ร้านอาหารของจางเฉินอวี้และหลี่เยว่ซินสองสามีภรรยา ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการให้พวกเขาขยายเวลาเปิดปิดร้านออกไปให้ถึงมื้อเย็น แต่พวกเขาก็ยังไม่ตอบรับ เพียงแต่บอกกับลูกค้าว่าช่วงนี้พวกเขายังไม่ได้คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย
เย็นวันนั้นหลังจากทำความสะอาดและปิดประตูร้านลงแล้ว สองสามีภรรยานั่งพักอยู่ที่ลานกลางบ้าน
“ร้านของเราได้รับความนิยมมากเลยนะครับ ลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการให้เราขายอาหารมื้อเย็นเพิ่มด้วย” จางเฉินอวี้พูดกับภรรยา
“ใช่ค่ะ ลูกค้าเสนออย่างนั้น แต่ฉันยังไม่มีความคิดที่จะทำอย่างนั้นนะคะ เพราะปีหน้าฉันคิดว่าเราควรจะลงเรียนภาคค่ำกันแล้ว แต่ฉันนึกถึงอย่างอื่นแทนค่ะ ฉันคิดว่าอยากจะทำขนมเค้กสำหรับงานเลี้ยงหรือเทศกาลออกมาขายน่ะค่ะ” หลี่เยว่ซินคิดถึงเส้นทางการทำเงินแบบใหม่ เพราะเธอเริ่มเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในการใช้จ่ายเงินของผู้คนที่กล้าใช้จ่ายเงินมากขึ้น
“มันจะเหนื่อยเกินไปสำหรับคุณไหมครับ” เขาถามขึ้นมา เพราะเขาเห็นว่าปริมาณขนมอบที่ภรรยาของเขาทำออกมาในแต่ละวันก็มีจำนวนมากอยู่แล้ว หากภรรยาของเขาทำขนมอย่างอื่นเพิ่มอีกเขาเกรงว่าภรรยาของเขาจะทำงานหนักเกินไป
“ร้านของเราเปิดมาได้ปีกว่าแล้วนะคะ ฉันอยากเพิ่มสินค้าและบริการใหม่ของร้านเราน่ะค่ะ ดังนั้นฉันคิดว่าเราควรจะหาผู้ช่วยค่ะ”
“คุณต้องการผู้ช่วยแบบไหนครับ”
“ตอนนี้เราสองคนทั้งทำอาหาร ยกอาหารส่งให้ลูกค้า เก็บกวาดโต๊ะ และล้างจาน ฉันคิดว่าหากเรามีผู้ช่วยในการส่งอาหาร เก็บกวาด และล้างจาน มันจะช่วยให้งานของเราสะดวกสบายขึ้น”
“คุณคิดว่าต้องการคนกี่คนครับ”
“ฉันคิดว่าอยากจะได้ผู้หญิงและผู้ชายอย่างละหนึ่งคนค่ะ” เธอเล่าแผนการให้เขาฟังต่อ “ผู้หญิงฉันจะให้ทำหน้าที่เก็บกวาด ทำความสะอาด ล้างจาน และยกอาหารมาส่งเป็นหลัก ส่วนผู้ชายนั้น ฉันคิดไว้ว่าจะให้เป็นคนส่งอาหารนอกสถานที่ค่ะ”
“คุณหมายถึงนำอาหารไปส่งตามบ้านน่ะหรือครับ” เขาเข้าใจในทันที เพราะในภพที่แล้ว เมื่อมีลูกค้ามาสั่งจองซาลาเปาของเขา ลูกค้าก็จะไหว้วานให้เขานำไปส่งให้ที่จวนเช่นกัน
“ใช่แล้วล่ะค่ะ แต่ปัญหาก็คือเราจะไปหาผู้ช่วยได้จากไหนน่ะสิคะ”
เขาเห็นสีหน้าของเธอแล้วยิ้มแนะนำ “เราลองไปสอบถามพ่อกับแม่ของคุณก็ได้นะครับ พวกท่านคงจะรู้จักคนเยอะ เพราะร้านค้าแบบนั้นน่าจะได้พบปะพูดคุยกับคนอื่นมากกว่าเรา”
“ฉันลืมตรงนี้ไปได้อย่างไรคะเฉินอวี้ วันนี้ยังไม่ค่ำมาก เราไปหาท่านกันเลยดีกว่าค่ะ” เธอชวนเขาอย่างใจร้อน
สองสามีภรรยาออกมาถึงหน้าร้านก็พบเข้ากับมู่ชงที่กำลังจะเคาะประตู
“พวกเธอกำลังจะไปไหนกันหรือ” มู่ชงถามพวกเขา
“เรากำลังจะไปบ้านพ่อกับแม่” หลี่เยว่ซินตอบเขา และถามเขาต่อว่า “ปิดเรียนภาคฤดูหนาว[1] ตั้งหลายวันแล้ว ทำไมนายเพิ่งมาหาฉันล่ะ”
“ฉันกลับไปทำธุระที่บ้านมาน่ะ” มู่ชงทำท่าทางลังเลและเล่าต่อ “ฉันไปขายที่ดินและบ้านที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ เดิมทีปู่ของฉันต้องการจะเอาบ้านไปให้กับอารองของฉัน ฉันไม่มีปัญหาอะไร แต่จะให้ฉันให้เปล่าฉันไม่ยอม ฉันจึงขายให้พวกเขา วุ่นวายมากเลยล่ะ แต่ก็ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว”
“แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อ” หลี่เยว่ซินถาม
“ตอนที่ฉันไปช่วยครอบครัวเธอเปิดร้าน ฉันคิดว่าอาคารที่พักอาศัยแถวนั้นน่าสนใจ อย่างไรฉันก็ตัดสินใจที่จะอยู่เมืองนี้แล้ว ฉันอยากซื้อเก็บไว้” มู่ชงตอบ
“ผมกับเยว่ซินกำลังจะไปบ้านพ่อกับแม่ของเยว่ซินเรื่องหาผู้ช่วยงานที่ร้าน คุณมู่ชงไปด้วยกันเสียเลยสิครับ ผมคิดว่าทางบ้านโน้นน่าจะช่วยได้” จางเฉินอวี้เอ่ยชวนมู่ชง
ทั้งสามจึงปั่นจักรยานไปร้านขายของชำของพ่อกับแม่ เมื่อพวกเขาทั้งสามคนมาถึงก็เลยช่วงยุ่งของร้านไปแล้ว ลูกค้าเริ่มบางตา จึงพบครอบครัวหลี่นั่งเล่นอยู่ที่หน้าร้าน
“สวัสดีค่ะพ่อ แม่ พี่ใหญ่ น้องเล็ก” หลี่เยว่ซินยิ้มทักทาย “การค้าเป็นอย่างไรบ้างคะพ่อ”
“ดีมากเลยล่ะลูก” พ่อหลี่ยิ้มตอบลูกสาว เขาคิดว่ากิจการของเขานั้นดีจริงๆ ต้องขอบคุณลูกสาวที่ช่วยคิดเรื่องเหล่านี้ให้ครอบครัว “ใกล้ได้เวลาอาหารเย็นแล้ว ลูกๆ เข้าไปในบ้านก่อน สักพักพี่ใหญ่กับน้องเล็กก็เก็บร้านเสร็จแล้วล่ะ”
เมื่อเข้ามาในบ้านก็เห็นแม่หลี่จัดโต๊ะอาหารเย็นรอแล้ว พอเห็นลูกสาว ลูกเขย และมู่ชงเดินเข้ามา เธอก็รีบไปจัดอาหารและถ้วยชามมาเพิ่มอย่างดีใจ
“วันนี้มีคนนำเป็ดมาขายให้ที่ร้าน แม่แบ่งออกมาทำเป็ดตุ๋นซีอิ๊ว ยังนึกว่าจะให้พี่ใหญ่แบ่งไปให้ลูกอยู่เลยจ้ะ” แม่หลี่รีบบอกลูกสาว
“ขอบคุณค่ะแม่ หนูโชคดีที่มาถูกเวลาใช่ไหมคะนี่” หลี่เยว่ซินตอบมารดาอย่างอารมณ์ดี
ทุกคนนั่งทานอาหารเย็นด้วยกันจนเสร็จ แล้วย้ายไปนั่งเล่นที่ลานกลางบ้านต่อ
“พ่อคะ แม่คะ วันนี้ที่หนูมาคือหนูมีเรื่องจะปรึกษาสักหน่อยน่ะค่ะ” หลี่เยว่ซินพูดวัตถุประสงค์ของการมาในวันนี้
“น้องสาวมีเรื่องอะไรหรือ” หลี่หยุนรีบถามน้องสาวด้วยความเป็นห่วง
“ทุกคนไม่ต้องตกใจนะคะ หนูคิดว่าอยากหาผู้ช่วยมาช่วยงานในร้านน่ะค่ะ” หลี่เยว่ซินรีบตอบก่อนที่พวกเขาจะกังวล “เฉินอวี้กับหนูคิดว่าจะเพิ่มบริการจัดส่งอาหารตามบ้านขึ้นมา เหมือนอย่างที่พี่ใหญ่กับน้องเล็กทำอย่างไรล่ะคะ แล้วก็อยากได้คนช่วยในเรื่องการทำความสะอาดด้วย หากมีคนมาช่วย พวกหนูก็จะได้ทำงานได้สะดวกขึ้น”
__________________________________________________________
[1] ในจีน ไม่ว่าโรงเรียนอนุบาล ประถม มัธยม ตลอดจนมหาวิทยาลัย ต่างปิดภาคเรียน 2 ครั้งต่อปี คือปิดภาคเรียนฤดูหนาวกับฤดูร้อน โดยการปิดเทอมฤดูหนาวจะมีประมาณ 1 เดือน อยู่ระหว่างเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ ข้ามช่วงตรุษจีน ส่วนการปิดเทอมฤดูร้อน จะนานถึง 40-50 วัน ตั้งแต่ต้นหรือกลางเดือนกรกฎาคมถึงปลายเดือนสิงหาคม (ที่มา : http://thai.cri.cn/20190716/a80dd4cb-f107-eb9f-df60-d233e107946a.html)