ทันทีที่สิ้นเสียงกริ่ง ดวงตาของบันก็ลุกโชน ก่อนจะดันสองฝ่ามือมาข้างหน้า พร้อมตะโกนดัง
“ ไลโอเน็ตบอมเบอร์ ”
“ เฮ้ย! ” จาบุร้องได้คำเดียว ก่อนที่จะพบกับดวงไฟขนาดครึ่งตัวคนที่พุ่งออกจากมือของบัน
“ ตูม ”
“ อั้ก ” ด้วยความที่จาบุไม่ทันระวัง จึงถูกลูกไฟก้อนโตกระแทกใส่เข้าอย่างจังจนทำให้ร่างล่ำสันกระเด็นไกลไปพิงเชือกเวทีที่ถักทอจากโซ่
“ โอ้ว นั่นมันอะไรกันน่ะ ”
“ บ้าไปเเล้ว หมอนั่นใช้ปืนพ่นไฟนี่นา ไหนบอกว่าสู้มือเปล่า ”
“ แต่มันถือปืนพ่นไฟไว้ในมือข้างไหน ”
เหล่าผู้ชมพากันโห่ฮาด้วยความตื่นตา แต่ไม่ว่ามองมุมไหน ก็ไม่ปรากฏอาวุธใดๆอยู่ในมือของเด็กหนุ่มร่างใหญ่ แล้วทำไมเขาถึงโจมตีแบบนั้นได้ล่ะ หรือจะเป็นเพราะ “พลังคอสโม”
“ วะ เหวอ นะ นั่น ” กล้าพูดไม่ออก สองขาสั่นเทาขั้นสุด และไร้เรี่ยวแรงจนแทบจะทรุดลงไปคุกเข่า ส่วนเหล่าเซนต์ที่เหลือก็ดูเคร่งเครียดไปตามๆกัน แม้แต่ชิริวที่นิ่งสุด ยังแอบเกร็งอยู่นิดๆ ด้วยรู้ดีว่ากระบวนท่านั้นร้ายกาจเพียงใด
“ วิชาของเจ้าบันคือปล่อยคลื่นเพลิงออกมาเหรอ ”
“ อืม ไม่เบา เห็นทีจะเล่นไม่ง่ายซะแล้ว ”
ทว่าเหล่าเซนต์สนใจท่าพิฆาตของบันได้ไม่นาน ทุกคนก็หันไปมองจาบุ จึงพบว่าหมอนั่นกำลังนั่งพิงโซ่ ใบหน้าก้มลง และมีควันดำลอยออกมาจากกายล่ำสันที่สวมครอธม่วง
“ อย่าบอกนะว่า….” ชุนพูดกับตัวเองเบาๆ ดวงตาฉายแววเป็นห่วง แต่อิจิ เด็กหนุ่มผมทรงโมฮ็อคกลับเยาะเย้ย
“ ฮิ ฮิ ฮิ วางท่าซะใหญ่โต แต่กลับม่อยด้วยลูกไฟของเจ้าบัน ดูท่าทางไอ้จาบุคงเป็นพวกเก่งแต่ปาก ”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า นั่นสิ น่าเสียดายนะที่มันไม่ได้ตายด้วยน้ำมือของข้า ” นาจิร่วมผสมโรงด้วย เพราะยังขุ่นเคืองจาบุจากเหตุวิวาทเมื่อครู่
“ หึ หึ ” ชิริวหัวเราะเบาๆ แต่นั่นก็เรียกความสนใจจากเพื่อนฝูงได้ทันที
“ นี่แกหัวเราะทำไม เจ้าชิริว ” เงกิร้องถามด้วยความสงสัย ซึ่งตรงกับความคิดของทุกคน ดราก้อนเซนต์ผู้สุขุมจึงยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเฉลยความนัย
“ จาบุยังไม่จบแค่นี้หรอก ไม่เชื่อพวกนายก็ลองจับพลังคอสโมของจาบุดูสิ จะเห็นว่ามันไม่ลดลงเลย ”
“ เออ จริงด้วย ” ชุนมีทีท่ายินดี ทำให้หลายคนแปลกใจ เพราะจาบุถือเป็นคู่แข่งแย่งชิงความเป็นหนึ่ง จึงน่าจะดีกว่าถ้าต้องล้มแบบไม่ลุก ทว่าไม่นาน เหล่าเซนต์รุ่นเยาว์ก็ต้องละวางประเด็น เพราะสัมผัสได้ชัดเจน ทุกสิ่งตรงกับคำพูดของเซนต์ดราก้อน
“ เออ จริงอย่างที่เจ้าชิริวว่า ”
ในบรรดากลุ่มบรอนด์เซนต์มีเพียงกล้าที่ยืนเอ๋อรับประทาน แน่นอนว่าเขาเข้าใจในสิ่งที่ทุกคนพูดคุย เพียงแต่ว่ามีบางสิ่งที่ติดขัดอยู่ นั่นก็คือ
“ ชั้นสัมผัสพลังคอสโมของคนอื่นไม่ได้ ”
เหมือนชุนจะช่างสังเกต จึงอ่านอารมณ์ของกล้าออก เพราะสีหน้าของเด็กหนุ่มดันฟ้องอย่างนั้น เขาจึงเดินเข้ามาใกล้ แล้วถามเบาๆ เพื่อรักษาหน้า
“ เซย่า นายจับพลังคอสโมไม่ได้ ใช่มั้ย ”
“ อ่า เอ่อ นายรู้ เอ๊ะ! ไม่ใช่ซักหน่อย ” กล้ารีบปฏิเสธ แต่ยังไงซะ เขาก็มีสกิลตอแหลที่ค่อนข้างต่ำ ชุนจึงจับได้ทันที
“ ไม่เป็นไรน่า อย่าโกหกเลย มันไม่ใช่เรื่องแปลกหรอก ถึงจะเป็นเซนต์ที่มีพลังคอสโมมากเอาการ แต่ก็ใช่ว่าจะสัมผัสพลังคอสโมของผู้อื่นได้ทุกคน เพราะไอ้การทำแบบนี้ มันต้องมีเคล็ด ”
“ เอ่อ ของแบบนี้มีเคล็ดด้วยเหรอ ” กล้าถามซื่อๆ แม้จะเคยดูการ์ตูนเซนต์เซย่ามาเกินสิบครั้ง แต่เขากลับไม่รู้เรื่องนี้
“ ใช่สิ นายอยากรู้วิธีมั้ย ” ชุนผู้ใจดีรีบบรรยาย กล้าเลยผงกหัวรับคำรัวเร็ว
“ อื้อ เอาสิ ”
ชุนยิ้มน้อยๆให้กล้าอีกครั้ง ซึ่งก็อ่อนโยนหวานซึ้งไม่แพ้ผู้หญิงจริงๆเลยทีเดียว จากนั้นหนุ่มหน้าสวยก็อธิบาย
“ จะว่าไป เรื่องนั้นก็ไม่ยากอะไร ส่วนใหญ่เซนต์ผู้ใช้คอสโมมักจะทำได้ทุกคน แต่ถ้ายังไม่คล่องนัก หรือคอสโมเพิ่งตื่น อาจไม่รู้วิธีนี้ ” ชุนพูดจบ ก็มองกล้าเป็นเชิงสำรวจ ทำให้เด็กหนุ่มรีบหลบตา เพราะข้อสันนิษฐานดังกล่าวนั้นเป็นจริง และเมื่อทิ้งระยะได้แวบหนึ่ง เซนต์อันโดรเมด้าก็พูดต่อ
“ วิธีการสัมผัสคอสโมของผู้อื่น ทำได้โดยการสงบนิ่ง แล้วเพ่งสมาธิไปยังคนที่เราต้องการตรวจสอบ เพียงไม่นาน ก็จะรู้ถึงระดับพลังของคนๆนั้น ”
“ โอ้ ง่ายๆแค่นี้เองรึ ”
“ ใช่แล้ว เซย่า นายลองทำดูก็ได้ ” ชุนแสดงท่าทีเป็นกันเอง ด้วยการตบไหล่ของกล้าเบาๆ
พอจับเคล็ดลับได้ กล้าก็พุ่งสมาธิไปยังจาบุที่นั่งพิงสายโซ่ ไม่ถึงอึดใจ บรรยากาศโดยรอบก็พลันสงบลง ก่อนจะประสบกับกระแสพลังแข็งกร้าวที่แผ่ออกมาจากกายของยูนิคอร์นเซนต์
“ เอ๊ะ! นั่นมัน ” กล้าอุทานดัง
“ ใช่แล้ว นั่นคือรูปแบบพลังคอสโมของจาบุ ” ชุนยักคิ้วให้กล้าหน่อยๆ
เมื่อกล้ารับรู้ถึงความสามารถใหม่ที่ควรจะทำได้ตั้งนาน เขาจึงเริ่มเห่อ พร้อมลองกับบรอนด์เซนต์รายอื่น โดยคนแรกก็คือ “ชุน” ผู้เป็นอาจารย์
“ อืม คอสโมของชุนก็แผ่ออกมามากแฮะ รู้สึกว่ารัศมีจะเข้มและกว้างกว่าจาบุซะอีก แต่กลับดูอบอุ่น ไม่เกรี้ยวกราด ”
แน่นอนว่ากล้าลองวิชากับทุกคน ทำให้รู้คอสโมของอิจิดูน้อยที่สุด แต่ก็แอบแหลมคม ส่วนของเงกิ บัน นาจิใกล้เคียงกัน ทว่าพอเพ่งสมาธิไปที่ชิริว ก็ทำให้เด็กหนุ่มแทบจะล้มทั้งยืน
“ โอ้ นะ นั่นมัน ”
“ หึ หึ ใช่แล้ว นั่นคือคอสโมของชิริวเขาแหละ เอาเรื่องเลยใช่มั้ยล่ะ เซย่า ” ชุนหันกลับมาถาม ใบหน้ายังคงแย้มยิ้มดุจเดิม
“ อะ อ่า ใช่เลย สุดยอดจริงๆ ” กล้าปากสั่น เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะออร่าสีเขียวที่แผ่ออกมาจากชิริวดูเรียบนิ่งและมั่นคง บอกให้รู้ถึงความเสถียรขั้นสุด เด็กหนุ่มจึงเริ่มปาดเหงื่อ
“ ถ้าไม่ชำนาญการใช้คอสโมจริงๆ ออร่าจะไม่นิ่งขนาดนี้ เชื่อว่าถ้าถึงเวลาสู้จริง ชิริวต้องปล่อยพลังที่รุนแรงออกมาได้แน่ นี่เราต้องสู้กับคนแบบนี้จริงๆเหรอเนี่ย ”
แต่ไม่ทันได้กลัวให้สมใจ เสียงผู้คนก็เริ่มฮือฮา ด้วยจาบุค่อยๆยันกายลุกขึ้นยืนโงนเงน ก่อนจะกล่าวอย่างยากลำบาก
“ แกนะแก เล่นทีเผลอนี่หว่า ”
“ ช่วยไม่ได้ อยากมัวแต่เหม่อมองยัยคุณหนูเอาแต่ใจคนนั้นเอง ” บันยิ้มเย้ย ก่อนจะตั้งการ์ด
“ หน็อย อย่าบังอาจมาว่าคุณหนูนะ ” จาบุเริ่มโกรธ จึงพุ่งเข้าใส่ แต่ด้วยอาการบาดเจ็บที่เหลืออยู่ เลยทำให้บันหลบหมัดหนึ่งสองได้อย่างง่ายดาย
“ โห ปากเก่ง แต่ทำไม ต่อยเบาเป็นนุ่นแบบนี้ แถมยังเชื่องช้าจนคุณยายเรียกพี่ ” บันโยกย้ายกายสูงใหญ่มาด้านหลัง ก่อนจะง้างกำปั้นขึ้นสูง เพื่อเตรียมฟาดหัว แต่ไม่ทันได้ปล่อยอาวุธ ก็ได้ยินเสียง “กร๊อบ” อย่างชัดเจน สิ่งที่มาติดๆคือความเจ็บปวดแถวลำคอ
“ อึก ” บันกระอัก ก่อนจะเซถอยหลัง และเมื่อหันไปมองอริในชุดครอธม่วง ก็พบว่าเด็กหนุ่มผู้นั้นกำลังยกขาขวาขึ้นสูง
“ ไงล่ะ บัน แม้หมัดจะไม่หนัก แต่ดาเมจจากฝ่าเท้าของชั้นก็รุนแรงเอาเรื่องนะ ” ถึงทีจาบุบลัฟบ้าง และจากคำพูดดังกล่าว ทำให้บันรู้ทันที เมื่อครู่นี้เขาโดนอีกฝ่ายหมุนตัวเตะใส่ก้านคอ
“ อื้อหือ เจ้าจาบุมันใช้เท้าเก่งนี่หว่า เตะที เร็วจนแทบมองตามไม่ทัน เห็นทีต้องทิ้งระยะห่างซะแล้ว ” เมื่อคิดได้ดังนั้น บันจึงรวบรวมกำลัง พร้อมปล่อยพลังเพลิงออกมา
“ ไลโอเน็ตบอมเบอร์ ”
“ อึบ ” จาบุร้องคำเดียว ก่อนพลิกตัวหลบได้อย่างหวุดหวิด ทว่าเพลิงลูกที่สอง สาม สี่ก็ตามมาติดๆ
“ ตูม โครม ซูม ” เสียงระเบิดเพลิงดังต่อเนื่อง แต่ละครั้งล้วนทำให้เหล่าผู้ชมเตลิดไกล เพราะมันอลังการงานสร้าง ตั้งแต่เกิดจากท้องพ่อท้องแม่ ไม่เคยเห็นใครทำได้แบบนี้
“ เด็กหนุ่มร่างใหญ่คนนี้น่าจะเป็นมนุษย์กลายพันธุ์แบบในเรื่องแฟนตาสติกโพลว์ ”
“ นั่นสิ ไม่รู้ว่าเขาจะเหาะได้มั้ย ”
“ ดูไปก่อน อาจเกิดอะไรขึ้นก็ได้ในศึกนี้ ”
“ ท่าทางเด็กหนุ่มในชุดเกราะม่วงจะแพ้แน่ๆ ”
สารพันเสียงวิจารณ์จากเหล่าผู้ชมพากันดัง กระแสส่วนใหญ่ไปในแนวทางเดียวกัน นั่นก็คือจาบุพ่ายแพ้ ทว่าเซนต์ยูนิคอร์นยังคงหลบลูกไฟได้เรื่อยๆ ดวงตาเปล่งประกายแวววาว
“ อืม จบแล้ว จาบุชนะแน่ ” ชิริวเป็นคนแรกที่สรุป ส่วนคนที่สองคือชุนที่พยักหน้ารับ ทว่าทั้งเงกิ อิจิ นาจิ ไม่ค่อยเห็นด้วย ส่วนกล้านั้นงงเต็ก เพราะเท่าที่ดู เขาเห็นจาบุเอาแต่หลบหลีก แล้วจะคว้าชัยได้กี่โมง
เพียงพริบตา ออร่าสีม่วงก็แผ่ออกมาจากร่างจาบุ มันพัดกระพือจนเหมือนเปลวเพลิงที่ต้องสายลม ก่อนที่เขาจะถีบตัวกระโดดขึ้นไปข้างบนเต็มแรง ทำให้ลอยสูงจากพื้นเวทีเกือบสิบเมตร
“ โอ้ พลังกระโดดอะไรกันนั่น ” ฝูงชนทึ่งไปตามๆกัน เพราะเพิ่งเคยเห็นอะไรแบบนี้ แต่บันกลับยิ้มกว้าง สองแขนง้างไปข้างหลัง เพื่อเตรียมปล่อยทีเด็ด
“ เสร็จชั้นล่ะ แกลอยอยู่กลางอากาศแบบนี้ ย่อมไม่อาจเปลี่ยนทิศทาง ต้องโดนพลังเพลิงของข้าเข้าไปเต็มๆ เตรียมรับไป ไฟนอลไลโอเน็ตบอมเบอร์ ”
สิ้นเสียงตะโกนของบัน สองแขนล่ำสันของเขาก็ถูกเหวี่ยงมาข้างหน้า พร้อมคลื่นพลังเพลิงที่ใหญ่กว่าไลโอเน็ตบอมเบอร์ถึงเท่าตัว มันพุ่งตรงไปหาจาบุที่ลอยอยู่กลางอากาศ
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
