**ปฐมบทแห่งความเงียบงันและคำท้าทายที่สั่นคลอนสวรรค์**
คำท้าทายที่ดุดันและโอหังอย่างถึงที่สุดของหลินเทียนดังกังวานก้องไปทั่วทั้งอวกาศจำลองแห่งสมรภูมิสุดยอดดารา (StarlightZenith Arena) ปลายกระบี่มังกรพลิกฟ้าที่ชี้ตรงไปยังระเบียงวีไอพีของสี่มหาอำนาจประหนึ่งการเอาปลายดาบไปจ่อที่คอหอยของเหล่าเทพเจ้าที่ประทับอยู่บนบัลลังก์สวรรค์!
อัจฉริยะนับหมื่นคนที่อยู่บนอัฒจันทร์ต่างกลั้นหายใจจนหน้าดำหน้าแดงไม่มีใครกล้าส่งเสียงกระซิบแม้แต่ครึ่งคำการที่ชายหนุ่มผู้เพิ่งก้าวเข้าสู่ขอบเขตผสานจิตวิญญาณขั้นต้นกล้าประกาศท้าทายให้ศิษย์สายตรงที่แข็งแกร่งที่สุดของ 'หอหมื่นวิญญาณ' และ 'สำนักดาบเหมันต์ดับสูญ' ลงมารุมสังหารตนเองพร้อมกัน...นี่ไม่ใช่ความกล้าหาญ แต่มันคือความบ้าคลั่งที่ก้าวล่วงคำว่าอัตวินิบาตกรรม!
บนระเบียงของหอหมื่นวิญญาณ 'ผู้อาวุโสมารเงา' (ShadowFiend Elder) กำหมัดแน่นจนเก้าอี้ศิลาดำแหลกละเอียดเป็นผุยผงรังสีอำมหิตที่มืดมิดปะทุออกจากร่างจนอวกาศรอบข้างบิดเบี้ยว "เด็กเมื่อวานซืน...บังอาจนัก! มันคิดว่าแค่เอาชนะเหลยขวงที่ประมาทได้จะทำให้มันอยู่ยงคงกระพันงั้นรึ!"
ถัดไปบนระเบียงของสำนักดาบเหมันต์ 'เจ้าสำนักเหมันต์ดับสูญ' ผู้มีเรือนผมสีขาวโพลนดุจหิมะพันปีหรี่ตาดุดันประกายแสงสีฟ้าเยือกเย็น "ในเมื่อมันรนหาที่ตาย และกล้าหยามเกียรติของพวกเราต่อหน้าสาธารณชน...เราก็ไม่มีความจำเป็นต้องรักษามารยาทอีกต่อไป"
เจ้าสำนักเหมันต์หันไปสบตากับผู้อาวุโสมารเงาทั้งสองพยักหน้าให้กันอย่างลับๆ ก่อนที่เจ้าสำนักเหมันต์จะหันไปประสานมือคารวะ 'เจ้าวิหารพิสุทธิ์สวรรค์' ที่ประทับอยู่บนเรือเหาะหยกวารี
"ท่านเจ้าวิหาร!ในเมื่อผู้เข้าแข่งขัน 'นิรนาม' ได้ประกาศท้าทายด้วยความสมัครใจและกฎของการประลองดาราก็ไม่ได้มีข้อห้ามในการต่อสู้แบบสิบปะทะหนึ่งหากทั้งสองฝ่ายยินยอม... ทางสำนักดาบเหมันต์และหอหมื่นวิญญาณ ขอรับคำท้า!พวกเราจะส่งศิษย์สายตรงที่เหลือรอดอยู่ฝั่งละห้าคน รวมเป็น 'สิบคน' ลงไปสั่งสอนสัจธรรมให้มันได้รู้สำนึก!"
คำประกาศของเจ้าสำนักเหมันต์ทำให้ทั้งลานประลองฮือฮา!การเอาอัจฉริยะระดับผสานจิตวิญญาณขั้นกลางถึงสิบคน มารุมสกรัมคนเพียงคนเดียวมันคือความอัปยศของชนชั้นสูงอย่างแท้จริง! ทว่าความหวาดกลัวที่มีต่อตัวหลินเทียนมันมีมากกว่าศักดิ์ศรีไปเสียแล้ว!
เจ้าวิหารพิสุทธิ์สวรรค์หรี่ตาลงนางปรายตามองหลินเทียนที่ยืนนิ่งอยู่บนเศษอุกกาบาต "นิรนาม... เจ้าแน่ใจรึ? หากเจ้าถอนคำพูดตอนนี้ข้ายังสามารถให้การประลองดำเนินต่อไปตามปกติได้การเผชิญหน้ากับยอดฝีมือสิบคนในคราวเดียวแม้แต่ผู้ที่มีระดับพลังเหนือกว่าเจ้าสองขั้นยังต้องตายอย่างอนาถ"
หลินเทียนยังคงรักษาท่วงท่าที่เงียบสงบแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อตั้งตรงอย่างองอาจ เขายกกระบี่ขึ้นพาดบ่าดวงตาสีทองคำบริสุทธิ์ (True Dragon's Eyes) ทอประกายเย็นเยียบและเต็มไปด้วยความสมเพช
> **"ขยะ...ต่อให้รวมกันเป็นสิบชิ้น หรือร้อยชิ้น มันก็ยังคงเป็นขยะอยู่วันยังค่ำการกวาดพวกมันลงถังขยะพร้อมกันในคราวเดียวย่อมประหยัดเวลาของข้ามากกว่าการต้องมานั่งเก็บกวาดทีละชิ้น...ส่งพวกมันลงมาซะ!"**
ความโอหังทะลุฟ้าของหลินเทียนทำให้เจ้าวิหารพิสุทธิ์ถึงกับลอบถอนหายใจทว่าในแววตาของนางกลับซ่อนความตื่นเต้นเอาไว้ "ย่อมได้!ในเมื่อเป็นความประสงค์ของเจ้า... กฎพิเศษถูกเปิดใช้งาน!หากเจ้าสามารถเอาชีวิตรอดจากสิบอัจฉริยะนี้ได้ เจ้าจะได้รับสิทธิ์ผ่านเข้าสู่รอบ 'ชิงชนะเลิศ' ในทันที!"
*ครืนนนนน!*
ดวงอาทิตย์สีเงินใจกลางลานประลองสว่างวาบ!มันส่งคลื่นพลังงานดึงดูดอุกกาบาตขนาดยักษ์สามลูกที่ลอยอยู่ใกล้เคียง ให้เข้ามา 'หลอมรวม' กับอุกกาบาตของหลินเทียน จนกลายเป็น 'มหาอุกกาบาต' ลานประลองที่มีขนาดกว้างกว่าสามสิบลี้!เพื่อรองรับพลังทำลายล้างของการต่อสู้แบบตะลุมบอน!
**สิบมฤตยูจุติและการคืนชีพของกระบี่ไร้เปรียบ**
*วูบบบบ! ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!*
ลำแสงสิบสายพุ่งทะยานลงมาจากระเบียงวีไอพี!ร่างสิบคนกระแทกลงบนพื้นมหาอุกกาบาตดังกัมปนาท ฝุ่นศิลาดาราฟุ้งกระจายรังสีอำมหิตและลมปราณระดับ 'ผสานจิตวิญญาณขั้นกลาง' (Mid-stageSoul Merge) สิบสายระเบิดออกพร้อมกันจนอวกาศจำลองสั่นสะเทือน!
ห้าคนทางซ้าย สวมชุดเกราะนักฆ่าสีดำสนิทของหอหมื่นวิญญาณพวกมันคือ **'ห้าเงาพญายม'** มือสังหารที่ได้รับการดัดแปลงร่างกายด้วยชิ้นส่วนของอสูรวิญญาณ(Cyber-DemonCultivators) แขนกลไกที่อาบด้วยพิษสีม่วงเข้มและดวงตาจักรกลเรืองแสงสีแดง ส่อแวววิปริตและไร้ซึ่งความเจ็บปวด
ห้าคนทางขวาสวมชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ของสำนักดาบเหมันต์ดับสูญไอเย็นยะเยือกระดับศูนย์สัมบูรณ์แผ่ซ่านออกมาจนพื้นอุกกาบาตถูกแช่แข็งเป็นวงกว้างและผู้ที่ยืนอยู่ตรงกลางของกลุ่มนี้คือ... **'เจี้ยนอู๋ซวง' (JianWushuang - กระบี่ไร้เปรียบ)**!
เจี้ยนอู๋ซวงผู้ที่เคยกระอักเลือดและพ่ายแพ้ต่อเจตจำนงของหลินเทียนที่จัตุรัสผู้บรรลุธรรมบัดนี้ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยสีแดงรอยยิ้มที่เคยสง่างามถูกแทนที่ด้วยความบิดเบี้ยวของความเคียดแค้น! เขาใช้ 'โอสถผลาญวิญญาณ'(Soul-Burning Elixir) ยาต้องห้ามที่สกัดพลังแฝงออกมาแลกกับอายุขัยเพื่อระงับความหวาดกลัวและซ่อมแซมรอยร้าวในแก่นแท้แห่งเต๋าของตนเองชั่วคราว!
"หลินเทียน...วันนี้ข้าจะใช้กระบี่ของข้า ล้างความอัปยศที่เจ้ามอบให้!และข้าจะแช่แข็งวิญญาณของเจ้า ไม่ให้ได้ผุดได้เกิดอีกต่อไป!" เจี้ยนอู๋ซวงคำรามลั่นชัก 'กระบี่น้ำแข็งดับสูญ' ออกจากฝักคลื่นความเย็นพุ่งทะลวงอากาศจนกลายเป็นพายุหิมะ
"อย่ามัวแต่พล่ามเจี้ยนอู๋ซวง!" หัวหน้าของห้าเงาพญายมแค่นเสียง "ฆ่ามันให้เร็วที่สุด!เราจะสับมันเป็นชิ้นๆ แล้วค่อยแบ่งหัวมันไปให้เจ้านายของเรา!"
สิบยอดฝีมือกระจายกำลังโอบล้อมหลินเทียนเป็นครึ่งวงกลมรังสีสังหารผสานกันเป็นโครงข่ายแห่งความตายที่ปิดกั้นทุกเส้นทางหนี!
เหยียนฟานที่ยืนดูอยู่บนอุกกาบาตจุดพักถึงกับเหงื่อตก "บัดซบ! นี่มันไม่ใช่การประลองแล้ว นี่มันคือการประหารหมู่!ต่อให้หลินเทียนเก่งแค่ไหน แต่ต้องรับมือกับพลังระดับผสานจิตวิญญาณขั้นกลางถึงสิบคนพร้อมกัน..."
หลินเทียนยืนอยู่ตรงกลางวงล้อมท่ามกลางพายุหิมะและหมอกพิษสีม่วงที่พัดกระหน่ำ เขาหลับตาลงอย่างช้าๆกระบี่มังกรพลิกฟ้าถูกลดระดับลงชี้ไปที่พื้นอุกกาบาต
> **"เมื่อฝูงไฮยีน่ารวมตัวกันพวกมันมักคิดว่าสามารถล้มราชสีห์ได้... ทว่าพวกมันหารู้ไม่ว่าการรวมตัวกันอย่างแออัด... กลับทำให้ราชสีห์ ไม่จำเป็นต้อง 'เล็ง' เป้าหมายเลยแม้แต่น้อย"**
**มหาสงครามหนึ่งปะทะสิบและอาณาเขตเทพมังกร**
"ลงมือ!" เจี้ยนอู๋ซวงตวาด!
พริบตานั้นยอดฝีมือทั้งสิบคนพุ่งทะยานเข้าหาหลินเทียนพร้อมกันดุจดาวตกสิบดวง!
ห้าเงาพญายมใช้ 'วิชาเร้นเงาโลหิต' พุ่งหายตัวไปในความมืดก่อนจะโผล่ขึ้นมาจากใต้เท้าและด้านหลังของหลินเทียน!กรงเล็บจักรกลอาบพิษและเคียววิญญาณ ฟันเข้าใส่จุดตายทั้งห้าแห่งพร้อมกัน!
ในเวลาเดียวกันศิษย์สำนักดาบเหมันต์ทั้งสี่คน ก็ประสานค่ายกล 'กระบี่น้ำแข็งหมื่นปี' พุ่งทะลวงมาจากด้านหน้าสร้างกำแพงกระบี่น้ำแข็งนับพันเล่มพุ่งเข้าเสียบร่าง! ส่วนเจี้ยนอู๋ซวงกระโดดขึ้นสู่ท้องฟ้า ง้างกระบี่เล่มยักษ์ที่อัดแน่นด้วยสัจธรรมแห่งความหนาวเหน็บสับลงมากลางกระหม่อมของหลินเทียน!
การโจมตีที่ไร้จุดบอด! ไร้ทางหนี!ต่อให้เป็นยอดฝีมือขั้นปลายก็ต้องถูกบดขยี้จนแหลกเป็นผุยผง!
ทว่า...ในเสี้ยววินาทีที่ศาสตราวุธทั้งสิบกำลังจะสัมผัสผิวหนังของหลินเทียน!
*ตึกตัก!*
เสียงหัวใจมังกรครามเต้นเพียงหนึ่งครั้งทว่ามันกลับดังกังวานก้องไปทั่วอวกาศ! ดวงตาสีทองคำของหลินเทียนเบิกกว้าง!
**"อาณาเขตเทพมังกร:สูญสภาวะไร้กาลเวลา!" (Dragon God Domain: Absolute Void ofTime)**
*วูบบบบบบบบ!*
แสงสีม่วงทองสว่างวาบออกจากร่างของหลินเทียนกลายเป็นโดมพลังงานทรงกลมรัศมีสิบวา ครอบคลุมร่างของมือสังหารทั้งสิบคนเอาไว้!
ภายในอาณาเขตนี้...กฎเกณฑ์ของเวลาและแรงโน้มถ่วงถูก 'แช่แข็ง' โดยสมบูรณ์! ไม่ใช่เวทมนตร์น้ำแข็ง แต่เป็น 'สัจธรรมแห่งมิติ' ที่ถูกบีบอัดจนมวลสารไม่อาจขยับเขยื้อน!
กรงเล็บจักรกลของห้าเงาพญายมที่ห่างจากคอหลินเทียนเพียงหนึ่งมิลลิเมตร...หยุดนิ่ง!
กำแพงกระบี่น้ำแข็งนับพันเล่มที่พุ่งเข้ามา...ลอยค้างอยู่กลางอากาศ!
แม้แต่เจี้ยนอู๋ซวงที่ลอยอยู่เหนือหัว...ก็ถูกสตาฟไว้กลางสุญญากาศดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงสุดขีดที่ไม่สามารถเปล่งเสียงร้องออกมาได้!
ทุกคนยังคงมีสติรับรู้ ทว่าร่างกายกลับไม่ตอบสนองประหนึ่งถูกผนึกไว้ในก้อนอำพันกาลเวลา!
หลินเทียนยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางรูปปั้นมีชีวิตทั้งสิบคนเขาไม่ได้รีบร้อน ทว่าค่อยๆ ก้าวเดินอย่างเชื่องช้าเข้าไปหามือสังหารของหอหมื่นวิญญาณคนแรก
"พวกเจ้า...เชื่องช้าเกินไป" หลินเทียนกระซิบแผ่วเบา
เขาไม่ได้ใช้กระบี่มังกรพลิกฟ้าทว่าเขาเพียงแค่ยกมือซ้ายขึ้นมากำเป็นหมัด และชกเข้าไปที่ 'จุดตันเถียน' ของมือสังหารเงาพญายมคนที่หนึ่งอย่างราบเรียบ
*ผัวะ!* วินาทีที่หมัดกระทบเป้าหมายอาณาเขตแห่งเวลาในจุดนั้นถูกคลายออก!แรงกระแทกมหาศาลที่เกิดจากกล้ามเนื้อทะลวงมิติซัดร่างของมือสังหารคนนั้นจนเกราะจักรกลระเบิดกระจุย!เลือดและเศษเนื้อกระจายออกด้านหลังมันปลิวทะลุโดมพลังงานออกไปตกกระแทกพื้นอุกกาบาต สิ้นใจตายในหมัดเดียว!
หลินเทียนขยับตัวต่อเนื่อง! หมัด เข่าศอกถูกประเคนเข้าใส่จุดตายของมือสังหารหอหมื่นวิญญาณอีกสี่คนที่เหลืออย่างเป็นจังหวะจะโคนและโหดเหี้ยมที่สุด!
*ผัวะ! กร๊อบ! ตูมมม!*
ร่างของเงาพญายมทั้งห้าคนถูกเตะปลิวออกไปจากอาณาเขตเวลาทีละคนๆ ในสภาพที่กระดูกแหลกละเอียดไม่เหลือเค้าโครงของความหยิ่งยโสอีกต่อไป!
"เหลืออีกห้าคน"หลินเทียนหันกลับมาทางกลุ่มศิษย์สำนักดาบเหมันต์
เจี้ยนอู๋ซวงที่ลอยค้างอยู่กลางอากาศมองเห็นความตายของพันธมิตรทั้งห้าคนด้วยตาตนเองความหวาดกลัวระดับสุดขีดแล่นพล่านจนทำลายฤทธิ์ของ 'โอสถผลาญวิญญาณ' ไปจนหมดสิ้น! มันพยายามดิ้นรนรีดเร้นพลังลมปราณทั้งหมดจนเส้นเลือดตาทะลัก!
"ยะ... ย๊ากกกกกก!"
ด้วยพลังแฝงเฮือกสุดท้ายเจี้ยนอู๋ซวงสามารถทะลวงอาณาเขตเวลาของหลินเทียนได้สำเร็จ!มันร่วงหล่นลงมาบนพื้นอุกกาบาต หอบหายใจอย่างบ้าคลั่ง
"ถอย! ถอยเร็วเข้า!มันไม่ใช่คน!"เจี้ยนอู๋ซวงตะโกนบอกศิษย์น้องทั้งสี่คนที่เพิ่งหลุดจากพันธนาการ
ทว่า...หลินเทียนได้ชักกระบี่มังกรพลิกฟ้าออกมาแล้ว!
**กระบี่ผ่าสวรรค์และจุดจบของกระบี่ไร้เปรียบ**
> **"เมื่อดาบถูกชักออกจากฝักย่อมไม่มีคำว่าปรานี... สัจธรรมแห่งการต่อสู้ ไม่เคยสอนให้หันหลังให้ศัตรูที่กำลังวิ่งหนี"**
"วิชากระบี่นิรนามกระบวนท่าที่หก... **ดาราดับสูญ สังสารวัฏพังทลาย!**" (6th Stance:Extinguished Star, Collapsing Samsara!)
หลินเทียนไม่ได้วิ่งไล่ตามทว่าเขากำด้ามกระบี่ด้วยสองมือ และปักใบดาบสีดำขลับลงไปบนพื้นศิลาอุกกาบาตอย่างรุนแรง!
*เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงงง!*
ปราณอัสนีสีม่วงทองและแสงสว่างสีขาวบริสุทธิ์ระเบิดลงสู่ใต้ผืนดิน!ก่อนที่มันจะพุ่งทะลวงขึ้นมาจากรอยแยกใต้เท้าของศิษย์สำนักดาบเหมันต์ทั้งสี่คนที่กำลังหันหลังวิ่งหนี!
เสาแสงอัสนีสี่เสาพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ากลืนกินร่างของศิษย์ทั้งสี่คนเข้าไปในพริบตา!เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่ร่างของพวกมันจะถูกแผดเผาและฉีกกระชากระดับอะตอมจนกลายเป็นเพียงละอองแสงสีขาวที่ล่องลอยไปในอวกาศ! ไม่เหลือแม้แต่เถ้ากระดูก!
เจี้ยนอู๋ซวงที่วิ่งนำหน้าไปได้ไกลที่สุดหันกลับมามองแสงสว่างที่กลืนกินศิษย์น้องของมันขาทั้งสองข้างของมันอ่อนปวกเปียกจนล้มทรุดลงคลุกฝุ่นกระบี่น้ำแข็งในมือร่วงหล่นลงพื้น
"มะ... ไม่... ได้โปรด...ข้ายอมแพ้... ข้ายอมจำนนแล้ว!" อัจฉริยะอันดับหนึ่งผู้เคยเย่อหยิ่งและสูงส่งบัดนี้กำลังร้องไห้ฟูมฟาย ถอยกรูดไปตามพื้นศิลา น้ำหูน้ำตาไหลพรากมันสูญเสียความหยิ่งยโสไปจนหมดสิ้น!
หลินเทียนดึงกระบี่มังกรพลิกฟ้าขึ้นมาจากพื้นเขาค่อยๆ ก้าวเดินเข้าไปหาเจี้ยนอู๋ซวงอย่างเชื่องช้าเสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นศิลาดังกึกก้องประหนึ่งเสียงนับถอยหลังสู่นรก
"ข้ายอมแพ้แล้ว! ท่านเจ้าวิหาร!ขอกดปุ่มยอมแพ้!" เจี้ยนอู๋ซวงตะโกนร้องขอชีวิตจากระเบียงวีไอพี
"กฎของการประลองรอบพิเศษนี้...ไม่มีคำว่ายอมจำนน จนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะแหลกสลาย"เสียงของหลินเทียนดังกังวานเยือกเย็น เขาเดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าเจี้ยนอู๋ซวงปลายกระบี่สีดำขลับจดจ่ออยู่ที่คอหอยของอัจฉริยะผู้พ่ายแพ้
หลินเทียนก้มลงมองดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดผวาของมัน
> **"ความตาย...ไม่ได้น่ากลัวสำหรับผู้ที่เตรียมใจมาเผชิญหน้ากับมัน...ทว่ามันน่าสะพรึงกลัวที่สุด สำหรับผู้ที่เคยคิดว่าตนเองจะไม่มีวันตาย...จงจดจำรสชาตินี้ไว้ เจี้ยนอู๋ซวง รสชาติของสัจธรรมที่เจ้าเคยดูแคลน"**
*ฉัวะ!*
หลินเทียนตวัดกระบี่ด้วยความเร็วที่ตามองไม่เห็นประกายแสงสีทองวาบผ่านลำคอของเจี้ยนอู๋ซวง!
ศีรษะของกระบี่ไร้เปรียบหลุดกระเด็นออกจากบ่าเลือดสีแดงสดพุ่งทะลักขึ้นสู่อวกาศ ร่างที่ไร้วิญญาณล้มตึงลงกับพื้น...หนึ่งในสี่มหาอัจฉริยะแห่งนครสวรรค์ จบชีวิตลงอย่างน่าสมเพชที่สุดบนสมรภูมิที่มันเคยคิดว่าจะมาเป็นผู้ล่า!
**ความพินาศของมหาอำนาจและผู้เฝ้ามองจากสุริยัน**
ความเงียบ... ความเงียบงันที่ลึกดิ่งจนแทบจะทำให้หัวใจของผู้ชมหยุดเต้นเข้าปกคลุมสมรภูมิสุดยอดดาราอีกครั้ง!
สิบอัจฉริยะระดับท็อปจากสองมหาอำนาจถูกบดขยี้จนสิ้นซากภายในเวลาไม่ถึงสามลมหายใจ!การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่การแลกกระบวนท่า แต่มันคือ **'การประหารชีวิตฝ่ายเดียว'** ของสัตว์ประหลาดในคราบมนุษย์!
บนระเบียงวีไอพีของสำนักดาบเหมันต์และหอหมื่นวิญญาณผู้นำทั้งสองสำนักนั่งตัวสั่นระริก ใบหน้าซีดเผือดดุจกระดาษพวกมันสูญเสียศิษย์เอกที่เป็นความหวังสูงสุดของสำนักไปจนหมดสิ้น! และที่สำคัญ...พวกมันเพิ่งจะตระหนักได้ว่า พวกมันได้สร้างศัตรูที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในมหาทวีปขึ้นมาแล้ว!
"มัน... มันไม่ใช่คน...มันคือปีศาจที่เกิดมาเพื่อล้างผลาญสวรรค์!"เจ้าสำนักเหมันต์พึมพำอย่างเสียสติ
หลินเทียนสะบัดเลือดออกจากกระบี่ก่อนจะเก็บมันเข้าฝัก เขายืนท่ามกลางกองศพของอัจฉริยะททั้งสิบ แผ่นหลังยืดตรงท้าทายสายตาของเทพเจ้าทุกองค์บนระเบียงวีไอพี!
"ผู้ชนะ... นิรนาม!ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ!" เสียงประกาศของผู้อาวุโสไป๋มู่ดังก้องแม้แต่น้ำเสียงของท่านก็ยังแฝงไปด้วยความหวาดหวั่น
ทว่า...ในจังหวะที่การต่อสู้ดูเหมือนจะจบลงนั้นเอง!
*วูบบบบบบบบ!*
ดวงอาทิตย์สีเงินที่อยู่ใจกลางสมรภูมิสุดยอดดาราพลันเกิดความผันผวนอย่างรุนแรง! มันไม่ได้สาดแสงเพื่อจับคู่ประลองทว่าพื้นผิวของดวงอาทิตย์กลับ 'บิดเบี้ยว' และเปิดออกเป็นรอยแยกมิติขนาดยักษ์!
แรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าหลินเทียนยิ่งกว่าประมุขอัสนีม่วง หรือแม้แต่เจ้าวิหารพิสุทธิ์!แผ่ซ่านออกมาจากรอยแยกดวงอาทิตย์! มันคือพลังระดับ **'จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริง' (True HolyEmperor Realm)**!
แสงสีขาวบริสุทธิ์ตาบอดพุ่งทะยานลงมาจากรอยแยกนั้นลงมายืนอยู่บนลานอุกกาบาตห่างจากหลินเทียนไปเพียงสิบวา!ร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่ถูกห่อหุ้มด้วยแสงสว่างจนมองไม่เห็นใบหน้าทว่าปีกแสงสว่างหกปีกที่สยายอยู่เบื้องหลังบ่งบอกถึงตัวตนที่เป็นดั่งตัวแทนของสรวงสวรรค์ที่แท้จริง!
"การละเล่นของเด็กน้อย...สมควรจบลงได้แล้ว" เสียงที่ไร้อารมณ์และแฝงไปด้วยอำนาจเด็ดขาดดังก้องกังวาน"สัจธรรมจอมปลอมของเจ้า ทำให้ลานประลองของข้าต้องแปดเปื้อน"
หลินเทียนหรี่ตาลงดวงตาสีทองคำของเขาจับจ้องไปยังบุรุษปริศนาหกปีกมือขวาของเขากลับไปกุมด้ามกระบี่มังกรพลิกฟ้าอีกครั้ง สัญชาตญาณมังกรในจุดตันเถียนคำรามเตือนถึงภัยคุกคามระดับสูงสุดที่ไม่เคยพานพบมาก่อน!
ศัตรูที่แท้จริงของนครสวรรค์...ได้ปรากฏตัวขึ้นแล้ว!
**จบบทที่ 54 (มังกรพิฆาตสิบดารา)**