ณ ห้องวีไอ พี สุดหรูของโรงแรมระดับห้าดาวในเครือคัทซึฮิโกะ ฮิโรยูกิ บุรุษหนุ่มมาดเข้มพกพาความมั่นใจในตัวเองสูง ลักษณะน่าเกรงขามสวมแว่นตาสีดำปกปิดดวงตาทั้งคู่ ไม่เปิดเผยให้ผู้ใดได้เห็นหรือััถึงอารมณ์ของเ้าของ เขานั่งอยู่บนเก้าอี้บุหนังชั้นดีราคาแพง รูปลักษณ์ที่เขาสวมใส่ชุดดำทั้งชุด ท่วงท่ากิริยาของร่างสูงสง่านั่งพิงเบาะเก้าอี้อย่างสบาย ๆ นิ่ง ทำให้บุคคลที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามค่อนข้างเกร็งนิด ๆ แต่ไม่ถึงกับเกรงกลัวในอำนาจที่ฝ่ายตรงข้ามมีมากมาย ั้แ่สมัยพ่อของชายหนุ่มรุ่นหลานคนนี้
ทาจิบานะ โทรุ เป็นักธุรกิจรุ่นเดียวกันกับพ่อเขา ถึงแม้เวลาจะล่วงเลยมาจนกระทั่งปัจจุบัน ชายวัยกลางคนก็ไม่เคยประสบผลสำเร็จเท่าไหร่นัก กับการประกอบธุรกิจสุจริต แต่ฮิโรยูกิก็นับถือในความมุมานะอดทน ล้มแล้วลุกของเขา หากว่าชายรุ่นพ่อจะประกอบกิจการที่ถูกกฎหมายแล้วล่ะก็ เขาก็ยินดีที่จะร่วมหุ้น หรือให้กู้ยืมเงินเพื่อไปลงทุนอย่างแน่นอน แต่ที่โทรุมาวันนี้เพื่อเกลี้ยกล่อมให้เขาร่วมลงทุนทำธุรกิจเกี่ยวกับการเปิดบ่อนกาสิโนที่ผิดกฎหมายและผิดศิลธรรม ซึ่งเป็สิ่งที่ชายหนุ่มเกลียดเข้าไส้ และสาบานกับตัวเองว่าจะไม่ข้องเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมายเด็ดขาด เขาไม่อยากจบชีวิตแบบพ่อ และพลอยทำให้แม่จบชีวิตไปด้วยพร้อมกัน
“ผมต้องขอโทษด้วยนะครับคุณโทรุ ที่ไม่สามารถทำในสิ่งที่ผมสาบานไว้แล้วได้” น้ำเสียงทุ้มต่ำ เปิดปากพูดออกมาหลังจากที่นั่งเอนหลังพิงเบาะหนังอย่างสบาย ฟังความประสงค์ของอีกฝ่ายที่เข้ามาเจรจาเชื่อมสัมพันธ์ทางธุรกิจด้วยตนเอง หลังจากที่ส่งลิ่วล้อมาเจรจาแล้วหลายครั้งแต่ก็ถูกปฏิเสธกลับไปทุกรอบ
คำพูดที่ฟังดู ไม่เอื้ออาทรร้อนใจ ทำให้บุรุษรูปร่างหนาใหญ่ วัยกลางคน กัดกรามแน่นจนเป็สันนูน มือกำเข้าหากันแน่นภายใต้โต๊ะตัวหนา ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างประกาศากลายๆ
“คิดให้ดี ๆ นะพ่อหนุ่ม แล้วเธอจะเสียใจที่ปฏิเสธฉัน” คำพูดทิ้งท้ายของโทรุ ก่อนที่จะลุกออกจากห้องหรูเย็นเฉียบ ไม่ได้ทำให้ฮิโรยูกิสะทกสะท้านแม้แต่น้อย
“ดูเหมือนว่าเราจะไปขัดขาทาจิบานะ โทรุ เสียแล้วสิครับ”
“หึ! ก็ต้องลองกันดูสักตั้ง ฉันไม่มีวันให้เขาใช้ฉันเป็สะพานในการทำธุรกิจสั่ว ๆ นั่นแน่ เราก็อย่าประมาทก็แล้วกัน ไม่รู้ว่าคนอย่างนายทาจิบานะนั่น จะใช้ลูกไม้แบบไหนบ้าง” ทานากะ รู้สึกสังหรณ์ในใจเหลือเกินว่า จะเกิดอะไรไม่ดีอย่างแน่นอน ในอนาคตอันใกล้ แต่ก็ไม่รู้ว่ามันจะมาถึงเมื่อไหร่เท่านั้น เมื่อฮิโรยูกิ ได้ปฏิเสธเ้าพ่อธุรกิจผิดกฎหมายหลายประเภท เหมือนหย่อนะเิลูกใหญ่ในโตเกียวกระนั้น
คาดิแลคสีดำคันงามแล่นเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่อย่างนุ่มนวล เสียงปิดประตูรถกระแทกดังสะท้อนก้องไปตามเสาหินอ่อน ที่สร้างขึ้นมาเพื่อรองรับน้ำหนักในตอนหน้า บรรดาสาวใช้ แม่บ้านต่างก็รีบหลบฉากทันทีที่เห็นเ้านายมีสีหน้าบึ้งตึง เมื่อลงจากรถ สิ่งที่มารบกวนจิตใจให้ขุ่นมัวทันทีที่รถจอดสนิท เมื่อสายตาคมดุเหลือบไปเห็นเมอร์ซิเดส ของคน ๆ เดิม นั่นก็คือเพื่อนรักของเขาเอง ไอ้หมอ..มันมาทำอะไรที่นี่อีกวะ ไม่เห็นมีคนเจ็บสักหน่อย หรือว่า..
เท้าไวเท่าความคิด ชายหนุ่มก้าวขายาว ๆ พาร่างสูงสง่าเข้าไปยังตัวบ้าน รู้สึกหงุดหงิดในหัวใจอย่างประหลาด เอาอีกแล้วภาพเก่า ๆ เดิม ๆ ตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา เ้าหมอเพื่อนรักต้องมาทานข้าวเย็นที่บ้านของเขาตลอด ทีแต่ก่อนไม่เห็นมันโผล่มาเลยนี่นา ยิ่งคิดก็ยิ่งงุ่นง่านหนักเข้าไปอีกเมื่อมองเลยไปเห็นใบหน้าบางใส ขาวกระจ่างยิ้มหัวเราะต่อกระซิก อย่างมีความสุขในวงสนทนา ระหว่างรับประทานอาหาร ซึ่งมีปู่ของเขารวมอยู่ด้วย นี่ถ้าหากว่าไม่มีปู่ของเขาอยู่ละก็..คงออดอ้อนกันน่าดู ชายหนุ่มพยายามเก็บกดอาการไม่พอใจที่เห็นภาพตรงหน้าอย่างสุดความสามารถเผลอกัดกรามเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว มือใหญ่กำเข้าหากันแน่น เดินตรงดิ่งเข้าไปยังโต๊ะอาหาร
“นี่ไอ้หมอคนไข้ที่โรงพยาบาลไม่มีแล้วหรือไงวะถึงได้มานั่งกินข้าวที่บ้านกันได้ทุกวี่ทุกวันอย่างนี้น่ะ”
“เฮ้ย! มีสิ! คนไข้กันอยู่ที่นี่ตั้งสองคนนะ ปู่นายแล้วก็คุณน้ำรินไงถึงแม้ว่าเธอจะหายป่วยแล้วก็เถอะ กันก็ต้องหมั่นมาดูแลสิ จริงมั๊ยครับท่าน”
“อือ ๆ ถูกต้องแล้ว อ้อ..หลานรัก นึกว่าเธอจะไม่กลับมาทานข้าวที่บ้านเสียอีก..มา ๆ นั่งลงกินข้าวด้วยกัน..มิกะ ตักข้าวเพิ่มให้คุณผู้ชายอีกที่หนึ่ง”
“ไม่ต้องหรอกครับท่านปู่..ผมทานมาแล้ว แค่เห็นอาการของคนบางคนก็รู้สึกอิ่มจนแทบอยากจะอ้วกขึ้นมาทันที เชิญทานให้อร่อยนะเพื่อน” ชายหนุ่มทิ้งท้ายด้วยการวางมือเรียวหนาใหญ่ลงบนบ่าของเพื่อนรัก กดหนัก ๆ เสียหนึ่งที น้ำเสียงทุ้มต่ำพูดออกมา เหมือนจงใจว่ากระทบใคร สุดจะยากเดา แต่น้ำรินรู้ดีว่าชายหนุ่มว่ากระแทกหล่อนแน่นอน ดูจากสายตาที่ส่งมาอย่างดูถูกเหยียดหยามชนิดที่เรียกว่าจิก ก่อนจะยักไหล่ เดินจากไป
“เฮ้ย! ตบลงมาได้ไงวะ มือหนักไม่เบาเลยนะเนี่ย” หมอหนุ่มเอามือลูบป้อย ๆ ตรงที่เพื่อนรักลงน้ำหนักมาเมื่อครู่ เกือบสำลักข้าวที่กำลังตักเข้าปากเสียแล้วลักษณะอาการต่าง ๆ อยู่ในสายตาผู้สูงาุโที่สุดในนั้น สงสัยหลานของเขาจะมีความรักเสียแล้วล่ะมัง คิดในใจก่อนจะหันไปมองสาวน้อยหนึ่งเดียวในนี้ ที่มองตามร่างสูงไปโน่นแล้ว เ้าของร่างสูงเดินย่ำขึ้นบันไดโค้งครึ่งวงกลมยาวอย่างหงุดหงิดงุ่นง่าน ตรงดิ่งเข้าไปยังห้องนอนของตัวเอง แล้วกระแทกประตูปิดตามหลังอย่างไม่ปรานีปราศรัย
เรือยอชต์ลำเล็ก ขนาดพอนั่งได้สามสี่คน แล่นออกมายังทะเลสาบ จอดสงบนิ่งอยู่เกือบใจกลางแม่น้ำ เวลาโพล้เพล้ ตะวันกำลังจะลับขอบฟ้า ช่างเป็ภาพที่สวยงามเหลือเกินสำหรับชายหนุ่ม ฮิโรยูกิมักนั่งเรือออกมาจอดนิ่งอยู่อย่างนี้ ดื่มด่ำกับธรรมชาติยามเย็นเพียงลำพัง ทุกครั้งที่มีเื่ไม่สบายใจ ทะเลสาบที่มีลมเย็นพัดเบา ๆ ลูบไล้ผิวน้ำอย่างอ่อนโยนราวกับเอาขนนกมาโลมไล้ ช่วยบรรเทาอาการร้อนรุ่มในใจของเขาได้เป็อย่างดี เงาของเรืออีกสองสามลำห่างออกไป แสงสว่างจากขอบฝั่งทะเลสาบ คงเป็แสงจากโรงแรม ดู ๆ ไปแล้วก็เหมือนเชิงเทียนที่ตั้งเป็แถวเรียงยาวไปตลอดแนว รอบข้างมีเสียงเพลงจากเรือสำราญใกล้เคียงเสียงเ่าั้ไม่ได้ก่อกวนความสงบในบริเวณนี้นัก หากเป็องค์ประกอบหนึ่งในชีวิตยามเย็น ของคนที่ออกมาหาความสำราญในยามค่ำคืนเช่นเดียวกับเขา
ทะเลสาบมีลมพัดเบา ๆ แสงไฟสุกสกาวจากสิ่งปลูกสร้างริมฝั่งส่องสะท้อนกลับมาเป็ภาพสวยงามยิ่งนัก เมื่อเหลียวหลังกลับไปมอง จะเห็นความสง่างามของโรงแรม ซึ่งหนึ่งในนั้น มีโรงแรมของเขารวมอยู่ด้วยไม่ต่ำกว่าสองหรือสามแห่ง ดูเหมือนว่าเวลาของความสงบสุขของเขาจะไม่ราบรื่นเสียแล้ว เมื่อจู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงครางต่ำ ๆ ดังมาแต่ไกล ตรงดิ่งมาทางเรือของเขาเสียด้วย หรือว่าจะเป็ทานากะออกมาตามเพราะมีเื่ด่วน เรือเร็ว! ชายหนุ่มเห็นเรือลำนั้นกำลังวิ่งตีคลื่นสีขาวมุ่งตรง แล่นเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว ไม่ยอมหลบไปไหน ฮิโรยูกิรู้ทันทีว่าเรือลำดังกล่าวไม่ประสงค์ดีกับเขาแน่
ปัง! ปัง! ปัง!
ะุปืนเฉียดหัวเขาไปแค่นิดเดียว เห็นท่าไม่ดี ชายหนุ่มจึงะโลงน้ำทันที เมื่อเรือเร็วลำนั้นไม่มีทีท่าว่าจะหลบเรือเล็กของเขา บ้าชิบ! มันตั้งใจจะชนเรือของเขาให้พังไปเลยหรือนี่ สงสัยว่าคนขับจะพลีชีพเพื่องานนี้แน่
ฮิโรยูกิโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ หอบหายใจ สูดอากาศเบื้องบนอย่างกระหาย แต่ก็ต้องสะดุ้งหันไปมองข้างหลัง เมื่อเห็นว่าเรือเร็วตีโค้งกลับมาอย่างกะทันหัน แล่นเข้ามาใกล้เขาอีกครั้ง คราวนี้มันมุ่งตรงมายังชายหนุ่มที่ลอยคออยู่เหนือน้ำ ด้วยความเร็วสูง ถ้าหากว่าโดนชนเข้าไปหัวคงเละกระจุยไม่มีชิ้นดีแน่ ฮิโรยูกิจึงสูดลมหายใจเข้าปอด เฮือกใหญ่ ก่อนจะดำน้ำลงไป ศีรษะของเขาหลบเรือเร็วได้อย่างหวุดหวิด แรงจากคลื่นใต้น้ำกระแทกร่างของเขาจนหัวหมุน มัน้าฆ่าเขาให้ตายอย่างแน่นอน เรือลำนั้นวิ่งผ่านหัวเขาไปเป็รอบที่สอง ชายหนุ่มรู้ในทันทีว่า มันจะไม่ยอมเลิกราแน่ จนกว่าจะฆ่าเขาได้ ต้องทำอะไรสักอย่าง ขืนปล่อยไว้อย่างนี้เราเสร็จมันแน่!
ฮิโรยูกิ โผล่หัวขึ้นมาเหนือน้ำอีกรอบ เขาเห็นเรือเพชฌฆาตอยู่ไม่ห่างออกไปมากนัก และมันก็กำลังจะกลับมาหาเขาช้า ๆ จึงหันไปยังเรือเล็กที่จอดนิ่งอยู่ หวังว่าจะหยิบอะไรที่อยู่ในเรือเพื่อตอบโต้มันกลับไปบ้าง จึงว่ายน้ำออกแรงสุดกำลังไปยังเรือ ทว่าอึดใจต่อมา ชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงแรงที่พุ่งมา กระแทกเข้ากับร่างของเขาอย่างจังจนรู้สึกเจ็บหนึบที่ซี่โครงด้านขวาแต่กระนั้นก็พยายาม กลั้นหายใจ ดำน้ำลงไปอีกครั้ง ชั่ววินาทีนั้นฮิโรยูกิได้ยินเสียงปืนดังสนั่นอยู่เหนือผิวน้ำ และเสียงเรืออีกน่าจะมากกว่าสองลำ ดังเข้ามาใกล้ ทานากะต้องมาช่วยเขาอย่างแน่นอน ฮิโรยูกิไม่รับรู้อะไรอีกเลยหลังจากนั้น แต่ก่อนที่สติจะดับวูบไป ชายหนุ่มรู้สึกได้ว่ามีมือมือหนึ่งมาฉุดกระชากร่างของเขาให้ขึ้นมาเหนือน้ำได้อย่างปลอดภัย
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>ฝากติดตามด้วยนะคะ