วิราศนิรามองดูบุคคลที่จับจ้องมองเธอเป็นตาเดียวกัน โดยเริ่มตั้งแต่สมชาติ สมจิต ญาดา ลำใย จนมาหยุดมองสบตากับเควินเซนท์นิ่งอยู่ชั่วขณะหนึ่ง แล้วค่อยละสายตาย้อนกลับไปสบกับสมชาติอีกครั้ง
“หนูรักเขา และอยากสร้างครอบครัวกับเขาค่ะพ่อ”
วิราศนิรากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ไม่ใช่แค่น้ำเสียงที่หนักแน่น สายตาที่มองก็มั่นคงไม่แพ้กัน เธอเชื่อจากหัวใจว่า ผู้ชายตัวโตที่ชื่อเควินเซนท์ จะคอยดูแล ใส่ใจ และปกป้องเธอ ไม่ว่าจะยามทุกข์ หรือยามสุข
สมชาติมองหน้าลูกสาวสุดที่รักนิ่งไปนาน แล้วจึงหันมองสบตากับสมจิต สมจิตยื่นมือไปจับแขนสมชาติ พยักหน้าอย่างเป็นที่รู้กัน ซึ่งจริงๆ ในใจส่วนลึกของสมชาตินั้นหวงลูกสาวคนนี้มาก ในสายตาของสมชาติ เห็นลูกสาวคนนี้เป็นเด็กอยู่เสมอ จึงค่อนข้างเป็นห่วง และกลัวเควินเซนท์จะดูแลลูกสาวของตัวเองได้ไม่ดีพอ
“ผมรักลูกสาวคุณพ่อจากใจจริง ผมให้คำมั่นอย่างลูกผู้ชาย ผมจะดูแลนิราให้มีความสุข และเป็นอย่างดีที่สุด เท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้”
เควินเซนท์เห็นอากัปกิริยาของสมชาติ ซึ่งผู้ชายด้วยกันดูก็รู้ว่าสมชาตินั้นหวงวิราศนิรามากขนาดไหน เควินเซนท์จึงพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ที่เขาพูดออกมา ไม่ใช่ว่าจะเป็นเพียงแค่พูดให้สมชาติคลายใจและยกลูกสาวให้เท่านั้น แต่เขาจะทำให้ได้ตามที่พูดด้วย
สมชาติมองดูใบหน้าหล่อเหลาคมเข้ม ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลอย่างอึ้งๆ ทึ้งๆ ที่เควินเซนท์พูดภาษาไทยได้ชัดถ้อยชัดคำ ทั้งที่หน้าตาฝรั่งจ๋า แต่ก็ไม่ใช่มัวแต่อึ้งทึ้งอย่างเดียว สมชาติยังสังเกตเห็นความมุ่งมั่นตั้งใจ จากดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลนั้นด้วย
“เอาเถอะครับ ในเมื่อลูกสาวผมกับลูกชายคุณเขารักกันอย่างนี้แล้ว ผมก็ไม่ได้คิดจะคัดค้านอะไร ที่ผมถามก็เพราะผมอยากจะมั่นใจ เท่านั้นเอง!!.... ส่วนเรื่องสินสอดทองหมั้น พวกผมก็แล้วแต่พวกเด็กๆ เขาตกลงกันก็แล้วกัน ผมไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว ขอเพียงแค่ให้รักและดูแลลูกสาวผมให้ดูก็พอ”
วรารัตน์และเควินเซนท์ได้ยินคำพูด ที่ออกจากปากสมชาติเช่นนั้น ก็ต่างหันมามองสบตากัน พร้อมกับส่งยิ้มให้กัน และจากสถานการณ์ที่ดูจะตึงเครียดในตอนแรก ก็ค่อยๆ ผ่อนคลายลงไปอย่างชัดเจน
“ฉันเข้าใจในหัวอกคนเป็นพ่อแม่ ที่รักและเป็นห่วงลูกค่ะ และฉันก็รักหนูนิราเหมือนลูกสาวของฉันคนหนึ่ง เพราะฉะนั้นแล้ว เรื่องสินสอดทองหมั้น ฉันจะให้สมฐานะของพวกคุณและหนูนิราอย่างแน่นอนค่ะ”
ญาดาคลี่ยิ้มบางๆ ออกมา แล้วพูดกับสมชาติ เพื่อให้สมชาติได้รับรู้ว่า ถึงแม้สมชาติจะไม่ได้เรียกร้องสินสอดทองหมั้นอะไร แต่ฝั่งญาดาเองนั้นเต็มใจที่จะให้อย่างสมฐานะ และสมเกียรติของฝ่ายหญิงอยู่แล้ว
“เอาล่ะครับ ผมขอเชิญพวกคุณร่วมทานข้าวด้วยกันนะครับ พอดีเมียผมเขาทำอาหารไว้แล้ว”
“แล้วนี่เสร็จแล้วใช่ไหมแม่??”
“เสร็จแล้วล่ะพ่อ”
สมชาติกล่าวขึ้นเป็นการจบการสู่ขอ โดยเชิญชวนแขกที่มาในวันนี้รับประทานอาหารด้วยกัน ก่อนจะหันมาถามภรรยาสุดที่รัก ที่นั่งอยู่ข้างๆ กาย สมจิตจึงพยักหน้า พร้อมกับพูดตอบ เพราะตอนที่ถูกเรียกออกมา ก็เหลือแค่รอแกงป่าที่ทำไว้สุกเท่านั้นเอง
“งั้นเดี๋ยวหนูไปช่วยยกออกมานะคะ”
“เดี๋ยวผมไปช่วยด้วยครับ”
วิราศนิราเอ่ยขึ้นมาลอยๆ พร้อมกับลุกขึ้น และก่อนที่วิราศนิราจะก้าวเดินไปที่ห้องครัว เควินเซนท์จึงพูดและลุกขึ้นเดินตามหลังบอบบางของวิราศนิราไปติดๆ นั้นทำให้ผู้ใหญ่มองตามหนุ่มสาวสองคนไป โดยสมชาติเองก็มองตามไปด้วย อย่างเห็นอะไรบางอย่างในตัวของเควินเซนท์ ซึ่งสมชาติคิดว่าผู้ชายคนนี้ จะสามารถดูแลวิราศนิราแทนตัวเองได้เป็นอย่างดี
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@