วันรุ่งขึ้นไตรภพไปเรียนตามปกติเมื่อเรียนเสร็จในช่วงเย็นชายหนุ่มได้เดินไปรอที่ห้องของอาจารย์สาวที่กำชับให้ตนต้องเรียนพิเศษทุกวันหลังเลิกเรียน
“รอนานรึเปล่า ?”
กนกพรเดินเข้ามาในห้องถามไตรภพพลางวางชีทลงบนโต๊ะเธอนั่งบนเก้าอี้ทำงานใบหน้าดูเหน็ดเหนื่อย หยิบขวดน้ำที่วางอยู่บนโต๊ะดื่มไปหลายอึก
“ไม่นานครับ อาจารย์ดูหิวน้ำนะครับ”
“หิวสิ ฉันสอนตั้งกี่ห้อง เฮ้อแค่ห้องพวกเธอห้องเดียวฉันก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว”
กนกพรบ่นอุบอิบไปมาเธอเหนื่อยล้าจากการสอนมากโดยเฉพาะห้องบ๊วยอันเป็นห้องของไตรภพซึ่งบรรดานักศึกษาแม้จะตั้งใจฟังเธอแต่การทำแบบฝึกหัดในห้องเรียน การบ้าน กลับมีผลลัพธ์ที่น่าผิดหวัง
“ฉันจะสอนวิชาภาษาอังกฤษเธอนะไตรภพเธออ่านออกเขียนได้ไหม”
“น่าจะพอได้ครับ”
แม้พื้นฐานวิชาภาษาอังกฤษจากเจ้าของร่างเดิมจะต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดไหนแต่ก็ยังพอที่จะอ่านตัวอักษรต่าง ๆ ออกเสียง ท่อง A-Z ได้
กนกพรให้ไตรภพท่องศัพท์พื้นฐานของชั้นมัธยมที่ควรรู้โดยเธอจะให้การบ้านไปท่องศัพท์วันละหนึ่งร้อยคำ ซึ่งวันนี้เธอได้สอนการออกเสียงการเดาความหมายของศัพท์ รวมถึงการเดาศัพท์จากบริบทในเนื้อเรื่อง
“ผมจำได้หมดแล้วครับ”
“แม้เธอจะตั้งใจเรียนแต่อย่ามาทำเป็นล้อเล่นนะ!”
กนกพรเอ็ดใส่ไตรภพมองชายหนุ่มตรงหน้าซึ่งยืนยันว่าท่องศัพท์ที่เธอพึ่งจะสอนไปเมื่อครู่ได้ไม่มีทางเด็ดขาดแม้แต่นักศึกษาแพทย์บางคนกว่าจะจำศัพท์ได้หนึ่งร้อยคำยังต้องท่องตั้งหลายชั่วโมงแต่ไตรภพกลับบอกว่าท่องศัพท์ได้เพียงแค่การมองผ่าน ๆ
“อาจารย์จะลองทดสอบผมก็ได้นะ”
“ได้ ฉันจะคอยดู abundance”
“ปริมาณมาก ความอุดมสมบูรณ์”
“accommodation”
“การปรับตัว การต้อนรับสิ่งอำนวยความสะดวก”
“Auxiliary”
“สำรอง เสริม”
กนกพรถามคำศัพท์ไตรภพไปเรื่อย ๆไล่จากด้านหน้า ด้านหลัง ตรงกลาง โดยไม่เรียง แต่ไตรภพกลับตอบคำศัพท์ได้ทั้งหมดหลังจากท่องศัพท์จนครบหมดแล้ว เธอได้แต่มองหน้าชายหนุ่มด้วยความตกใจ
“เธอจำได้หมดจริง ๆ”
อาจารย์สาวรู้สึกทึ่งในความสามารถของชายหนุ่มจึงให้ไตรภพท่องศัพท์อีกสองร้อยคำ โดยเธออ่านออกเสียงทีละคำพร้อมความหมายแต่ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม นั่นคือ ไตรภพสามารถจำได้ทั้งหมด
“อัจฉริยะ !!!”
นี่เป็นคำเดียวที่เธอคิดออกพอที่จะสามารถบัญญัติหรือเรียกแทนความสามารถจากการจำของไตรภพได้ศัพท์สามร้อยคำสามารถจำได้แค่การท่องครั้งเดียวโดยไม่ผิดพลาดใด ๆ
“เธอไม่รู้วิชาภาษาอังกฤษมาก่อนจริง ๆหรอ”
“ผมก็พึ่งมาเรียนวันนี้หละครับทำไมหรอครับ มีปัญหาอะไรรึเปล่า ?”
กนกพรกลืนน้ำลายลงคอจากการที่ไปค้นใบประวัติผลการเรียนในอดีตของไตรภพในช่วงมัธยมและประถมศึกษาเกรดเฉลี่ยผ่านเกณฑ์แบบฉิวเฉียดมาโดยตลอด โดยเฉพาะวิชาภาษาอังกฤษที่ย่ำแย่อย่างมากเกรดเฉลี่ยไม่เคยเกิน 2 เลยแม้แต่ครั้งเดียว
เด็กที่มีประวัติการอ่อนภาษาอังกฤษขนาดนั้นทำไมถึงสามารถท่องคำศัพท์ได้สามร้อยคำในพริบตารวมถึงเข้าใจการเดาศัพท์อย่างแตกฉานขนาดนี้ นี่เป็นคำถามที่กนกพรคิดในใจ
“เอาหละ วันนี้พอแค่นี้ก่อนฉันให้ดิกชันนารีเธอไปนะ เอาไว้ท่องคำศัพท์เวลาว่าง ๆ การออกเสียงเธอสามารถหาได้ในGoogle พรุ่งนี้เจอกันเวลาเดิมนะ”
หลังจากทั้งสองแยกย้ายกันไตรภพได้กลับไปที่หอพักของตนซึ่งพบเจอเพื่อนทั้งสองเข้ามาพูดคุยหยอกล้อกันเหมือนเดิม หลังจากเสร็จธุระต่าง ๆแล้วชายหนุ่มได้ท่องคำศัพท์ในหนังสือที่กนกพรให้มาตลอดทั้งคืน
หลังเลิกเรียนวันรุ่งขึ้นไตรภพได้มาเรียนกับกนกพรเหมือนเดิมชายหนุ่มได้โชว์การท่องศัพท์ตลอดทั้งคืนให้กับกนกพรดูหญิงสาวแตกตื่นตกตะลึงยิ่งกว่าเมื่อวานนับพันเท่า
“จะ จำได้หมดนี่”
กนกพรมีหน้าซีดเซียว แรก ๆเธอก็สบประมาทไตรภพว่าคุยโวโอ้อวดใครจะสามารถท่องได้เพียงแค่คืนเดียวกับคำศัพท์มากมายขนาดนี้เธอจึงลองสุ่มแต่ละหน้า ถามคำศัพท์ในหน้าต่าง ๆ ไตรภพกลับสามารถตอบได้ทั้งหมดโดยไม่ผิดพลาดเช่นเดิม
หลังจากนั้นเธอแน่ใจแล้วว่าไตรภพคือเพชรเม็ดงามที่สุดในวงการวิชาการเธอจึงไม่รั้งรอที่จะสอนองค์ความรู้ภาษาอังกฤษต่าง ๆ ทั้ง Gramma Listening Speaking Conversation Readingให้กับไตรภพ
ระยะเวลาผ่านไปจนถึงวันศุกร์สุดสัปดาห์วันนี้ไตรภพก็มาเรียนเช่นเดิม ซึ่งกนกพรได้ให้ไตรภพทำแบบทดสอบโดยเป็นข้อสอบจริงวิชาภาษาอังกฤษสำหรับเข้ามหาวิทยาลัยเฉพาะทาง
“ข้อสอบมี 100 ข้อ ให้เวลา 1.30 ชั่วโมงหรือ 90 นาที เริ่มทำได้”
กนกพรจับเวลาจากโทรศัพท์มือถือไตรภพได้ลงมือทำข้อสอบ ชายหนุ่มรู้สึกว่าข้อสอบเหล่านี้ง่ายมาก เพียงอ่านโจทย์ก็สามารถกากบาทได้ทันทีเพียงระยะเวลาแค่ 20 นาทีไตรภพก็ส่งกระดาษคำตอบให้กนกพร
“ส่งแล้วหรอ ? ยี่สิบนาทีนี่นะตั้งใจทำหน่อยสิ ฉันบอกเธอแล้วไงว่านี่เหมือนการสอบจริง”
“ผมเสร็จแล้วครับ อาจารย์ลองตรวจดูสิ”
กนกพรไม่เชื่อว่าไตรภพจะทำเสร็จเธอโมโหเล็กน้อยที่ไตรภพไม่ตั้งใจที่จะทำข้อสอบหยิบกระดาษคำตอบมาพลางเอาปากกาแดงตรวจตามเฉลยแต่ละข้อ
“ถะ ถูกหมด หนึ่งร้อยคะแนนเต็ม”
หลังจากตรวจข้อสอบเสร็จกนกพรยิ่งรู้สึกว่าเหลือเชื่อมากๆ ทั้ง ๆที่อาทิตย์ที่แล้วไตรภพยังทำคะแนนวิชาภาษาอังกฤษของเธอได้ศูนย์คะแนนอยู่เลย แล้วทำไมเพียงแค่อาทิตย์เดียวคะแนนกลับสูงโดดขนาดนี้ นี่มันเป็นไปไม่ได้
“วิชาภาษาอังกฤษผมพอจะเข้าใจแล้วแต่วิชาอื่น ๆ ไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ ยังไงอาจารย์ช่วยสอนผมได้ไหมครับ”
ไตรภพแสดงความต้องการของเขาออกมาทันทีการสอบมหาวิทยาลัยเฉพาะทางโดยเฉพาะในคณะแพทย์ต้องอาศัยคะแนนที่ดีเยี่ยมในหลาย ๆวิชา ไม่ใช่แค่วิชาภาษาอังกฤษเท่านั้น
“ได้สิ อาทิตย์หน้าฉันจะสอนคณิตศาสตร์ให้แล้วกัน แต่ฉันไม่ได้เก่งคณิตมากนะเพราะฉันจบภาคภาษาอังกฤษมา”
“วันนี้ผมขอตัวกลับก่อนนะครับพอดีผมมีธุระ”
“ธุระ ?ใช่ธุระกับผู้หญิงที่อาจารย์กฤษฎาพูดถึงไหม”
“เอ๋ ?”
ไตรภพยักคิ้วขึ้นมองกนกพรอาจารย์สาวเหมือนจะลืมตัวถามไตรภพไป แม้เธอจะทำเหมือนไม่สนใจไตรภพมากแต่ในใจกับครุ่นคิดเรื่องนี้ เธอลองถามกฤษฎาหลังคาบเรียนเขาก็ยืนยันว่าไตรภพให้หญิงสาวร่ำรวยคอยเลี้ยงดูแน่นอน ทั้งยังซื้อรถ Ipad Iphone ให้ชายหนุ่มอีกด้วย
“เธอมีผู้หญิงเลี้ยงจริงไหม”
กนกพรถามเสียงเข้มออกมาใบหน้าเต็มไปด้วยความคาดหวังกับคำตอบของไตรภพ ชายหนุ่มมองซ้ายขวาส่งสายตาลอกแลกพยายามประเมินท่าทางของกนกพร
“อาจารย์พูดจาเหลวไหลอะไรกัน เชื่อไอแว่นขาวนั่น?”
“งั้นเธอตอบมาว่าวันนั้นเจอกับอาจารย์กฤษฎาที่ห้างจริงรึเปล่าถ้าไม่เจอจริง เขาไม่กล้าพูดแบบนั้นหรอก”
กนกพรยังคงคาดคั้นไตรภพให้ตอบเธอถามด้วยเสียงเย็นชา หงุดหงิดที่ไตรภพพยายามเบี่ยงประเด็น
“ผมไปห้างจริง เจอไอแว่นขาวนั่นจริงแต่ไม่ได้มีผู้หญิงเลี้ยงตามที่มันบอก ผมต้องรีบไปก่อนนะ เดี๋ยวจะไม่ทัน”
ไตรภพตัดบทเดินออกไปจากห้องของอาจารย์สาวไปทิ้งให้กนกพรได้แต่ขัดใจเธอไม่รู้ว่าเธอเป็นอะไรถึงไปถามเรื่องส่วนตัวกับนักศึกษาแบบนั้น
ไตรภพกลับมาที่หอพักเก็บของต่าง ๆ รวมถึงเสื้อผ้าชายหนุ่มมีแพลนที่จะไปจังหวัดเชียงใหม่เพื่อไปบริษัทสมุนไพรหมื่นโอสถในวันพรุ่งนี้
“ไตรภพ นายจะไปไหน ดูรีบร้อนจังวะ”
วัศพลขณะกำลังเล่น ROV อยู่กับทัดดนัยเอ่ยถามไตรภพที่กำลังรูดซิบปิดกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ มีท่าทางเร่งรีบจนสังเกตได้
“พอดีฉันต้องไปทำธุระที่เชียงใหม่นะ”
“เชียงใหม่ ? นายจะไปไหนกัน”
คราวนี้เป็นทัดดนัยที่เงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์มือถือถามไตรภพตัวมันเองด้วยความเป็นลูกของรองผู้ว่าราชการจังหวัดจึงมีโอกาสเดินทางไปเชียงใหม่บ่อยครั้งจึงรู้จักมักคุ้นเป็นอย่างดี
“บริษัทสมุนไพรหมื่นโอสถ”
“บริษัทสมุนไพรหมื่นโอสถ!!!”
ทั้งสองคนประสานเสียงกันจนส่งเสียงดังไปทั่วห้องวางโทรศัพท์มือถือลง เดินมาที่ไตรภพโดยไม่ได้นัดหมายกัน
“ทำไม มีอะไรแปลกหรอ”
“บริษัทนี้นายต้องระมัดระวังให้ดี”
“ฉันจะไม่ถามนะว่านายจะไปทำไมเอาเป็นว่าตามที่ไอวัศพลมันบอก นายต้องระวังเบื้องหลังมันเป็นกลุ่มใต้ดินที่มีอิทธิพลมากในจังหวัดแม้แต่พ่อฉันเองยังแตะต้องไม่ได้”
ทั้งสองคนพยายามจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทสมุนไพรหมื่นโอสถแก่ไตรภพเพราะเป็นห่วงในตัวเพื่อนกลัวจะได้รับอันตราย
“ฉันแค่จะไปซื้อสมุนไพร ทำยังกับฉันจะไปตาย”
“ฮ่า ๆ อ่อ ที่แท้แค่ไปซื้อสมุนไพรเป็นพวกฉันกังวลเกินไป”
“งั้นเอาบัตรนี่ไปเป็นบัตรสมาชิกของร้านสมุนไพร ถึงจะเป็นบัตรสมาชิกแค่ระดับแรก แต่ก็ทำยากมากเลยนะฉันแอบจิ๊กพ่อมา ลด 10 %”
ทัดดนัยยื่นบัตรสมาชิกให้กับไตรภพชายหนุ่มรับใส่กระเป่ามาโดยไม่ได้ดูอะไรในใจรู้สึกอบอุ่นที่มีคนเป็นห่วงเป็นใยในสายสัมพันธ์ที่เรียกว่าเพื่อน
“ขอบใจพวกนายมากแล้วกันเดี๋ยวฉันขอกลับบ้านก่อน คงไปพรุ่งนี้”
“โชคดีเพื่อน เจอกันวันจันทร์นะ”
ไตรภพร่ำลาเพื่อนทั้งสอง เรียก Grab มารับใต้ตึกเพื่อกลับบ้านทันทีเพียงระยะเวลาไม่นาน ไตรภพก็มาถึงบ้าน ที่บัดนี้ตกแต่งด้วยสีสันที่หลากหลายเป็นธีมร้านอาหาร มีป้ายโฆษณาเพิ่มเติมจากครั้งก่อนใครผ่านไปผ่านมาล้วนอยากเข้าไปทานที่ร้านทั้งนั้น
“มากินอาหารร้านนี้หรอครับครัวปิดแล้วนะ ต้องมาใหม่วันพรุ่งนี้”
“พี่รู้จักด้วยหรอครับ”
“รู้สิ พี่เคยมากินครั้งหนึ่งราคาก็ไม่แพง ของสดมาก อาหารอร่อย ที่สำคัญร้านหรูหราดูสะอาดสะอ้านแต่ต่อคิวยาวมากนะ ถ้าจะกินต้องจองผ่านไลน์พร้อมมัดจำโต๊ะก่อน”
ไตรภพพยักหน้าฟังข้อมูลจากคนขับ Grab แย้มยิ้มด้วยความพึงพอใจดูเหมือนเพียงแค่อาทิตย์เดียว ร้านอาหารของช่อผกาดูจะโด่งดังและได้รับคำชมในระแวกแห่งนี้