ผมกับไอรีนในตอนนี้กำลังนั่งข้างๆกันพร้อมกับจับมือกันมองดูธรรมชาติของป่าอย่างสบายใจคุยเรื่องราวในชีวิตประจำวันของกันและกันไปเรื่อยๆ
“ฉันมีเรื่องอยากจะถามนาย ตกลงแล้วนายเป็นใครกันแน่?”
“คุณอยากจะรู้จริงๆเหรอแบบนี้ต้องมีของตอบแทนมาให้ผมก่อนนะ”
“อยากเล่นมากนักก็ไปเล่นตรงนู้นเลยไป”
“ผมไม่ใช่คนของโลกใบนี้แต่ก็ตายไปแล้วจากโลกก่อนหน้านี้”
“หืม! หมายความว่ายังไง?”
“ตามที่ผมได้บอกไป ผมมาเกิดใหม่ในโลกใบนี้”
“เกิดใหม่? เอ๊ะ! แสดงว่าที่นายไม่รู้เรื่องราวของโลกใบนี้เลยก็เพราะแบบนี้เองเหรอ”
“ใช่แล้วครับ เพราะแบบนี้เองนั่นแหละ”
“ฉันเข้าใจแล้ว วางใจเถอะฉันไม่บอกใครในเรื่องนี้แน่นอนแม้แต่พี่สาวของฉันเอง”
“ครับ ผมเชื่อใจคุณนะ ไอรีน”
เมื่อก่อนหน้านี้ที่ผมเรียกชื่อต้นของเธอมันไม่ทำให้เธอคิดมากก็เพราะพวกเรายังอยู่ในความรู้สึกที่ลึกซึ้ง แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แบบนั้นไอรีนเธอก็ยังไม่ชินอยู่ดีกับการเรียกแบบนั้นของผม
“คุณจะเขินไปทำไมกันไม่ช้าก็เร็วผมกับคุณก็ต้องเรียกแบบนี้กันทุกวันอยู่แล้ว”
ไอรีนใช้มือของเธอทุบที่ตัวของผม
“เจ้าบ้า!”
ในขณะที่เธอกำลังจะเดินหนีไปอีกทางเพื่อไม่ให้ผมเห็นอาการเขินอายของเธอ ผมรีบคว้าตัวของเธอเข้ามาในอ้อมกอด
“นี่นาย!”
“ดูสิ ไอรีนเธอเกือบตกลงไปในกับดักแล้วนะ”
ไอรีนมองตามจุดที่ผมชี้ไป ใช่แล้ว มันคือกับดักที่โหดเหี้ยมเพราะมันมีลักษณะทางกายภาพที่ทำให้ใครที่ตกลงไปนั้นจะไม่สามารถใช้พลังในการรักษาได้และคนที่ตกลงไปนั้นก็จะทรมานจนกว่าจะหมดลมหายใจลงไปในที่สุด
“ขอบคุณนะ”
“นี่จะไม่ให้รางวัลผมหน่อยเหรอ”
“นายนี่คิดเรื่องอื่นไม่เป็นเลยรึยังไง”
ขณะที่ผมกำลังหยอกล้อเล่นกันกับไอรีนอยู่นั้นเสียงคำรามที่ฟังคุ้นหูของพวกตัวประหลาดที่ผมเคยเจอไปเมื่อวานนี้มันก็ดังขึ้นกึกก้องกังวานไปทั่วทั้งป่า
“ไอรีน รู้สึกได้ใช่ไหม”
“อืม พวกมันล้อมพวกเราไว้หมดแล้ว ไม่สงสัยเลยว่าทำไมมันมีกับดักอยู่ที่นี่”
ผมกับไอรีนคิดว่ามันจะมากันแค่พวกตัวประหลาดแบบเมื่อวาน แต่ว่ามันมีตัวประหลาดอีกตัวที่มีลักษณะคล้ายกับพวกตัวประหลาดตัวอื่นแต่ว่ามันมีเขาขึ้นมาหนึ่งเขาที่หัวของมันและตัวใหญ่กว่าตัวอื่นถึงสองเท่าเดินนำหน้าพวกตัวประหลาดทั้งหมด มันแสดงท่วงท่าแผ่ความกดดันออกมาอย่างรุนแรง ผมคิดว่าตนเองต้องโดนพวกมันเล่นงานแล้วแน่ๆ ผ่านไปราวสองสามนาทีก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เอ๊ะ! ทำไมไม่เป็นอะไรเลยทั่งที่ผมสามารถรับรู้ผ่านทางสัมผัสปกติที่รู้สึกได้โดยทั่วไปผลมันออกมาว่าเป็นพลังที่รุนแรงมากๆ แต่ผมกับไอรีนก็ยังไม่เป็นอะไรเลยทำให้พวกเราสองคนมองหน้ากันด้วยความงุนงง ในขณะที่เจ้าตัวประหลาดตัวใหญ่ก็ยังคิดว่าพวกเราคงยังคงฝืนทนต้านทานพลังกดดันของมันอยู่
มันก็ยังคงแสดงพลังกดดันต่อไปด้วยท่วงท่าที่แบบเอ่อ...ไม่ต่างไปจากพวกนักกล้ามที่ชื่นชอบการเบ่งกล้ามให้คนอื่นดู ผมก็ให้เกียรติมันได้แสดงอภินิหารของมันต่อไป ส่วมผมกับไอรีนก็หยอกล้อกันต่อโดยที่ไม่สนใจมันที่อยู่ตรงหน้าของตนเอง มันที่แสดงท่วงท่ามาสิบนาทีแล้ว
แต่ว่ายังไม่ได้ยินเสียงกรีดร้องของผมกับไอรีนมันก็เลยแผ่ความกดดันที่รุนแรงมากกว่าเดิมออกมาตอนนี้มันก็ยังคงคิดว่าผมกับไอรีนยังต่อต้านมันอยู่อย่างสุดกำลัง ทำไมถึงไม่มีใครคอยเตือนมันว่าผมกับไอรีนไม่ได้รู้สึกกดดันเลยก็เพราะว่าตัวประหลาดส่วนใหญ่ที่มีระดับต่ำกว่ามันจะถอยออกไปไกลเพื่อไม่ให้โดนแรงกดดันบดขยี้ให้หายไป
ไอรีนพูดไปด้วยกลั้นหัวเราะไปด้วย
“โรเบิร์ต...ไปบอกมันดีกว่าไหมว่าพวกเราไม่เป็นอะไรเลย คิกๆ”
ผมก็เลยทำสีหน้าจริงจังพูดกับไอรีนแต่สุดท้ายก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
“ให้เกียรติมันหน่อยเถอะก็มันอยากแสดงพลังนี่นา ฮ่า ฮ่า”
“แต่ว่าฉันเริ่มรู้สึกสงสารมันแล้วนะนี่ก็ผ่านมาตั้งสองชั่วโมงแล้ว”
“เชื่อผมสิรอดูไปก่อนเถอะ”
ผมหัวเราะจนท้องแข็งไปหมดแล้วไอรีนเองก็ไม่ต่างกันใครที่มาเห็นภาพแบบนี้ไม่หัวเราะนี่สิแปลก
โอ้! ในที่สุดมันก็หยุดสักทีตอนนี้มันปาดเหงื่อบนหน้าผากของตนเองอย่างเหน็ดเหนื่อย ดวงตาของมันก็จ้องมาที่ผมกับไอรีนด้วยความพึงพอใจในพลังของตนเอง เพราะมันคิดว่าผมกับไอรีนคงกลายเป็นเนื้อบดไปแล้ว แต่เมื่อได้เห็นผมกับไอรีนกำลังนอนอยู่บนเปลที่ผมสร้างขึ้นมาเพื่อรอการแสดงท่วงท่าของมันให้เสร็จ มันที่เห็นผมกับไอรีนกำลังหัวเราะอย่างมีความสุขกันอยู่
ทำให้มันตกตะลึงจนปากอ้าตาค้างมันที่แสดงท่วงท่าอันงดงามของมันพวกเขากลับนอนหัวเราะอยู่บนเปลอย่างมีความสุขภาพนี้มันบ่งบอกว่าอะไร? มันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าที่มันทำไปทั้งหมดไม่ต่างไปจากนักกล้ามที่กำลังอวดเบ่งกล้ามที่ภาคภูมิใจของตนเองให้คนอื่นดู
ผมเห็นว่าตัวของมันกำลังอยู่ในอาการตกตะลึงอย่างรุนแรงผมก็เลยถามอะไรมันไปเล็กน้อย
“อ้าว การแสดงเสร็จแล้วเหรอฉันหลับไปตั้งสามรอบแล้วนะ”
ไอรีนก็หยิกที่ตัวผมพร้อมกับเตือนว่าอย่าไปยั่วยุมัน
“แก...แก...แกเจ้าพวกเดรัจฉานกล้ามากนะที่ทำให้ฉันคนนี้ต้องเสียเวลาไปกับมดปลวกอย่างพวกแก วันนี้พวกแกต้องตาย!”
มันพูดภาษาของมนุษย์ได้ด้วย แต่มันก็ไม่น่าแปลกอะไรเพราะว่าที่นี่คือดันเจี้ยนอะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ ก็มันทำของมันเองแล้วมันมาโทษผมแบบนี้ไม่ได้นะ เจ้าตัวประหลาดตัวใหญ่จับไม้กระบองที่เป็นอาวุธประจำของพวกมันแต่ว่าที่เจ้านี่ครอบครองมันเป็นสีเงิน มันพุ่งมาหาผมกับไอรีนด้วยความเร็วที่ผมไม่สามารถจับการเคลื่อนไหวของมันได้ มันใช้ไม้กระบองฟาดเข้าที่ตัวของผมด้วยพลังโจมตีทั้งหมด
ไอรีนรีบคว้าตัวของผมออกมาจากการโจมตีที่ดุดันของมันได้อย่างหวุดหวิด มันที่รู้ว่าผมสามารถหลบได้ก็ไม่รอช้าเข้ามาไล่ฟาดใส่ผมอีกรอบแต่คราวนี้เป็นไอรีนรับการโจมตีสุดกำลังของมันเอาไว้ด้วยดาบแห่งจักรพรรดิเพลิงพลังมหาศาลกดลงใส่ไอรีน แต่ว่าผลที่ออกมาเธอกลับไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนทำให้เจ้าตัวประหลาดถอยหลังกลับไปสามก้าว
“พวกตัวเมียถอยออกไปอย่ามายุ่ง พวกแกเป็นได้แค่แม่พันธุ์ให้กับพวกเราเท่านั้นเดี๋ยวของมันจะเสียคุณภาพ”
เฮ้ยเดี่ยวนะ นี่คิดจะมีเรื่องกับผมเหรอ คิดจะมาล่อลวงผู้หญิงของใครคิดให้ดีก่อนนะ
ผมใช้ทักษะดาบมายาแห่งความมืดออกมาพุ่งตัวเข้าไปหามันโดยที่มันกำลังวางท่าทีอวดเบ่งใส่ไอรีน
คลื่นทำลาย
มวลคลื่นพลังความมืดมหาศาลพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน ลอยมาจากในอากาศ สูบมาจากบนท้องฟ้า พลังมหาศาลที่มีความมืดเป็นตัวนำทางดาบเล่มสีดำที่มีพลังกดดันที่น่ากลัวฟาดฟันเข้าใส่เจ้าตัวประหลาดตัวใหญ่แบบเต็มแรง จากนั้นก็มีอะไรบางอย่างแสดงขึ้นมาบน “แถบสถานะ”
คริติคอล
เจ้าตัวประหลาดที่มีท่าทีอวดเบ่งมานานก็ยกไม้กระบองขึ้นมาใส่ท่าป้องกันระดับกลางเอาไว้รับการโจมตีของผม มันเผยรอยยิ้มที่น่าขนลุกขนพองออกมา เพราะระดับที่อ่อนแอแบบผมนั้นคงไม่สามารถทำอะไรมันได้
พลังโจมตีปกติทั่วไปอาจทำให้แค่การป้องกันของมันแตกกระจายออกไปได้และไม่สามารถเข้าถึงตัวมันได้แต่ว่าการโจมตีครั้งนี้ของผมไม่ใช่ เพราะมันในตอนนี้ติดคริติคอล ท่าคลื่นทำลายของผมบดขยี้ท่าป้องกันของมันจนแตกสลายหายไปตัวของมันรับการโจมตีที่เหลือจากคริติคอลเต็มแรงทำให้ร่างกายอันใหญ่โตกระเด็นไปไกลราวสิบเมตรโดยที่มีเลือดสีฟ้าสาดกระจายออกเต็มพื้นดิน
มันที่ตอนนี้ยังคงรับรู้สถานการณ์โดยรวมไม่ทันเพราะไม่สามารถประมวลผลได้ว่าทำไมเจ้าตัวผู้มันถึงสามารถโจมตีได้แรงถึงขนาดนั้นร่างกายของมันตอนนี้เต็มไปด้วยบาดแผลเหวอะหวะแต่ก็ไม่ได้รุนแรงถึงขั้นสาหัสอาจเป็นเพราะร่างกายที่แข็งแกร่งของมันเอง
มันพยุงตัวเองลุกขึ้นมาอย่างช้าๆจ้องมองมาที่ผมด้วยจิตสังหารที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิมมันที่กำลังจะพูดอะไรบางอย่างออกมา แต่ผมชิงพูดตัดหน้ามันไปก่อน
“เจ้าตัวประหลาดตัวใหญ่ แกขออนุญาตฉันคนนี้รึยังก่อนที่จะมาพูดจาใส่ภรรยาของฉันแบบนี้”
ไอรีนในตอนนี้ทั้งเขินอายทั้งอยากจะไปทุบตัวของผมในเวลาเดียวกัน ใครเป็นภรรยาของนายกัน เจ้าบ้า
“แกอย่ามาจองหองมานักนะเจ้าตัวผู้ เป็นแค่มดปลวกที่เหยียบย่ำง่ายๆแบบนี้แล้วมาวางท่าที่นี่แกรู้ไหมว่า เจ้าพวกนั้นมันตายมานักต่อนักแล้ว ที่เมื่อสักครู่ฉันไม่ใช้พลังป้องกันสูงสุดไปก็ถือเป็นความประมาทของฉันเอง มาจบเรื่องนี้กันเถอะฉันจะให้แกได้ดูการแสดงสดกับตัวเมียของแก หลังจากที่ทรมานแกเสร็จแล้วละนะ ฮ่า ฮ่า”
“โรเบิร์ต ถอยกลับมาก่อนนายรับมือมันไม่ได้หรอกถ้านายอยากสู้กับมันนายต้องมีพลังชีวิตไม่ต่ำกว่าสองหมื่นและด้วยพลังโจมตีของนายเมื่อสักครู่ก็สามารถฆ่ามันได้แต่ฉันว่าพลังชีวิตของนายไม่น่าจะมีมากมายขนาดนั้น ฉันพูดถูกสินะ”
ว่ายังไงนะ สอง...สองหมื่น ผมต้องมีพลังชีวิตสองหมื่นถึงสู้กับมันได้อย่างสูสีนี่มันตรรกะบ้าบออะไรกันละเนี่ย ผมอยากรู้จริงๆว่าไอรีนเลเวลเท่าไหร่กันแน่? พลังชีวิต? พลังเวทย์? ทักษะทั้งหมดของเธอ?
แต่ดูจากท่าทางที่มั่นใจของไอรีนขนาดนั้นก็สรุปได้ว่าเธอต้องมีพลังชีวิตที่มากกว่าสองหมื่นไปไกลมากและก็บางทีอาจถึงห้าหมื่นแล้วก็ได้ ห้าหมื่นเหรอนั่นมันต้องเลเวลเท่าไหร่กัน?
“นายไม่ต้องเกิดความรู้สึกที่ไม่สามารถช่วยอะไรฉันได้หรอก เพราะว่าฉันเข้าใจนาย ก็เพราะนายพึ่งจะมาที่โลกแห่งนี้ได้ไม่กี่วันนี้เองอย่าได้คิดอะไรที่ไม่ดีเลยนะ ฉันมั่นใจว่ารับมือมันได้แน่นอน นายเชื่อใจฉันใช่ไหม”
ถ้าตามที่ไอรีนพูดมาก็ถูก ผมมาที่นี่ได้ไม่กี่วันแล้วจะให้แข็งแกร่งขึ้นมาแบบในการ์ตูนในหนังแบบนั้นมันก็คงเป็นไปไม่ได้หรอกเพราะที่นี่คือโลกความเป็นจริงที่อาจตายได้ทุกเมื่อ
“ผมเข้าใจแล้ว ระวังตัวด้วยนะถ้าไม่ไหวก็หนีออกไปแบบเมื่อวานได้”
“ไม่ต้องห่วงไปหรอก ฉันจะแสดงให้ดูเองว่านักผจญภัยแรงค์ A ที่แท้จริงมันเป็นยังไง” . . .