เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    ตอนที่ 34 โทสะ

    หลังจากส่งหลิวสุ่ยเยว่ถึงมือหมอแล้ว จื่อต้าหลงก็โล่งใจไปส่วนนึง ณ ตอนนี้เขารู้สึกมีโทสะอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมีโทสะขนาดนี้


    หลังจากจบรอบรองชนะเลิศ กรรมการก็ให้พักครึ่งชั่วยามเพื่อที่จะให้แต่ละฝ่ายฟื้นฟูพลัง


    ที่นั่งด้านผู้ชม….


    “บัดซบ!! ไอ้เจ้าเกาซีหมิงอะไรนั่นไม่รู้จักถนอมสตรีเลยหรือไร?” เฉิงไฉเซียวกล่าวคับข้องใจ


    “อีกฝ่ายทั้งแข็งแกร่งและโหดเหี้ยม…” ลวี่เหรินเอ่ยเสียงเย็น


    “ไม่รู้ว่าต้าหลงจะรับมือมันไหวหรือไม่?” เฉิงไฉเซียวกล่าว


    “คงได้แต่รอดู” ลวี่เหรินตอบ


    ในที่สุดก็หมดเวลาพัก 


    “เอาล่ะ รอบชิงชนะเลิศจื่อต้าหลง ปะทะ เกาซีหมิงขึ้นมาบนลานประลองได้!!”


    หลังจากสิ้นเสียงกรรมการ จื่อต้าหลงก็เดินขึ้นสนามประลองอย่างเชื่องช้าเขาพยายามสะกดเพลิงโทสะที่เผาผลาญอยู่ในใจไว้ ส่วนทางด้านเกาซีหมิงนั้นทะยานขึ้นลานประลองอย่างรวดเร็ว 

    หลังจากทั้งสองขึ้นลานประลอง กรรมก็ประกาศ


    “เริ่มได้!!”


    “เข้ามาสิข้าต่อให้เจ้าก่อนสิบกระบวนท่า” เกาซีหมิงกล่าวอย่างเย่อหยิ่ง มันมองไปทางจื่อต้าหลงด้วยสายตาดูถูก

    จื่อต้าหลง “…..” 


    จื่อต้าหลงโคจรเคล็ดวิชามังกรม่วงคลื่นพลังปราณแผ่ออกมาจากตัวเขาทีละน้อย ดวงตาเขาส่องแสงสีม่วงเป็นประกาย วิชาประจำของตระกูลจื่อ เนตรมังกรม่วง! กำลังจะได้สำแดงฤทธิ์เดช! นี่นับเป็นครั้งแรกที่เขาเบิกเนตรมังกรม่วง คู่ต่อสู้ที่ผ่านมาอ่อนแอจนไม่จำเป็นต้องเบิกเนตรเลยด้วยซ้ำ!


    จื่อต้าหลงแววตาเกรี้ยวกราด เขาพุ่งเข้าหาเกาซีหมิงทันทีด้วยท่าร่างมังกรม่วงขั้นสูงมันรวดเร็วมาก เขาพุ่งไปพร้อมปลดปล่อยฝ่ามือมังกรม่วง กระบวนท่ามังกรม่วงทะยานฟ้าพลังเต็มสิบส่วนถูกประเคนใส่เกาซีหมิงอย่างดุดัน!  เกาซีหมิงไม่อาจรับได้ทันเพราะเขาประมาทจื่อต้าหลงเกินไป เพียงผู้ฝึกยุทธชั้นลมปราณจิตขั้นที่สองจะเท่าไหร่กันเชียวมันคิดเช่นนั้น 

    นั่นจึงเป็นสาเหตุที่มันโดนฝ่ามือมังกรม่วงเข้าไปเต็มๆด้วยพลังเต็มสิบส่วน เกาซีหมิงกระเด็นถอยกรูดไปถึงยี่สิบก้าว!! มันกระโลหิตออกมาหลายคำ ได้รับบาดเจ็บสาหัสทันที!


    ด้านที่นั่งผู้ชม


    เฉิงไฉเซียวและลวี่เหรินถึงกับตะลึง ไม่เพียงแค่สองคนนี้.. ทั้งสนามต่างตกตะลึง ผู้คนที่มาชมการประลองต่างเงียบกริบ


    “ฝ่ามือมังกรม่วงของตระกูลจื่อนับว่าเป็นสุดยอดวิชาจริงๆ” ลวี่เหรินกล่าวอย่างชื่นชม


    “ตอนที่ซ้อมประมือกันเจ้าเด็กนั่นยังไม่ได้ใช้วิชาประจำตระกูล เขายังสู้กับพวกเราได้อย่างสูสีเลย” เฉิงไฉเซียวกล่าว

    ด้านลานประลอง….


    จื่อต้าหลงไม่สนใจสิ่งรอบข้าง เขาพุ่งเข้าไปหาเกาซีหมิงหมายซ้ำ เกาซีหมิงฝืนชกหมัดสวนมา จื่อต้าหลงหลบได้อย่างง่ายดาย ด้วยเนตรมังกรม่วงจะทำให้เด็กหนุ่มราวกับเห็นภาพล่วงหน้า 2-3 วินาที ทุกอย่างเชื่องช้าในสายตาเขา มีเพียงเขาที่รวดเร็ว ด้วยเหตุนี้ เขาจึงหลบหมัดของเกาซีหมิงได้อย่างง่ายดาย เกาซีหมิงปล่อยหมัดอย่างรวดเร็วแต่ก็ไม่เฉียดแม้แต่เสื้อผ้าของจื่อต้าหลง!


    เกาซีหมิงจู่โจมไปได้สักพักมันก็เผยช่องโหว่ เพราะอาการของมันตอนนี้ก็สาหัสพออยู่แล้ว จื่อต้าหลงไม่รอช้า… เขาซัดมังกรม่วงทะยานฟ้าใส่เกาซีหมิงด้วยโทสะสามฝ่ามือติด!


    ตูมๆๆ!! 


    เสียงปะทะดังหนักแน่น!! สามฝ่ามือ… พลังเต็มสิบส่วนทั้งสามฝ่ามือซัดเข้าไปที่อกเกาซีหมิงเต็มๆ แม้เกาซีหมิงเองก็ไม่อาจโจมตีได้รุนแรงดุดันเท่าจื่อต้าหลง! เกาซีหมิงกระอักเลือดมันตระหนักว่านี่น่ะหรือการโจมตีของปราณจิตขั้นที่สอง ด้วยพลังระดับนี้มันพอๆกับการโจมตีของผู้ฝึกยุทธชั้นลมปราณจิตขั้นสิบเลยทีเดียว!


    อาการเกาซีหมิงตอนนี้แย่มาก หน้าอกมันเป็นรอยยุบลึกลงไป เสื้อผ้าฉีกขาด มันบาดเจ็บทั้งภายนอกและภายใน อาการมันสาหัสยิ่งกว่าหลิวสุ่ยเยว่เสียอีก! มันกระอักโลหิตอีกหลายคำก่อนที่จะล้มหงายลงไป! 


    “ผู้ชนะ!! จื่อต้าหลง!!” กรรมการประกาศเสียงดัง


     

    ที่นั่งด้านผู้ชม…


    เหล่าผู้ชมถึงกับเงียบกริบ… นี่มันน่าเหลือเชื่อเกินไป…. จื่อต้าหลงผู้นี้เป็นปีศาจจากที่ไหนกัน? ถึงได้รังแกเกาซีหมิง ศิษย์หลักของสำนักลี่ได้ขนาดนี้?


    ผู้อาวุโสที่มาสังเกตุการณ์จากสำนักปลาทองถึงกับอึ้ง ศิษย์ในสำนักแข็งแกร่งถึงเพียงนี้เชียวรึ?!


    “ดูเหมือนเกาซีหมิงจะไปยั่วโทสะเสี่ยวต้าหลงเข้าสินะ… ดันไปรังแกจิ้งจอกน้อยของเขา… มันถึงได้เละขนาดนั้น” เฉิงไฉเซียวกล่าวอย่างอึ้งๆ


    หลังจากหายตื่นตระหนกเหล่าผู้ชมก็ส่งเสียง เฮ!! ดังลั่นสนามประลอง 


    การประลองรุ่นเยาว์แคว้นลี่รอบนี้ มีขุมอำนาจหลายฝ่ายมาเฝ้าดูเพื่อที่จะทาบทามเหล่าอัจฉริยะ เข้าสำนักพรรคของตัวเอง กระทั่งราชวงศ์ยังให้ความสนใจ ส่งคนมาเฝ้าชมการประลอง ทุกฝ่ายล้วนอยากได้ตัวจื่อต้าหลงด้วยกันทั้งสิ้น!


    จื่อต้าหลงได้ตำแหน่งชนะเลิศไป ทว่าเขาหาได้สนใจไม่! เด็กหนุ่มรีบลงจากลานประลองพุ่งไปหาหลิวสุ่ยเยว่ที่โรงหมอทันที!


    เมื่อมาถึงที่โรงหมอจื่อต้าหลงเห็นหลิวสุ่ยเยว่นอนนิ่งอยู่บนเตียงโดยมีหมอยืนอยู่ข้างๆก็กล่าวว่า “ท่านหมอ นางเป็นอย่างไรบ้าง?” จื่อต้าหลงถาม แววตาเด็กหนุ่มจับจ้องไปยังร่างบาง


    “นางบอบช้ำภายใน ข้าได้ให้ยาและถ่ายทอดพลังปราณนางไปแล้ว คาดว่าอีกสักพักนางก็น่าจะฟื้นแล้ว” ท่านหมอกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง


    “เป็นเช่นนี้เอง….” จื่อต้าหลงถอนหายใจยาว… ตอนนี้เขาเริ่มคลายโทสะลงบ้างแล้ว


    เด็กหนุ่มนั่งเฝ้าอยู่ครึ่งชั่วยาม หลิวสุ่ยเยว่ก็ได้สติ 


    “ต้าหลง…” หลิวสุ่ยเยว่เรียกด้วยสุ้มเสียงแผ่วเบา… เมื่อลืมตาขึ้นมาแล้วเห็นเด็กหนุ่มนั่งอยู่ข้างๆ


    “ท่านฟื้นแล้วงั้นหรือ? เป็นอย่างไรบ้าง?” จื่อต้าหลงถาม แววตาเด็กหนุ่มแสดงออกถึงความเป็นห่วง


    “ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว… การประลองล่ะ?” หลิวสุ่ยเยว่กล่าว


    “วางใจเถอะ ข้าแก้แค้นให้ท่านแล้ว” จื่อต้าหลงตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง


    “หมายความว่าท่านเป็นผู้ชนะสินะ” หลิวสุ่ยเยว่กล่าวถาม


    “ใช่แล้ว ไอ้เจ้าเกาหมิงอะไรสักอย่างโดนข้าอัดไปเรียบร้อยแล้ว ท่านวางใจเถอะ!” จื่อต้าหลงกล่าวจบก็ลุกขึ้น “ข้ายังมีธุระต้องไปทำ ไว้เจอกันใหม่”


    “ตกลง…” หลิวสุ่ยเยว่กล่าว จื่อต้าหลงมองหญิงสาวด้วยสายลึกซึ้งก่อนจะค่อยๆเดินออกจากห้องไป


    หลังจากนั้น จื่อต้าหลงก็กลับไปรับรางวัลตำแหน่งชนะเลิศ เขาได้ตั๋วเงินมา 100,000 ตำลึง พร้อมกับเม็ดยาเลื่อนระดับลมปราณจิตขั้นสูงสองเม็ด มันทำให้เด็กหนุ่มตาโตเท่าไข่ห่าน พลางคิดในใจ ‘ข้ารวยแล้ว!’ 


    ในขณะที่จื่อต้าหลงกำลังเดินกลับโรงเตี๊ยมด้วยรอยยิ้มอยู่นั้น…


    “เฮ้!!! ต้าหลง!!! ” เสียงเรียกดังขึ้นมา


    จื่อต้าหลงหันไปมองว่าเป็นผู้ใด? พบว่าเป็นเฉิงไฉเซียวและลวี่เหรินนี่เอง…


    เมื่อเห็นสหายทั้งสองเด็กหนุ่มก็กล่าวว่า “ไปร่ำสุรากันเถอะ เดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง! วันนี้รวย ฮ่าๆ” 


    เฉิงไฉเซียวเมื่อได้ยินดังนั้นเขาก็อมยิ้มก่อนจะกล่าวว่า “ดูท่าจะได้มาเยอะสินะ… เงินน่ะ?”


    จื่อต้าหลงยิ้มก่อนจะกล่าวว่า “ก็ไม่เท่าไหร่ นิดหน่อย… แค่ตั้งแสนตำลึงเอง!” ทั้งสองสบสายตากันก่อนจะหัวเราะออกมาราวกับคนบ้า


    หลังจากนั้น พวกเขาไปถึงโรงเตี๊ยมสั่งอาหารและสุรามามากมาย 


    “จิ้งจอกน้อยเป็นอย่างไรบ้าง?” เฉิงไฉเซียวถาม


    “นางไม่เป็นอะไรมากแล้ว” จื่อต้าหลงตอบขณะที่เขายกจอกสุราขึ้นมาดื่มอย่างช้าๆ


    “แล้วพวกเราจะเอาอย่างไรต่อไป? จะกลับบ้านก่อนดีหรือไม่?” เฉิงไฉเซียวถาม


    “คงต้องกลับก่อนเพื่อไปรายงานที่สำนักและตระกูล” ลวี่เหรินตอบเสียงนุ่ม หลังจากคิดวิเคราะห์เรียบร้อยแล้ว

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสำราญจอมป่วน [จบ] ที่คุณอ่าน