ในเวลาเดียวกันกับที่เฟยหรงกำลังนั่งจิบชาอย่างสบายใจอยู่ในแหวนมิติจิตวิญญานนี้เองด้านที่พักของราชวงศ์ตงในเวลานี้พลันแตกตื่นยกใหญ่แน่นอนหนึ่งคือเจ้าหญิงที่หายตัวไปและสองคือแม่ทัพและราชันเทวะอีกหลายคนก็หายไปเช่นเดียวกัน
เมื่อเรื่องนี้มาถึงหูขององค์จักรพรรดิตงความโกรธของเขาก็พลันเพิ่มทวีคูณขึ้นในทันใด "บัดซบ!! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน มีใครบอกข้าได้บ้างว่าเกิดอะไรขึ้น!!"
ตบะพลังระดับมหาเทวะขั้นสูงเพิ่มขึ้นไม่หยุดหย่อนจนพวกเหล่าเชื้อพระวงศ์รวมถึงทหารทุกคนทั่วทั้งบริเวณพากันคุกเข่าลงอย่างช่วยไม่ได้แรงกดดันนี้ทำให้พวกเขาหายใจแทบไม่ออก หรือบางคนถึงกับหมดสติไปเลยก็มี
"เรียนท่านพ่อกับอีแค่น้องเล็กหายไป ไม่เห็นเป็นอะไรเลยนี่เจ้าคะ ดีซะอีกจุดด่างพร้อยของราชวงศ์จะได้หมดไปด้วย"ตงเสวียหลิงกล่าว ทำให้ใบหน้าของจักรพรรดิบึ้งตึงในทันที
"ดีงั้นหรือ!! เจ้าคงไม่ลืมไปใช่ไหมว่า ข้าจำเป็นต้องใช้นางเพื่อผูกสัมพันธไมตรีกับเผ่าฉลามโลหิต การที่นางหายไปเช่นนี้มันช่างไร้ประโยชน์เกินไป อีกทั้งข้ายังเสียเกียรติด้วยเพราะข้าเป็นคนเสนอการหมั่นหมายนี่ไปเอง ในอีกสองเดือนพวกเขาก็จะส่งทูตมารับตัวเจ้าสาวแล้วหากนางหายไปเช่นนี้จะทำอย่างไร"
"ในเวลาเช่นนี้แม่ทัพไร้ประโยชน์นั้นก็หายไปด้วย มีแต่เรื่องดีๆทั้งนั้น ส่งทหารทั้งหมดออกไปตามหานางให้พบ อยู่ต้องเห็นตัวตายต้องเห็นศพ ไม่เช่นนั้นไม่ต้องกลับมาให้ข้าเห็นหน้า!!"จักรพรรดิออกคำสั่งอย่างโกรธเกรี้ยว
"ขอรับ/เจ้าคะ"เหล่านายกองและทหารทุกนายรับคำสั่งในทันทีและพุ่งทะยานกันออกตามหาอย่างบ้าคลั่ง ส่วนในบรรดาเชื้อพระวงศ์นั้นตอนนี้กำลังกังวลกันยกใหญ่ ที่กังวลหาใช่เป็นห่วงตงกู่เซียนไม่ แต่เพราะหากนางไม่ปรากฏตัวในเวลาที่กำหนดเกรงว่าพวกเขาจะเสริมเสียเกียรติเนื่องจากผิดข้อตกลงกับเผ่าฉลามโลหิต จะมีเพียงตงเสวียหลินเท่านั้นที่ตอนนี้ดูเหมือนนางกำลังกังวลจนเหงื่อไหลอาบหน้าไปหมด
'ตงกู่เซียน ขนาดตายไปแล้วยังจะสร้างปัญหาอีก'นางคิดในใจ เนื่องจากค่อนข้างมั่นใจว่าแม่ทัพฟงของนางจะทำงานได้สำเร็จ มันจึงไม่แปลกแต่อย่างใดที่นางจะคิดเช่นนี้
ในขณะที่เหล่าทหารกำลังเสาะหาองค์หญิงตงกู่เซียนอย่างบ้าคลั่งด้านในแหวนมิติจิตวิญญานเป็นเวลาเดียวกันกับที่หญิงงามฟื้นขึ้นมา "อ๊า ที่นี่ที่ไหนกัน???"
"องค์หญิงท่านฟื้นแล้ว!!"หลินเอ๋อที่กำลังงีบหลับอยู่เมื่อได้ยินเสียงของผุ้เป็นนายนางก็พลันสะดุ้งตื่นในทันที
"หลินเอ๋อ!! ไม่ใช่ว่าเจ้าโดนตงเสวียนหลิงจับไปหรือ??"หญิงงามลุกขึ้นพรวดพราดจับมือของผู้ติดตามคนสนิทราวกับเป็นญาติคนสุดท้ายพร้อมกล่าวถาม
"เฟยหรงช่วยข้าแล้วพามาที่นี่เจ้าคะ ส่วนที่นี่ที่ไหนนั้นคงต้องไปถามเขาเอง"หลินเอ๋อกล่าวตอบ ตงกู่เซียนได้ยินก็พลันหน้าแดงกล่ำอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนที่นางจะหลับไปเพราะอ่อนเพลียจากการร้องไห้บวกกับร่างกายที่อ่อนแอ นางจำได้ทั้งหมดว่าทำอะไรไว้บ้าง ในเวลานี้แทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนียิ่งกว่าตอนท้องร้องต่อหน้าชายหนุ่มเสียอีก
"องค์หญิงหิวหรือไม่เจ้าคะ เดี๋ยวข้าจะไปทำอะไรให้กิน"หลินเอ๋อกล่าว ตงกู่เซียนเมื่อได้ยินก็พลันพยักหน้า เนื่องจากเนื้อเสียบไม้นั้นได้กินเพียงแค่สามคำเท่านั้นจึงไม่แปลกที่นางจะยังคงหิวเช่นนี้
"เช่นนั้นรอประเด๋ยวนะเจ้าคะ อ่อ...แล้วเฟยหรงบอกด้วยว่าหากท่านอยากจะเปลี่ยนเสื้อผ้าสิบสามห้องถัดไปมีชุดให้เลือกอยู่ ระหว่างรอองค์หญิงไปเลือกชุดก่อนก็ได้นะเจ้าคะ ชุดนี้เปื้อนทั้งเลือดทั้งเศษดินดูไม่สะอาดเท่าไร"ตงกู่เซียนได้ยินก็พยักหน้าให้กับหลินเอ๋ออีกครา ก่อนที่ทั้งเจ้านายและบ่าวจะแยกย้ายกันไป
ทางฝั่งของหลินเอ๋อแน่นอนว่าไปจัดเตรียมอาหารให้แก่เจ้านาย ส่วนทางฝั่งของตงกู่เซียนนั้นก็ไปเลือกสรรค์เสื้อผ้าอาภรณ์ที่หลินเอ๋อบอกเอาไว้
เพียงนางเข้าไปห้องแรกดวงตาของนางก็พลันลุกวาว เนื่องจากเสื้อผ้าอาภรณ์ในที่นี้ล้วนแต่งดงามและแผ่ออร่าเย็นยะเยือกออกมาจนแม้แต่นางที่บำเพ็บธาตุไฟยังต้องหนาวสั่น ในห้องนี้ชุดทั้งหมดจะมีสีสันต์เป็นโทนสีฟ้าครามทั้งหมด นอกจากอาภรณ์แล้วยังมีเครื่องประดับรวมถึงรองเท้าพร้อมทั้งเครื่องประทินโฉม ประทินผิวมากมาย อีกทั้งมันยังสามารถเข้ากันได้กับทุกชุดด้านในนี้
หญิงงามเมื่อเดินสำรวจจนทั่วก็พลันเดินไปยังห้องถันไปในทันทีภายในห้องนี้ชุดทั้งหมดจะเป็นสีแดงฉานราวกับเปลวเพลิงอีกทั้งยังแผ่ออร่ารัศมีของเปลวเพลิงออกมาอย่างเห็นได้ชัด และแน่นอนเครื่องประดับเองก็เป็นโทนสีแดงทั้งหมด พร้อมด้วยเครื่องประทินโฉนและประทินผิวเหมือนดังห้องแรกแต่ทว่ากลับมีกลินที่หอมและเย้ายวนกว่า
"เหอะๆผู้ชายเจ้าชู้"หยิงงามหลังจากที่สำรวจห้องที่สองเสร็จก็พลันกล่าวออกมา ด้วยสัญชาติญาณของผู้หญิงนางรับรู้ได้ทันทีว่าอีกสิบเอ็ดห้องที่เหลือก็จะเป็นดังสองห้องนี้เพียงแต่จะแตกต่างกันไปตามลักษณะของหญิงแต่ละนาง และมันคาดเดาไม่ได้ยากอะไรการที่เฟยหรงถึงขนาดให้เข้ามาได้ทั้งสิบสามห้องเช่นนี้แปลว่าเจ้าของเสื้อผ้าทั้งสิบสามนางจะต้องรู้จักกันอย่างลึกซึ้งกับชายหนุ่มเป็นแน่
ซึ่งแน่นอนนางไม่ได้ใส่ใจอะไรเเละเลือกเสื้อผ้าจากห้องที่สองมาหนึ่งชุดเป็นสีขาวลวดลายวิหคเพลิงสีแดงมาสวมใส่ ส่วนเครื่องประดับนางไม่อยากที่จะแตะต้องพวกมันสักเท่าไรเนื่องจากนางเกรงใจหญิงงามผู้เป็นเจ้าของห้อง
เมื่อสวมอาภรณ์ใหม่เสร็จเรียบร้อยนางพลันเดินไปหาหลินเอ่อที่ในห้องครัวทันที "องค์หญิงมาทำอะไรที่นี่เจ้าคะ ท่านไปนั่งพักก่อนเถอะ อาหารจะเสร็จแล้ว"หลินเอ๋อเมื่อเห็นว่านายของตนมายังที่ๆไม่ควรก็พลันกล่าวขึ้นในทันที
"นี่หลินเอ๋อ ข้าไม่ได้อ่อนแอปานนั้นเสียหน่อยเจ้าทำแตกตื่นไปได้"ตงกู่เซียนกล่าวอย่างเหนื่อยใจ ผู้ติดตามคนนี้ดูแลนางราวกกับไข่ในหินอย่างไรอย่างนั้น
"ถึงอย่างไรที่นี่ ท่านก็ไม่ควรมาเจ้าคะ ควันไฟอาจจะทำให้เนื้อตัวสกปรกได้"หลินเอ๋อจูงมือตงกู่เซียนออกจากห้องครัวไปในทันทีแล้วหันหลังกลับไปทำอาหารต่อ หญิงงามที่ได้เห็นพลันยกยิ้มไม่ว่าจะกี่วัน กี่เดือน กี่ปี ก็มีแต่หลินเอ๋อเท่านั้นที่ดีกับนางเช่นนี้ ดังนั้นนางจึงไม่อยากจะขัดศรัทธาและเดินไปทางอื่นนั่นก็คือด้านหน้าคฤหาสน์นั่นเอง
เมื่อหยิงงามเดินออกมาสิ่งที่นางพบเห็นก่อนเลยคือสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ที่แสนงดงามและหลากหลายสายพันธุ์ เมื่อเห็นภาพนี้มันพลันทำให้ความเศร้าหมองที่หลงเหลือในใจของนางพลันหายไป ร่างกายราวกับได้รับการฟื้นฟูจากหมู่มวลดอกไม้
บริเวณใจกลางสวนนั้นมีชายหนุ่มกำลังนั่งชิบชาพร้อมกับหลับตาดื่มด่ำบรรยากาศที่น่าชื่นใจ ชายคนนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเฟยหรงนั่นเอง
"ในเมื่อออกมาแล้วก็เชิญเจ้าหญิงแสนสวยมาดื่มชาด้วยกันเสียหน่อยเป็นอย่างไร"เฟยหรงเมื่อสัมผัสถึงการมาของนางได้จึงเอ๋ยปากพอให้นางได้ยิน แน่นอนหญิงงามก็เดินไปนั่งลงตรงกันข้ามกับเฟยหรงในทันทีใบหน้าแดงเล็กน้อย
"เป็นอย่างไรบ้าง ทำใจได้หรือยัง"เฟยหรงกล่าวถามตามตรงไม่อ้อมค้อม
"อืม อาจเป็นเพราะว่าไม่ค่อยมีความทรงจำดีๆกับพวกเขาก็เลยทำใจได้ง่ายหน่อย"หญิงงามกล่าวตอบ
"เช่นนั้นก็ดีแล้วเจ้าจะเอาอย่างไรต่อไป หากออกไปไม่ถูกฆ่าตายก็โดนจับแต่งงาน"เฟยหรงกล่าวถามอีกครั้งน้ำเสียงเต็มไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใย
"สู้ให้ถึงที่สุดอย่างน้อยก่อนตายขอแค่ฆ่าชายาลำดับที่สามได้ก็พอ"ตงกู่เวียนกล่าวด้วยน้ำเสียงแค้นเคือง แค้นที่นางสั่งฆ่าท่านแม่ของนางนั้นไม่อาจที่จะอยู่ร่วมโลกกันได้
"ไร้ประโยชน์ เจ้ายังเข้าไปถึงตัวนางด้วยซ้ำ อีกฝ่ายอย่าลืมว่านางเป็นเทวะขั้นปลายไม่มีทางที่เทวะขั้นต้นอย่างเจ้าทำอันตรายนางได้อย่างแน่นอน"
"อึก!!"เมื่อได้ยินคำกล่าวของเฟยหรง ตงกู่เซียนถึงกับกลืนไม่เข้าคายไม่ออกในทันที นางย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่าเป็นไปไม่ได้ที่นางจะฆ่าอีกฝ่ายได้ แต่ถึงกระนั้นนี่ก็คือสิ่งเดียวที่นางทำได้ในตอนนี้ และไม่มีทางเลือกแต่อย่างใด หากช้าไปกว่านี้เกรงว่าบิดาของนางจะจับนางส่งเผ่าฉลามโลหิตไปเสียก่อนและนั่นเป็นสิ่งที่นางไม่ต้องการ
"ข้าไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว"ตงกู่เซียนกำหมัดแน่น เฟยหรงได้เห็นความกดดันที่ปรากฏบนใบหน้าของหญิงงามก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวไปมาให้กับความดื้นรั้นและเด็ดเดียวของนาง
"ข้ามีเวลาอยู่ที่นี่อีกสองเดือน จะช่วยเจ้าเสียหน่อยก็ได้ ในสองเดือนนี้ข้าจะทำให้เจ้าเข้าสู่ระดับเทวะขั้นปลาย ตกลงหรือไม่"ชายหนุ่มกล่าวพร้อมยกถ้วยชาดื่ม ตงกู่เซียนได้ยินถึงกับสั่นสะท้าน จากเทวะขั้นต้นไปเทวะขั้นปลายภายในสองเดือน นี่มันเรื่องเพ้อฝันอะไรกัน อีกทั้งเหตุชายคนนี้ถึงช่วยนางครั้งแล้วครั้งเล่า
"เหตุใดเจ้าถึงช่วยข้ามากมายขนาดนี้"นางอดไม่ได้ที่จะกล่าวถาม เฟยหรงมองไปที่นางพลันยกยิ้มและตอบเพียงสั้นๆ "ข้าถูกใจเจ้า แค่นั้นก็เพียงพอ"