เกิดใหม่อีกครา ข้าจะเป็นราชันผู้อัญเชิญสัตว์อสูร

    ตอนที่ 36 แย่งชิงศิษย์


    ผู้คนโดยรอบถึงกับเงียบงันเมื่อได้ฟังข้อเสนอจากหญิงชราแห่งหุบเขาเมฆาล่อง—หลานซือหรง สายตาทุกคู่ที่เคยมองไปยังนิกายหลัวเทียนและนิกายจิ่วเยี่ยน ค่อย ๆ เบนไปยังนาง

     

    แม้รูปลักษณ์ของนางจะดูชราภาพ ราวหญิงชราคนหนึ่งในหมู่บ้าน แต่เพียงแค่ยืนอยู่ตรงนั้น กลับให้ความรู้สึกดุจขุนเขาใหญ่ที่ไม่มีสิ่งใดเขยื้อนมันได้

     

    “กลียุควารี… สำนักลับ… และห้วงหิมะฤดูใบไม้ผลิ”

     

    คำเหล่านั้นแทบไม่มีใครในสนามไม่รู้จัก บ้างเคยได้ยินจากตำนาน บ้างรู้ว่าเป็นสถานที่ฝึกวิชาที่แม้แต่ยอดฝีมือยังแสวงหา แต่ไม่เคยมีใครเข้าได้ง่าย ๆ — และตอนนี้นางกลับเอ่ยว่าจะเปิดให้ “หลี่หยาง” เข้าไป!

     

    ผู้คนในสนามบางส่วนถึงกับลอบหายใจแรง บ้างสบตากัน บ้างยืนนิ่งอึ้ง

    เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้น

     

    “ศิษย์สายตรงของหลานซือหรง…”

    “นั่นมัน… ตำแหน่งที่ไม่มีใครได้รับมานานนับสิบปี!”

    “ถ้าหลี่หยางตอบรับ เขาจะกลายเป็นว่าที่ทายาทของหุบเขาเมฆาล่องเลยก็ว่าได้!”

     

    แม้แต่กู้เหยียนกับหลัวซางเทียนยังนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ดวงตาทั้งคู่หรี่ลงเล็กน้อย พลางลอบประเมินในใจ — ข้อเสนอของนางนี้… ไม่ธรรมดาเลย

     

    หลานซือหรงเพียงมองหลี่หยางเงียบ ๆ ดวงตาที่อ่อนล้าดูเหมือนจะมีแสงบางอย่างเรืองรอง

     

    “เด็กนั่น… หากฝึกฝนในเงื้อมเงาของข้าได้จริง…”

    “…อนาคตของเขา จะไม่ใช่แค่ผู้ฝึกสัตว์อสูรธรรมดาอีกต่อไป…”

     

    บรรยากาศราวกับชะงักงันอยู่ครู่หนึ่ง

    ชะตากรรมของหลี่หยาง…กำลังรอการตัดสินใจครั้งสำคัญ

     

    แม้แต่ หลี่เทียนหยุน ผู้อาวุโสสาม และ หลี่เทียนไห่ ผู้นำตระกูลหลี่ ที่นั่งอยู่ในตำแหน่งสูงสุดของอัฒจันทร์ผู้ชม ยังไม่อาจปกปิดความตื่นเต้นในสีหน้าได้

     

    สายตาทั้งสองประสานกันครู่หนึ่ง ก่อนที่หลี่เทียนไห่จะเอ่ยเสียงต่ำกับผู้อาวุโสว่า

     

    “ศิษย์สายตรงของหลานซือหรง… ตำแหน่งนั้น แม้แต่นิกายอื่นยังริษยา หากหยางเอ๋อร์รับไว้… ตระกูลหลี่เรา จะก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม…”

     

    หลี่เทียนหยุน พยักหน้าช้า ๆ ดวงตาเปล่งประกายยิ่งกว่าทุกครา

     

    “เมื่อสามปีก่อน ข้ารู้สึกหมดหวัง… แต่ตอนนี้ ข้ากลับรู้สึกว่า… ตระกูลเราอาจเทียบชั้นกับตระกูลชั้นหนึ่งได้ในอนาคต”

     

    ในใจของทั้งสอง ไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่าการเห็นหลานชายของตน ได้รับการยอมรับ และก้าวสู่เส้นทางที่ยิ่งใหญ่ หากหลี่หยางตอบรับ… นั่นหมายถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของตระกูลหลี่!

     

    เสียงซุบซิบจากผู้อาวุโสหลายคนเริ่มดังขึ้น

     

    “ถ้าเป็นศิษย์สายตรงของหลานซือหรงจริง ต่อไปพวกตระกูลใหญ่จะมองตระกูลหลี่ด้วยสายตาใหม่แน่นอน…”

    “บางที พวกเราต้องเตรียมเปิดสายการค้าและการฝึกฝนที่ใหญ่ขึ้นแล้วล่ะ!”

     

    บรรยากาศในสนามกลับมาอึมครึมอีกครั้ง ทุกคนกำลังรอฟังว่า…

    หลี่หยาง จะเลือก นิกายไหน

     

    หลี่หยางยืนนิ่งอยู่กลางสนาม ในขณะที่สายตาของผู้คนจับจ้องมาทั้งหมด เขาเงยหน้ามองหลานซือหรง และอาวุโสจากสองนิกายอีกสองคน สายตาทั้งสามแม้จะต่างบุคลิก แต่ล้วนเต็มไปด้วยความคาดหวัง

     

    ในใจของเขากำลังปั่นป่วนด้วยคลื่นความคิด

     

    “ถ้าข้าเข้าร่วมนิกายใหญ่… เส้นทางการฝึกฝนของข้าจะราบรื่น มีทรัพยากรมากมาย มีผู้หนุนหลังให้ตระกูลหลี่… ข้ายังสามารถเรียนรู้วิชาหลายแขนงจากยอดฝีมือได้โดยตรง”

     

    “แต่… หากข้าเข้าไปจริง ๆ ความลับของข้าจะปลอดภัยหรือ? ทั้ง คัมภีร์หงส์เจ็ดสีกรีดนภา กับ พลังแฝงจิตหยั่งรู้ นั่น ไม่อาจเปิดเผยให้ใครรู้เด็ดขาด… หากคนในนิกายเกิดสงสัย หรือแม้แต่นำตัวข้าไปตรวจสอบ… มันจะไม่กลายเป็นภัยมหันต์หรอกหรือ?”

     

    หลี่หยางกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว เขาหลุบตาลงก่อนค่อย ๆ สูดลมหายใจลึก

     

    “ไม่ว่าจะเลือกอย่างไร ข้าก็ต้องเตรียมใจเผชิญหน้ากับผลลัพธ์…”

     

    ดวงตาของเขาเปล่งประกายอย่างมั่นคงขึ้นเล็กน้อย เขาเงยหน้าขึ้นช้า ๆ แล้วหันไปมองผู้นำตระกูล และปู่ของเขา สบตากันเงียบ ๆ แต่เข้าใจกันโดยไม่ต้องเอ่ยคำ

     

    “เส้นทางของข้า… ไม่ได้จำกัดแค่ในนิกายใหญ่ ไม่ได้จำกัดแม้แต่ในตำราโบราณ… สัตว์อสูรของข้า วิวัฒนาการได้ด้วยหนทางที่ไม่มีใครเคยจารึกไว้ ความเข้าใจของข้าไม่เหมือนใคร ข้าไม่จำเป็นต้องเดินตามรอยเท้าใคร”

     

    เขานึกถึงจิ้งจอกเงาจันทร์… แม่ทัพบุปผาพิษสวรรค์… ไมยราพผู้วิวัฒน์ข้ามชนชั้น ทั้งหมดล้วนเติบโตมาจากสัญญาณที่เขารับรู้ด้วยพลังแฝงและจิตวิญญาณ ไม่ได้มีในตำราใดเลย

     

    “หากข้าต้องเข้าร่วมนิกาย ข้าจะเป็นแค่ฟันเฟืองในเครื่องจักรยักษ์ ข้าต้องก้มหัว ยอมรับวิธีของพวกเขา… แต่เส้นทางของข้า มันไม่อาจเดินบนเส้นทางที่ใครปูไว้แล้ว”

     

    เขาหลุบตาลงเล็กน้อย หัวใจเต้นเป็นจังหวะชัดเจน

     

    “แม้นข้าจะยากลำบากกว่า แต่ข้าจะสร้างหนทางของตัวเอง… หนทางที่ไม่มีใครเคยเดิน หนทางของผู้ควบคุมสัตว์อสูร ที่สามารถปลุกศักยภาพของพวกมันเหนือกว่าทุกขอบเขต!”

    หลี่หยางสูดลมหายใจเข้าลึก แววตาแน่วแน่ราวกับแสงดาวบนฟากฟ้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นเผชิญกับอาวุโสทั้งสามของนิกายใหญ่ เสียงของเขาชัดเจน หนักแน่น และสงบนิ่ง

     

    “ข้า… ขอปฏิเสธคำเชิญของท่านทั้งสาม”

     

    ทั่วทั้งลานประลองเงียบกริบ ทุกสายตาจับจ้องมาอย่างตกตะลึง ขณะที่หลี่หยางพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยความเคารพ

     

    “ข้าเคารพในไมตรีและเมตตาของท่านอาวุโสทั้งสาม… แต่ข้ายังไม่อาจไปได้ในเวลานี้ ข้ายังต้องดูแลท่านปู่ และน้องสาวของข้า… อีกทั้งยังต้องการอยู่ที่ตระกูล เพื่อค่อยๆ ฝึกฝนและเติบโตต่อไป”

     

    เขายิ้มบางๆ ดวงตาเปล่งประกายศรัทธาในตนเอง

     

    “ข้าเพียงผู้เยาว์ พลังแค่รวมจิตขั้นหก จะไปแบกชื่อของนิกายใหญ่ได้อย่างไร… ข้าไม่อาจเป็นภาระของพวกท่านได้”

     

    อาวุโสทั้งสามนิ่งงัน หลานซือหรงหรี่ตามองเขาเล็กน้อย ก่อนแสยะยิ้มบางอย่างพึงใจ กู้เหยียน ได้แต่ถอนหายใจ

     

    “ปฏิเสธได้อย่างสง่างาม…

     

    หลัวซางเทียนแห่งนิกายจิ่วเยี่ยนก็ยิ้มบาง แต่แววตากลับยังคงเปล่งประกายแรงกล้า เขาก้าวออกมาข้างหน้าเล็กน้อย ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก แต่เต็มไปด้วยอำนาจ

     

    “หลี่หยาง เจ้าคิดไตร่ตรองรอบคอบแล้ว ข้าชื่นชม… แต่หากเหตุผลของเจ้าคือความกตัญญู และความมุ่งมั่น ข้ากลับยิ่งเชื่อว่า เจ้าสมควรยิ่งที่จะได้รับสิ่งที่ดีและยิ่งใหญ่กว่า”

     

    หลัวซางเทียนเหยียดฝ่ามือออกมาเบื้องหน้า

    ประกายพลังลมปราณสายหนึ่งแผ่พุ่งขึ้น แสดงความบริสุทธิ์ใจ

     

    “นิกายจิ่วเยี่ยนของข้า… ไม่เคยคิดบังคับ แต่หากเจ้ารับข้อเสนอของข้า ท่านปู่และน้องสาวของเจ้าจะถูกเชิญให้ไปอยู่ในตำหนักดูแลโดยตรง มีผู้คอยรับใช้ ปกป้องอย่างดี ส่วนเจ้าจะได้รับสถานะศิษย์สืบทอดแห่งตำหนักอัคคีอัสดงโดยทันที—มีโอกาสเข้าถึงพลังสายลับขั้นสูงสุดของนิกาย”

     

    เขาเว้นช่วง แล้วพูดช้าๆ ดวงตาแน่วแน่มองตรงมายังหลี่หยาง

     

    “ข้าเชื่อ… ว่าเด็กหนุ่มที่กล้าปฏิเสธนิกายใหญ่ทั้งสามต่อหน้าสายตาทั้งเมือง จะต้องกลายเป็นคนที่เปลี่ยนโลกนี้ได้… แต่เส้นทางนั้น อาจต้องมี ‘พลัง’ คอยผลักดันอยู่เบื้องหลัง”

     

    คนทั้งสนามต่างตกตะลึงกับคำพูดและข้อเสนออีกครั้ง

    หลานซือหรงเหลือบมองด้วยแววตาลึกล้ำ ส่วนกู้เหยียนขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างไม่พอใจนัก

     

    “หลี่หยาง… เส้นทางของเจ้าจะเป็นเช่นไร ขึ้นอยู่กับคำตอบของเจ้าเพียงคำเดียว”

     

    หลี่หยางเงยหน้าขึ้น สายตานิ่งแน่วและมั่นคง เขาประสานมือคารวะทั้งสามอาวุโส ก่อนจะกล่าวด้วยเสียงหนักแน่น แต่แฝงด้วยความเคารพ

     

    “ศิษย์ขอขอบคุณในความเมตตาและโอกาสจากท่าน… แต่ข้ายังคงยืนยันคำเดิม ข้ายังต้องอยู่เคียงข้างตระกูล ยังมีหน้าที่ต้องทำ ยังมีเส้นทางที่ต้องวางรากฐานด้วยตัวเองก่อน…”

     

    เขาเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วรอยยิ้มบางก็ผุดขึ้นบนใบหน้า

     

    “แต่ในสักวันหนึ่ง หากฟ้าลิขิต ข้าจะไปเยือนนิกายของท่านแน่นอน…ในฐานะผู้ที่แข็งแกร่งพอจะเคียงข้างพวกท่าน ไม่ใช่ภาระ”

     

    คำพูดของหลี่หยางก้องกังวานไปทั่วสนาม คนทั้งลานประลองเงียบงัน ก่อนจะมีเสียงปรบมือดังกึกก้องจากผู้คนรอบด้าน

     


    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่อีกครา ข้าจะเป็นราชันผู้อัญเชิญสัตว์อสูร ที่คุณอ่าน

    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    2.35M 999
    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.57M 5024
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.78M 1459
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.22M 3696
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271