“ เรียบร้อยหรือยังครับ? ”
เสียงเคาะประตูตามด้วยร่าเริงสดใสของพ่อบ้านเทพแห่งดวงอาทิตย์โซจิดังขึ้นก่อนเ้าตัวจะเปิดประตูเข้าไปหาผู้เป็เ้านาย
เ้าหญิงแคนดี้นั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งตัวเดิม ง่วนอยู่กับการแต่งหน้าแต่งตัว โดยมีช่างทำผมกับสาวใช้อีกสองคนคอยให้ความช่วยเหลืออยู่ใกล้ๆ
“ เป็ไงบ้าง ” เธอลุกขึ้นหมุนตัวให้เขาดู
โซจิเข้ามาจัดผมหน้าม้าของเธอให้เข้าที่ ก่อนจะพิจารณามองชุดกระโปรงขนสัตว์สีครีมยาวเกินเข่าที่เ้าหญิงพูดไม่หยุดว่าจอตโตเลือกให้
มองเก็บรายละเอียดไปถึงต่างหูเพชรเม็ดเล็ก รองเท้าบูทสั้นสีขาวและกระเป๋าหนังใบเล็กสีขาวสายโซ่เงินยาวคล้องพาดตัว
“ น่ารักมากเลยครับ ” พ่อบ้านเอ่ยชม ความโมโนโทนของเครื่องแต่งกายเสริมให้ผมสีทองหยักธรรมชาติโดดเด่น
เธอยิ้มกว้างเมื่อได้รับคำชมยิ่งอารมณ์ดีมากขึ้นไปอีก ก่อนเธอจะนึกขึ้นได้ถึงธุระที่ฝากให้พวกเขาจัดการ
“ แล้วของที่ให้ไปเอาเมื่อวานล่ะ? ”
“ โรจิกำลังไปหยิบมาให้ครับ ”
พูดจบเสียงเคาะประตูก็ดังสวนขึ้นมาทันที ร่างของพ่อบ้านฝาแฝดอีกคนปรากฏผ่านประตูเข้ามา ชายผู้มีรอยรูปดวงอาทิตย์เต็มดวงบนหน้าผากยื่นถุงกระดาษใบหนึ่งให้ผู้เป็เ้านาย
“ นี่ครับ ”
มือเล็กล้วงหยิบกล่องกำมะหยี่สีแดงเืหมูผูกริบบิ้นสีขาวออกมาเชยชม
“ เลือกกล่องของขวัญสีสวยเชียว ดูดีใช้ได้เลย ” เธอหมุนกล่องสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดเท่าฝ่ามือเล่นแล้วจึงใส่ถุงกระดาษประทับโลโก้ของร้านไว้ตามเดิม
“ เ้าหญิงจะไปเซอร์ไพรส์พรีโม่วันนี้เหรอครับ? ” โรจิถามด้วยความสงสัยขณะกำลังหยิบน้ำหอมขวดแก้วทรงกลมบนโต๊ะฉีดพรมไปทั่วตัวเ้าหญิง
“ ใช่ แอบกลัวว่าเขาจะไม่ว่างเหมือนกันนะ เลยอยากรีบไปเผื่อจะได้เป็คนบอกสุขสันต์วันเกิดคนแรกด้วย ” เ้าหญิงแคนดี้เดินไปส่องกระจกขนาดเต็มตัวอีกครั้ง หมุนซ้ายขวาดูความเรียบร้อยก่อนจะส่งเสียงขึ้นมาเหมือนเพิ่งนึกอะไรออก
“ อ่ะ! จริงสิ เดนิซ่าทำแคนโนลีเสร็จหรือยัง ว่าจะเอาไปฝากผู้พิทักษ์หน่อย ไปตามที เอาใส่กล่องสวยๆให้ครบเจ็ดกล่องเลยนะ ” เธอหันกล่าวแกมสั่งกับสาวใช้คนหนึ่งที่กำลังยืนรอรับคำสั่งอยู่ไม่ไกล
“ รับทราบค่ะ ” ผู้ด้อยกว่าโค้งคำนับก่อนเดินหายออกจากห้อง
“ แล้วถุงนี้คืออะไรเหรอครับ? ” โซจิสังเกตเห็นถุงกระดาษอีกถุงแบบเดียวกันวางพิงอยู่บนเบาะโซฟาสีชมพูอ่อน ร่างสูงโปร่งจึงเดินไปหยิบมาให้เ้าหญิงแต่เธอไม่ได้ยื่นมือรับ
“ ลองแกะดูสิ โรจิก็แกะด้วย ” ฝาแฝดผมสีน้ำตาลแดงเลิกคิ้วประหลาดใจพร้อมกันเหมือนนัด ก่อนจะผลัดกันล้วงหยิบกล่องสีดำออกมาเปิดดู
“ ว้าว…” ดวงตาสีน้ำตาลจ้องมองนาฬิกาข้อมือหน้าปัดขนาด39มิลลิเมตรขอบสีโรสโกลด์ซึ่งมีทองคำ 18k สลักรูปดวงอาทิตย์เต็มดวงและอีกเรือนเป็ครึ่งดวงแบบเดียวกับรอยบนหน้าผากของทั้งสองแทนจุดของเข็มนาฬิกา สายหนังจระเข้ฟอกสีน้ำตาลแดงขึ้นเงาสวย ชวนให้หยิบขึ้นมาสวมใส่
“ ของขวัญสำหรับที่คอยดูแลกันมาตลอด ขอบคุณมากนะ ปีนี้ก็อยู่ด้วยกันนะ ทุกคนเลย ” เ้าหญิงแคนดี้หัวเราะร่วนเมื่อเห็นพ่อบ้านทั้งสองยังอ้าปากค้างมองเธอนิ่ง
“ เ้านายของพวกผมใจดีที่สุดเลย ” เสียงสดใสพูดขึ้นพร้อมกัน พวกเขาโผเข้ากอดผู้เป็เ้านายแน่นด้วยความตื้นตันใจ
“ โอ๊ย อย่ากอดแน่น หายใจไม่ออก ” มือเรียวเล็กทุบตีแผ่นหลังของเทพหมาป่าทั้งสองที่ยังคงกระชับแขนกอดแน่นอย่างลืมตัว พวกเขารีบปล่อยทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ว่ามีสาวใช้แปลกหน้าอีกคนยังอยู่ในห้อง ก่อนจะรีบลุกขึ้นปัดชุดสูทให้เรียบ
“ ดูสิผมยุ่งหมดแล้ว ” เ้าหญิงแคนดี้บ่นพลางส่องกระจกลูบผมด้านหลังที่ชี้ขึ้นให้สวยตามเดิม
“ แหะๆ ขอโทษครับ ”
“ มา ฉันใส่ให้ ” เธอหยิบนาฬิกาออกจากกล่อง วางทาบลงบนข้อมือหนาที่ยื่นมา
“ เข้ากับพวกนายสองคนมากเลย ไม่เสียแรงที่ไปเลือกอยู่ตั้งนาน ” เมื่อใส่ให้ทั้งสองเรียบร้อยเธอก็พลิกแขนพวกเขาไปมาชื่นชมความงาม ภูมิใจที่พ่อบ้านของเธอได้ใช้ของดีไม่แพ้ใคร
“ มีของขวัญให้ไซรุด้วยนะ ” เธอเลื่อนลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้ง หยิบกล่องสีดำแต่ขนาดใหญ่และแบนกว่าออกมา
เปิดออกด้านในสร้อยทองคำขาวเส้นเรียวยาวแทรกเพชรเม็ดเล็กเท่าจุดไข่ปลาส่องแสงระยิบระยับในตาสีฟ้าสว่างของนกอินทรีั์
“ ฉันว่านายคงไม่ใส่นาฬิกาแน่เลยซื้อสร้อยคอให้ เบามากนะ ปรับความยาวได้ด้วย คิดว่าอยู่ในร่างนกก็คงใส่ได้ ” เธอลองสวมให้เทพแห่งท้องฟ้าซึ่งไม่แสดงปฏิกิริยาอะไร เมื่อพบว่ามันยาวเกินไปจึงลองทบสองชั้นแต่มันก็ยังดูจะหลุดหายเมื่อเขากางปีกบิน แคนดี้จึงวางกลับลงกล่องแล้วยื่นทั้งหมดให้เขาแทน
“ ไปกันเถอะ เผื่อจะชวนเขาออกไปทานมื้อเที่ยง ” ร่างเล็กมองนาฬิกาที่ติดอยู่บนผนังห้องแล้วรีบสาวเท้าเดินนำหน้าพ่อบ้านทั้งสองออกไป
โรจิรับหน้าที่คนขับรถโดยมีแฝดนั่งข้าง จุดหมายปลายทางคือปราสาทวองโกเล่ ครั้งสุดท้ายที่ทั้งสามเดินทางไปพร้อมกันล่วงเลยมาจะครบแปดเดือนแล้ว
“ ตื่นเต้นเหมือนกันนะเนี่ย ไม่เคยทำอะไรแบบนี้เลย ฉันดูดีหรือยัง? ” เ้านายตัวน้อยผู้นั่งอยู่เบาะหลังหยิบกระจกขึ้นมาส่องรอบที่สิบของวัน เธอสางผมตัวเองลวกๆด้วยนิ้วมือบ่อยจนผมเริ่มยุ่งมากกว่าเรียบ
แฝดผู้นั่งข้างคนขับเอี้ยวหันกลับมามองเ้านายของตนอีกครั้งก่อนจะเอ่ยชมให้เธอมั่นใจ
“ สวยมากครับ ไม่ต้องกังวลนะ ”
“ จะไม่ให้กังวลได้ยังไง นอกจากให้ของขวัญแล้ววันนี้ฉันจะไปให้คำตอบที่ติดค้างเขาไว้นานด้วย แล้วถ้าเกิดเขาไม่อยากคบกับฉันแล้วล่ะ? ”
“ ไม่มีทางเป็แบบนั้นหรอกครับ ทำใจให้สบายๆไว้เถอะครับ ”
เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่บ่งบอกความกังวลมากมายในใจหญิงสาว หัวใจดวงน้อยเต้นเร็วทุกครั้งที่นึกภาพตัวเองกำลังจะไปสารภาพรักกับเขา น่ากลัวเกินไป เกินกว่าที่เธอจะรับไหว
หลังเสร็จสิ้นการประชุม่เช้า จีเดินลงมาจากชั้นสองด้วยท่าทีอ่อนแรง เสื้อเชิ้ตสีครีมยับเล็กน้อยแต่แก้ปัญหาได้ด้วยการใส่เสื้อสูทที่เขาทิ้งไว้ในห้องทำงานทับได้ มือข้างหนึ่งคลายเนคไทให้หลวมขณะอีกข้างคว้านหาบุหรี่ในกางเกงสแล็คสีน้ำตาล เขาตั้งใจจะหากาแฟดื่มอีกแก้วเผื่อจะหยุดอ้าปากหาวได้บ้าง
สายตาเฉียบคมมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นรถคันหนึ่งไม่คุ้นตากำลังเคลื่อนที่เข้ามาจอดหน้าประตู
“ ใครมา? ” เขาถามลูกน้องคนหนึ่งซึ่งกำลังจะออกไปรับแขก
“ กำลังจะไปดูครับ ”
“ ฉันไปเอง ” เขาขยับเนคไทให้แน่นลูบเสื้อให้เรียบร้อย มือสางผมสีแดงยาวระดับคางของตนให้ดูดีก่อนเดินพ้นประตูให้สมกับตำแหน่งมือขวาของบอสวองโกเล่
เ้าหญิงแคนดี้ก้าวลงจากรถ นึกคิดถึงบรรยากาศของที่นี่ ทุกอย่างไม่มีอะไรเปลี่ยน บ่อน้ำพุยังทำหน้าที่ได้ดีเหล่าเ้าหน้าที่ในชุดสูทหลายสิบคนก็เช่นกัน
“ จะ…เ้าหญิงแคนดี้! ” จียืนมองเธอนิ่ง อ้าปากค้างทั้งใและแปลกใจในเวลาเดียวกัน ชวนให้เ้าของชื่อหลุดหัวเราะกับท่าทีของอีกฝ่าย
“ อะไรกัน ต้องทำหน้าใขนาดนั้นเชียวเหรอ ”
คนตัวสูงกว่าแข้งขาสั่นแต่ก็คุกเข่าลงทำความเคารพได้อย่างสวยงาม ในใจเกิดความรู้สึกสองอย่างขึ้นพร้อมกัน
ใจหนึ่งก็ดีใจที่ได้เจอเธอหลังจากไม่ได้พบมานานแสนนาน หัวใจเขาร่ำร้องจะเจอใบหน้าสวยหวานนี้ทุกวัน แล้วพอได้เจอจริงๆเหมือนถูกเติมเต็มด้วยความสุขจนล้น ยิ่งเมื่อได้กลิ่นหอมดอกกุหลาบจางๆจากตัวเธอ หัวใจก็ยิ่งเต้นแรงจนเหมือนจะตายให้ได้
คิดถึง อยากเข้าไปกอด อยากััเส้นผมสวย ทั้งหมดวนเวียนอยู่ในความคิดเขา ไล่ยังไงก็ไม่ไป แต่อีกใจก็กังวล เธอไม่ควรปรากฏตัวที่นี่อย่างน้อยก็ในวันนี้ เ้าของเส้นผมสีแดงเพลิงรับรู้ทันทีว่าวันนี้จะเป็อีกหนึ่งวันที่ปวดหัวมากที่สุด
“ เปล่า อะ…เออ เชิญด้านในก่อน ” จีสะบัดหัวไล่ความคิดไร้สาระก่อนจะลุกขึ้นและเดินนำแขกคนสำคัญไปยังห้องนั่งเล่น
“ มีขนมมาฝากด้วย แคนโนลีสูตรของเดนิซ่า อร่อยมากรับประกัน ”
“ ขอบคุณนะ ” เขารับถุงขนมจากพ่อบ้านฝาแฝดทั้งสองแล้วส่งต่อให้ลูกน้องที่ยืนอยู่แถวนั้นรับไปใส่จาน
“ ใครพูดถึงขนมกัน ” เสียงเจื้อยแจ้วคุ้นหูดังไกลๆ ปรากฏเส้นผมสีเขียวเป็เอกลักษณ์ควบคู่มากับรอยยิ้มสดใสไร้เดียงสา เป็แรมโพที่เดินมาพร้อมกับอาซาริ อุเก็ตสึและนัคเคิ้ล
“ ยินดีต้อนรับสู่ปราสาทวองโกเล่อีกครั้งนะขอรับ ” ชุดญี่ปุ่นแปลกตากับสำเนียงภาษาอิตาลีเนิบนาบแต่อ่อนโยน หวนความทรงจำเ้าหญิงแคนดี้ถึงความประทับใจแรกที่ได้เจอเขา เธอจำได้เลยว่าเขาดื่มน้ำอะไรสักอย่างด้วยสองมือ ซึ่งมันแปลกมาก
“ ไม่เจอกันนานเลย ” เสียงทุ้มสุขุมจากบาทหลวงซึ่งไม่เคยเจอเขาที่โบสถ์กล่าวทักทาย เส้นผมสีดำกับดวงตาสีน้ำผึ้งเข้มดูแน่วแน่ พลาสเตอร์ลดปวดบนแก้มซ้าย กับผ้าพันแผลที่พันอยู่รอบนิ้วไม่เข้ากับคัมภีร์ไบเบิลที่ถืออยู่สักเท่าไร
“ แรมโพ อุเก็ตสึ นัคเคิ้ลสบายดีนะ? ” คนตัวเล็กยิ้มกว้าง ดีใจที่มีโอกาสได้เจอพวกเขาพร้อมหน้าอีกครั้ง
“ ขอบคุณในความห่วงใยขอรับ ” ทั้งสามคุกเข่าทำความเคารพตามประเพณีแล้วลุกขึ้นถามถึงธุระของอีกฝ่าย
“ เ้าหญิงมาถึงที่นี่มีอะไรหรือเปล่า? ” ผู้พิทักษ์ที่เด็กที่สุดเอ่ยถามพร้อมกับมองซ้ายขวาหาจานขนม
“ มาเซอร์ไพรส์วันเกิดจอตโตไง อยู่เนอะ? ”
ชายหนุ่มทั้งสี่หยุดการเคลื่อนไหวพร้อมกันอย่างผิดสังเกต พวกเขาเหลือบมองกันเองราวกับกำลังพูดคุยผ่านสายตา
“ จะว่าอยู่ก็อยู่… ” จีตอบเสียงเบา ไม่ยอมสบตาคู่สนทนา
“ พาไปหน่อยสิ ”
“ อะ…เออ เ้าหญิงแคนดี้เดินทางมาเหน็ดเหนื่อย อยู่ทานขนมกับกระผมก่อนดีไหมขอรับ ” ชายชาวญี่ปุ่นรีบท้วง เพื่อนพ้องที่เหลือรีบพยักหน้าเห็นด้วย พวกเขาท่าทีลุกลี้ลุกลนแปลกๆจนเทพหมาป่าในร่างมนุษย์หันมองหน้ากันราวกับจับพิรุธบางอย่างได้
“ ไม่เป็ไร จะเอาขึ้นไปให้เขาด้วย ” เธอรับขนมที่วางเรียงอย่างสวยงามในจานแก้วขึ้นมาถือ ดวงตาสีทองจ้องมองไปที่บันไดด้านหลัง
ผู้เป็มือขวาพยายามเค้นหาข้ออ้างขึ้นมาขวาง จอตโตจำเป็ต้องรู้ว่าเธอมา เขาต้องถ่วงเวลาไว้ให้ได้
“ ฉัน… ” แต่ภายในสมองกลับว่างเปล่า ทำได้แค่เกริ่นประโยคแต่ไม่รู้จะหลอกล่อเธอด้วยวิธีไหน
“ มีอะไรหรือเปล่า ? ถ้านายไม่สะดวกให้คนอื่นพาไปก็ได้นะ ” สีหน้าลำบากใจของเขาทำให้เธอเกรงใจ พวกเขาอาจจะกำลังไปทำงานถ้าเป็อย่างนั้นเธอก็จะไม่รบกวน
จีรู้สึกเหมือนตัวเองถูกมนต์สะกดเมื่อดวงตากลมโตของเธอสบดวงตาสีแดงเพลิงของเขา ช่างงดงาม…ให้มองแบบนี้ทั้งวันก็ยังได้
“ มะ…ไม่มีอะไร ทางนี้ ” เป็อีกครั้งที่เขาใจอ่อนยอมทำตามคนตัวเล็กกว่าทุกย่างเพียงเพราะโดนความน่ารักสะกดจิต เขาผายมือเชิญให้เธอขึ้นบันไดไปก่อน ทิ้งโรจิโซจิรอที่ห้องรับแขกแล้วจึงหันมาทำท่าโทรศัพท์ให้ผู้พิทักษ์อีกสามคนด้านล่างรีบโทรบอกบอส
“ แรมโพรีบโทรหาพรีโม่เร็ว! ” เ้าของชื่อรีบคว้านหาโทรศัพท์กดเบอร์โทรหาบอสตามคำสั่งของนัคเคิ้ล เสียงสัญญาณระหว่างรอสายไม่เคยยาวนานขนาดนี้แต่แล้วสายก็ถูกตัดเพราะไม่มีคนรับ
“ ไม่รับ… ” เสียงถอนหายใจดังพร้อมกันโดยไม่ได้นัด ยิ่งทำให้ฝาแฝดที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดนึกสงสัยมากขึ้นไปอีก
“ มีอะไรหรือเปล่าครับ? ”
ดวงตาสามคู่มองโซจิแล้วถอนหายใจอีกครั้งแทนคำตอบ
เป็เวลาเดียวกันกับทั้งสองที่ยืนอยู่หน้าประตูไม้บานใหญ่
“ เคาะประตูสิ ” เ้าหญิงแคนดี้กระซิบคนข้างๆเบาที่สุดเท่าที่ทำได้
ชายหนุ่มเกิดความลังเลก่อนทำตามที่เธอบอก ใจไม่อยากเป็คนเริ่มต้นหายนะต่อจากนี้แต่ในเมื่อพาเธอมาถึงหน้าประตูแล้วนั้นเขาไม่อาจขัดขืนอะไรได้อีก
“ ใคร ? ”
หลังเสียงเคาะประตูเสียงทุ้มคุ้นหูก็ดังสวนขึ้นมา จีหันมองหน้าคนข้างๆแทนประโยคคำถาม ใบหน้าสวยพยักตอบเบาๆเป็อันรู้กันว่าให้เขาตอบกลับไป
“ ฉันเอง ”
ความเงียบที่เกิดขึ้นยิ่งกระตุ้นหัวใจคนนอกประตูให้เต้นแรง แต่เพียงเ้าของห้องตอบกลับมา ความกลัวผสมความประหม่าของเ้าหญิงแคนดี้พลันมลายหายสิ้น
“ เข้ามาสิ ”
แคนดี้ยิ้มหวานให้เ้าของรอยสักลายเปลวไฟบนหน้าเมื่อได้ยินประโยคอนุญาต เขาได้แต่ยืนมองเธอเปิดประตูเข้าไปและเลือกที่จะยืนฟังอยู่ด้านนอก เตรียมพร้อมสำหรับทุกเหตุการณ์ที่จะเกิดต่อจากนี้
“ เซอร์ไพรส์… ” เธอพูดเสียงดังพยายามให้น้ำเสียงดูน่าตื่นเต้นเพราะกลัวเ้าของวันเกิดจะไม่เซอร์ไพรส์
จอตโตซึ่งนั่งทำงานอยู่ลุกพรวดขึ้นทันทีที่เห็นเธอ ปากกาในมือกระเด็นหล่นพื้นด้วยความใ ปากเผลออุทานชื่ออีกฝ่ายอย่างลืมตัว
“ แคนดี้… ”
เ้าหญิงยิ้มไม่หุบ สมใจที่ได้เห็นภาพเขาอ้าปากค้างพูดอะไรไม่ออกตามแผนที่วางไว้ เธอกำลังจะเดินไปเสิร์ฟจานขนมถึงโต๊ะทำงานแต่เธอเลือกยืนที่เดิมเมื่อหันมองด้านซ้ายมือแล้วเจอผู้หญิงที่รู้จักนั่งอยู่บนโซฟาสีน้ำตาล
“ อ่าว…มีแขกก็ไม่บอก ฉันมารบกวนหรือเปล่าคะ ? ” รอยยิ้มหวานเจื่อนลงเล็กน้อยเมื่อพบว่าคนที่มาเซอร์ไพรส์เขาคนแรกอาจไม่ใช่ตน
“ มะ— ”
“ ไม่รบกวนหรอกค่ะ ฉันแค่เอาแบบการ์ดเชิญมาให้เขาเลือกเท่านั้นเอง ”
ชายหนุ่มกำลังจะเอ่ยตอบแต่เสียงแหลมของลูเช่ดังแทรกก่อน เธอลุกขึ้น เกี่ยวผมสีกรมท่าทัดหู เดินมาหาคนอายุน้อยกว่าด้วยรอยยิ้มระรื่น
“ การ์ดเชิญ? ” แคนดี้มองทั้งสองคนสลับไปมา รู้สึกได้ถึงบรรยากาศแปลกๆที่อบอวลอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมนี้ก่อนจะวางจานขนมและกล่องของขวัญวันเกิดลงบนโต๊ะกลางสีเดียวกับโซฟา
“ ตายจริง! ยังไม่มีใครบอกหรอคะ? งั้นเชิญเ้าหญิงแคนดี้เป็คนแรกตามสัญญาเลยแล้วกันนะคะ ”
มือเล็กรับแผ่นกระดาษแข็งที่อีกฝ่ายยื่นให้มาอ่าน ตัวหนังสือไม่กี่ประโยค กลับทำให้เธอหยุดหายใจไปชั่วขณะ ดวงตาสีทองเงยหน้ามองลูเช่สลับกับเ้าของเส้นผมสีทองซึ่งทำหน้าลำบากใจไม่แพ้กัน
“ แคนดี้ครับ ฟังผม—- ” ร่างสูงรีบลุกจากโต๊ะวิ่งเข้าหาเธอ เขาใจนพูดไม่จบประโยคเพราะขณะจะคว้ามือเล็กขึ้นมากุมเธอกลับถอยหนี
เ้าหญิงแคนดี้เหมือนเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ถูกถอดปลั๊ก หูดับไม่สามารถได้ยินอะไร รู้สึกชาั้แ่ใบหน้าถึงปลายเท้า แผ่นกระดาษปลิวลงพื้นเพราะมือสั่นเทาไร้เรี่ยวแรง สมองว่างเปล่าแต่หัวใจกลับเ็ปเหมือนโดนบีบคั้น
“ นายกำลังจะแต่งงานเหรอ… ” เสียงหวานแ่เบาพยายามเค้นคำพูดสุดท้ายออกมา แม้ใบหน้าที่เธอรักพร่ามัวด้วยหยดน้ำตาที่พรั่งพรูเหมือนฝนไล่ช้างแต่เธอยังดูออกว่าเขาเองก็เ็ปไม่แพ้กัน
จอตโตไม่อาจสรรหาถ้อยคำใดที่ควรเอ่ยในตอนนี้ ทุกความรู้สึกกระจุกตัวอยู่ในอก จะยอมรับก็ไม่ดีจะปฏิเสธก็ทำไม่ได้ มันช่างอึดอัดและทรมานจนทนไม่ไหว
เมื่อไม่ได้รับคำตอบใดๆจากอีกฝ่ายแคนดี้จึงตัดสินใจวิ่งหนีออกจากห้อง เธอไม่อาจทนมองหน้าเขาต่อได้ เธอกลัวจนสั่นถ้าเขาเอ่ยปากพูดอะไรตอนนี้ เธอกลัวถ้อยคำเ่าั้จะยิ่งทุบหัวใจเธอให้แหลกสลายมากกว่าเดิม
“ แคนดี้!! ” บอสะโเรียกสุดเสียง เขาวิ่งตามแต่คู่หมั้นคนสวยยืนขวางประตูไว้
“ ห้ามตามไปนะ ”
“ ถอยไป! ขอร้องละ อย่าทำแบบนี้เลย ” มือใหญ่สั่นเทาเมื่อพยายามจะผลักหญิงสาวให้พ้นทาง น้ำตาลูกผู้ชายไหลรินอาบสองแก้ม ทั้งร่างแข็งทื่อรวมถึงความคิดและสติเหมือนถูกแช่แข็ง
“ ต่อให้คุณฆ่าฉัน ฉันก็จะไม่ปล่อยให้คุณตามมันไปแน่ ” ลูเช่นึกสงสารจอตโตในใจลึกๆ เธอไม่ได้คาดคิดว่าเขาจะเสียใจขนาดนี้ แต่เหตุการณ์นี้เป็โอกาสเดียวที่เธอจะสามารถตัดความสัมพันธ์ของทั้งสองได้ เธอจะไม่ยอมปล่อยเขาจากไป ทุกอย่างต้องจบลงวันนี้ ทั้งแคนดี้และจอตโตจะต้องไม่สามารถเจอกันได้อีก
จีสะดุ้งใเมื่อได้ยินเสียงกระแทกปิดประตูดังพร้อมกับเ้าของผมสีทองหยักศกวิ่งก้มหน้าออกมา
“ แคนดี้…? ”
มือเรียวเล็กปาดน้ำตา พยายามบังคับเสียงไม่ให้สะอื้นแต่ก็ทำได้ยากนัก
“ จี…พาฉัน…ออกไปจากที่นี่ที ” เสียงขึ้นจมูกอู้อี้ฟังแทบไม่รู้เื่แต่ผู้เป็มือขวาได้ยินครบทุกคำ
หัวใจเขาเหมือนโดนเหยียบเมื่อเห็นหยดน้ำตาจากดวงตาที่เขารักมากกว่าสิ่งใด ใจนึกอยากโยนความผิดชอบชั่วดีทิ้งแล้วขโมยเธอกลับมา โอบกอดเธอแน่นๆ สัญญากับตัวเองว่าจะไม่ทำให้เธอร้องไห้แม้แต่ครั้งเดียว
แม้สิ่งที่คิดจะไม่อาจเป็จริงได้แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาทำได้ในตอนนี้…
จีคว้าข้อมือเรียวเล็กของหญิงสาวกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปทางประตูลับ พาเธอเดินอ้อมไปถึงโรงรถได้โดยไม่มีใครสังเกตเห็น
ท่ามกลางซูเปอร์คาร์และสปอร์ตคาร์ราคาแพงซึ่งจอดเรียงอยู่มากกว่าสิบคัน มีรถแบรนด์ชั้นนำสัญชาติอิตาลีสีเทาเข้มสองประตูสี่ที่นั่งคันเดียวเท่านั้นที่เป็ของเขา
แม้จะไม่อยากพาเธอขึ้นรถคันนี้เพราะสะดุดตาเกินไปแต่ถ้าใช้รถของจอตโตหนีจะยิ่งรู้สึกแย่มากเข้าไปอีก เขาเปิดประตูดันให้อีกฝ่ายขึ้นนั่งบนเบาะหนังสีเบจแล้วจึงกลับมาฝั่งคนขับ เสียงเครื่องยนต์คำรามดังแบบเดียวกับรถแข่งเพียงแค่เริ่มสตาร์ท
จีออกรถนิ่มนวลผิดกับสมถะนะที่แท้จริงเพราะกลัวคนข้างๆใ เคลื่อนตัวยังไม่พ้นขอบรั้วรถกลับหยุดกะทันหัน เสียงล้อบดถนนดังเอี๊ยดดึงเ้าหญิงซึ่งกำลังปาดน้ำตาให้เงยหน้ามอง ปรากฏตัวต้นเหตุยืนขวางทางชนิดที่ไม่กลัวจะถูกชน
จอตโตวิ่งเข้ามาขวาง เพียงแค่เธอสบตากับเขาผ่านกระจกหน้า หยดน้ำตาก็ล้นทะลักเหมือนเขื่อนแตก
ความลำบากใจมหาศาลตกอยู่ที่คนกลาง การตัดสินใจในครั้งนี้อาจทำให้เขาต้องเสียเพื่อนและเสียเธอผู้อยู่ในหัวใจไปตลอดกาล แต่ความดื้อรั้นในใจลึกๆผลักให้เขายังคงทำตามหัวใจ หันมองข้างกายเห็นเธอร้องไห้ตัวสั่นช้ำใจยิ่งกว่าเมื่อมองไปข้างหน้าแล้วเห็นจอดโตทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อีกคน
เ้าหญิงแคนดี้หยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋า พยายามควบคุมสติกดโทรหาฝาแฝดเทพแห่งดวงอาทิตย์อย่างเร่งรีบ
“ ฮัลโหล…โรจิโซจิ ออกมาข้างนอก เอาตัวจอตโตออกไปแล้ววันนี้ฉันไม่กลับนะ จะโกหกท่านแม่ว่าอะไรก็ได้แล้วจะโทรหาอีกที ” เธอวางสายก่อนอีกฝ่ายจะทันพูดตอบ รอไม่นานร่างของเ้าของเส้นผมสีน้ำตาลแดงทั้งสองก็มาถึงพร้อมกับผู้พิทักษ์กลุ่มเดิมซึ่งยืนมองอยู่ห่างๆ
สองพี่น้องมองวองโกเล่พรีโม่สลับกับรถหรู เกิดคำถามขึ้นพร้อมกันว่าเื่มันกลายเป็แบบนี้ได้ยังไง ทำไมเสียงเ้านายตัวน้อยของพวกเขาเหมือนกำลังร้องไห้แล้วเธอจะไปไหนกัน ?
การลากผู้ชายสูงร้อยแปดสิบออกให้พ้นพื้นถนนไม่ใช่เื่ยากและการล็อกตัวเขาไว้ไม่ให้ขยับก็ไม่ยากแม้เ้าตัวจะพยายามออกแรงสู้
ทันทีที่พ้นอาณาเขตของวองโกเล่ จีกลับรู้สึกสบายใจราวกับนกที่ได้บินออกจากกรง เขาค้นหาทิชชู่แพ็คเล็กในช่องใส่ของแล้วยื่นให้คนที่นั่งก้มหน้า มือปิดหน้าปิดตา เนื้อตัวสั่นเทาแ่เบา
“ จอดตรงนี้แหละ! ” เธอโพล่งเสียงแข็งหลังจากนั่งร้องไห้ตลอดสิบนาทีที่เริ่มเดินทาง คนขับเหยียบเบรกอัตโนมัติด้วยความใ หันมองรอบข้างเพิ่งจะพ้นผืนป่าได้ไม่เท่าไร ก่อนหันกลับมามองคนข้างๆที่ใจร้อนถอดเข็มขัดนิรภัยเตรียมลงไปััลมหนาวแล้ว
“ เดี๋ยวก่อน! เธอจะไปไหน? ”
“ ไม่รู้แต่ฉันไม่อยากรบกวนนายแล้ว ”
เ้าของเส้นผมสีแดงถอนหายใจทิ้ง เขาปลดเข็มขัดนิรภัยตัวเองก่อนจะเอี้ยวตัวหยิบเสื้อโค้ทที่เบาะหลัง
“ ทำอะไรน่ะ ? ” เ้าหญิงเอ่ยถามเมื่อเห็นเขาหยิบของมาหลายอย่างเหมือนกำลังเตรียมตัว
“ เธอไปไหนฉันก็จะไปด้วย ปล่อยให้เดินคนเดียวเดี๋ยวก็โดนลักพาตัวอีกหรอก ”
“ ขอโทษนะที่ฉันมันสร้างแต่ปัญหา ”
จีตกตะลึงเมื่อใบหน้าสวยกัดริมฝีปากทำทีจะร้องไห้อีกครั้ง
“ ไม่ได้หมายความแบบนั้นสักหน่อย… ” เขาทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะเริ่มปลอบเธอจากตรงไหน การต้องรับมือกับความละเอียดอ่อนทางอารมณ์ของผู้หญิงคือสิ่งที่เขาไม่ถนัดที่สุด เขาไม่ได้เป็คนอ่อนโยนขนาดนั้นที่ผ่านมาก็แค่ปล่อยให้สัญชาตญาณทำงาน
“ จะไปไหนละ เดี๋ยวพาไป ” เสียงหนาเอ่ยเบา จงใจหันมองไปข้างหน้าเลี่ยงดวงตากลมโตที่จ้องมาอย่างใ
เธอรู้ดีว่าภายใต้ท่าทีแข็งกระด้างของเขามีความใจดี ความอ่อนโยนมหาศาลซ่อนอยู่ แต่ไม่นึกว่าจะมากถึงขนาดยอมฟังคำขอของเธอทั้งๆที่อาจจะต้องมีปัญหาตามมา
“ ที่ไหนก็ได้ ”
รถเคลื่อนที่อีกครั้ง ไม่มีใครรู้ว่าจุดหมายจะไปจบที่ตรงไหน ไม่มีบทสนทนาใดๆเกิดขึ้น เ้าหญิงแคนดี้เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ขอบตาเปียกชื้นเป็เครื่องยืนยันความเศร้า แม้ไม่อยากนึกถึงอดีตให้ช้ำใจแต่สมองกลับดึงภาพวันวานที่มีเขาเคียงข้างขึ้นมาวนซ้ำไม่รู้จบ
ผู้เป็มือขวาแอบมองคนข้างๆเป็ระยะ หยิบหมากฝรั่งเคี้ยวระงับอาการกระหายนิโคติน เขาสัญญากับตัวเองไว้แล้วว่าจะไม่สูบบุหรี่ต่อหน้าเธอ อันที่จริงถ้าเธอขอ เขาก็พร้อมจะเลิก
เสียงโทรศัพท์ของเ้าหญิงดังขึ้นทำลายความเงียบภายในรถ มือเรียวเล็กหยิบขึ้นดูชื่อว่าใครโทรมา จากนั้นก็กดวางสายอย่างรวดเร็วก่อนจะกดปิดเครื่องแล้วโยนไปเบาะหลังอย่างไร้เยื่อใย พังไม่เป็ไรขอแค่ไม่มีใครติดต่อได้เป็พอ
ไม่กี่วินาทีต่อมาเสียงโทรศัพท์ของจีก็ดังขึ้นติดๆกัน เธอมองเขาหยิบขึ้นมาดูชื่อ หันมองสบตากับเธอแล้วเลือกที่จะตัดสาย ปิดเครื่อง โยนไปเบาะหลังแบบเดียวกับที่เธอทำ แคนดี้ทั้งใและดีใจ เขาทำให้เธอทุกอย่างจริงๆไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหน
เขาทำให้เธอนึกถึงผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเป็เหมือนพี่ชายเพียงคนเดียวของเธอ เ้าชายรูปงาม อ่อนโยนและเก่งกาจยิ่งกว่าหลุดออกมาจากเทพนิยาย ในตอนที่เธอยังเด็กไม่ว่าเธอจะอยากได้อะไร ้าทำอะไร เขาจะทำให้โดยที่ไม่ต้องร้องขอ
ความเงียบรับกับอากาศอุ่นกำลังดีในรถสมทบกับดวงตาอ่อนล้าส่งผลให้คนตัวเล็กเผลอฟุบหลับ เบาะสีเบจใหญ่พอจะรองรับคอไม่ให้หัวชนกระจก คนขับพลอยสบายใจเนื่องจากบรรยากาศชวนอึดอัดหลับไปพร้อมกับเธอ ใบหน้าสวยหวาน ขนตายาวพริ้ม จมูก ริมฝีปาก น่าหลงใหลจนเขาอยากถ่ายรูปเก็บไว้