ตำหนักหมื่นขุนเขา

    22.ฟื้นฟูและวางแผน

            ***อาจจะน้ำนิดหน่อยนะครับแค่อยากจะพยายามอธิบายเกี่ยวกับภาพรวมและระบบของตำหนักเท่านั้นครับ*** 

            เมื่อนำทรัพยากรที่จำเป็นมาครบแล้วเทียนหลงก็กลับมาที่ยอดเขาหลักเพื่อฟื้นฟูตำหนักให้กลับมาดังเดิม เทียนหลงจึงเปิดใช้ค่ายกลก่อนที่ทุกอย่างจะถูกฟื้นฟูกลับมาสวยงามเหมือนกันเดิมอีกครั้ง ภาพเหล่านี้สวยงามราวกับสรวงสวรรค์ เหล่าสัตว์วิญญาณมากมายถูกส่งกลับไปรวมกันที่ยอดเขาสัตว์วิญญาณมากกว่า1ยอดเขามีสัตว์วิญญาณ 

            ตำหนักหมื่นขุนเขาแบ่งเป็นศิษย์สายนอก ศิษย์สายใน ศิษย์หลัก อาวุโสยอดเขาภายนอก อาวุโสยอดเขาภายใน อาวุโสยอดเขาศิษย์หลัก รองเข้ายอดเขา จ้าวยอดเขา อาวุโสใหญ่ทั้ง23 อาวุโสสูงสุดทั้ง8 อาวุโสผู้ทักษ์ทั้ง4 เจ้าตำหนัก ตำหนักหมื่นขุนเขาแบ่งขุนเขามากมายที่มีหน้าที่ต่างกัน ยอดเขาบรรพชน  ยอดเขาหลัก ยอดเขาผู้พิทักษ์ทั้ง4 ยอดเขาอาวุโสสูงสุดทั้ง8 ยอดเขาอาวุโสใหญ่ทั้ง24 ยอดเขาทรัพยากรทรัพยากร ยอดเขาหอตำรา ยอดเขาลงทัณฑ์ ยอดเขาสัตว์วิญญาณ ยอดเขาทั้งสี่นี้จะไม่มีศิษย์ จะมีเพียงอาวุโสใหญ่เท่านั้นที่จะผลัดกันมาดูแล

            ยอดเขาโอสถ ยอดเขาค่ายก ยอดเขาหลอมสร้าง ยอดเขาสังหาร ยอดเขาสมุนไพร ยอดเขาผลไม้วิญญาณ ยอดเขาฝึกฝนในสายต่างๆไม่ว่าจะเป็น ดาบ กระบี่ และอีกมากมาย แต่ละยอดเขาจะมีศิษย์สายนอก ศิษย์สายใน ศิษย์หลัก อาวุโสยอดเขาภายนอก อาวุโสยอดเขาภายใน อาวุโสยอดเขาศิษย์หลัก รองเข้ายอดเขา จ้าวยอดเขา 

            ***(ถ้านึกภาพไม่ออก ให้นึกว่าเช่นยอดเขาโอสถจะมียอดเขาทั้งหมด3ยอดเขาที่เป็นของยอดเขาโอสถ แบ่งเป็น1ยอดเขาศิษย์สายนอก 1ยอดเขาศิษย์สายใน 1ยอดเขาศิษย์หลัก รองเข้ายอดเขากับเจ้ายอดเขาจะอยู่ที่ยอดเขาศิษย์หลัก#ไรท์)***

            หลังจากการฟื้นฟูยอดเขาทั้งหมดแล้วก็บอกขอมูลเกี่ยวกัับตำหนักหมื่นขุนเขาให้กับทุกคนได้ฟัง และเริ่มวางแผนว่าจะจัดการตำหนักยังไงดีไหนจะเรื่องรับศิษย์อีก อาวุโสของแต่ละยอดเขา ต้องจัดการให้ดีเพราะว่าตอนนี้พวกเขาไม่สามารถให้ใครรับรู้เรื่องของเราได้ถึงสิ่งที่พวกเขามีได้ พวกเขายังไม่แข็งแกร่งพอที่จะปกป้องต้นเอง

            “ถิงเอ๋อร์ว่าเรารับเด็กกำพร้ามาดีไหมถ้าเราช่วยเหลือพวกเขาตั้งแต่เด็กๆพวกเขาจะต้องไม่ทรยศตำหนักแน่นอนเลยนะ หรือเด็กๆคนไหนที่เป็นดูเป็นคนซื้อสัตย์แม้จะไม่ใช้เด็กกำพร้าก็ตามดีไหม” ถิงเอ๋อร์เสนอความคิดออกมา

            “ข้าเห็นด้วยนะกับถิงเอ๋อร์” ฟางหมิงพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

            “เด็กพวกนั้นทำได้แค่เป็นศิษย์เท่านัั้นเองไม่สามารถดำรงตำแหน่งที่สูงได้”ชุนเกาเอย

            “ไม่เห็นเป็นอะไรเลยพวกมีพี่ใหญ่.เออ..ท่านเจ้าตำหนักอยู่นี่น่าของเหลวจิตวิญญาณสามารถช่วยได้”ถังหลิงเสนอขึ้นมา

            “เราจะพึ่งพาแค่เจ้าตำหนักอย่างเดียวเลยไม่ได้นะ” เกาหยวนไม่เห็นด้วย

            “เห็นเห็นต้องพึ่งพาท่านเจ้าตำหนักไปตลอดเลย ช่วยแค่ศิษย์รุ่นแรกให้แข็งแกร่งอย่างที่ควรพอศิษย์รุ่นต่อไปก็ไม่ต้องห่วงด้วยทรัพยากรของตำหนักหมื่นขุนเขาเรามีหรือจะต้องเป็นห่วงเรื่องพวกนี้”หยางเฟยเอยเห็นด้วยกันถังหลิง

            “หรือเราจะประมูลทาสที่เป็นผู้ฝึกตนดีแบบที่ข้าเคยโดน เอาคนที่เป็นเหมือนพวกเรรถูกรังแกกลั้นแกล้งหรือจะเป็นคนที่ถูกทำลายการบ่มเพาะก็ไม่เป็นไร อย่าลืมสิท่านเจ้าตำหนักเป็นอัจฉริยะการปรุงยานะ”หลงอ้าวเทียนเสนอวิธีเดียวกับที่ตนเคยโดนจับมาประมูลออกมาโดยไม่อายเลยแม้แต่น้อย

            “ข้าเข้าใจความคิดของพวกเจ้านะแต่ความพักดีก็สำคัญแม้ข้าจะมองคนออกแต่ก็คงจะไม่ทั้งหมด”เทียนหลงปฏิเสธทันที

            “ก็ให้พวกเขาสาบานสิว่าจะไม่ทรยศต่อท่านเจ้าตำหนักแค่นี้ก็พอแล้ว”เมื่อได้ยินคำพูดของชุนเกาทุกคนพยักหน้าตามแต่ก็ถูกเทียนหลงโบกมือห้าม

            “พวกเจ้าก็รู้ว่าข้าชอบให้ใครมาสาบานต่อข้าและข้าไม่เชื่อในสวรรค์” เทียนหลงยังคงปฏิเสธ

            “ทำไมเราไม่ให้พวกเขาสาบานว่าจะไม่ทรยศต่อตำหนักหมื่นขุนเขาแค่นี้ก็ไม่เกี่ยวกับท่านเจ้าตำหนักส่วนเรื่องเชื่อในสวรรค์ไหมพวกเขาเชื่อแน่นอน แค่นี้ก็ไม่ต้องกังวลแล้ว”หยางเฟยพูดแนะนำออกมาอีกครั้ง ทำให้ทุกคนมองไปที่เขา จนทำเอาเขาถึงกับเขินอายทีเดียว

            “ข้าไม่เห็นรู้ว่าท่านฉลาดขนาดนี้”ถิงเอ๋อร์เอยออกมาอย่างตลกทำเอาทุกคนถึงกับหัวเราะออกมา

            “เอาละงั้นวิธีนี้ก็ได้ แต่ยังก็ต้องคักเลือกให้ดี”เทียนหลงไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไปแม้เขาจะไม่ค่อยเห็นด้วยก็ตาม แต่ถ้าจะใช้เวลาแบบปกติเขาเห็นว่ามันอาจจะช้าเกินไป

            “ตอนนี้เรามาจัดการเรื่องของพวกเจ้าก่อนดีกว่า เสี่ยวไป๋เป็นอาวุโสผู้พิทักษ์ พวกเจ้าอีกเจ็ดคนให้เป็นอาวุโสสูงสุด พวกเจ้าจะต้องขยันฝึกฝนอย่าทำให้ตำหนักของเราต้องเสียหน้าเด็ดขาด ข้าวางแผนเอาไว้แล้วว่าจะอยู่ในทวีปนี้อีกไม่นาน ก่อนเราจะต้องไปที่ทวีปศักดิ์สิทธิ์ที่นั่นเท่านั้นถึงจะเหมาะสมกับพวกเรา”เทียนหลงกระตุ้นทุกคนอย่างทะเยอทะยาน

            “ตอนนี้พวกเจ้าฝึกฝนอยู่ที่นี้ข้าจะไปที่หอประมูล”จากนั้นเทียนหลงมอบป้ายหยกประจำตัวตามตำแหน่งของแต่ละคน ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปยังยอดเขาของตนเองเพื่อฝึกฝนพวกเขาไม่สามารถใช้ห้องฝึกฝนได้ด้วยระดับตอนนี้พวกเขาไม่สามารถแบกรับปราณภายในนั้นได้แน่ 

            เทียนหลงเลยต้องผนึกเอาก่อน ไม่ใช้แค่ห้องฝึกฝนเท่านั้นยังมีอีกหลายสถานที่ที่เทียนหลงไม่เปิดให้ใช้งาน ตั้งเป็นสถานที่ต้องห้ามรอพวกเขาพัฒนาไปไกลกว่านี้ถึงจะค่อยๆเปิดให้ได้ใช่งานเทียนหลงนั่งคิดบางทีมีของดีมากเกินไปแล้วไม่สามารถใช้งานมันได้มันก็ทรมานไม่น้อยเลยเหมือนนะ

            เมื่อทุกคนลุกจากไปเทียนหลงเปิดประตูทางออกก่อนจะหายออกไปจากมิติแห่งนี้ก่อนที่ประตูจะปิดลงเหมือนไม่มีอะไรเกินขึ้นมาก่อน 

                                                                จบ.