[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส

    68 รอก่อน

    ชิ้ง!


    อ้ายเสินยิ้มแห้ง เขาตามเจ้าของร้านเข้ามาในโซน VIP ที่จัดเอาไว้ให้ตระกูลฟู่  สมาชิกที่อยู่ภายในห้องต่างชักอาวุธออกมาชี้หน้าพวกเขาหลังจากส่วนหนึ่งทดลองเล่นดัมเบลแล้วแสดงท่าทางกรีดร้องออกมา


    “ ไม่ต้องตกใจกันครับ นี่เป็นส่วนหนึ่งที่ทุกคนจะต้องเจอเมื่อออกกำลังกาย อุปกรณ์เหล่านี้จะจำลองความเจ็บปวดให้กับทุกคน แต่ไม่ต้องห่วงเพราะจะไม่มีใครบาดเจ็บจริงๆ มันเป็นแค่ความคิดเท่านั้นครับ ”


    ทุกคนยังคงชี้หน้าเช่นเดิม เฉินห่าวกลับไม่สนใจเดินแหวกอาวุธของผู้คนจากตระกูลฟู่โดยยกเรื่องตระกูลเหยาและตระกูลซูมาอ้างแล้วจากไป หากว่ามีอันตรายจริงๆทั้งสองตระกูลก่อนหน้าคงจะฆ่าเขาไปแล้ว


    “ เถ้าแก่ ตระกูลเกามันบ้าไปแล้ว ตอนนี้ร้องตะโกนโหวกเหวกโวยวายหน้าร้านเลย ฮันเตอร์ในร้านแทบไม่กล้าออกไป หลายคนขอใช้ประตูหลังเพื่อจะออกจากร้าน ”


    “ ป๋อหลินคุยยังไง ” เฉินห่าวส่งป๋อหลินให้เข้าไปคุยกับตระกูลเกาแล้ว แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผล จางเยว่จึงบอกสิ่งที่ป๋อหลินพูดกับตระกูลเกาเพื่อทวนซ้ำสิ่งที่ได้ยินมา


    “ เถ้าแก่ ป๋อหลินมันบอกให้ตระกูลเการออยู่หน้าร้านเพราะตอนนี้คนเต็มร้าน พวกเขากลับไม่สนบอกให้ฮันเตอร์เสียสละ ”


    “ ตระกูลนี้มันบ้าหรือเปล่า นี่แสดงว่ามันกดขี่คนอื่นๆมาเยอะสินะจึงกล้าใช้วิธีนี้ ”


    “ เถ้าแก่ ผมก็ไม่อยากจะพูดมากนักหรอกนะ กลัวว่าตระกูลใหญ่จะได้ยินเข้า ”


    “ แกได้ยินอะไรมาเหรออ้ายเสิน ” 


    แม้ไม่อยากเล่าเขากลับต้องเล่าให้เถ้าแก่ฟัง


    “ มันก็เป็นเรื่องปกติของตระกูลใหญ่นั่นแหละ แต่ส่วนใหญ่ไม่มีคนทำเหมือนตระกูลเกา ส่วนมากถ้าพวกเขาเข้าคิวจะจ่ายเงินเล็กๆน้อยๆให้ฮันเตอร์เพื่อซื้อคิว แต่สำหรับตระกูลเกาจะต่างออกไป พวกเขาจะข่มขู่เพื่อให้คนหนีไปแล้วเข้ามาแทนที่แทน ใครไม่ทำก็จะถูกเล่นงานในที่มืดบ้าง ”


    “ เหมือนที่ฉันโดนเลยนี่ ”    อ้ายเสินยิ้มแห้ง เขาจำได้ดีว่าพ่อบ้านสี่ตระกูลเกาเคยจ้างพวกเขาให้มาทำลายร้านนี้ เขากลัวว่าเถ้าแก่จะรื้อฟื้นจึงยิ้มแห้งให้เถ้าแก่


    “ พวกแกคิดมากไป ฉันไม่จองเวรใครหรอก พวกแกแค่ฮันเตอร์ตัวเล็กๆที่ดิ้นรนหาเงิน ฉันเข้าใจ ทำงานต่อไปให้ดีก็พอแล้ว ”


    “ ครับเถ้าแก่ ” อ้ายเสินพยักหน้ารัวๆ แต่เขารู้สึกตะหงิดใจกับคำว่าไม่จองเวรที่เถ้าแก่เอ่ย สายตาที่เขามองไปยังตระกูลเการาวกับว่าพวกบ้านี่คือเวรที่เขากำลังจะเล่นงาน


    “ เถ้าแก่ คุณแน่ใจนะว่าไม่จองเวร ”


    “ แน่สิ ไปบอกตระกูลเกาหน่อย ”


    “ บอกอะไรเหรอครับ ”


    “ ถ้าพวกเขาอยากเล่นให้รออีก 10 ชั่วโมง ”


    “ ครับเถ้าแก่ ส่วนคนที่ต้องการออกจากร้านล่ะ ”


    “ ให้พวกเขาออกหลังร้านไปเลย ”


    เฉินห่าวเดินหลบมุมทำราวกับว่าเขายุ่งอยู่ชั้น 2 ในระหว่างนี้เขาก็เห็นอ้ายเสินเดินเข้ามาพร้อมกับเหงื่อที่เปียกชุ่มไปทั่วแผ่นหลัง


    “ พวกเขาว่ายังไง ”


    “ พวกเขาจะไม่รอ ”


    “  งั้นก็ปล่อยพวกมันเถอะ เดี๋ยวก็คงจะเหนื่อยไปเอง ”


    เฉินห่าวนั่งตัดเล็บรออยู่ภายในร้าน ในระหว่างนี้เขาก็มองดูลูกสาวที่กำลังบินเข้าไปทักทายพี่สาวนักผจญภัย แต่ละคนที่รู้ว่าเธอเป็นลูกเถ้าแก่ต่างก็หยิบของในแหวนเก็บของออกมาให้คนละชิ้นสองชิ้นจนเชือกที่ห้อยเป็นปลอกคอมังกรเต็มไปด้วยของมัดพะรุงพะรัง


    “ ผู้อาวุโสครับ เถ้าแก่มันนั่งอยู่ในร้านครับ ”


    “ มันยังไม่ออกมาอีกเหรอ ”


    ผู้อาวุโสตระกูลเการู้สึกโกรธ อีกฝ่ายให้รอเป็นเวลา 10 ชั่วโมงมันจึงพยายามให้คนก่อความวุ่นวายด้วยการร้องตะโกนเสียงดัง แต่ดูเหมือนว่าเสียงของมันจะไม่ส่งเข้าไปในตึก เหล่าฮันเตอร์ที่อยู่ข้างในล้วนหันหลังทำราวกับว่าไม่ได้ยินเสียงข่มขู่เลย มันที่คิดจะใช้วิธีไล่คนออกจึงทำไม่ได้   นอกจากนั้นแล้วด้านหน้าร้านยังมีรถตำรวจวิ่งผ่านเรื่อยๆ ราวกับว่าเจ้าของร้านติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาช่วยสอดส่องจนพวกมันทำรุนแรงกับรถที่จอดขวางทางไม่ได้


    “ งั้นก็รอตามที่มันบอก ”


    เวลาเลยผ่านไปเรื่อยๆ จนพระอาทิตย์ตกดิน เฉินห่าวจึงพาเป่าเป้ยเข้านอน วันนี้เป่าเป้ยกลับเบื่อกระต่ายกับเต่าแล้วก็หมาป่าขาสั้น เขาจึงเล่าเรื่องนายพรานล่าสัตว์แล้วทำขวานหล่นหนองน้ำ ดูท่าลูกสาวจะชื่นชอบมากเพราะลุ้นสิ่งของที่นางฟ้าหนองน้ำงมขึ้นมาให้พราน


    แต่สุดท้ายพรานป่าก็ไม่ได้ขวานทองแต่กลับได้จักรยานเพราะมีหมีใจร้ายโผล่ออกมา พรานป่าต่อสู้ไม่ไหวจึงขอจักรยานแล้วปั่นหนีไปแทน


    “ อีก 2 ชั่วโมงสินะ ”


    เฉินห่าวนั่งเล่นภายในห้องสักพัก ในระหว่างนี้เขาก็นึกบางอย่างออก มังกรอยู่ภายในตึกนานเกินไป ต่อให้มันจะต่อสู้กับเลเวล 131 อนาคตจะต้องมีศัตรูแข็งแกร่งโผล่มาอย่างแน่นอน


    นับตั้งแต่สงครามจบเขาก็ตรวจพบกลุ่มคนประหลาดที่กำลังจ้องๆมองๆร้านจากภายนอกไม่ยอมเข้ามาข้างใน จากการตรวจสอบเลเวลโดยใช้ความสามารถของอาณาเขตปลอดภัย กลุ่มคนที่มองนอกร้านล้วนแล้วเป็นเลเวลร้อยทั้งหมด เขาจึงรู้ว่ามันน่าจะเป็นมือสังหาร แต่การที่มันไม่เข้ามาลงมือคงเพราะคนในร้านเยอะเกินไป


    จากการวิเคราะห์เขาคิดว่ามือสังหารคงจะเข้ามาเล่นงานเขาแน่ถ้าหากคนน้อยกว่านี้ ดังนั้นเขาจึงคิดว่าตนเองน่าจะเตรียมความพร้อมเช่นกัน ช่วงนี้เขาคงไม่ได้เดินทางไปที่ไหนจึงจะให้มังกรออกจากร้านไปหาอัพเลเวล


    “ เฟยหลง ปกติแกล่าที่ไหน ”


    “ ข้าไม่ใช่มอนสเตอร์ของเมืองนี้ ”


    “ นั่นสินะ ”


    “ ท่านจะให้ข้าทำอะไรงั้นเหรอ ”


    “ ฉันคิดว่าช่วงนี้ไม่น่าจะได้ออกจากร้านไปไหนก็เลยจะให้แกออกไปล่าในช่วงเย็น เช้าก็กลับมาเลี้ยงเป่าเป้ย ”


    มังกรทำตาปริบๆ มันรู้สึกดีใจที่จะได้ออกไปจากร้าน 


    “ ท่านจะให้ข้าไปวันไหนเหรอ ”


    “ วันนี้เลย แกจะล่าที่ไหนก็ได้ขอแค่กลับมาให้ทันพระอาทิตย์ขึ้น ”


    “ ข้าไปเลยนะ ”


    มังกรเปิดหน้าต่างด้วยท่าทางดีใจ เฉินห่าวจึงโบกมือไล่มันไป หากมังกรเลเวลอัพเขาเองก็ได้ประโยชน์จากมันเช่นกัน


    “ เอาล่ะคงได้เวลาแล้ว ”


    เฉินห่าวเดินลงมาชั้น 1 ผู้คนภายในร้านลดลงอย่างเห็นได้ชัดเพราะไม่มีใครกล้าเดินเข้ามาในร้านเนื่องจากตระกูลเกายืนขวาง ทุกคนที่เล่นเสร็จแล้วต่างก็ออกไปหลังร้านจนทำให้ภายในชั้น 1 เริ่มโล่ง


    ส่วนชั้นสองยังคงเต็มไปด้วยผู้คนตระกูลซูตระกูลเหยาและตระกูลฟู่ที่สับเปลี่ยนกันเข้าออกจนประตูของเขาจะพังแล้ว


    “ อ้ายเสิน ”


    “ ครับเถ้าแก่ ”


    “ ไปถามพวกเขาหน่อยว่ารออะไร ”


    อ้ายเสินเหงื่อไหลพลั่กกลางแผ่นหลัง เขารู้ชะตากรรมของตนเองในคืนนี้จากคำพูดของเถ้าแก่ร้านที่ให้ออกไปสอบถามตระกูลเกา


    “ เถ้าแก่ ผมจะรอดกลับมาใช่ไหม ”


    “ รอดสิ พวกมันไม่กล้าลงมือหรอก ”


    อ้ายเสินยิ้มแห้ง ถึงอย่างนั้นเขาก็กลัวเถ้าแก่มากกว่าจึงวิ่งออกไปนอกร้านเพื่อพบผู้อาวุโสตระกูลเกา 


    เฉินห่าวมองตามหลังเห็นว่าอ้ายเสินเข้าไปหาผู้อาวุโสตระกูลเกาแล้ว ทันใดนั้นเขาก็พบว่าผู้อาวุโสตระกูลเกาโกรธจัดจนปลดปล่อยพลังออกมาหน้าร้านจนเกิดแสงส่องสว่าง


    “ ตายแน่! ” อ้ายเสินหน้าซีด เขามองไม่เห็นมือขวาของผู้อาวุโสที่ยืนอยู่หน้าสุดจึงรู้ว่ามือนั้นน่าจะคว้ามาที่คอหรือไม่ก็กระซวกเข้าที่หัวใจแล้วแน่ๆ ในจังหวะที่คิดว่าตนเองกำลังตายกลับมีแรงกระชากดึงร่างของเขากลับเข้าไปในตึก 


    อ้ายเสินเห็นว่าเถ้าแก่มัดด้ายเล็กๆเอาไว้ที่ขาแล้วดึงเขากลับมารีบเข้าไปกอดขาเถ้าแก่ ถ้าไม่ดึงมาเมื่อครู่เขาตายแล้วแน่ๆเลย


    “ เฉินห่าว แกกล้ามากที่ไม่ไว้หน้าพวกเรา ฉันจะทำให้แกรู้ว่าที่นี่จะจบยังไง ”


    ฮันเตอร์ที่อยู่ภายในร้านหน้าซีดไปตามๆกัน หลังจากที่พวกเขาได้ยินเสียงร้องตะโกนจากหน้าร้าน 


    “ ขอโทษจริงๆ ฟิตเนสของเรารับตระกูลเกาไม่ได้แล้ว ร้านของเราไม่มีพื้นที่ว่างเลย ขอให้ตระกูลเกากลับมาใหม่นะผมจะจัดหาที่นั่งให้ ”


    คลืน!


    ตึกรอบๆสั่นสะเทือนจากแรงกดดันของผู้อาวุโสตระกูลเกา ฮันเตอร์ภายในร้านตกใจเมื่อรู้ว่าเจ้าของฟิตเนสกำลังท้าทายตระกูลนี้   นอกจากจะให้รอเป็นเวลา 10 ชั่วโมง เถ้าแก่ยังกล้าให้ตระกูลเกากลับมาอีก เพียงเท่านี้พวกเขาก็รู้แล้วว่าเถ้าแก่กำลังยั่วโมโหอีกฝ่าย


    แต่ละตระกูลที่เดินทางมา ไม่ว่าจะเป็นตระกูลซู ตระกูลเหยาหรือแม้แต่ตระกูลฟู่ยังได้รับการต้อนรับอย่างดี ยกเว้นตระกูลเกาที่ต้องรอแล้วต้องกลับบ้านเพราะเถ้าแก่อ้างว่าไม่มีพื้นที่


    “ ขอโทษจริงๆครับ ไว้มาใหม่นะครับ ”


    เฉินห่าวค้อมหัวครั้งแล้วครั้งเล่า ท่าทางของเขากลับทำให้ฮันเตอร์รู้ว่าเถ้าแก่กำลังกวนบาทา ท่าทางที่แสดงออกมายิ่งทำให้พวกเขาหวาดกลัวมากยิ่งขึ้นไปอีก


    พวกเขากลัวก็เพราะว่าต่อจากนี้ตระกูลเกาจะไม่ได้แค่เล่นงานฟิตเนสแห่งนี้ พวกเขาจะเล่นงานฮันเตอร์ที่เข้ามาใช้งาน


    หลังจากพบว่าตระกูลเกาเดินทางออกไปนั้น เฉินห่าวจึงหันกลับมาขอโทษฮันเตอร์ภายในร้านพร้อมกับเรียกความเชื่อมั่นของฮันเตอร์กลับมา


    “ ทุกคนไม่ต้องกลัวนะครับ ฟิตเนสแห่งนี้มีตระกูลซู ตระกูลเหยาและตระกูลฟู่เข้ามาใช้บริการตลอดเวลา คงเป็นเรื่องยากที่จะมีคนกล้าเข้ามาก่อกวน ส่วนใครจะถูกลอบทำร้ายไม่ต้องกลัวนะครับ ตั้งแต่จบสงครามดูเหมือนเจ้าหน้าที่ตำรวจและกองทัพจะทำงานรวดเร็ว แค่มีคนแจ้งพวกเขาก็พร้อมจะเดินทางมาเลย ต่อให้อีกฝ่ายจะเป็นตระกูลใหญ่ก็เถอะ ”


    “ เถ้าแก่ ฉันกลัวว่าพวกเขาจะลอบเล่นงานตอนดึกๆน่ะสิ ”


    “ ถ้าเรื่องนั้นไม่ต้องกลัวเลยครับ เดี๋ยวผมให้มังกรไปส่ง ถ้าใครกลัวว่าแจ้งตำรวจไม่ทันโทรมาหาผมก็ได้จะส่งมังกรไปช่วยเหลือ ”


    ฮันเตอร์รู้สึกสบายใจ พวกเขาได้ยินเรื่องที่เจ้าของร้านเลี้ยงมังกรแล้ว แต่ยังไม่เคยเห็นมันที่ร้านเลยจึงคิดว่าเจ้าของน่าจะเก็บเอาไว้ในสกิล


    “ ไว้กลับมาใหม่นะครับ สำหรับลูกค้าผมยินดีช่วยเหลือถ้าเกิดอันตรายภายในเมือง ”


    เฉินห่าวยืนส่งลูกค้าจนถึงกลางดึก ก่อนที่เขาจะขึ้นไปหาอวี้หลงที่หลบอยู่ภายในร้าน


    “ อวี้หลง ฉันมีงานให้ทำ ”


    “ มีอะไรเหรอเจ้าของตึก ”


    “ ดูท่าตระกูลเกาจะลอบเล่นงานสมาชิกร้านของฉันเพื่อข่มขู่ ฉันก็เลยอยากจะให้นายช่วยสักหน่อย ”


    “ จะให้ผมจัดการกับตระกูลเกาเหรอครับ ”


    “ ใช่ แต่ไม่ได้ให้นายบุกตระกูลพวกมันหรอกนะ ฉันจะให้นายไปลอบโจมตีพวกที่ลอบโจมตีฮันเตอร์ร้านฉัน ”


    “ โอเคครับ ขอแค่ไม่ให้ผมจัดการกับเลเวลร้อยก็พอ แต่ผมมีเวลาอีก 5 วันเท่านั้นนะครับเพราะต้องไปเพิ่มเลเวล ”


    “ ได้สิ ฉันไม่ให้นายทำงานนานหรอก แค่ 5 วันพวกมันก็น่าจะหวาดกลัวแล้ว เอาเบอร์นายมา ”


    เฉินห่าวขอเบอร์อวี้หลง จากนั้นเขาก็เดินลงมาเล่นเครื่องกรรเชียงบกพลางใช้อาณาเขตปลอดภัยตรวจสอบการเคลื่อนไหวของสมาชิกที่เดินออกจากร้านในช่วงกลางคืน เขาอยากรู้ว่าบนเส้นทางที่สมาชิกร้านกำลังเดินทางไปมีใครดักรออยู่หรือไม่


    “ อะ อวี้หลง ”


    อวี้หลงที่ออกมานอกตึกรับสายเจ้าของร้าน เขาได้ยินเสียงร้องจากอีกฝั่งจึงรู้ว่ากำลังออกกำลังกาย


    “ มีอะไรเหรอครับ ”


    “ ตอนนี้นายอยู่บนตึกฝั่งตรงข้ามสินะ มองไปทางขวาแล้ววิ่งไปที่ถนนหมายเลข 43 ซ้ายมือจะมีซอยเล็กๆอยู่ ตรงนั้นน่าจะมีคนจากตระกูลเกาซ่อนตัว ถ้าเป็นไปได้ฉันอยากให้นายไปถึงที่นั่นก่อน 10 นาที ”


    “ แค่ไปให้ทันใน 10 นาทีสินะครับ ”


    “ ใช่ ”


    “ ผมสามารถทำอะไรกับพวกเขาได้บ้าง ”


    “ อย่าพึ่งฆ่า เดี๋ยวคนจะรู้ว่าเป็นฝีมือฉัน ตอนนี้ฉันได้ข่าวมาทางตอนใต้น่าจะมีอีเว้นท์ใหญ่เกิดขึ้น ให้รอฆ่าช่วงนั้นจะดีกว่า ”


    “ เข้าใจแล้วเถ้าแก่”


    เฉินห่าวอยากจะฉีกยิ้มให้กับระบบที่มอบอาณาเขตปลอดภัยให้กับเขา ตอนนี้จึงไม่ต่างจากมีดาวเทียมติดตัว เขาสามารถมองหาทางหนีทีไล่ให้กับอวี้หลงได้ง่ายๆ หากมีตำรวจมาพบเห็นเขาสามารถพาหลบหนีได้โดยไม่ต้องเสียแรง