สาวโรงงานร่านสวาท 1 : ร่องรอยของความทะเยอทะยาน
เสียงกระหึ่มอันกึกก้องของเครื่องจักรปั๊มชิ้นส่วนโลหะแผดคำรามยาวนานไม่ขาดสายดังก้องไปทั่วทั้งโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เสียงเหล็กน้ำหนักหลายสิบตันกระแทกกระทบกันดัง ปัง! ปัง! ปัง! สั่นสะเทือนพื้นคอนกรีตจนแทบจะรู้สึกได้ถึงความสั่นไหวใต้ฝ่าเท้า พนักงานทุกคนในไลน์ผลิตต่างก้มหน้าก้มตาทำงานของตนราวกับหุ่นยนต์ที่ไม่มีชีวิตจิตใจ
สำหรับน้ำอ้อย หญิงสาววัยยี่สิบสองปีผู้มีใบหน้าจิ้มลิ้มสะสวยหยาดเยิ้ม เสียงเหล่านี้เปรียบเสมือนโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นซึ่งพันธนาการชีวิตของเธอเอาไว้กับความยากจนแสนทารุณ อากาศในโรงงานอบอ้าวและระอุไปด้วยไอความร้อนเหนียวเหนอะหนะ กลิ่นไอระเหยของน้ำมันหล่อลื่นปนเปกับกลิ่นเขม่าโลหะร้อนจัดลอยอบอวลชวนให้อึดอัดจนแทบจะหายใจไม่สะดวก
ลมจากพัดลมยักษ์ที่หมุนคว้างอยู่บนเพดานโรงงานไม่ได้ช่วยบรรเทาความร้อนลงเลยแม้แต่น้อย มันกลับหอบพัดเอาไอร้อนเหนียวเหนอะหนะมาปะทะผิวของเธอตลอดเวลาจนเหนียวตัวไปหมด เม็ดเหงื่อใส ๆ ผุดพรายขึ้นตามหน้าผากมนและขมับบาง ก่อนจะไหลลู่ลงมาตามแก้มเนียนและซอกคอระหงหยดลงบนเสื้อฟอร์มพนักงานโทนสีเทาเข้มเนื้อผ้าหนาหน่วง
เสื้อฟอร์มที่ค่อนข้างหนาบัดนี้เปียกชื้นไปด้วยหยาดเหงื่อจนลู่แนบชิดไปกับเรือนร่างอวบอัดทรวดทรงสะบึมอย่างเห็นได้ชัด ผิวขาวผ่องอมชมพูของเธอที่เปล่งประกายแม้จะอยู่ท่ามกลางความมืดมัวของโรงงานทำให้น้ำอ้อยดูสะดุดตาราวกับดอกไม้ป่าที่บานอยู่กลางดงขยะ ทว่าเจ้าตัวกลับรู้สึกชิงชังและรังเกียจสภาพของตัวเองในตอนนี้เป็นที่สุด
ทุกครั้งที่น้ำอ้อยขยับกายยกมือขึ้นปาดเหงื่อ ความเมื่อยล้าสะสมจะแล่นริ้วขึ้นมาจากน่องขาทั้งสองข้างและแผ่นหลังนวลเนียนที่ต้องยืนก้ม ๆ เงย ๆ ตลอดกะทำงานอันยาวนาน เธอขบกรามแน่นและกัดริมฝีปากล่างเบา ๆ ด้วยความรู้สึกหงุดหงิดพยศในโชคชะตา เธอเบื่อหน่ายกับชีวิตกุลีที่ต้องใช้แรงงานหยาดเหงื่อแลกเศษเงินเดือนขั้นต่ำเป็นบ้า
การตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อมานั่งคอยประคองชิ้นส่วนเหล็กเข้าเครื่องจักรที่แสนอันตราย แลกกับค่าจ้างเพียงหยิบมือมันช่างน่าเบื่อหน่ายสิ้นดี น้ำอ้อยคิดว่าใบหน้าหวานสะสวย ดวงตากลมโตเป็นประกาย และหน้าอกหน้าใจอวบอัดแน่นตึงของเธอไม่ควรจะต้องมาตรากตรำทนทุกข์อยู่ในสถานที่อับทึบและเหม็นกลิ่นน้ำมันเครื่องเช่นนี้เลยสักนิด
เมื่อสบโอกาสที่เพื่อนร่วมงานหันไปทางอื่นและหัวหน้ากะคนอื่นเดินเลี่ยงไปตรวจแผนกประกอบข้างเคียง น้ำอ้อยก็เอื้อมมือบางลงไปในกระเป๋ากางเกงทำงานสีกรมท่าตัวหนา ดึงโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าที่สีถลอกปอกเปิกออกมาอย่างระมัดระวังสูงสุด เธออาศัยจังหวะหลบมุมเงาของเครื่องจักรอันตราย แตะนิ้วเปิดหน้าจอสัมผัสเพื่อตรวจสอบยอดเงินในบัญชีธนาคาร
นิ้วเรียวแตะเปิดแอปพลิเคชันการเงินอย่างเร่งรีบ หัวใจดวงน้อยเต้นระทึกหวังลึก ๆ ว่าอาจจะมีปาฏิหาริย์ ทว่าเมื่อตัวเลขอันน้อยนิดสะท้อนเข้าสู่ดวงตาคู่สวย หัวใจของเธอก็ร่วงหล่นลงสู่ตาตุ่มในพริบตาเดียว
"สี่ร้อยแปดสิบสองบาทห้าสิบสตางค์..."
น้ำอ้อยเค้นยิ้มสมเพชและหยันให้โชคชะตาของตัวเอง ยอดเงินคงเหลือในบัญชีมีไม่ถึงห้าร้อยบาทถ้วน ขณะที่วันเวลากว่าที่เงินเดือนงวดใหม่จะออกยังเหลืออีกตั้งหนึ่งสัปดาห์เต็ม ๆ ค่าเช่าห้องพักรูหนูพัดลมตัวเก่าที่ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดคอยกวนใจทุกค่ำคืน ค่าผ่อนรถมอเตอร์ไซค์คันเล็กคู่ชีพ และค่าครีมประทินผิวที่เธอต้องใช้บำรุงความสวยงามล้วนจ่อรอคิวทวงถามอย่างไม่มีทางเลี่ยง
เธอเบื่อความยากจนนี้เหลือเกิน ความจนที่บีบคั้นให้เธอต้องคอยประหยัด คอยคิดคำนวณราคาของกินทุกบาททุกสตางค์ก่อนจะตัดสินใจควักเงินจ่าย ความจนที่กักขังชีวิตวัยสาวอันสะพรั่งของเธอเอาไว้ในกรอบแคบ ๆ ของชนชั้นแรงงานที่ไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้ น้ำอ้อยบอกตัวเองว่าจะไม่มีวันยอมจมปลักอยู่ในหลุมดำแห่งนี้ไปจนแก่เฒ่าเหมือนพนักงานรุ่นพี่คนอื่น ๆ เด็ดขาด
เรือนร่างอวบอัดอันงดงามและเสน่ห์ยั่วยวนที่สะสมอยู่ตามธรรมชาติในตัวเธอ มันต้องมีมูลค่ามากกว่าเงินเดือนขั้นต่ำไม่กี่บาทสิ น้ำอ้อยคิดพลางยกมือขึ้นดูฝ่ามือของตัวเองที่เริ่มหยาบกร้านจากการทำงานหนัก ความคิดล้ำลึกที่แฝงไปด้วยความทะเยอทะยานกระหายอยากในความสะดวกสบายค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในสมองอย่างช้า ๆ
สิ่งที่น้ำอ้อยต้องการไม่ใช่ชีวิตที่พอเพียงตามที่ใครต่อใครพยายามพร่ำสอน สิ่งที่เธอปรารถนาอย่างแท้จริงคือเงินทอง ความสบาย การได้กินหรูอยู่ดี และหนทางลัดที่จะฉุดกระชากเธอขึ้นจากหล่มความยากจนข้นแค้นนี้โดยเร็วที่สุด
ทางลัดที่ไม่ต้องเสียเหงื่อทำงานหนัก แต่ใช้แรงเสน่หาเล่ห์มารยาแลกความสบายและความร่ำรวย
---
เสียงสัญญาณออดหมดชั่วโมงทำงานช่วงเช้าดังหวีดแหลมยาว ๆ บ่งบอกถึงเวลาพักกลางวัน พนักงานชายหญิงในแผนกผลิตต่างพากันวางมือจากงานแล้วรีบก้าวเดินกึ่งวิ่งตรงไปยังโรงอาหารขนาดใหญ่หลังโรงงานเพื่อจับจองที่นั่งและซื้ออาหารประทินความหิวโหยที่สะสมมาตลอดช่วงเช้า
น้ำอ้อยก้าวเดินปะปนไปกับฝูงชนอย่างไม่รีบร้อน แม้ใบหน้าหวานจะเหนื่อยล้าและมีคราบเหงื่อไคลเกาะกุม แต่เธอก็ยังคงไม่ลืมที่จะเอามือจัดทรงผมและลูบจัดระเบียบเสื้อผ้าฟอร์มพนักงานให้ดูดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอเดินตรงไปยังโต๊ะม้าหินอ่อนตัวยาวมุมในสุดติดริมหน้าต่างโรงอาหาร ซึ่งเป็นมุมที่ค่อนข้างลับตาคนและมีลมโชยพัดผ่านเบา ๆ
ไม่นานนัก ก้อย เพื่อนสนิทร่วมกะผลิตก็เดินตามเข้ามานั่งฝั่งตรงข้าม ก้อยวางกล่องอาหารพลาสติกสีชมพูพาสเทลลงบนโต๊ะด้วยท่าทางทะนุถนอม ข้างกล่องข้าวนั้นมีขวดน้ำส้มคั้นสดขวดใหญ่ที่มีเนื้อส้มลอยอยู่เต็มขวด หน้าตาของก้อยดูแจ่มใสมีน้ำมีนวลผิดกับพนักงานคนอื่น ๆ ที่ดูเหนื่อยอ่อนและหมดสภาพจากการทำงานหนักคุมเครื่องปั๊ม
"วันนี้กินอะไรดีล่ะน้ำอ้อย ก้อยซื้อผัดซีอิ๊วมาน่ะ" ก้อยถามพลางเปิดฝากล่องข้าว กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารลอยฟุ้งกระจายไปรอบ ๆ
"คงเป็นข้าวราดแกงธรรมดาร้านป้าแดงนั่นแหละก้อย ช่วงนี้ต้องประหยัดหน่อยน่ะสิ ยอดเงินเหลือน้อยเต็มที" น้ำอ้อยตอบพร้อมส่งรอยยิ้มจิ้มลิ้มแสนดีและท่าทางไร้เดียงสากลับไป
"โถ่ น่าสงสารจังเลยน้ำอ้อย ดูนี่สิ... กล่องข้าวกล่องนี้น่ะ พี่ชัยเขาซื้อมาฝากก้อยตั้งแต่เช้าเลยนะ เขาบอกว่าไม่อยากให้ก้อยต้องไปเดินร้อน ๆ ต่อคิวซื้อข้าวแกงข้างนอก มันร้อนแถมคนเยอะจนปวดหัวด้วย พี่ชัยนี่แสนดีจริง ๆ เลยนะ" ก้อยพูดอวดพลางตักข้าวเข้าปาก แววตาและสีหน้าเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในตัวแฟนหนุ่มใหญ่
"จริงเหรอ พี่ชัยนี่แสนดีและใส่ใจก้อยมาก ๆ เลยนะเนี่ย อิจฉาเธอจริง ๆ เลยที่มีคนคอยดูแลประคบประหงมดีขนาดนี้" น้ำอ้อยแสร้งเบิกตากว้างชื่นชมทำท่าทางตื่นเต้นตื้นตันพลางพยักหน้าเออออตามเพื่อนไปอย่างแนบเนียน
"ใช่ไหมล่ะ แถมวันนี้เขายังจัดตารางกะให้ก้อยไปอยู่ตรงจุดตรวจสอบคุณภาพชิ้นงานด้วย สบายขึ้นเยอะเลย ไม่ต้องไปยืนก้ม ๆ เงย ๆ คุมเครื่องปั๊มร้อน ๆ เหมือนแต่ก่อน พี่ชัยบ่นกลัวก้อยจะปวดเอวปวดหลังน่ะ" ก้อยพูดยิ้ม ๆ พลางหยิบขวดน้ำส้มคั้นสดขึ้นมาดูดกินอย่างมีความสุขล้นเปี่ยม
น้ำอ้อยพยักหน้ารับคำและเอ่ยปากเย้าแหย่ตามน้ำด้วยท่าทีอ่อนโยน ทว่าภายใต้รอยยิ้มแสนหวานและท่าทางเป็นมิตรสนิทสนมนั้น ในส่วนลึกของจิตใจเธอกลับร้อนรุ่มรุนแรงประหนึ่งมีกองเพลิงเผาผลาญ ความริษยาแล่นพล่านบดบังความรู้สึกเพื่อนไปจนหมดสิ้น
ทำไมก้อยผู้หญิงหน้าตาแสนจะธรรมดาค่อนไปทางจืดชืด ผิวพรรณก็ดูหมองหม่น รูปร่างแบนราบไร้ส่วนเว้าส่วนโค้งสะดุดตา ถึงได้รับสิทธิพิเศษมากมายขนาดนี้ เพียงเพราะมีแฟนเป็นหัวหน้างานคอยโอบอุ้ม คอยจัดแจงสิ่งดี ๆ ให้งั้นหรือ? ในขณะที่เธอซึ่งสะสวยกว่า หุ่นดีกว่า หน้าอกและสะโพกสมบูรณ์แบบกว่า กลับต้องยืนเหนื่อยยากทำงานเหงื่อท่วมตัว
สายตาของน้ำอ้อยหรี่ลงเล็กน้อยลอบประเมินเพื่อนสนิทอย่างเยือกเย็นและแฝงไปด้วยแผนการ ความอิจฉาไม่ได้ทำให้เธอท้อแท้ แต่มันแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นอันแรงกล้าที่จะช่วงชิง ชัย... ผู้ชายคนนี้แหละที่จะเป็นก้าวแรกของเธอในการหนีจากความลำบากยากจนนี้
ชัยเป็นหัวหน้างานควบคุมกะผลิตกะดึก อายุสามสิบปลาย ๆ รูปร่างหนา ผิวเข้ม ท่าทางดุดันและเข้มงวดกับพนักงานทั่วไป แต่เขามีเงินพิเศษ มีอำนาจสูงสุดในการจัดตารางงาน สลับตารางกะ และให้โบนัสหรือโอทีพิเศษแก่พนักงานในแผนก ยิ่งไปกว่านั้น เขาก็ยังขับรถกระบะสี่ประตูคันใหญ่สีดำมันวาวมาทำงานทุกวัน บ่งบอกฐานะการเงินที่มั่นคงและมีอันจะกิน
และสิ่งสำคัญที่สุดที่น้ำอ้อยแอบสังเกตเห็นมาโดยตลอด... ชัยมักจะใช้สายตาโลมเลีย ลอบมองหน้าอกอวบอิ่มที่เกือบจะทะลักดันเสื้อฟอร์มของเธออยู่บ่อยครั้งเวลาที่เขาเดินตรวจสายพานผลิต สายตาของเขาเต็มไปด้วยความกระหายอยากและเสน่หาที่พยายามปกปิดซ่อนเร้นเอาไว้แต่ไม่อาจปิดมิดจากสายตาคมกริบของน้ำอ้อยได้
"ก้อยนี่น่าอิจฉาจริง ๆ เลยนะ ถ้าน้ำอ้อยมีคนคอยห่วงใย คอยซื้อของกินมาส่ง และจัดกะสบาย ๆ ให้แบบนี้บ้าง น้ำอ้อยคงจะทำงานอย่างมีความสุขและมีกำลังใจกว่านี้เยอะเลยล่ะ" น้ำอ้อยเปรยเบา ๆ น้ำเสียงแฝงความน้อยเนื้อต่ำใจได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด
"หน้าตาสะสวยหุ่นดีแบบน้ำอ้อยน่ะ หาผู้ชายรวย ๆ นอกโรงงานได้สบาย ๆ อยู่แล้ว เชื่อก้อยสิ พี่ชัยเขาแค่คนธรรมดาเองไม่ได้วิเศษวิโสอะไรหรอก" ก้อยปลอบใจเพื่อนสนิทอย่างซื่อ ๆ โดยไม่ได้ระแวงระวังภัยเงียบตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย
"ไม่มีหรอกก้อย คนข้างนอกเขาจะมาสนใจสาวโรงงานจน ๆ อย่างน้ำอ้อยได้ยังไงล่ะ โชคดีแบบก้อยนี่หาไม่ได้ง่าย ๆ หรอกนะ" น้ำอ้อยยิ้มเศร้า ๆ พลางก้มหน้าก้มตาตักข้าวแกงจานเล็กลงคอ
ในใจของน้ำอ้อยหัวเราะเยาะความโง่เขลาไร้เดียงสาของเพื่อนสนิทอย่างสะใจ คนข้างนอกน่ะไกลตัวและยากเกินไป แต่คนข้างในที่ยืนกุมอำนาจอยู่ตรงนี้ต่างหากที่เอื้อมมือถึงได้ง่ายที่สุด เธอรู้ดีว่าสรีระอันเย้ายวนของเธอมันมีพลังทำลายล้างจิตใจผู้ชายสูงเพียงใด โดยเฉพาะกับหนุ่มใหญ่วัยทำงานที่กำลังกระหายรสชาติแปลกใหม่และเต้าเนื้อสาว ๆ
ชัย... เตรียมตัวตกเป็นเหยื่อและทางผ่านของน้ำอ้อยได้เลย หญิงสาวคิดในใจพลางกำช้อนแน่น สายตาฉายประกายร้ายกาจอย่างเยือกเย็น
---
ค่ำคืนล่วงเลยเข้าสู่ช่วงเวลาดึกสงัด แผนกผลิตกะดึกตกอยู่ในความเงียบงันและสลัวเลือนรางมากกว่าปกติ เสียงเครื่องจักรส่วนใหญ่ถูกปิดตัวลงตามรอบการผลิต มีเพียงเครื่องปั๊มเหล็กไม่กี่ตัวที่ยังส่งเสียงทำงานทุ้มต่ำดัง หึ่ง... หึ่ง... เป็นจังหวะ แสงไฟฟลูออเรสเซนต์สีขาวส่องสว่างเป็นหย่อม ๆ สลับกับเงามืดทอดยาวตามมุมกำแพงของโรงงาน
น้ำอ้อยยืนอยู่หน้าเครื่องควบคุมระบบผลิตของเธอตามปกติ แต่คืนนี้เธอเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี เสื้อฟอร์มพนักงานหญิงสีกรมท่าของเธอถูกปรับแต่งปลดกระดุมเม็ดบนออกถึงสองเม็ดอย่างจงใจ คอเสื้อแบะออกกว้างจนเผยให้เห็นเนินเนื้อหน้าอกกลมกลึงขาวผ่องตัดกับขอบบราเซียลูกไม้สีดำสนิทที่โผล่พ้นร่มผ้าออกมาอย่างประจวบเหมาะ
กลิ่นน้ำหอมแนวหวานฉ่ำเย้ายวนใจชวนเคลิบเคลิ้มที่เธอจงใจลูบไล้ประพรมบริเวณซอกคอขาวระหงและร่องอกลอยฟุ้งกระจายไปตามอากาศอุ่นชื้นรอบ ๆ ตัว น้ำอ้อยใช้ปลายนิ้วลูบไล้ไปตามริมฝีปากอิ่มที่ทาด้วยลิปบาล์มสีระเรื่อฉ่ำวาว สายตาสอดส่องเฝ้ารอเวลาที่เป้าหมายจะเดินผ่านเข้ามาในเขตสายตาอย่างใจเย็น
และในที่สุด ร่างหนาใหญ่ของชัยในชุดหัวหน้างานคุมกะก็ปรากฏตัวขึ้น เขาเดินถือคลิปบอร์ดตรวจยอดการผลิตกะดึกตามตารางเวลา ใบหน้าคมเข้มดูเคร่งขรึมและมีริ้วรอยแห่งความเหนื่อยล้า ทว่าแววตาคมกริบคู่หนานั้นกลับสอดส่องมองหาใครบางคนอยู่ตลอดเวลาอย่างเห็นได้ชัด
น้ำอ้อยไม่ปล่อยให้เวลาทองหลุดลอยไป เธอจงใจขยับกายไปยืนตรงหน้าหน้าจอแผงควบคุมระบบ ขยับส่ายสะโพกมนเบา ๆ พลางส่งสายตาหวานเชื่อมสบประสานเข้ากับดวงตาของชัยที่เดินเข้ามาใกล้พอดี รอยยิ้มบางเบาที่แต่งแต้มบนมุมปากของเธอทำเอาหัวหน้างานหนุ่มใหญ่ถึงกับชะงักฝีเท้าและจ้องมองตรงมาทันที
"พี่ชัยคะ... ช่วยดูตรงนี้ให้น้ำอ้อยหน่อยได้ไหมคะ พอดีตัวเลขยอดสะสมมันขึ้นเตือนสีแดงแปลก ๆ น้ำอ้อยกลัวกดผิดแล้วเครื่องจะมีปัญหาจังเลยค่ะ" น้ำอ้อยส่งเสียงออดอ้อนกระซิบกระซาบแผ่วเบา แต่ได้ยินเด่นชัดและสะท้อนความเซ็กซี่ท่ามกลางความเงียบของกะดึก
ชัยสูดกลิ่นน้ำหอมยั่วยวนชวนฝันที่ลอยเข้ามาเตะจมูกอย่างจัง กลิ่นหอมหวานปนกลิ่นกายสาวสะพรั่งปลุกเร้าให้ความเมื่อยล้าสะสมจากการคุมกะดึกมลายหายไปในพริบตา สัญชาตญาณความต้องการเนื้อตัวผู้หญิงตื่นตัวขึ้นมาทันที เขารีบก้าวเท้าเข้าไปหาเธอจนร่างกายแทบจะเบียดชิดกัน
"ไหน ตรงไหนครับน้ำอ้อย ให้พี่ดูซิ เครื่องปั๊มตัวนี้มันรวนบ่อยอยู่ด้วย" ชัยพูดด้วยน้ำเสียงต่ำแหบพร่ากว่าปกติ พยายามขยับขยายตัวเข้าไปใกล้ชิดเธอมากขึ้น
น้ำอ้อยจงใจโน้มตัวลงไปใกล้หน้าจอควบคุม แผ่นหลังนวลเนียนโค้งเว้าทำเอากางเกงทำงานรัดรูปเน้นบั้นท้ายกลมกลึงแน่นตึงและสะโพกผายกว้างปรากฏแก่สายตาของชัยเต็ม ๆ และเสื้อฟอร์มที่ปลดกระดุมออกก็เผยเนื้อเนินอกอวบอัดใหญ่โตขาวผ่องสั่นระริกตามจังหวะการโน้มตัวและหายใจหอบถี่น้อย ๆ
ชัยจ้องมองเนินเนื้อเต่งตึงขาวสล้างตระการตาที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อมสายตาโดยไม่กะพริบตา ลำคอหนาแห้งผากจนต้องลอบกลืนน้ำลายเหนียว ๆ ลงคออย่างยากลำบาก ความรู้สึกอยากจะยื่นมือหนาไปขยำบีบเค้นความนุ่มหยุ่นนั้นปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรงจนหัวใจเต้นตึกตักกระแทกหน้าอก
"ก็ตรงปุ่มสีแดงนี่ไงคะพี่ชัย... น้ำอ้อยจ้องจนตาลายมึนหัวไปหมดแล้ว ช่วงนี้ปวดเมื่อยคอปวดไหล่ไปหมดเลยค่ะ ยืนคุมเครื่องก็ร้อนเหนื่อยแสนเหนื่อย ไม่มีใครคอยห่วงใยคอยสลับจัดงานสบายให้ทำเหมือนคนอื่นเขาบ้างเลยนะเนี่ย" น้ำอ้อยหันใบหน้าหวานมากระซิบตอบในระยะประชิด ใบหน้าของเธอห่างจากแก้มของชัยเพียงไม่ถึงคืบเดียว
"ปวดมากเลยเหรอครับ... งานกะดึกมันก็ทรมานและเหนื่อยแบบนี้แหละน้ำอ้อย" ชัยเอ่ยปากตอบพลางขยับท่อนแขนล่ำหนาเข้าไปเบียดชิดจนสัมผัสได้ถึงความนุ่มละมุนและไอร้อนจากผิวเนื้อนุ่มของหญิงสาวตรงหน้า
"ปวดสิคะ ปวดจนแทบจะยืนไม่ไหวอยู่แล้ว ถ้าน้ำอ้อยมีหัวหน้างานใจดี มีคนคอยใส่ใจดูแลประคบประหงมอย่างใกล้ชิดบ้างก็คงจะดีไม่น้อยเลยนะคะ... น้ำอ้อยจะได้ไม่ต้องเหนื่อยปวดตัวแบบนี้ทุกวันไงคะ" เธอช้อนนัยน์ตาฉ่ำวาวสบมองเขาอย่างอ้อนวอนเย้ายวนปนความกระสัน นิ้วเรียวสวยลูบไล้จากกระดูกไหปลาร้าของตนเองลงมาหาเนินเนื้อเบา ๆ
ชัยยืนนิ่งอึ้งในอกเต้นระทึกและพลุ่งพล่านไปด้วยตัณหาความใคร่ที่ปะทุร้อนแรง ความคิดเกรงอกเกรงใจก้อยที่คบหาอยู่ถูกกระชากกระจุยด้วยมารยายั่วยวนชวนหลงใหลของสาวรุ่นลูกตรงหน้า ร่างกายอวบอัดที่ขาวผ่องและเปี่ยมด้วยเนื้อหนังเต่งตึงขนาดนี้ ชัยรู้ตัวดีว่าไม่มีทางต้านทานความต้องการในใจได้อีกต่อไป
"ถ้าอยากมีคนคอยห่วงใยและอยากได้งานเบา ๆ... เดี๋ยวพี่จัดตารางงานใหม่สลับให้เป็นกรณีพิเศษเอาไหมครับน้ำอ้อย น้ำอ้อยจะได้ไม่ต้องยืนปวดเนื้อปวดตัวแบบนี้อีก" ชัยกระซิบเสนอข้างใบหูเล็ก สายตาร้อนแรงจ้องเขม็งไปยังร่องอกและยอดปทุมถันรำไรใต้ร่มผ้าไม่วางตา
น้ำอ้อยลอบยิ้มด้วยความสมใจและสะใจในความสำเร็จ เบ็ดของเธอเกี่ยวหัวใจของหัวหน้ากะผู้มีอำนาจคนนี้เข้าอย่างจังแล้ว
---
เวลาผ่านพ้นไปจนเกือบจะถึงช่วงท้ายของชั่วโมงทำงานกะดึกอันเงียบสงัด น้ำอ้อยขออนุญาตเพื่อนร่วมงานเดินเลี่ยงออกจากไลน์ผลิตโดยอ้างว่าจะไปเข้าห้องสุขาและทำธุระส่วนตัว ทว่าจุดหมายปลายทางของเธอไม่ใช่ห้องน้ำพนักงาน แต่เป็นทางเดินแคบ ๆ ด้านหลังโรงงานที่เป็นมุมพักผ่อนเก่าซึ่งปัจจุบันรกร้างและไม่ค่อยมีคนผ่านไปมาเนื่องจากแสงไฟจากเสาไฟฟ้าข้างนอกส่องเข้ามาได้เพียงสลัวรำไรเท่านั้น
สายลมเย็นยะเยือกยามค่ำคืนพัดโชยเข้ามาตามซอกตึก พัดพาเอากลิ่นดินและต้นหญ้าหลังโรงงานมาปะทะกายสาว น้ำอ้อยก้าวไปยืนพิงราวเหล็กผุพัง ปล่อยให้ลมเป่าผมยาวสลวยปลิวสยาย แผ่นหลังของเธอยืดตรงเผยสรีระส่วนเว้าส่วนโค้งรูปนาฬิกาทรายอย่างเย้ายวน ใบหน้าจิ้มลิ้มมีรอยยิ้มเยือกเย็นเฉียบขาดสะท้อนความมั่นใจของคนถือไพ่เหนือกว่าในทุก ๆ ด้าน
เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของรองเท้าเซฟตี้ก้าวตามหลังมาอย่างเร่งรีบและพยายามเก็บเสียง น้ำอ้อยไม่ต้องหันไปมองก็คาดเดาได้อย่างแม่นยำ ชัยก้าวตามเธอมาเงียบ ๆ จริงตามที่วางแผนไว้ แววตาของเขาที่สะท้อนแสงไฟสลัวสีส้มรำไรเต็มไปด้วยความปรารถนาอันรุนแรงกระวนกระวายเหมือนเสือร้ายที่หิวกระหายเนื้อเหยื่ออันอ่อนนุ่ม
"น้ำอ้อย... มายืนทำอะไรเงียบ ๆ ตรงนี้คนเดียวครับ ลมดึกข้างนอกมันค่อนข้างแรงและเย็นนะ เดี๋ยวจะไม่สบายเป็นไข้ไปเสียก่อน พี่เป็นห่วงน่ะ" ชัยเอ่ยถามน้ำเสียงสั่นสะท้านขัดกับบุคลิกที่ดูเคร่งขรึมยามปกติ เขาขยับกายหนาใหญ่เข้ามายืนซ้อนด้านหลังของเธอ กลิ่นอายตัณหาความเป็นชายลอยมาปะทะตัวจนน้ำอ้อยรับรู้ได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวของเขาที่รดรินลงบนลาดไหล่บาง
น้ำอ้อยค่อย ๆ หมุนกายกลับมาเชื่องช้า แผ่นหลังของเธอบดเบียดพิงราวเหล็กเยื้องสะโพกกลมผายดันเนื้อกางเกงรัดรูปให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งเด่นชัดขึ้นในมุมสลัว ดวงตากลมโตช้อนสบประสานนัยน์ตาคมกริบของหัวหน้างานหนุ่มใหญ่อย่างเย้ายวนปนความไร้เดียงสาอย่างจงใจ
"ก็ข้างในโรงงานมันทั้งอับทั้งร้อนนี่คะพี่ชัย... น้ำอ้อยแค่อยากออกมาสูดอากาศเงียบ ๆ ข้างนอกสักครู่เดียวเองค่ะ ไม่คิดเลยนะคะว่าพี่ชัยจะเป็นห่วงเป็นใยน้ำอ้อยถึงขนาดก้าวตามมาดูแลถึงที่มืด ๆ แบบนี้" เธอเอ่ยเสียงสั่นพร่าเบาหวิวขยี้โสตประสาทของคนฟังให้สั่นไหว
"พี่ก็ต้องห่วงสิครับ... พนักงานคนสวยและน่ารักแบบน้ำอ้อย ใครจะไปอดใจไม่เป็นห่วงได้ล่ะครับ" ชัยขยับก้าวเข้าหาจนเนื้อตัวหน้าอกกว้างเกือบจะบดเบียดเข้ากับยอดอกอวบหยุ่นของเธอ ลมหายใจของทั้งคู่เริ่มร้อนผ่าวประสานกัน
น้ำอ้อยลอบยิ้มหวานยั่วยวนก่อนจะแสร้งทำเป็นกระบิดกระบวนเขินอาย ขยับกายทำท่าจะก้าวเดินสวนเพื่อมุ่งหน้ากลับเข้าไปทำงานต่อในไลน์ผลิต ทว่าในจังหวะสั้น ๆ ที่ร่างของทั้งสองก้าวสวนทางและเฉียดชิดกันนั้น น้ำอ้อยจงใจสะบัดบิดสะโพกกลมกลึงอันแน่นตึงของเธอให้กระแทกและบดเบียดเข้ากับท่อนแขนล่ำและหน้าขาของชัยอย่างจงใจทว่านุ่มนวลเป็นธรรมชาติที่สุด
เนื้อตัวนุ่มหยุ่นที่เสียดสีปัดผ่านเนื้อผ้าฟอร์มบางเบาส่งผ่านแรงสั่นสะท้านแล่นริ้วเข้าไปในกายของชายหนุ่มทันที ความรู้สึกเหนียวแน่นอวบอัดของสะโพกสาวที่บดเบียดกระแทกเบา ๆ ปลุกเร้าให้ลำเอ็นร้อนผ่าวใต้กางเกงทำงานของเขาถึงกับขยายตัวแข็งชูชันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ชัยถึงกับยืนตัวแข็งทื่อสะกดลมหายใจด้วยความกระสันอยากทางเพศอย่างรุนแรงแทบระเบิดออก
น้ำอ้อยหยุดเดินกะทันหันก่อนจะหันกลับมาสบสายตาฉ่ำเชื่อม รอยยิ้มแสนหวานแต่ซ่อนเขี้ยวเล็บร้ายกาจแต่งแต้มบนริมฝีปากที่เผยอออกน้อย ๆ เธอกระซิบประโยคหวานหูถ้อยคำสุดท้ายอันเป็นประหนึ่งลิ่มเหล็กที่ตอกตรึงวิญญาณของชัยให้จมลงในความลุ่มหลงอย่างไม่มีทางโงหัวขึ้น
"ถ้าน้ำอ้อยมีคนคอยเป็นห่วงเป็นใย คอยปกป้องและดูแลดี ๆ แบบที่พี่ชัยดูแลก้อยบ้าง... น้ำอ้อยคงทำงานถวายหัว และยอมถวายตัวให้พี่ชัยใช้งานได้ทุกอย่างเลยล่ะค่ะ"
ถ้อยคำเสน่หายั่วยวนที่พรรณนาคำว่า 'ถวายตัว' ดังก้องกังวานสะท้อนไปมาอยู่ในสมองของชัยอย่างรุนแรง ชัยเบิกตากว้างลอบกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่จดจ้องมองดูเรือนร่างอวบอัดรัดรูป ทรวงอกตึงแน่นขาวผ่องที่กระเพื่อมขึ้นลง และสะโพกมนผายที่เพิ่งจะบดเบียดเนื้อตัวของเขาไปเมื่อครู่ด้วยแรงตัณหาความใคร่ที่พุ่งทะลุจุดสูงสุดจนยากจะระงับยับยั้งอารมณ์ได้อีก
ชัยสูดลมหายใจสั่นสะท้านพยายามขยับก้าวตรงเข้าหาหวังจะรวบร่างนุ่มนิ่มมากอดรัดฟัดจูด้วยความลุ่มหลงบ้าคลั่ง ทว่าน้ำอ้อยกลับส่งยิ้มหวานส่งท้ายแล้วหมุนตัวเยื้องกรายเดินนวยนาดหลบฉากหายเข้าไปในเงามืดกลับสู่ไลน์ผลิต ปล่อยให้หัวหน้ากะหนุ่มยืนอารมณ์ค้างเต่งตึงค้างคาอยู่ในอกด้วยความปรารถนาและตัณหาเร่าร้อนที่แทบจะท่วมท้นอก
แผนการวางเบ็ดล่อเหยื่อขั้นแรกของเธอเสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ น้ำอ้อยเดินยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะในความมืด เธอรู้ดีว่าชัยไม่มีทางดิ้นหลุดจากบ่วงตัณหาและเรือนร่างของเธอได้อีกต่อไป และหลังจากนี้... ชีวิตความสบายและเงินทองที่เธอใฝ่ฝันหาคงลอยมาหาเธอในไม่ช้าอย่างแน่นอน