ตอนที่ 26
รับเอาไว้
“นี่เ้ายังไม่กลับห้องอีกงั้นหรือ”ระหว่างจูอิงกำลังอ่านตำราอยู่ภายในห้องหนังสือของหวังอี้ฝู่จนดึกดื่นร่างของศิษย์สำนักปราบมารผู้สวมใส่หน้ากากกวางกลับเอ่ยคำถามออกมาด้วยท่าทีสงสัยเพราะตัวจูอิงนั้นนั่งนิ่งอยู่ข้างโต๊ะหนังสือมาเนิ่นนานแล้วหากนางไม่ได้พลิกหน้ากระดาษเป็ระยะ ฉินิผู้นี้ก็คงคิดว่านางอาจจะเผลอหลับทั้งท่านั่งไปแล้วก็ได้
“เอ๊ะ ดึกขนาดนี้แล้วงั้นหรือ” จูอิงยามถูกฉินิทักเข้าก็มองออกไปข้างนอกด้วยท่าทีประหลาดใจเพราะตำราแพทย์ภายในห้องหนังสือของหวังอี้ฝู่ล้วนแล้วแต่เป็ตำราแพทย์หายากที่นางไม่มีทางได้อ่านจากโรงหมอที่นางเคยทำงานอย่างแน่นอนยิ่งจูอิงรู้สึกว่าวิชาเหล่านี้น่าจะใช้ช่วยเหลือชุนหยางได้นางก็ยิ่งตั้งใจศึกษาสุดท้ายนางก็เลยนั่งอ่านเสียจนลืมเวลาอย่างที่เห็น
“ขอโทษนะเ้าคะข้าลืมเวลาไปหน่อยเลยต้องลำบากท่านนั่งเฝ้าเช่นนี้อีกแล้ว”จูอิงถอนหายใจออกมาก่อนจะหันไปขอโทษฉินิด้วยท่าทีรู้สึกผิดถึงตอนนี้ชุนหยางและจูอิงจะให้ความร่วมมือกับหวังอี้ฝู่เป็อย่างดีแต่เหล่าองครักษ์ของหวังอี้ฝู่ต่างก็ไม่อาจวางใจผู้ฝึกฝนวิชามารได้ทันทียามจูอิงอ่านตำราจนดึกดื่นก็เลยต้องมีศิษย์สำนักปราบมารเฝ้านางเอาไว้สักคน
“เ้าอยากจะอ่านก็อ่านไปเถอะถึงอย่างไรข้าก็ต้องเฝ้าพวกเ้าตลอดเวลาอยู่แล้ว” ฉินิภายใต้หน้ากากกวางยามนี้ดูท่าทีอ่อนน้อมกว่าตอนแรกพบมากเหล่าองครักษ์ทั้งสี่ของหวังอี้ฝู่ต่างก็ได้รับทราบเื่ราวทั้งหมดแล้วไม่ว่าจะเป็เื่ที่ชุนหยางและจูอิงจะอยู่ภายในเรือนของหวังอี้ฝู่เพื่อหาทางกำจัดวิชามารออกจากร่างรวมไปถึงสาเหตุที่คนทั้งสองฝึกฝนวิชามารด้วยถึงเหล่าศิษย์สำนักปราบมารจะจงเกลียดจงชังผู้ฝึกฝนวิชามารมากแต่ก็ใช่ว่าพวกเขาจะไร้หัวใจและไม่ยอมฟังเหตุผลของผู้อื่น
ชุนหยางนั้นนอกจากจะใช้ร่างกายของตัวเองทดลองจนาเ็สาหัสอยู่หลายครั้งเขายังเริ่มช่วยท่านาุโปรับแต่งเคล็ดวิชาเพื่อหาทางทำให้วิชามารราคะกลายเป็วิชาที่ไม่มีผลร้ายให้ได้ส่วนแม่นางจูอิงผู้นี้ก็ตั้งหน้าตั้งตาศึกษาตำราทุกวันทั้งๆที่ภายในห้องหนังสือของหวังอี้ฝู่มีแต่ตำรายากๆที่พวกองครักษ์ต่างก็ส่ายหน้าหนีกันทั้งนั้นแท้ๆ
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านฉินิเช่นนั้นข้าขออ่านต่ออีกหน่อยนะเ้าคะ” จูอิงยิ้มหวานออกมาก่อนจะก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือต่อโดยที่ฉินิก็ไม่ได้คัดค้านอะไรใน่หลายวันที่ผ่านมาจูอิงสร้างความประหลาดใจให้หวังอี้ฝู่อย่างคาดไม่ถึงแม้นางจะช่วยเื่การปรับแต่งวิชาไม่ได้แต่นางก็คิดค้นสูตรยาขึ้นมาสูตรหนึ่งโดยสูตรยานั้นสร้างขึ้นมาเพื่อระงับความกระหายของผู้ฝึกฝนวิชามารโดยเฉพาะถึงมันจะไม่ใช่ทางแก้ไขปัญหาทั้งหมดแต่มันก็เป็ยาที่น่าสนใจไม่น้อยหากเหล่าศิษย์สำนักปราบมารพกยาตัวนี้เอาไว้แล้วใช้มันกับผู้ฝึกฝนวิชามารที่กำลังคลุ้มคลั่งได้ละก็การกับกุมผู้ฝึกฝนวิชามารก็จะง่ายขึ้นเยอะเลยทีเดียว
.
.
.
“สำเร็จ...หรือเปล่านะ”หลังจากคิดค้นสูตรและใช้สมุนไพรของหวังอี้ฝู่ไปเป็จำนวนมากในที่สุดจูอิงก็สร้างตัวยาแรกออกมาได้สำเร็จ เพียงแต่ยาตัวนี้หากใช้กับคนธรรมดาก็ไม่ต่างอะไรกับยาบำรุงพลังิญญาทั่วไปนักทางเดียวที่จะพิสูจน์ว่ายาของนางได้ผลหรือไม่ก็ต้องทดลองกับผู้ฝึกฝนวิชามารเท่านั้น
“อึก...”ไม่จำเป็ต้องหาผู้อื่นมาทดลองแต่อย่างไร จูอิงหยิบเม็ดยาที่เพิ่งทำเสร็จเข้าปากก่อนจะกลืนลงไปทั้งๆแบบนั้นหากตัวยาสำเร็จมันจะช่วยทำให้พลังิญญาของนางสงบดุจผิวน้ำและทำให้ความกระหายของวิชามารลดน้อยลง
“จูอิง เ้าเป็อย่างไรบ้าง”ชุนหยางละการปรึกษากับหวังอี้ฝู่หันมาทางจูอิงด้วยท่าทีเป็ห่วงถึงหวังอี้ฝู่จะรับประกันแล้วว่าสูตรยาของนางไม่มีอันตรายแต่หวังอี้ฝู่เองก็ไม่อาจรับประกันได้ว่ามันจะออกฤทธิ์อย่างไรตอนนี้จึงได้แต่รอถามผลลัพธ์จากจูอิงเท่านั้น
หมับ...
จูอิงไม่ได้ตอบคำถามของชุนหยางแต่นางกลับเดินเข้าไปหาชุนหยางก่อนจะดึงแขนเสื้อของชุนหยางเอาไว้ด้วยใบหน้าแดงก่ำที่ซ่อนเอาไว้ภายใต้หน้ากากไม่มิดหรือว่ายาที่นางปรุงจะ...
“ท่านหมอหวังข้าขอยืมตัวพี่ชุนหยางก่อนนะเ้าคะ” จูอิงพูดจบก็ดึงร่างของชุนหยางออกจากห้องหนังสือไปอย่างเร่งร้อนทำเอาทั้งหวังอี้ฝู่และองครักษ์ทั้งสี่ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆออกมาอย่างช่วยไม่ได้เพราะหวังอี้ฝู่ก็เป็คนบอกเองว่ายานั้นหากช่วยลดความกระหายไม่ได้ก็อาจจะเป็ตัวเร่งความกระหายขึ้นมาแทนท่าทางยาตัวแรกของจูอิงจะผิดพลาดสินะ..
ตุบ...
“อืม...” ทันทีที่ลากชุนหยางเข้ามาในห้องจูอิงก็ผลักร่างของชุนหยางลงบนเตียงก่อนจะพุ่งตัวตามเข้าไปประกบริมฝีปากของตัวเองเข้ากับริมฝีปากของชุนหยางอย่างรวดเร็วราวกับว่านางไม่อาจทนแรงกระตุ้นของวิชามารได้อีกแล้วดูเหมือนยาที่นางสร้างขึ้นนอกจากจะไม่ช่วยลดความกระหายของวิชามารแล้วมันยังทำให้ความกระหายของวิชามารเพิ่มขึ้นอีกต่างหาก
พรึบ...
จูอิงที่โดนความอยากเข้าครอบงำพยายามปลดเสื้อผ้าของชุนหยางออกอย่างรีบร้อนทั้งจูบไปบนร่างกายของชุนหยางที่โผล่พ้นเสื้อผ้ามาอย่างหิวกระหายอีกต่างหากในยามปกติจูอิงมักจะใช้วิธีการอ้อนเหมือนลูกแมวน้อยเสียมากกว่าแถมยังชอบให้ชุนหยางเป็ผู้เริ่มเสียส่วนใหญ่แต่ในยามนี้ท่าทีของลูกแมวน้อยกลับเปลี่ยนไปราวกับโดนิญญานางเสือเข้าสิงเพราะทั้งดวงตาและรอยยิ้มของนางนั้นราวกับจะกลืนกินชุนหยางเข้าไปทั้งตัวเลย
“จูอิง...”ท่าทีของจูอิงที่เปลี่ยนไปทำให้ชุนหยางประหลาดใจไม่น้อย แต่หญิงสาวผู้มีใบหน้าอ่อนหวานและน่ารักน่าชังเสียจนหัวใจแทบละลายกำลังนัวเนียอยู่บนร่างของตัวเองเช่นนี้จะให้ชุนหยางอดทนได้อย่างไรกว่าจูอิงจะเริ่มถอดกางเกงของชุนหยางออกส่วนล่างของชุนหยางก็ตื่นตัวเต็มที่แล้ว
“อืม...” ครั้งนี้จูอิงไม่ปล่อยให้ชุนหยางได้เป็ฝ่ายนำเลยทันทีที่ถอดกางเกงของชุนหยางได้จูอิงก็นั่งคุกเข่าลงบนพื้นก่อนจะใช้ลิ้นของตัวเองััท่อนล่างของชุนหยางเบาๆครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มใช้ลิ้นที่เปียกชุ่มชโลมไปตามท่อนล่างของชุนหยางราวกับมันเป็ขนมรสหวานฉ่ำไม่มีผิดก่อนหน้านี้จูอิงเคยเห็นผู้หญิงที่โดนจับไปพร้อมกับนางทำเื่เช่นนี้ให้พวกโจรป่าแต่เพราะนางเห็นว่ามันน่ารังเกียจและน่าขยะแขยงก็เลยไม่เคยทำแบบนี้ให้พวกมันเลยแม้แต่ครั้งเดียวแต่กับชุนหยางนั้นไม่เหมือนกันบนร่างกายของเขาไม่มีส่วนใดน่ารังเกียจเลยแม้แต่น้อยยามนางค่อยๆใช้ปากของนางอมท่อนล่างของชุนหยางเข้าไปในปากนางเลยไม่รู้สึกรังเกียจเลยสักนิด
“อื้อ...” ระหว่างขยับปากและลิ้นอย่างต่อเนื่องอยู่ๆจูอิงก็ััได้ถึงของเหลวเหนียวๆที่กำลังไหลเข้ามาในปากของนางไม่ทราบว่ามันเป็ผลของเคล็ดวิชามารราคะหรือเป็เพราะนางกำลังทำให้กับผู้ชายที่นางรักกันแน่จูอิงถึงรู้สึกถูกกระตุ้นมากกว่าเดิมเสียอีก
ตุบ...
หลังจากดูดทำความสะอาดจนไม่เหลือของเหลวสีขาวข้นเหลือแม้แต่น้อยจูอิงก็ผลักร่างของชุนหยางให้นอนลงกับเตียงพร้อมทั้งถอดเสื้อผ้าของตนเองออกจนเหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่าเท่านั้นแถมนางยังขึ้นไปนั่งคร่อมบนตัวชุนหยางแบบขัดเขินก่อนจะเป็ฝ่ายสอดใส่ท่อนล่างของชุนหยางเข้ามาในร่างกายที่เปียกชุ่มของนางด้วยตัวเองอีกต่างหาก
“อ๊า....” ไม่ทราบว่าฤทธิ์ของยารุนแรงเพียงไรแต่จูอิงยามนี้กลับร้อนแรงกว่า่เวลาก่อนอย่างเห็นได้ชัด ยามสอดใส่เข้าไปจนสุดจูอิงกลับยังไม่ขยับยกขึ้นแต่กลับพยายามกดเอวของนางลงมาอีกเพื่อจะขยี้ท่อนล่างของชุนหยางให้มากกว่าเดิมไม่ว่าจะเป็เวลาที่นางยกเอวขึ้นนางก็ยกสูงกว่าทุกครั้งที่นางเคยทำแถมยังออกแรงกระแทกมากกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัดทำเอาชุนหยางแทบจะถูกกดเอาไว้กับเตียงเสียจนขยับไม่ได้
“พี่ชุนหยาง ข้า้าท่านข้า้าท่านมากกว่านี้” จูอิงยิ่งทำก็เหมือนสติยิ่งหลุด นางขยับร่างกายอย่างบ้าคลั่งขึ้นทุกทีราวกับความ้านั้นไร้ที่สิ้นสุดไม่ทราบว่าเพราะผลของยาหรือเป็เพราะตัวตนที่แท้จริงของจูอิงเป็แบบนี้อยู่แล้วแต่ตอนนี้นางดูเหมือนปีศาจสาวผู้กำลังโดนไฟราคะเข้าครอบงำจริงๆ
“พี่ชุนหยาง ข้ารักท่าน”จูอิงจ้องมองดวงตาของชุนหยางระหว่างกำลังร่วมรักกันอย่างเร่าร้อน ความจริงการบอกรักคู่นอนก็เป็เื่ปกติแต่ไม่ทราบทำไมชุนหยางถึงรู้สึกว่าคำพูดครั้งนี้ของจูอิงนั้นดูแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก
“ข้ารู้ว่าพี่ไม่ได้รักข้า แต่ขอให้ข้าอยู่กับท่านต่อไปได้หรือไม่เ้าคะข้าจะพยายามช่วยท่านรักษาหรือต่อให้รักษาหายแล้วข้าก็ยังอยากอยู่กับท่านต่อไป...” อาจจะเป็เพราะอารมณ์ของจูอิงหวั่นไหวเป็พิเศษนางถึงได้พูดเื่ในใจออกมาสำหรับจูอิงแล้วชุนหยางผู้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือนางนั้นเป็ทั้งผู้มีพระคุณและแสงนำทางความรู้สึกที่นางมีต่อชุนหยางจึงเปลี่ยนไปเป็ความรักอย่างรวดเร็ว ถึงชุนหยางจะไม่ได้มองว่านางเป็คนรักแต่...
“อย่างน้อยก็ให้ข้าอยู่เคียงข้างท่านไปตลอดนะเ้าคะ”ใบหน้าอันแสนอ่อนหวานของจูอิงยามนี้ปรากฏความรู้สึกเศร้าโศกขึ้นมาให้เห็นแม้แต่ร่างกายที่กำลังขยับไปตามแรงกระตุ้นก็หยุดชะงักลงเพราะสิ่งที่นางพรั่งพรูออกมา
“นี่เ้า...”ชุนหยางโดนจูอิงพูดถึงขนาดนี้จะให้ซื่อแค่ไหนก็ต้องรู้ตัวไม่นึกเลยว่าจูอิงจะรู้สึกกับเขารุนแรงเช่นนี้ ดูท่าชุนหยางจะใส่ใจจูอิงน้อยไปหน่อย
“เช่นนั้นข้าจะรับเ้าเอาไว้เอง”ชุนหยางจับร่างของจูอิงเอาไว้ก่อนจะพลิกร่างของนางให้กลับมาเป็ฝ่ายนอนอยู่บนเตียงแทนถึงชุนหยางจะไม่สามารถบังคับความรู้สึกตัวเองได้แต่อย่างน้อยชุนหยางก็อยากจะรับความรู้สึกของจูอิงเอาไว้เอง
“เ้าค่ะ...” จูอิงยิ้มหวานก่อนจะดึงร่างของชุนหยางให้เข้ามาจูบกับตัวเองหลังจากนี้นางจะพยายามช่วยเหลือชุนหยางให้มากขึ้นถึงแม้ความพยายามของนางจะทำให้นางต้องลากชุนหยางเข้าห้องหลังจากทดลองตัวยาใหม่อีกหลายต่อหลายครั้งก็ตาม