ระบบอัญเชิญพิชิตโลก

ความกังวลของจักรพรรดิเฟิงชิงหยาง

หลังจากที่หนานหมิงกลับมาอยู่ข้างๆเซี่ยเล่ยจีแล้ว เขาก็รอให้หนานเทียนอวิ๋นมาพบก่อนที่จะพาเขาไปฉลองยินดีที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงในวันพรุ่งนี้ได้สำเร็จ

ภายในภัตตาคารร้อยจันทรา 

หลังจากที่กินอาหารกันจนอิ่มแล้ว หนานหมิงก็หันไปถามกับหนานเทียนอวิ๋นว่า “ เจ้าคิดอย่างไรกับลู่ซานและฉู่เยว่? เพราะวันนี้ทั้งสองก็ได้สร้างค่ายกลระดับลี้ลับขึ้นมาแล้ว ” 

หนานเทียนอวิ๋นครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนที่จะตอบกลับไปว่า “ ข้าคิดว่าทั้งสองมีความสามารถมากจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นค่ายกลที่ทั้งสองสร้างมานั้นอยู่ในระดับลี้ลับขั้นต้น ส่วนข้าที่เป็นถึงปรมาจารย์ระดับลี้ลับขั้นกลางที่เกือบจะเข้าสู่ขั้นสูงแล้วสามารถเอาชนะได้แน่นอน ” 

 “ แล้วถ้าหากทั้งสองไม่ใช่ปรมาจารย์ค่ายกลระดับลี้ลับขั้นต้นล่ะ? ” หนานหมิงถามขึ้น

ทันใดนั้นหนานเทียนอวิ๋นก็ชะงักเล็กน้อยก่อนที่จะถามขึ้นว่า “ ท่านพ่อคิดว่าทั้งสองเป็นปรมาจารย์ค่ายกลระดับลี้ลับขั้นกลาง? ” 

หนานหมิงพยักหน้าและกล่าวขึ้นว่า “ อะไรก็เกิดขึ้นได้ใช่ไหมล่ะ เช่นนั้นแล้วเจ้ายังมีความมั่นใจที่จะเอาชนะอีกฝ่ายไหม ” 

หนานเทียนอวิ๋นถอนหายใจและกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ ไม่ว่าอย่างไรข้าก็ต้องเอาชนะให้ได้ ในการประลองในวันพรุ่งนี้ข้าจะทุ่มสุดตัวเพื่อเอาชนะฉู่เยว่และลู่ซานให้ได้ ” 

หนานหมิงพยักหน้ารับเบาๆและกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ หวังว่าเจ้าจะเอาชนะได้ ” 

หลังจากที่เที่ยวเล่นอยู่พักใหญ่ หนานหมิงก็พาทุกๆคนกลับไปยังโรงเตี๊ยม

ในขณะที่หนานหมิงกำลังพักผ่อนโดยการนั่งมองดวงดาราอยู่ที่ระเบียงพร้อมกับดื่มสุราไปด้วย จู่ๆก็มีเงาดำปรากฏขึ้นที่ด้านข้างของเขา

“ นายท่าน ” หลู่เซียงกระซิบเบาๆ

“ มีอะไร? ” หนานหมิงถามขึ้น

“ คนของเราได้รายงานมาว่าตอนนี้กองกำลังยัักษ์ใหญ่ต่างก็มุ่งหน้ามายังอาณาจักรต้าเฟิง โดยพวกเขาต้องการที่จะดึงตัวท่านและคุณชายเข้าร่วมกับพวกเขาให้ได้ขอรับ ” หลู่เซียงกล่าวขึ้น

“ เป็นเพราะปรมาจารย์ค่ายกลระดับลี้ลับ? ” หนานหมิงถามขึ้น

“ ใช่แล้วขอรับนายท่าน ” หลู่เซียงพยักหน้ารับ

สำหรับหนานหมิงแล้วเขาไม่ได้แปลกใจกับการเคลื่อนไหวของกองกำลังรอบๆอาณาจักรต้าเฟิง เพราะถึงอย่างไรปรมาจารย์ค่ายกลระดับลี้ลับก็นับว่าเป็นตัวตนระดับสูงสุดของปรมาจารย์ค่ายกลในโลกใบนี้ ณ ตอนนี้แล้ว เพราะถ้าหากสูงกว่าระดับลี้ลับก็คือระดับนิรันดร์ ซึ่งแม้แต่หนานหมิงก็ยังไปถึงระดับเอง 

จึงไม่แปลกใจที่กองกำลังยักษ์ใหญ่รอบๆอาณาจักรต้าเฟิงเมื่อได้รับข่าวว่ามีปรมาจารย์ค่ายกลระดับลี้ลับปรากฏตัวขึ้นมาถึงสามคน กองกำลังเหล่านั้นจึงมุ่งเป้ามาที่ปรมาจารย์ค่ายกลทันที โดยพวกเขาไม่กลัวว่าจะเกิดปัญหาระหว่างกองกำลังแม้แต่น้อย

ซึ่งตอนนี้จักรพรรดิเฟิงชิงหยางเองก็ทราบข่าวแล้ว เขาจึงได้เตรียมตัวป้องกันอย่างเต็มที่

“ นายท่านต้องการให้ข้าไล่พวกมันกลับไปยังที่ที่ของพวกมันไหมขอรับ? ” หลู่เซียงถามขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง เพราะเขารู้ดีว่านายท่านเป็นพวกที่ชอบความสบายไม่ชอบเรื่องวุ่นวาย เพราะฉะนั้นแล้วการที่จู่ๆมีกองกำลังที่ไหนไม่รู้ต้องการที่จะมาสร้างปัญหา เขากลัวว่านายท่านจะรำคาญ

หนานหมิงโบกมืออย่างไม่ใส่ใจและกล่าวว่า “ ไม่ต้อง ข้าอยากรู้ว่ากองกำลังเหล่านั้นจะทำอย่างไรบ้าง แล้วก็เจ้าไปบอกกับจักรพรรดิเฟิงชิงหยางว่าไม่ต้องกังวล ข้าจะรับประกันความปลอดภัยของอาณาจักรต้าเฟิงให้เอง ” 

“ เข้าใจแล้วขอรับนายท่าน ” หลู่เซียงกล่าวจบเขาก็หายตัวไปทันที

สาเหตุที่หนานหมิงรับประกันความปลอดภัยให้กับอาณาจักรต้าเฟิง ไม่ใช่เพราะว่าหนานหมิงเป็นดี แต่เขาไม่ต้องการให้คนบริสุทธิ์เข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะเมื่อเขาปรากฏตัวจึงทำให้กองกำลังโดยรอบต่างให้ความสนใจและมุ่งเป้ามาที่พวกเขาและอีกอย่างนี้ก็เป็นการทดสอบเจ้าตัวแสบของเขา 

หลังจากที่หลู่เซียงจากไป หนานหมิงก็ดื่มสุราไปอีกเล็กน้อยก่อนที่จะยิ้มขึ้นจางๆก่อนที่จะพึมพำว่า “ พรุ่งนี้จะแกล้งเจ้าตัวแสบอย่างไรดีนะ ” 

ณ พระราชวังของราชวงศ์ต้าเฟิง

เวลานี้ภายในห้องทรงพระอักษรของจักรพรรดิเฟิงชิงหยาง

ภายในห้องทรงพระอักษรนี้มีคนรวมตัวกันมากกว่าสิบคน ซึ่งพวกเขาต่างก็เป็นยอดฝีมือของอาณาจักรต้าเฟิงรวมไปถึงเหล่าผู้นำของตระกูลต่างๆที่จงรักภักดีต่อราชวงศ์เฟิง

เหล่าผู้นำในห้องนี้ต่างก็เป็นถึงยอดฝีมือระดับเซียนนภา เรียกได้ว่าพวกเขาคือเสาหลักของอาณาจักรต้าเฟิงไม่นับว่าเกินเลยด้วยซ้ำ

จักรพรรดิเฟิงชิงหยางนั่งอยู่ที่เก้าอี้พร้อมกับมองเอกสารลับที่ถูกส่งมาโดยสายลับของเขา

ภายในเมืองหลวงต้าเฟิง นอกจากราชวงศ์เฟิงแล้ว กองกำลังที่มียอดฝีมือระดับเซียนนภาก็มีมากกว่าห้ากองกำลังด้วยกัน ซึ่งพวกเขาคือห้าตระกูลใหญ่ของเมืองหลวงต้าเฟิง 

ตระกูลสุ่ย ตระกูลหลี่ ตระกูลซู ตระกูลต่ง ตระกูลเฉา 

ส่วนกองกำลังที่ปกครองพื้นที่ต่างๆในอาณาจักรต้าเฟิง ก็มีอีกสี่กองกำลังที่มียอดฝีมือระดับเซียนนภา ซึ่งสี่กองกำลังนั้นได้แก่ สำนักเซียนกระบี่สวรรค์ สำนักเซียนบูรพาสวรรค์ วิหารวิญญาณราตรี พรรคเซียนดาบโลกันต์

และก็เพราะห้าตระกูลใหญ่และสี่กองกำลังใหญ่นี้ช่วยให้ตระกูลเฟิงของเฟิงชิงหยางสามารถล่มล้างราชวงศ์เก่าและก่อตั้งราชวงศ์เฟิงขึ้นมาได้ เพราะแบบนี้จักรพรรดิเฟิงชิงหยางจึงให้ความสำคัญกับพวกเขาอย่างมาก

ซึ่งตอนนี้เหล่าผู้นำของพวกเขาต่างก็ถูกเรียกตัวมายังพระราชวังยามค่ำคืนอย่างกระทันหัน 

“ องค์จักรพรรดิ จริงหรือเปล่าที่ตอนนี้พวกกองกำลังโดยรอบกำลังมุ่งหน้ามายังเมืองหลวงต้าเฟิงของเรา? ” ผู้นำตระกูลสุ่ย สุ่ยหรู่หยาง ยอดฝีมือระดับเซียนขั้นต้นนภาถามขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง

เหล่าผู้นำคนอื่นๆก็มองไปยังจักรพรรดิเฟิงชิงหยางด้วยความเป็นกังวล

ไม่นานนักจักรพรรดิเฟิงชิงหยางได้แต่ถอนหายใจและพยักหน้ารับเบาๆเท่านั้น 

“ ใช่แล้วล่ะ เป็นเพราะการปรากฏตัวของปรมาจารย์ค่ายกลระดับลี้ลับสองคนที่ไม่มีเบื้องหลังนั่นแหละ ” จักรพรรดิเฟิงชิงหยางกล่าวขึ้น

“ สองคน? ไม่ใช่สามคนงั้นหรือ ” ผู้นำตระกูลต่ง ต่งเหว่ยชิง ถามขึ้นด้วยความสงสัย

“ ก็เพราะคนที่สามอย่างฉู่เยว่เป็นปรมาจารย์ค่ายกลระดับลี้ลับ เป็นคนของวังยมราชอย่างไรล่ะ ” ซานเกากล่าวขึ้นด้วยท่าทีจริงจัง

เมื่อเหล่าผู้นำได้ยินพวกเขาถึงกับตกใจ

“ จริงหรือเท็จ? ” ผู้นำตระกูลเฉา เฉาเหวิน ถามขึ้น

“ เป็นเรื่องจริง สายลับของข้าได้สืบมาแล้ว ฉู่เยว่เป็นปรมาจารย์ค่ายกลของวังยมราชจริงๆ ” จักรพรรดิเฟิงชิงกล่าว

“ แล้วแบบนี้พวกเราจะทำอย่างไรกันดี? ” เจ้าสำนักเซียนบูรพาสวรรค์ถามขึ้น

“ เรื่องนั้นข้าเองก็ถึงเรียกพวกท่านมาเพื่อเตรียมตัวรับมือกับกองกำลังเหล่านั้น ” จักรพรรดิเฟิงชิงหยางยิ้มแห้งๆ

แม้ว่าอาณาจักรต้าเฟิงจะแข็งแกร่งและมียอดฝีมือระดับเซียนนภาหลายสิบคน พวกเขาสามารถต่อสู้กับกองกำลังยักษ์ใหญ่ที่อยู่รอบๆอาณาจักรต้าเฟิงได้ แต่ถ้าหากกองกำลังโดยรอบต้องการที่จะทำลายอาณาจักรต้าเฟิง อาณาจักรต้าเฟิงก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ทำได้เพียงแค่หาทางเอาตัวรอดเท่านั้น

เหล่าผู้นำที่ได้ยินก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆและไม่รู้ว่าจะหาทางรับมืออย่างไรดี

เพียงแต่ในขณะที่พวกเขากำลังครุ่นคิดหาวิธีอยู่ จู่ๆก็มีเสียงๆหนึ่งดังขึ้นที่มุมหนึ่งของห้อง

“ เรื่องนั้นพวกท่านไม่ต้องคิดมากไป ” 

จักรพรรดิเฟิงชิงหยางและคนอื่นๆรีบระเบิดพลังออกมาทันที 

กลิ่นอายของเซียนนภานับสิบคนทำให้พระราชวังถึงกับสั่นสะเทือน

ตอนนี้จักรพรรดิเฟิงชิงหยางและเหล่าผู้นำทั้งหมดก็เห็นคนๆหนึ่งยืนอยู่มุมห้อง

“ ไม่ต้องกังวลไปข้าไม่ได้มาที่นี้เพื่อสร้างปัญหา เพราะฉะนั้นแล้วช่วยเก็บแรงกดดันด้วย ” หลู่เซียงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าเจ้าไม่ได้มาสร้างปัญหา? ” ซานเกาหรี่ตาลงพร้อมกับกริซคู่ในมือพร้อมที่จะลงมือทันที

“ ก็เพราะถ้าหากข้าต้องการลงมือจริงๆ ด้วยพวกเจ้าแค่นี้คิดหรือว่าจะทำอะไรข้าได้? ” หลู่เซียงยิ้มเล็กน้อยก่อนที่แรงกดดันของระดับเซียนทองคำก็กดทับทุกๆคนในห้องทันที

เพียงพริบตาเดียวทุกๆคนในห้องก็ทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้นเพราะถูกแรงกดดันของหลู่เซียงกดทับ

“ ยอดฝีมือระดับเซียนทองคำ! ” จักรพรรดิเฟิงชิงหยางอุทานออกมาด้วยความตกใจ

เหล่าผู้นำทั้งหมดใช้พลังของตัวเองเพื่อต่อต้านพลังของหลู่เซียง แต่พวกเขาก็ไม่สามารถต้านทานได้อยู่ดี

สามลมหายใจ หลู่เซียงก็สลายแรงกดดันของตัวเอง

“ เห็นหรือยังว่าข้าไม่ได้มาที่นี้เพื่อสร้างปัญหา แต่ข้ามาบอกกับพวกเจ้าทุกคนว่าไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องกองกำลังที่อยู่รอบๆอาณาจักรต้าเฟิงจะมาสร้างปัญหา เพราะนายท่านของข้าได้สั่งเอาไว้แล้วว่าถ้าหากพวกมันสร้างปัญหาก็ให้ลงโทษพวกมันได้ ” หลู่เซียงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

จักรพรรดิเฟิงชิงหยางและคนอื่นๆตกใจ พวกเขานึกไม่ถึงเลยว่ายอดฝีมือระดับเซียนทองคำนี้เป็นเพียงแค่ผู้ติดตามเท่านั้น

“ นายท่านของท่านคือใคร แล้วทำไมถึงเข้ามายุ่งเรื่องนี้? ” จักรพรรดิเฟิงชิงหยางถามขึ้น

“ เรื่องนั้น…เจ้าคิดว่าเจ้ามีสิทธิ์ที่จะถามงั้นหรือ ” หลู่เซียงหรี่ตาลงพร้อมกับแรงกดดันที่ทำให้จักรพรรดิเฟิงชิงหยางถึงกับกระอักเลือดออกมา

จักรพรรดิเฟิงชิงหยางรีบเช็ดเลือดก่อนที่จะโค้งคำนับให้กับหลู่เซียงพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “ เป็นข้าน้อยที่ปากมากขอให้ท่านผู้อาวุโสลงโทษด้วย ” 

หลู่เซียงแค่นเสียงที่หนึ่งก่อนที่จะหายตัวออกจากห้องทันที

เพียงแต่แม้ว่าหลู่เซียงจะจากไปแล้ว แต่ทุกๆคนในห้องต่างก็ได้ยินเสียงของหลู่เซียงดังขึ้นอีกครั้งว่า “ พวกเจ้าไม่ต้องคิดมาก หลังจากนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง ” 

เมื่อเห็นว่าหลู่เซียงจากไปแล้ว ทุกๆคนในห้องต่างก็ถอนหายใจออกมา

“ ช่างน่ากลัวจริงๆ เพียงแค่แรงกดดันก็สามารถทำให้จักรพรรดิบาดเจ็บได้แล้ว ” เจ้าสำนักเซียนกระบี่สวรรค์อุทานออกมา

ต้องรู้ก่อนว่าคนที่แข็งแกร่งที่สุดในห้องนี้ก็คือจักรพรรดิเฟิงชิงหยางที่เป็นถึงเซียนนภาขั้นปลาย แต่เพียงแค่แรงกดดันของผู้อาวุโสเมื่อครู่ก็สามารถทำให้ได้รับบาดเจ็บแล้ว

“ พวกเจ้าคิดว่าผู้อาวุโสเมื่อครู่นี้เป็นใครและนายท่านของเขาคือใครกันแน่? ” ผู้นำวิหารวิญาณราตรีถามขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเพราะกลัวว่าหลู่เซียงจะได้ยิน

“ ถ้าหากเจ้าไม่รู้แล้วคิดว่าข้าจะรู้งั้นเรอะ? ” ผู้นำพรรคเซียนดาบโลกันต์กลอกตา

“ แล้วแบบนี้จะทำอย่างไร? ” ผู้นำตระกูลเฉา เฉาเหวินถามขึ้น

“ ทำอะไรได้ล่ะก็ปล่อยให้ผู้อาวุโสท่านนั้นจัดการแล้วกัน ข้าเชื่อว่าเพียงแค่ผู้อาวุโสออกตัวเกรงว่าเจ้าพวกที่จะมาสร้างปัญหาคงได้วิ่งกลับบ้านแทบไม่ทัน ” ผู้นำตระกูลหลี่ หลี่ซีเยว่กล่าวพร้อมกับส่ายหน้าเล็กน้อย

เป็นอย่างที่หลี่ซีเยว่กล่าวมา ตอนนี้พวกเขาจะทำอะไรได้ในเมื่อผู้อาวุโสท่านนั้นรับประกันความปลอดภัยให้กับพวกเขาแล้ว 

“ เอาเป็นว่าทุกท่านกลับไปพักผ่อนก่อนแล้วกัน ถ้าหากมีเรื่องอะไรสำคัญข้าจะเรียกพวกท่านมาพบอีกครั้ง ” จักรพรรดิเฟิงชิงหยางกล่าว

ผู้นำตระกูลทั้งห้าและผู้นำกองกำลังใหญ่อีกสี่คนก็แยกย้ายกันไปทันที

ภายในห้องเหลือเพียงแค่จักรพรรดิเฟิงชิงหยางและซานเกาเพียงสองคน

“ เจ้าคิดว่าอย่างไร? ” จักรพรรดิเฟิงชิงหยางกล่าวพร้อมกับกินโอสถฟื้นฟูไปด้วย

“ ข้าคิดว่านายท่านของผู้อาวุโสน่าจะอยู่ในเมืองหลวงต้าเฟิงและกำลังรับชมเทศกาลค่ายกลพิทักษ์อยู่ ไม่อย่างนั้นผู้อาวุโสท่านนั้นจะช่วยเหลือพวกเราในการรับมือกับพวกมันงั้นหรือ? ” ซานเกากล่าวหลังจากที่คิดมาสักพัก

จักรพรรดิเฟิงชิงหยางเองก็คิดเหมือนกับซานเกา เพียงแต่จู่ๆเขาก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างออกจากนั้นสีหน้าของเขาก็กลายเป็นจริงจัง

“ เจ้าคิดว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่นายท่านของผู้อาวุโสท่านนั้นจะเป็นลู่ซานหรือไม่ก็หมิงเล่ย? ” จักรพรรดิเฟิงชิงหยางกล่าวขึ้น

ทันใดนั้นสีหน้าของซานเกาก็เปลื่ยนไปเล็กน้อยก่อนที่จะคิดอยู่ครู่หนึ่งและกล่าวขึ้นว่า “ มีความเป็นไปได้อย่างยิ่ง เพราะพวกเราก็ไม่รู้ว่าลู่ซานและหมิงเล่ยมีที่มาอย่างไร และอีกอย่างการที่สามารถสร้างรุ่นเยาว์ที่มีพรสวรรค์ระดับนี้ได้เบื้องหลังของพวกเขาคงไม่ต่ำอย่างแน่นอน แต่คาดไม่ถึงเลยว่าเบื้องหลังของพวกเขาหนึ่งในสองคนนี้จะมียอดฝีมือระดับเซียนทองคำคอยคุ้มกันแบบนี้ ” 

เมื่อเห็นว่าความคิดของทั้งสองไปในทิศทางเดียวกัน พวกเขาก็ทำได้เพียงแค่มองหน้ากันก่อนที่จะยิ้มขึ้น

“ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ปล่อยเรื่องเหล่านี้ให้กับท่านผู้อาวุโสเป็นคนจัดการเถอะ…แล้วก็พรุ่งนี้เจ้ากับข้าก็ไปรับชมงานเทศกาลค่ายกลพิทักษ์ด้วยกันเถอะ ” จักรพรรดิเฟิงชิงหยางยิ้มขึ้นอย่างยินดี

“ เข้าใจแล้ว ” ซานเกาพยักหน้ารับเบาๆก่อนที่จะหายตัวไปทันที

จักรพรรดิเฟิงชิงหยางลุกขึ้นยืนก่อนที่จะเหลือบมองดวงดาราผ่านหน้าต่างก่อนที่จะหยิบเอากุญแจโบราณออกมาและพึมพำว่า “ เกรงว่าวันนี้คงต้องไปห้องเก็บสมบัติเสียแล้ว ” 

แน่นอนว่าจักรพรรดิเฟิงชิงหยางต้องการที่จะสร้างมิตรภาพกับลู่ซานหรือไม่ก็หมิงเล่ย เพราะแบบนี้เขาจึงต้องไปห้องเก็บสมบัติเพื่อเตรียมสมบัติไปมอบให้กับทั้งสองในวันพรุ่งนี้

 

คล้ายกับเรื่องระบบอัญเชิญพิชิตโลก ที่คุณอ่าน