วรดาสะดุ้งขึ้นด้วยความใเมื่อได้ยินเสียงเรียกคุ้นหูทุกสรรพสิ่งที่กำลังเคลื่อนไหวพลันหยุดชะงักไปชั่วขณะ ร่างกายของเธอราวกับถูกสาปให้แข็งทื่อความหวาดหวั่นเริ่มแผ่กระจายไปทั่วทุกอณู
กลัวคนเป็ป้าจะรู้เหลือเกินว่าเธอกำลังคิดไม่ซื่อกับเ้านายของตัวเองอยู่
“คะ” วรดาขานรับหลังจากรวบรวมสติแล้วหันกลับไปหาเ้าของเสียง
ใบหน้าสวยดูหม่นแสงลงไปถนัดตา จนผู้เป็ป้าอย่างกานดารู้ได้โดยไม่ต้องเอ่ยปากถามหญิงวัยกลางคนถอนหายใจออกมาอย่างคนคิดไม่ตก
“วิว” กานดาหยุดพูดขณะมองเข้าไปในดวงตาหม่นเศร้าของหลานสาว “อะไรที่มันเป็ของเรา ยังไงมันก็คือของของเราโดยที่ไม่ต้องพยายามให้ตัวเองเหนื่อย แต่อะไรที่มันไม่ใช่ของของเรา ต่อให้เราพยายามสักแค่ไหน มันก็ไม่ใช่อยู่ดีนะลูกมันจะเหนื่อยเปล่า การที่เรารักใครสักคนมันไม่ผิด”
หัวใจของหญิงสาววูบโหวง คำพูดของป้ากระแทกเข้ากลางความรู้สึกประหนึ่งคลื่นลูกใหญ่ที่กำลังสาดซัดเข้าหายชายฝั่ง
วรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอคิดว่าตัดสินใจดีแล้วที่บอกอติรุจน์ออกไปแบบนั้นและที่สำคัญเธอจะได้ตัดใจั้แ่ที่ยังไม่รู้สึกอะไรกับเขาไปมากกว่านี้
“ป้าไม่อยากเห็นวิวต้องมาเสียใจอีก” กานดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเห็นวรดาซึมแบบนี้เธอก็พลอยเศร้าตามไปด้วย
วินาทีนั้นขาของเธอหนักอึ้งแทบก้าวต่อไม่ไหวในหัวมีแต่ภาพเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่ทำให้เธอเข้าใจผิด คิดว่าเขามีใจให้จริง ๆ
อติรุจน์หลอกเธอ
แล้วเขาก็หลอกเธอได้จนสำเร็จด้วย
สายตาของคนผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนหรี่แคบลงหลานสาวเธอมีใจให้ลูกชายเ้าของฟาร์ม
“บางทีสิ่งที่เรากำลังเห็นมันอาจจะไม่ใช่ความจริงทุกหมดก็ได้นะลูก”
“แต่เขากอดเอวกันมาขนาดนั้น ดูเหมือนคุณรุจเขาก็เต็มใจให้กอดด้วยนะคะ” วรดาโผล่งออกมาด้วยความลืมตัว
“ถ้าคุณรุจเขาจะเอาเป็แฟนป่านนี้เขาคงมีลูกด้วยกัน สี่ห้าคนไปแล้ว”
วรดาชะงัก “ยังไงคะ?”
“ผู้หญิงคนนั้นน่ะ เขาเป็ลูกพี่ลูกน้องกัน เป็จป[1]. ที่โรงงานนี้แหละ ”
“โรงงาน?” คิ้วของวรดาพันเข้าหากัน เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าที่นี่มีโรงงานด้วย
“ก็ทางที่คุณรุจเขาขับมานั่นแหละวิวเห็นถนนที่ทอดยาวไปฝั่งนู้นมั้ย ตรงไปอีกประมาณสักห้า-หกกิโล
จะเป็โรงงานผลิตปุ๋ยและโกดังเก็บปุ๋ยของคุณรุจเขามีทั้งปุ๋ยหมักชีวภาพแบบอัดเม็ดจากขี้วัว ทั้งปุ๋ยแบบที่เป็เคมี”
“…” วนดานิ่งฟังความเสียใจเมื่อสักครู่หายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น
“ไม่แค่นั้นนะ ฝั่งทางนี้อีก ตรงไปนู้นอีกเกือบสาม-สี่กิโล” มือคนพูดชี้นิ้วไปตามทางที่แยกออกไปอีกทางด้านหนึ่ง“เป็สวนผลไม้ตามฤดูกาลที่เขาปลูกไว้ให้คนงานได้กินตลอดกันทั้งปี เขาไม่ขายด้วยนะ บอกว่าปากท้องของคนงานสำคัญกว่าใครที่ได้เข้ามาเป็คนงานที่นี่ถือว่าโชคดีมาก มีเ้านายแบบคุณรุจ และที่สำคัญทั้งพ่อและแม่ของเขายังใจดีมากๆ ด้วย”
วรดามองตามมือของญาติผู้ใหญ่ที่กำลังชี้บอกเธอไปทางด้านซ้ายแต่เป็ด้านขวาของกานดาภาพอาณาจักรกว้างใหญ่ค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้นในความคิด“แล้วคนงานที่นี่มีกี่คนคะ”
“เกือบ ๆ สองร้อยคนได้” ดวงตาของคนฟังเบิกกว้างขึ้นจนคนทำหน้าที่เล่าหัวเราะเสียงดังออกมา “คุณรุจเขาเก่งมากเลยนะอายุแค่นี้แต่สามารถบริหารจัดการได้ดีเลยล่ะ”
วรดามองใบหน้าของกานดาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เธอจึงทำได้เพียงอมยิ้มเล็กน้อยส่งไปให้แทน
หลังจากได้ฟังในสิ่งที่กานดาเล่ามันทำให้รู้สึกเธอทึ่งในความสามารถของเขามาก ทั้งการบริหารการจัดการผู้คนทั้งจัดการที่ดินผืนใหญ่นี้ด้วย แต่อีกใจกลับรู้สึกว่าช่องว่างระหว่างอติรุจน์กับเธอช่างกว้างเกินกว่าจะอยู่ใกล้กันเหลือเกิน
“เฮีย จะพาอ้อมไปไหน มันเลยออฟฟิศมาแล้วนะ” อัสมาพูดออกมาอย่างสงสัยไหนบอกเธอว่าไปคุยธุระกันที่ออฟฟิศยังไงล่ะ แล้วทำไมขับเลยมาจนจะถึงบ้านอยู่แล้ว
“เฮีย!!”
คราวนี้อัสมาสะกิดที่ไหล่แถมยังเรียกอติรุจน์เสียงดัง จนอติรุจน์ต้องรีบชะลอความเร็วของรถลง ทว่าชายหนุ่มกลับไม่ตอบคำถามของน้องสาวที่เป็ลูกพี่ลูกน้องกัน เลือกขับรถต่อไปจนถึงหน้าบ้าน
“แก้วหูเฮียจะแตกแล้ว” อติรุจน์พูดขึ้นหลังจากที่ขับรถมาถึงหน้าบ้านและจอดรถเรียบร้อยดีแล้ว
“ก็แล้วทำไมเฮียไม่ตอบ!” อัสมาว่าอย่างหัวเสีย ถ้าเขาตอบเธอจะะโถามเขามั้ย
“คุยกันที่บ้านนี่แหละคุยกันเสร็จแล้วจะได้ทานข้าวเย็นต่อเลย นี่ก็จะห้าโมงเย็นแล้ว”
“เอางั้นก็ได้ค่ะ” หญิงสาวตอบรับอย่างว่าง่าย จากนั้นจึงเดินเข้าบ้านไปหาญาติผู้ใหญ่แทนเพราะเธอไม่ได้เจอท่านทั้งสองนานแล้ว
จริงอยู่ที่เธอมาทำงานที่นี่ทุกวันแต่ก็ใช่ว่าเธอจะเจอท่านทุกวัน ด้วยหน้างานของเธอที่ต้องเข้าโรงงานแทบทั้งเดือนน้อยนักเธอจะได้มานั่งทำงาน ในออฟฟิศที่มีแอร์เย็นสบาย ๆ แบบคนอื่นเขา
สองหนุ่มสาววัยกลางคนกำลังคุยกันอย่างเมามันโดยไม่ได้รับรู้การมาใหม่ของใครบางคนแม้แต่น้อย
อัสมาเดินย่องเบามาทางด้านห้องนั่งเล่น ได้ยินคู่ผัวเมียวัยกลางคนกำลังคุยกันเื่ต้นไม้ที่จะนำมาปลูกเพิ่มในฟาร์มคุยกันไปมาทำไมกลายเป็ว่าจะเกิดศึกกันเสียอย่างนั้น
“คุณว่า เราซื้อต้นไม้มาปลูกเพิ่มดีมั้ยคะ” เสียงผู้เป็ภรรยาเอ่ยถาม ความคิดเห็นของสามีตัวเอง
“แค่นี้ลูกค้าที่มาฟาร์มเรา ก็พากันคิดว่าที่นี่จัดงานพฤกษศาสตร์แล้วนะคุณ” ครองภพคิดว่าสิ่งที่พูดกับภรรยาไม่เกินจริงนัก
ลูกค้าที่เข้ามาที่นี่ต่างก็พูดเป็เสียงเดียวกันว่าเหมือนอย่างกับจัดงานพฤกษศาสตร์อย่างไรอย่างนั้นนั่นเพราะต้นไม้ที่ปลูกมีหลากหลายชนิด นอกจากจะให้ร่มเงาที่ร่มรื่นแล้ว ยังออกดอกสีส้นสวยงามสะดุดตา
“จิ! เอ๊ะ!! คุณนี่มันไม่ดีเหรอคะ ที่ฟาร์มของเรามองไปทางไหนก็มีสีสัน สวยจะตายไป”
“มันดีมากคุณ มองดูแล้วมันมีสีสันพาให้สดชื่นแต่แค่นี้มันก็มากมายแล้ว นี่ยังไม่รวมกับโซนฝั่ง ที่เป็สวนผลไม้นะคุณ แค่จำพวก ‘ตระกูลพฤกษ์[2]’ นี่ก็ครึ่งฟาร์มไปแล้ว”
“ยังไม่หมดนะคุณ ยังเหลือกาฬพฤกษ์[3] รัตนพฤกษ์ [4]แล้วก็วัชรพฤกษ์[5]อีก งั้นเอาตามนี้เลยค่ะพรุ่งนี้ฉันจะเข้าเมืองไปจัดการให้เรียบร้อย”
เคียงดาวตาลุกวาวขึ้นมาทันทีหลังพูดจบขอบคุณสามีเธอมากที่พูดเื่พืชชนิดนี้ขึ้นมา เธอเป็คนที่ชื่นชอบพืชตระกูลนี้มากอยู่แล้วชอบมากชนิดที่ว่าเอาไปตั้งเป็ชื่อของลูกคนแรกของตัวเองเลย
ครองภพได้ยินสิ่งที่ภรรยาบอกมา ก็ได้แต่ส่ายหัวเขาผู้ซึ่งเป็สามีไม่สามารถห้ามปรามภรรยาได้แม้แต่น้อยเพราะฉะนั้นแล้วสิ่งที่เขาพูดได้ในตอนนี้มีเพียงคำว่า ‘ครับ’ คำเดียวเท่านั้น
“เหมือนมีใครพูดนะคะ ว่าพรุ่งนี้จะเข้าไปในเมืองให้อ้อมไปด้วยได้มั้ยคะ” อัสมาที่แอบลุ้นอยู่นาน ว่าสองหนุ่มสาววัยกลางคนจะเกิดศึกกันมั้ยก็ลุ้นเอาแทบตาย
“ยัยอ้อม มาเมื่อไหร่กันลูกป้าไม่เห็นได้ยินเสียงเลย”
“นั่นสิ ลุงก็ไม่เห็นจะได้ยินเสียงคนเดินมาเลย”
“สวัสดีค่ะ คุณป้า คุณลุง” อัสมายกมือขึ้นไหว้ญาติผู้ใหญ่อย่างนอบน้อมก่อนจะฉีกยิ้มสดใสส่งไปให้ “มาตอนได้ยินเสียง ผู้บ่าวกับผู้สาวกำลังเถียงกันพอดีเลยค่ะ”
“ถึงว่าล่ะทำไมลุงไม่ได้ยินเสียงของป้าเราดังกลบหมดนี่เอง” ครองภพว่าออกมาอย่างขำขัน จนสองสาวยิ้มขำตามไปด้วย
“ว่างแล้วเหรอลูก ถึงเข้ามาหาป้าได้ปกติเจอตัวยากจะตาย ขนาดอยู่ใกล้แค่นี้เอง ทำอย่างกับว่าอยู่กันคนละที่”
“ป้าเคียงก็บอกให้เฮีย อย่าขยันเกินไปสิคะใช้งานอ้อมอย่างกับหุ่นยนต์ เสาร์อาทิตย์อ้อมแทบจะไม่ได้หยุดกับเขาเลย”
“ไอ้อ้อมหยุดโม้ แล้วมาคุยงานเร็ว” เสียงของอติรุจน์ะโตามหลังเข้ามา ก่อนที่เ้าตัวจะเดินเข้ามาในห้องเพื่อเรียกอัสมาไปคุยงาน ในห้องทำงานของตัวเอง ซึ่งอยู่ถัดไปห้องข้างกัน
“มากับพี่เขาเหรอลูก ป้าก็นึกว่าคิดถึงเลยแวะมาหา”
“แหะๆ” หญิงสาวหน้าตาสะสวยแต่มีบุคลิกห้าวเป็สาวเท่ เผยรอยยิ้มเขินอายออกมา“ป้าเคียงเห็นมั้ยคะว่าเฮียใช้งานอ้อมหนักขนาดไหน” อัสมาเฉไฉเปลี่ยนเื่อื่น ไปอย่างหน้าตาเฉย
“ตารุจนี่! อย่าใช้งานน้องหนักสิ”
อัสมาพยักหน้าขึ้นลงงึกงักอย่างเห็นด้วย
“ใช้งานที่ไหนกันละครับผมลากมาให้พ่อกับแม่เห็นเลยนะ ว่าหลานสาวของแม่ยังสบายดี” ว่าจบอติรุจน์ก็เดินออกไปห้องนั่งเล่น
ทว่ากลับต้องชะงักเพราะเจอกับคนตัวเล็กกำลังเดินเข้ามาในบ้านพอดี
หญิงสาวจึงเดินเลี่ยงเข้าไปทางห้องครัวเป็จังหวะเดียวกันกับที่อัสมาเดินตามออกมาพอดี
“เร็วๆ เลยเฮีย ฝนจะตกแล้วด้วย ข้าวก็หิว” อัสมาที่เดินตามหลังอติรุจน์ออกมามองไม่เห็นหญิงสาวหน้าตาน่ารักคนนั้นก่อนจะเปิดประตูเข้าห้องทำงานเพื่อไปคุยธุระต่อกับชายหนุ่ม
วรดาเดินเข้ามาในบ้านได้เธอก็รีบหันปลายเท้าไปทางห้องครัวอย่างรวดเร็วเพราะเธอได้ยินเสียงของอติรุจน์ กำลังคุยอยู่กับพ่อแม่เขาทางห้องนั่งเล่น
ตอนแรกที่เดินเข้ามาเธอมองไม่เห็นเขาทว่าในตอนที่กำลังจะเดินเลี้ยวซ้ายไปทางห้องครัวหางตาของเธอเห็นว่าเป็อติรุจน์เดินออกมาจากห้องพอดีเธอจึงรีบเดินเลี่ยงเข้ามาในครัว
“กับข้าววันนี้อะไรอร่อยมาก ๆ เลยค่ะ แปลว่าฝีมือของน้าก้านยังไม่ตก” เสียงใสเจื้อยแจ้วจากแขกของบ้านว่าอย่างเป็กันเองขณะหันไปทางกานดาที่ยืนอยู่ไม่ไกลกัน
“ที่ไหนกันละคะคุณอ้อมฝีมือของน้าถอยหลังลงมาเยอะแล้วค่ะ ที่คุณ ๆ ทานกันมื้อนี้ เป็ฝีมือของยัยวิวทั้งนั้นเลย” กานดาพูดอย่างคนถ่อมตน ่หลัง ๆ ที่วรดามาอยู่ที่นี่หญิงสาวมักจะเป็คนทำซะส่วนใหญ่
“ใครเหรอคะคนที่น้าก้านว่า แฟนเฮียเหรอ” อัสมาหันมาถามผู้เป็ป้าของเธอที่นั่งด้านข้างกันก่อนจะหันไปถามพี่ชายตัวเอง ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
“เปล่า ยังไม่ใช่แฟนหรอก” ชายหนุ่มตอบด้วยท่าทีสบาย อย่างไม่คิดอะไรมาก
“หมายความว่าไงอะเฮีย ยังไม่ใช่แฟนงั้นแสดงว่า มีลุ้นงั้นสิเฮีย” ใช่มั้ยหรือว่าเธอเข้าใจอะไรผิดไป “อ้อมไม่ได้มาบ้านป้าเคียงนานรู้สึกเหมือนตกข่าวอย่างไงไม่รู้เลยค่ะ” อัสมายังคงพูดต่อโดยที่ครั้งนี้เธอหันมาหาคนที่นั่งอยู่ด้านข้างของตัวเอง
“ไม่อยากเข้ามาหาป้าบ่อย ๆ ดีนัก” เคียงดาวว่าให้หลานตัวเองอย่างไม่จริงจังเท่าไหร่
หลานสาวของเธอคนนี้ ออกแนวสาวเท่ห์ ห้าวๆ หน่อยแตกต่างจาก ‘เพียงพิมพ์’ คนเป็แม่มาก รายนั้นจะออกแนวเรียบร้อยเสียมากกว่า
“พลาด! อ้อมพลาดมากเลยค่ะ ที่ไม่ได้เข้ามา วันต่อ ๆ ไป สงสัยอ้อมคงต้องมาฝากท้องที่นี่ก่อนกลับบ้านซะแล้วจะได้ไม่พลาดข่าวอีก”
สามพ่อแม่ลูกพอได้ฟังอย่างนั้นถึงกับต้องพากันส่ายหน้า ให้กับคำพูดของอัสมา ใคร ๆ ต่างก็รู้เื่ความก๋ากั่นกับคำพูดเป็ต่อยหอยของหญิงสาวคนนี้
“ไม่ใช่เพราะคิดถึงป้ากับลุงอีกแล้วแต่เป็เพราะกลัวว่าตัวเองจะพลาดข่าวอีก” ครองภพพูดแหย่หลานสาวตัวเอง ที่ไม่มีทีว่าจะหยุดพูดลงได้เลย
“คิดถึงสิคะ แต่เื่ใส่ใจเื่ของคนอื่นนี่อ้อมก็ทิ้งไม่ได้เหมือนกันค่ะ” อิอิ ความใส่ใจเื่ของคนอื่น ต้องนัมเบอร์วันอยู่แล้วแต่ส่วนเื่คิดถึงพี่สาวของแม่ เธอขอเรียงลำดับเอาไว้ทีหลังแล้วกัน
ฮ่า ฮ่า ฮ่า
[1] (เ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ)คือบุคลากรที่ได้รับการรับรองตามกฎหมาย ทำหน้าที่หลักในการดูแล ตรวจสอบควบคุมและป้องกันอุบัติเหตุในที่ทำงาน ตามกฎหมายใหม่ (พ.ศ. 2565) ต้องทำงานในโรงงานหรือสถานประกอบการที่มีพนักงาน100 คนขึ้นไป โดยเน้นการประเมินความเสี่ยงและฝึกสอนด้านความปลอดภัย
2 โรงงานตระกูลพฤกษ์หรือกลุ่มไม้มงคลลงท้ายด้วย"พฤกษ์" ตรวจสอบพืชในสกุล Cassia (วงศ์ย่อยราชพฤกษ์ Caesalpinioideae)ขึ้นและเป็ไม้ยืนต้นที่ทนทานโตเร็วออกดอกสวยงามเป็ช่อหมายถึงราชพฤกษ์(เหลือง), กัลปพฤกษ์ (ชมพูอ่อน/ขาว), ชัยพฤกษ์ (ชมพูเข้ม) และกาฬพฤกษ์(ชมพูอมส้ม)นิยมปลูกเพื่อให้ระบบนี้สิริมงคล
[3]กาฬพฤกษ์ เป็พรรณไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในแถบเขตร้อนของทวีปอเมริกา และอเมริกาใต้โดยพบครั้งแรกในป่าดิบชื้นของอเมริกากลาง และอเมริกาใต้ เช่น ป่าอเมซอนจากนั้นจึงได้แพร่กระจายไปยังเขตร้อนต่างๆทั่วโลกซึ่งส่วนมากจะเป็การกระจายพันธุ์โดยมนุษย์ที่นำไปเพาะปลูกเป็ไม้ประดับโดยมีการบันทึกไว้ดังนี้พบเปอร์โตริโกในปี พ.ศ.2424 มีชื่อพื้นถิ่นว่า canafistulacimarrona พบในเบอร์มิวดาในปี พ.ศ.2461 และในปี พ.ศ.2467 มีรายงานว่าพบในเซนต์โทมัสเซนต์ครอย คิวบา จาเมกา และทวีปอเมริกาเขตร้อน เป็ต้นส่วนในทวีปเอเชียพบการปลูกอย่างแพร่หลายเป็ไม้ประดับในมาเลเซียประเทศเอเชียใต้กัมพูชา และเวียดนามตอนใต้ สำหรับในประเทศไทยพบได้ในทุกภาคของประเทศ
[4]รัตนพฤกษ์ หรือ คูนสายรุ้ง (Rainbow Shower Tree) เป็ไม้ต้นพันธุ์ผสมระหว่างราชพฤกษ์และกัลปพฤกษ์(หรือชัยพฤกษ์) ดอกมีสีสวยงามผสมระหว่างสีเหลืองและชมพูอ่อนถึงเข้มโดดเด่นด้วยช่อดอกห้อยระย้าใน่เดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม เป็ไม้ประดับที่ทนทานดูแลรักษาง่าย และนิยมปลูกให้ร่มเงาตามบ้านหรือสถานที่ต่างๆโดยไม่ผลัดใบในหน้าแล้งเหมือนคูนทั่วไป
[5]วัชรพฤกษ์หรือวชิรพฤกษ์ (Siam White Shower) คือชื่อเรียกของต้นคูนขาวไทยหลายชนิดไม้มงคลลูกผสมระหว่างราชพฤกษ์(คูน) และกัลปพฤกษ์