ความเงียบเชียบเข้าเกาะกุมห้องทำงานประธานบริหารจนแทบได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดินเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว อาภพ ออกไปแล้ว เสียงฝีเท้าและเสียงหัวเราะอย่างคลุ้มคลั่งของจอมบงการค่อยๆ ห่างออกไป ทิ้งไว้เพียงเศษซากของความจริงที่เพิ่งถูกเปิดเผย
รินรดาทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาพลางสะอื้นไห้ด้วยความโล่งอกระคนเสียใจที่ต้องเห็นอาแท้ ๆถูกจับกุม โดยมี นนทพัทธ์ คอยนั่งเคียงข้างและลูบไหล่ปลอบโยนทนายหนุ่มหันไปพยักหน้าให้พริมาเบา ๆ เป็นเชิงบอกว่า ‘ทุกอย่างจบลงแล้ว’ก่อนจะหันไปมองร่างสูงของประธานบริหารที่ยังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหิน
"คุณลุงธวัชชัยพ้นมลทินแล้วนะครับคุณอคิน...และผมหวังว่าความแค้นของคุณจะจบลงตรงนี้เสียที" นนทพัทธ์เอ่ยเสียงเรียบทว่าแฝงความดุดันในที จากนั้นเขาจึงช่วยพยุงรินรดาให้ลุกขึ้น"ไปพักผ่อนเถอะครับริน หน้าที่ของเราหมดแล้ว"
เมื่อประตูปิดลงอีกครั้งห้องทั้งห้องจึงเหลือเพียงแค่ อคิน และ พริมา
บรรยากาศรอบตัวเย็นยะเยือกจนจับขั้วหัวใจอคินค่อย ๆ หันกลับมามองร่างบางที่ยืนอยู่ไม่ไกลใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเต็มไปด้วยความหยิ่งยโสและเยือกเย็นบัดนี้กลับซีดเผือดและฉายแววแตกสลายไม่มีชิ้นดี ขอบตาของเขาแดงก่ำนัยน์ตาคมที่เคยดุดันดั่งพญามารบัดนี้สั่นระริกและเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความเสียใจและละอายใจ
ตราบาปที่เขาทำไว้กับเธอ...มันหนักหนาเกินกว่าจะรับไหว
"พรีม..."เสียงทุ้มที่เคยทรงอำนาจเอ่ยเรียกชื่อเธอด้วยความแหบพร่าและสั่นเครือชายหนุ่มก้าวเท้าขยับเข้าหาเธออย่างเชื่องช้า ราวกับคนหมดแรง "ฉัน...ฉันขอโทษ..."
พริมายืนนิ่งน้ำตาไหลพรากอาบสองแก้มเนียน เธอไม่ได้กรีดร้อง ไม่ได้เข้ามาทุบตีเขาแต่แววตากลมโตที่จ้องมองเขากลับเต็มไปด้วยความว่างเปล่าและรอยร้าวลึกที่ยากจะประสานมันเจ็บปวดยิ่งกว่าการถูกตบหน้าเสียอีก
"ขอโทษงั้นเหรอคะ? คุณอคิน..."พริมาเค้นเสียงพูด แผ่วเบาแต่กรีดลึกเข้ามาในใจของคนฟัง "คำขอโทษของคุณมันจะทำให้สิบปีที่พ่อของฉันต้องนอนทรมานและกลายเป็นอัมพาตกลับคืนมาได้ไหม?คำขอโทษของคุณมันจะลบความอัปยศที่ฉันถูกคนทั้งสังคมตราหน้าว่าเป็นลูกคนโกงได้หรือเปล่า?"
หญิงสาวก้าวถอยหลังหนีสัมผัสจากมือหนาที่ยื่นมาด้วยความสั่นเทา
"ตลอดเวลาที่คุณข่มขู่ฉัน บีบคั้นฉันเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันเหมือนฉันไม่ใช่คน... คุณสนุกมากไหมคะ?" พริมาสะอื้นจนตัวโยน "ทั้งที่ฉันบอกคุณแล้ว...ฉันบอกคุณเป็นร้อยครั้งแล้วว่าพ่อของฉันไม่ได้ทำ แต่คุณก็ไม่เคยฟัง!คุณเลือกที่จะเชื่อคนจอมปลอมนั่น แล้วเอาความแค้นมาลงที่ฉันกับพ่อ!"
"ฉันรู้... ฉันผิดไปแล้วพรีม!"อคินทรุดลงกับพื้นพรมต่อหน้าเธออย่างหมดรูป น้ำตาของลูกผู้ชายไหลรินอย่างไม่อาจกักเก็บไว้เขาเอื้อมมือไปกุมมือบางของเธอไว้แน่นดึงมันมาแนบหน้าผากของตัวเองราวกับคนสิ้นหวัง "ฉันมันตาบอดฉันมันโง่เองที่ปล่อยให้ความแค้นบังตา... จะให้ฉันชดใช้ยังไงจะให้ฉันทำอะไรเธอบอกมาได้เลย แต่อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนี้... ได้โปรด..."
พริมาลอบมองชายหนุ่มที่แทบจะก้มกราบแทบเท้าเธอในอดีตเธออาจจะเคยโกรธแต่ก็แฝงไว้ด้วยความรัก แต่ในเวลานี้ เมื่อความจริงทั้งหมดเปิดเผยบาดแผลที่เขาฝากไว้ในใจมันลึกเกินไป รอยจูบป่าเถื่อนเมื่อวันก่อนและสายตาดูถูกเหยียดหยามตลอดเวลาที่ผ่านมามันกลายเป็นกำแพงหนาที่กั้นระหว่างเขาและเธอ
หญิงสาวค่อยๆ ดึงมือตัวเองออกจากการเกาะกุมของเขาอย่างช้า ๆ แต่เด็ดเดี่ยว
"คุณไม่ต้องชดใช้อะไรให้ฉันหรอกค่ะคุณอคิน...หนี้ห้าสิบล้านที่คุณเมตตายกเลิกให้ รวมถึงค่ารักษาพยาบาลของพ่อฉันถือว่ามันคือความยุติธรรมที่ครอบครัวฉันควรได้รับ" พริมาปาดน้ำตาช้า ๆแววตากลับมานิ่งสนิทราวกับคนแปลกหน้า "หลังจากวันนี้... ฉันขอลาออกจากบริษัทของคุณและเราไม่มีอะไรติดค้างกันอีก"
"ไม่... พรีม อย่าไปจากฉัน..." อคินเงยหน้าที่เปื้อนน้ำตาขึ้นอ้อนวอนหัวใจของเขาเหมือนกำลังถูกมือที่มองไม่เห็นบดขยี้จนแหลกลาญ
"ลาก่อนค่ะ...คุณอคิน ขอให้คุณอยู่กับความสำเร็จของคุณบนยอดตึกสูงแห่งนี้อย่างมีความสุขนะคะ"
พริมาหันหลังเดินตรงไปที่ประตูห้องทำงานแผ่นหลังระหงเยือกเย็นและเด็ดเดี่ยวเกินกว่าที่ใครจะรั้งไว้ได้ เสียงประตูปิดลงเบาๆ เป็นสัญญาณว่าเธอได้ก้าวออกไปจากชีวิตของเขาแล้ว... ตลอดกาล
ทิ้งให้พญามารผู้สูญเสียทุกอย่างนั่งคุกเข่าอยู่กลางห้องเพียงลำพังอคินซบหน้าลงกับฝ่ามือปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใครเพลิงแค้นที่แผดเผาใจเขามาตลอดสิบปีบัดนี้มลายหายไปสิ้น เหลือทิ้งไว้เพียงความรู้สึกผิดและความอ้างว้าง...และความจริงที่ว่าเขาได้ทำลายหัวใจดวงเดียวที่รักเขาที่สุดในชีวิตด้วยมือของตัวเองไปเสียแล้ว !