(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร

    ตอนที่ 40 สมาพันธ์นักล่ามังกร

            โกดังขนาดใหญ่เงียบงันลงอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหยดเลือดที่กระทบพื้นคอนกรีตเป็นจังหวะสม่ำเสมอ


            กลิ่นคาวเหล็กปะปนกับกลิ่นไหม้จากเปลวเพลิงก่อนหน้าอบอวลอยู่ในอากาศ ร่างของหัวหน้าแก๊งอาชญากรและบรรดาลูกสมุนของมันนอนเกลื่อนกลาด บางร่างยังคงมีรากไม้สีม่วงเสียบทะลุค้างอยู่ ราวกับหลักฐานแห่งคำพิพากษาที่ไม่อาจลบเลือน


            หวงเยี่ยยืนนิ่งกลางภาพอันโหดร้าย ใบหน้าภายใต้หน้ากากสีแดงไร้อารมณ์


            สายตาเขากวาดมองศพเหล่านั้นอย่างเย็นชา เป็นความสงบหลังจากการลงมืออย่างเด็ดขาด


            ลมหายใจยาวถูกพ่นออกมาอย่างช้าๆ


            ภายในความเงียบงันนั้น เสียงของเขาได้ดังขึ้นภายในจิตใจ


            “ตลอดห้าวันมานี้ข้าออกล่าพวกมันไปอยู่ไม่น้อย แต้มวิญญาณเพียงพอสำหรับการพัฒนาร่างกายและจิตวิญญาณแล้วใช่ไหม?”


            “งั้นใช้แต้มวิญญาณเลื่อนระดับพลังวิญญาณกับร่างกายเลยแล้วกันระบบ”


            เสียงตอบรับดังขึ้นในห้วงสติของเขาอย่างชัดเจน


            【รับทราบค่ะโฮสต์】


            【เริ่มต้นการพัฒนา】


            ทันใดนั้น พลังอำนาจลึกลับก็โหมกระหน่ำออกมาจากส่วนลึกของร่างกาย คล้ายคลื่นพายุที่ปะทุจากแกนกลาง


            กระแสพลังวิญญาณจากระบบไหลเวียนไปทั่วทุกอณู ทุกเส้นเอ็น ทุกหยาดเลือด


            ความร้อนและความเย็นปะทะกันภายในอก แหล่งพลังงานซึ่งถูกสลักอยู่บริเวณหัวใจเริ่มเปล่งประกาย


            ต้นไม้สีม่วงที่หยั่งรากในจิตวิญญาณสะท้อนแสงเรืองรอง กิ่งก้านทั้งเจ็ดซึ่งไร้ใบพลันแตกหน่อเล็กๆสีม่วงเข้ม มันค่อยๆขยายตัว ชอนไชลึกลงไปในรากฐานแห่งพลัง เหมือนกำลังฝังรากใหม่ให้มั่นคงยิ่งกว่าเดิม


            ก่อนหน้านี้ หวงเยี่ยเป็นเพียงนักล่ามังกรระดับหนึ่งขั้นสูงสุดเท่านั้น


            แม้จะอยู่ในขั้นปลาย แต่กำแพงระหว่างระดับหนึ่งกับระดับสองยังคงเป็นเส้นแบ่งที่ชัดเจน


            ทว่าเมื่อออกล่าอาชญากรและสะสมแต้มวิญญาณอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดจุดมุ่งหมายที่เขาวางไว้ก็สัมฤทธิ์ผล


            แรงกดดันภายในร่างสั่นสะเทือนครู่หนึ่ง ก่อนจะสงบลงอย่างสมบูรณ์ ลมหายใจของเขาหนักแน่นขึ้น ร่างกายรู้สึกเบาสบายแต่เต็มไปด้วยพลังที่เข้มข้นกว่าเดิมหลายเท่า เส้นเลือดทุกสายราวกับเปล่งประกายอยู่ใต้ผิวหนัง


            หวงเยี่ยเผยรอยยิ้มบางๆใต้หน้ากากสีแดง ความพึงพอใจฉายผ่านดวงตา


            เขาเปิดหน้าต่างข้อมูลระบบขึ้นมาตรวจสอบทันที ตัวอักษรเรืองแสงปรากฏชัดเจนในสายตา


            【พลังวิญญาณระดับสองขั้นแรกเริ่ม】- สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 5,000


            【ร่างกายระดับสองขั้นแรกเริ่ม】- สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 5,000


            ดวงตาของเขาไล่อ่านอย่างช้าๆ


            “ระดับสองขั้นแรกเริ่ม..”


            “นั่นหมายความว่าเขาได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของระดับหนึ่งอย่างสมบูรณ์”


            ทว่าเมื่อสายตาหยุดลงที่ตัวเลขแต้มวิญญาณที่ต้องใช้สำหรับการพัฒนาลำดับถัดไป มุมปากของเขาก็เหยเกขึ้นเล็กน้อย


            “ใช้แต้มวิญญาณเยอะจริงๆ”


            “เป็นแบบนี้แล้วในอนาคต เมื่อข้าเลื่อนเป็นนักล่ามังกรระดับเจ็ดหรือแปด แต้มวิญญาณคงไม่ใช้มากถึงหลักล้านหรือหลายสิบล้านเลยนะ?”


            คำถามถูกเอ่ยออกมาราวกับพูดเล่น ทว่าภายในมีความจริงจังซ่อนอยู่


            ชั่วครู่หนึ่ง ระบบเงียบงัน ก่อนที่เสียงหัวเราะจะดังขึ้นในห้วงสติของเขา


            เป็นเสียงหัวเราะที่คึกคักและลึกซึ้ง ราวกับกำลังเพลิดเพลินกับความคิดของโฮสต์


            มันมิได้ตอบคำถามใดๆ เพียงเสียงหัวเราะนั้นก็ดังสะท้อนก้องอยู่ภายใน


            หวงเยี่ยนิ่งไปเล็กน้อย ขนตามแขนลุกชันขึ้นโดยไม่รู้ตัว


            แม้เขาจะคุ้นเคยกับการมีอยู่ของระบบกลืนกินมังกร แต่บางครั้งการแสดงออกที่คลุมเครือเช่นนี้ก็ทำให้รู้สึกประหลาด


            “หัวเราะแบบนี้..”


            “หมายความว่ายังไงกันแน่”


            เขาพึมพำกับตนเอง


            ทว่าระบบไม่ตอบ


            เพียงความเงียบที่แฝงรอยยิ้มลึกลับ ทำให้หวงเยี่ยต้องสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะปิดหน้าต่างข้อมูลลง


            ทว่าเสียงไซเรนก็ได้ดังแว่วมาจากระยะไกลในยามค่ำคืน ความเงียบสงัดที่เคยปกคลุมโกดังรกร้างเริ่มสั่นไหวไปกับเสียงเครื่องยนต์หลายคันที่ใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว ไฟหน้ารถสะท้อนผนังเหล็กและพื้นคอนกรีตเป็นเงาวาบสลับกันไปมา


            “เจ้าหน้าที่เหรอ?”


            หวงเยี่ยซึ่งยืนอยู่บริเวณทางเข้าโกดังรับรู้ถึงการเคลื่อนไหวเหล่านั้นได้ในทันที


            ประสาทสัมผัสที่เฉียบคมหลังการเลื่อนระดับทำให้เขารู้ว่าทางการกำลังมาถึง


            เขาเบนสายตาออกไปด้านนอก หมายจะก้าวจากไปอย่างเงียบงันก่อนที่ใครจะทันสังเกตเห็น


            ทว่าเพียงชั่วอึดใจ เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังขึ้นรอบทิศ


            เงาร่างหลายสายกระโจนเข้ามาอย่างพร้อมเพรียง นักล่ามังกรระดับสองในชุดเครื่องแบบของสมาพันธ์นักล่ามังกรกระจายกำลังล้อมพื้นที่โดยรอบ ใบหน้าของแต่ละคนเคร่งเครียด เมื่อสายตากวาดผ่านซากศพที่นอนตายเกลื่อนอยู่ภายในโกดังด้านหลังชายในชุดโค้ทสีดำ


            อาวุธพลังงานถูกยกขึ้นเล็งอย่างระแวดระวัง


            หนึ่งในเจ้าหน้าที่ก้าวออกมาด้านหน้า


            “อย่าขยับนะ!”


            “ได้โปรดมากับเราด้วย!”


            น้ำเสียงของเขาพยายามควบคุมให้มั่นคง แต่ยังแฝงความตึงเครียดอย่างชัดเจน เพราะถึงพวกเขาจะเป็นนักล่ามังกรระดับสอง แต่ไม่มีใครมั่นใจแม้แต่น้อย ภาพเบื้องหลังของชายผู้นี้คือกองศพหลายร้อยร่าง และพลังที่สามารถทำลายล้างกลุ่มแก๊งทั้งกลุ่มในคืนเดียว


            หวงเยี่ยยืนนิ่ง ไม่ได้ขยับก้าวใด สายตาภายใต้เงาหน้ากากสีแดงกวาดมองเจ้าหน้าที่ทีละคน


            บรรยากาศตึงเครียดราวกับสายธนูที่ถูกดึงจนสุด


            ในจังหวะที่ความเงียบกำลังจะกลายเป็นการปะทะ เสียงหนึ่งก็ดังแทรกเข้ามาอย่างฉับพลัน


            “หยุดเลยนะไอ้พวกเวร!”


            “พวกแกจะทำอะไรกัน!”


            “รีบเอาอาวุธลงเร็วเข้า!”


            เงาร่างกลุ่มหนึ่งพุ่งเข้ามาด้วยความรวดเร็วเหนือกว่าคนทั่วไป พลังวิญญาณที่แผ่ออกมาชัดเจนกว่าระดับสองอย่างเห็นได้ชัด


            เจ้าหน้าที่ระดับสูงในชุดเครื่องแบบที่มีตราสัญลักษณ์เด่นชัดก้าวมาด้านหน้า สีหน้าเคร่งขรึม


            “ชายหนุ่มคนนี้คือหวงเยี่ยซื่อจื่อ สมญานามเจ้าชายน้อย ผู้ที่ปลุกเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับราชาได้!”


            คำกล่าวนั้นเหมือนสายฟ้าที่ผ่าลงกลางวงล้อม เจ้าหน้าที่ระดับหนึ่งและสองต่างชะงักงัน ราวกับลมหายใจถูกกระชากออกจากอก


            “หวงเยี่ย…”


            บางคนพึมพำออกมาอย่างตกใจ เพราะชื่อเสียงของผู้ปลุกเจตจำนงระดับราชาในเมืองไม่ใช่เรื่องเล็กเลยซักนิด ต่อให้จะยังหนุ่มแน่นและเป็นหน้าใหม่ก็ตาม ทว่าศักยภาพที่แสดงออกในสนามทดสอบและข่าวลือในช่วงห้าวันที่ผ่านมา ล้วนชี้ไปที่บุคคลเดียว

            

            เจ้าหน้าที่ระดับสามหลายคนรีบลดอาวุธลงทันที หนึ่งในนั้นก้าวออกมาข้างหน้า แล้วยกมือแนบอกแสดงความเคารพ


            “ไม่ว่าจะเห็นกี่ครั้งรากไม้ของท่านก็ยังคงน่าสะพรึงกลัวจริงๆ”


            “อ๋อ? ข้าคือเจ้าหน้าที่ในสนามการทดสอบที่เจ็ดครับ เพราะงั้นจึงเคยเห็นรูปแบบเจตจำนงของท่านมาแล้ว!”


            สายตาของเขาเต็มไปด้วยความนับถือ


            “และข่าวลือที่เกิดขึ้นในช่วงตลอดห้าวันมานี้ ทั้งการลงมือ ทั้งพลังที่แข็งแกร่ง ทั้งหมดมันชี้ไปที่ท่านแต่เพียงผู้เดียว”


            “เพราะงั้นไปกันเถอะครับ ท่านผู้บัญชาการเมืองของพวกเรากำลังรอคอยท่านอยู่!”


            หวงเยี่ยรับฟังอย่างเงียบงัน ขณะที่ความประหลาดใจฉายวาบผ่านแววตาเพียงครู่เดียว


            “ท่านผู้บัญชาการเมือง?”


            เขาไม่ได้คาดคิดว่าการกระทำในชานเมืองจะนำไปสู่การพบปะเช่นนี้รวดเร็วเพียงนี้


            ทว่าชายหนุ่มไม่ได้ปฏิเสธมัน ยกมือขึ้นแล้วถอดชุดคลุมบนหัวออก จากนั้นหน้ากากสีแดงสลักลายก็ถูกถอดออกตาม ใบหน้าที่ปรากฏภายใต้แสงไฟรถยนต์นั้นคมชัดและมีเสน่ห์ เส้นผมสีฟ้าสว่างสะท้อนประกายยามค่ำคืน รูปลักษณ์แตกต่างไปจากยมทูตพฤกษาอย่างลิบลับ


            หวงเยี่ยเผยรอยยิ้ม มุมปากยกขึ้นอย่างสนใจแล้วพยักหน้ารับ


            “เข้าใจแล้ว งั้นพาข้าไปพบกับท่านผู้บัญชาการของเมืองแห่งนี้หน่อยละกัน!”


    คล้ายกับเรื่อง(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร ที่คุณอ่าน