ความอยากรู้อยากเห็นของชิงเถาทำให้นางได้ออกสำรวจพื้นที่ป่าที่ห่างจากหมู่บ้านอพยพหนีภัยมาสิบกว่าลี้พื้นที่ป่ารอบๆช่างสวยงามดังที่ชาวบ้านพูดกันจริงๆ ด้วยมันยังคงเป็นธรรมชาติไม่ได้ถูกบุกรุกจากมนุษย์เท่าไหร่ไหนจะตอนนี้เป็นหน้าร้อนอยู่ป่าถึงเขียวชอุ่มยิ่งนัก ต้นไม้น้อยใหญ่สูงต่ำเกิดสลับกันไปมาชิงเถาเดินนำหน้านายทหารผู้ติดตามอีกสามนายอย่างร่าเริงยังมีพืชพรรณแปลกตาให้นางได้สงสัยอีกมากนักและความโชคดีของนางอีกข้อก็คือถ้าต้นไหนนางไม่รู้จักก็ไม่ต้องเปิดหนังสือให้เหนื่อยเพรามีเชี่ยนเชี่ยนคอยตอบนางอยู่นั่นเอง
“คุณหนูเก็บต้นพวกนี้ทำไมขอรับ”เอ้อฉงเอ่ยถามอย่างสงสัย เนื่องด้วยบางต้นชิงเถานางก็ขุดเอาไปทั้งต้นถ้าเป็นต้นไม้ใหญ่บ้างนางก็เก็บดอกบ้างเก็บผลหรือหักไปทั้งกิ่งก็มี
“มันมีประโยชย์เจ้าค่ะ”ชิงเถาตอบกลับไปสั้นๆเท่านั้น
“คุณหนูช่างมีความรอบรู้ยิ่งนักขอรับ”เอ้อฉงเอ่ยชม
“แฮร่ๆเจ้าค่ะ” ชิงเถาเพียงหัวเราะออกมาเบาๆ เท่านั้น มันไม่ใช่ความสามารถนางเสียหน่อยเป็นเพราะนางมีตัวช่วยต่างหาก
การเดินเล่นของชิงเถายังคงเป็นไปด้วยความสนุกของนางส่วนนายทหารนอกจากความระแวดระวังภัยแล้วก็ไม่อาจเอาความรู้สึกอื่นมาสนใจได้ ป่าที่ชิงเถาเข้ามานั้นยังโชคดีที่นางไม่เจอสัตว์ดุร้ายอันใดแต่เพียงชิงเถาคิดได้ในใจไม่ขาดคำ หูนางก็ได้ยินเสียงสัตว์บางชนิดแว่วเบาๆเข้าหูนางมา
‘ฮืดดดด ฮาดดดด’เสียงเหมือนการหายใจแรงๆของสิ่งมีชีวิตสักชนิดหนึ่งคือสิ่งที่ชิงเถาได้ยินนางรีบมองหาไปรอบๆดูว่ามันมาจากทางไหนกันแน่ไม่มีสัตว์ตัวไหนอยู่ในระยะสายตาที่นางมองเห็นเลย
“พวกท่านได้ยินเสียงอะไรหรือไม่”ชิงเถาหันมองซ้ายขวาก็ไม่เจออะไรเลยลองถามนายทหารที่มาด้วยดูเผื่อว่าใครจะหูดีได้ยินอะไรบ้าง
“เสียงอะไรขอรับคุณหนูข้าได้ยินแต่เสียงพวกนกหรือแมลงบินไปมาเท่านั้น ใช่ไหม” เอ้อฉงตอบออกมาอย่างสงสัยแล้วหันไปถามเพื่อนทหารอีกสองคน
“ใช่ขอรับ”ทั้งสองก็ตอบออกมาเช่นกันไม่มีใครได้ยินเสียงอะไรแปลกไปกว่าเพียงสัตว์ตัวเล็กๆร้องเลย
“มันดังมาจาก”ชิงเถาลองตั้งใจฟังดีๆ จึงแน่ใจขึ้นว่ามันมาจากฝั่งไหนกันแน่
“คุณหนูค่อยๆเดินขอรับ”เมื่อชิงเถาแน่ใจดีแล้วนางก็รีบเดินมุ่งหน้าไปทางนั้นทันทีทันใดพร้อมเจ้านกหลันเฟยที่เกาะอยู่บนไหล่ปล่อยให้นายทหารได้แต่เร่งเดินตามนางมาติดๆถึงนางจะรีบเดินอย่างไรก็ไม่สู้ฝีเท้าเหล่าทหารอยู่ดี
‘หืออออ ฮึดดดด’ชิงเถาเดินตามเสียงที่นางได้ยินมาอีกครู่หนึ่ง หลังพุ่มหญ้าข้างหน้านางต้องมีตัวอะไรอยู่แน่ๆ
“คุณหนูอันตรายขอรับ”เอ้อฉงได้ยินชัดเจนกับเสียงปริศนาที่ชิงเถาถามหาตอนแรกชิงเถานางจะเดินไปเปิดพุ่มไม้ดูแต่กลับเจอเอ้อฉงเอ่ยขัดไว้ก่อน
“แต่ข้าอยากรู้”ชิงเถานางก็ไม่ยอมเช่นกันนางต้องรู้ให้ได้ว่าอะไรอยู่หลังพุ่มไม้ด้านหน้านางกันแน่
‘เปิดเลยๆ’แม้แต่เจ้าหลันเฟยก็ยังสนับสนุนความคิดนางเลย
“แต่เราไม่รู้ว่ามันคืออะไรนะขอรับหากว่าเรารับมือไม่ไหว” เอ้อฉงก็ไม่ยอมเช่นกัน เรื่องความปลอดภัยต้องมาก่อน
‘เชี่ยนเชี่ยน สรุปมันคือตัวอะไรกันแน่’ชิงเถายอมตรวจสอบเพื่อความปลอดภัยก่อนนางจึงได้สอบถามเชี่ยนเชี่ยนก่อนถึงสิ่งที่อยู่ตรงหน้านางตอนแรกนางแค่อยากจะเห็นเองกับตาเพื่อความตื่นเต้นเสียหน่อยเท่านั้น
‘ลูกม้าตัวหนึ่งกำลังบาดเจ็บ’เสียงตอบออกมาทันทีเมื่อชิงเถาถาม
‘ขอบใจมาก’
“ไม่อันตรายหรอกเจ้าค่ะเชื่อข้า”ชิงเถาเอ่ยบอกออกไปยิ้มๆ นางค่อยๆเดินเข้าไปแหวกพุ่มไม้ออกทันทีโดยไม่ฟังเสียงทัดท้านจากใครทั้งส้น
‘เอาเลยๆ’ เจ้าหลันเฟยบอกให้ชิงเถาเอาเลย แต่ตัวมันกลับบินไปหลบอยู่หลันเอ้อฉงเสียอย่างงั้นแต่ชิงเถาก็ไม่ได้ว่าอะไรมัน
‘หืดดดด หือๆๆๆ’เสียงร้องที่ออกมาจากทั้งปากทั้งจมูกเจ้าสัตว์ที่นอนอยู่ดังออกมาให้ได้ยินต่อเนื่อง
“มันบาดเจ็บหรือ”ชิงเถาเอ่ยขึ้นทันทีเมื่อเห็นว่ามันนอนอยู่บนพื้นด้วยท่าที่ขาทั้งสี่ขนานไปกับพื้นคล้ายกับว่ามันล้มลงเจ้าม้าตัวนี้ตัวมันดูสั่นไปทั้งตัวบวกกับเสียงที่มันเปล่งออกมาชิงเถาจึงยืนยันได้ไม่ยากว่ามันน่าจะบาดเจ็บอะไรสักอย่าง
“ลูกม้านี่นา”ทหารนายหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างเบาใจลงแต่เขาก็ยังต้องระแวดระวังภัยอยู่ดีม้ามันบาดเจ็บอาจจะมีผู้ล่าตัวอื่นอยู่ใกล้ๆนี้ก็ได้
“เจ้าม้าขนเจ้าสวยมากเลย เจ้าบาดเจ็บตรงไหนกันนะ”ชิงเถานั่งคุกเข่าลงใกล้ๆกับลุกม้าแล้วยื่นมือไปค่อยลูกตรงท้องของมันเบาๆนางค่อยๆพูดช้าๆ ไม่ให้ม้าตื่นกลัวนางจนเกินไปลูกม้าตัวนี้สวยจนชิงเถาอดจะเอ่ยชมก่อนดูอาการมันไม่ได้เลยขนของมันเป็นสีขาวปลอดไปทั้งตัวเหมือนกับชีวิตนี้ไม่รู้จักดินโคลนมาก่อน
“นี่ขอรับคุณหนูขาหลังของมันมีจุดแดงๆ สองจุด มันน่าจะถูกงูมีพิษฉกมา”เอ้อฉงเอ่ยขึ้นเมื่อสังเกตรอบๆตัวม้าแล้วเห็นจุดผิดปกติ
“เช่นนั้นหรือ”ชิงเถามองตามที่เอ้อฉงบอก ตรงต้นขาของเจ้าม้ามีรอยแดงๆคล้ายเลือดสองจุดห่างกันไม่มากเหมือนที่อีกคนบอกนางจริงๆ
“ไม่มีม้าตัวอื่นๆอยู่แถวนี้ด้วยมันน่าจะพลัดหลงกับแม่มันนะขอรับ ปล่อยไว้อย่างนี้มันไม่รอดแน่”นายทหารอีกคนประเมินออกมาตามที่เห็น
“แล้วเช่นนี้จะทำเช่นไรดีเจ้าคะ”ชิงเถาเอ่ยขึ้นอย่างร้อนรนเมื่อได้ยิน มันอาจจะไม่รอดก็ได้ถ้าปล่อยไว้แบบนี้มันเป็นเพียงลูกม้าถึงนางจะไม่รู้อายุมันจริงๆแต่จากที่มองมันก็น่าจะไม่กี่เดือนเท่านั้น มันคงทนพิษงูไม่ได้หรอก
“” ซึ่งทั้งสามคนก็ได้แต่ส่ายหน้าเป็นคำตอบบอกให้นางรู้เท่านั้นพวกเขาเป็นเพียงทหารเท่านั้น รู้แต่วิธีเลี้ยงดูม้าหรือดูอาการมันเบื้องต้น หารู้วิธีการรักษามันไม่
‘ไม่รู้สิๆ’ หลันเฟยออกความเห็นบ้าง
“แต่มันจะต้องรอดเจ้าค่ะ”ชิงเถาเอ่ยขึ้นอย่างหนักแน่น ในเมื่อนางเจอกับมันแล้วนั่นก็แปลว่ามีชะตาต่อกันนางจะต้องช่วยมันให้ได้
ชิงเถานางรีบคว้านหาสมุนไพรจากถุงผ้าที่ห้อยอยู่ข้างเอวนางทันทีมันมีอยู่แล้วแน่ๆ เจ้าสิ่งที่นางจะใช้รักษาเจ้าลูกม้าตัวนี้ได้แล้วในมือของชิงเถาก็มีต้นตะขาบเงินตะขาบทองแห้งอยู่อย่างละต้นนางพกไว้ติดตัวเผื่อเกิดเหตุไม่คาดคิดและนี่เป็นครั้งแรกที่นางได้ใช้
“แล้วต้องทำอย่างไรล่ะเนี่ย”ชิงเถาหยุดคิดครู่หนึ่ง นางจะต้องใช้รักษาอย่างไรดีนางมีของดีแต่กลับใช้ไม่เป็นซะงั้น
“ทำเท่านี้ที่ได้ก็แล้วกัน”ชิงเถาเอ่ยกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะเริ่มลงมือทำสิ่งที่นางคิดไว้ชิงเถาให้มือค่อยๆขยี้สมุนไพรแห้งในมือให้มันมีขนาดเล็กลง นางแยกมันออกเป็นสองส่วนโดยส่วนแรกนางนำมันไปแปะไว้ที่ปากแผลไว้อีกส่วนที่เหลือชิงเถาผสมกับน้ำแล้วค่อยๆป้อนให้ลูกม้ากิน
‘หืออออ’ แรกๆมันก็ไม่ยอมทำตามที่ชิงเถาต้องการเท่าไหร่แต่มันไม่มีทางเลือกหรือไม่มีแรงจะปฏิเสธสิ่งที่ชิงเถาทำกับมันแล้วจึงได้แต่กลืนน้ำที่ชิงเถาให้มันดื่มลงไปเพราะชิงเถาในสายตามันแล้วนางก็ดูเหมือนจะไม่ได้ทำร้ายมันแต่อย่างไร
“สิ่งที่คุณหนูทำไปเมื่อครู่”ทั้งสามที่เห็นสิ่งที่ชิงเถาทำได้แต่ตกใจค้าง
“ก็รักษามันอย่างไรเจ้าคะหรือว่าข้าทำอะไรผิดไป” ชิงเถาเอ่ยตอบเมื่อได้ยินเสียงถาม
“ไม่ไม่ผิดขอรับ เพียงแต่ออกจะ ออกจะ” เอ้อฉงส่ายหน้าตอบชิงเถาว่าที่นางทำไม่ผิดแต่ออกจะแปลกไปเสียหน่อย เมื่อครู่นางใช้สิ่งมีค่าหาได้ยากมากถึงขั้นหาได้เพียงที่โรงประมูลมากับลูกม้าที่นางไม่รู้จักด้วยซ้ำไปถึงสองต้นเต็มๆ