฆ่า ท่านโอดินได้ ทำไมถึงได้ตายง่ายเช่นนี้ แล้วท่านเทพโอดินทำไมตายง่ายดายนัก แล้ว ทำไมขีดที่เก้า ถึงไม่ขึ้นมาอีกด้วย แล้วความจริงก็ปรากฏขึ้น ร่างของสุนัขหมาป่าเฟนรี ก็ค่อยๆ ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง
“ นี่แกยังไม่ตายอีกหรือนี่?” เฟยหลงเห็นแล้วตกใจยิ่ง ที่แผลของมันหายไป แล้วยังไม่ตาย แล้วดูเหมือนพลังของมันจะเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ อีก.....