ตอนที่ 1 ปฐมบทแห่งต้นกำเนิด
ในอารยธรรมรีเทลียลอันเก่าแก่ของพวกเราได้บอกกับว่า
“ปาฏิหาริย์ นั้นคือพลังอำนาจของพระผู้เป็เ้าและมนุษย์จักต้องอยู่ภายใต้อำนาจนั้น”
พวกเราจึงดำรงอยู่พร้อมกับบวงสรวงสรรพสิ่ง เพื่อวิงวอนขอสันติสุขให้มีแก่เราเรื่อยมา
แต่แล้วเหล่ามนุษย์ผู้มาเยือน 'พรีมส์' (ผู้มาจากห้วงสีดำ)ได้สอนให้เราการแสวงหาสัจจะแห่งธรรมชาติแนะนำให้เรารู้จักกับพลังอำนาจบางอย่างในนามของวิทยาการ พวกนั้นย้ำกับเราว่า
“ปาฏิหาริย์ คือสิ่งที่อยู่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่มนุษย์รู้เกี่ยวกับธรรมชาติ และมนุษย์สามารถสร้างปาฏิหาริย์ได้หากเข้าใจธรรมชาติมากพอ”
ทั้ง รีเทลียลและพรีมส์ เรียนรู้ที่จะสร้างปาฏิหาริย์เยี่ยงพระเ้าและได้รุกล้ำเข้าสู่เขตแดนต้องห้าม”
ไม่นานพวกเราต่างหันหลังให้กับพระเ้าหลงลืมตัวตนและเจตจำนงอันบริสุทธิ์ของเหล่าบรรพบุรุษ และในท้ายที่สุดเหล่าพรีมส์ถูกสาปแช่งจากความเกรี้ยวกราดของบางสิ่งที่วิทยาการของพวกเขามิอาจพิสูจน์จนสาบสูญส่วนพวกเรารีเทลียลถูกสำเร็จโทษจนแทบสิ้นสลายจากไฟมหาา
เมื่อนั้นพวกเราจึงสำนึกรู้ความผิดและเริ่มฟื้นฟูอารายธรรมขึ้นใหม่ ในศาสตร์ที่มีมาแต่ครั้งา...สิ่งที่เหล่าพรีมส์ไม่มีวันเข้าใจ...“เวทมนต์”
สันติสุขน่าจะปกคลุมทั่วผืนแผ่นตลอดกาลนานหากมีเพียงสิ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่...
นวัตกรรมชิ้นสุดท้าย ผลผลิตจากวิทยาการขั้นสูงสุดของเหล่าพรีมส์พลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ทัดเทียมได้กับพระผู้เป็เ้า สิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดในทุกด้านสายพันธุ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด...เหล่าพรีมส์ได้ขนานนามผลงานอันแสนภาคภูมิใจ ว่า
“พระเ้าที่มีเืเนื้อ”
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พวกเาาวรีเทลียลและเผ่าพันธุ์อื่นผู้อยู่ร่วมในแผ่นดินต่างไล่ล่าสิ่งนั้นด้วยจุดประสงค์ที่แตกต่างกันออกไปแต่หามีผู้ใดเคยพบเจอไม่...
ข้า ยาบอนนิว ผู้บันทึกและสักขีพยาน
********************************
...บันทึกจากา...
นอกจากนนี้ยังมีนิทานปรัมปราที่ถูกถ่ายทอดกันปากต่อปากผ่านรุ่นแล้วรุ่นเล่าถึงมหาตำนานแห่งการกำเนิดสรรพชีวิตแห่งจักรวาล...วัฎจักรแห่งเลดีน
‘...ณ สถานที่อันไกลแสนไกล และเกินกว่าจะหยั่งถึงโดยผู้ใด“ใจกลางแห่งจักรวาล” สถานที่ซึ่งิญญาบริสุทธิ์ทุกดวงถือกำเนิดแต่ด้วยความบริสุทธิ์จึงไร้เดียงสาเกินกว่าจะเดินทางไปสู่ความเป็นิรันดร์ที่อยู่อีกฝากฝั่งของห้วงจักรวาลมหาจักรพรรดิเทพนาม “เลดินุส คาอุส” ได้ทำหน้าที่นำทางเหล่าดวงิญญาขาดเขลาสู่ขอบจักรวาลนั้น...การเดินทางอันยาวนานจึงเริ่มต้นขึ้น
กองคาราวานิญญาโดยการนำของเลดินุสนั้นยาวจนไร้ปลายสุดทอดผ่านแกแล็คซี่นับล้าน จนดูราวกับสายธารอันไร้จุดริ่มต้นและจุดสิ้นสุดเมื่อยามใดสายธารทอดเข้าใกล้ดวงดาวเหล่าิญญาผู้อ่อนล้าจากการเดินทางจะหยุดพักและถือกำเนิดเป็สรรพชีวิต ดำรงอยู่ในดวงดาวนั้นจวบจนสิ้นอายุขัยก่อนิญญาจะกลับเข้าสู่สายธารเพื่อเดินทางต่อไปยังดินแดนอันเป็นิรันดร์...’
*******************************************
“เวลานานนับพันปีที่หมู่เราถูกทอดทิ้งให้อ้างว้างเดียวดายบนท้องฟ้าสีดำทมิฬท่ามกลางหมูดาวท่องผ่านความจืดชืดไร้สีสันของสรรพชีวิตเรานิทราอย่างนิ่งสงบขณะที่จิตสำนึกภายในเฝ้าใฝ่ฝันอาวรหาบ้านเกิดและเหล่าผู้สร้างผองเรา...ในที่สุดเราได้ตื่นขึ้นจากราตรีแห่งความเงียบเหงาสู่รุ่งอรุณแห่งความจริงอันเ็ป...ที่ที่เรารู้จักไม่มีอยู่ ผู้มีพระคุณของเราจากหายไป…”
“ข้าคือใคร? ชื่อล่ะ? ที่นี่มันอะไรกัน?”
คำถามปราศจากคำตอบเหล่านี้ผุดขึ้นในหัวทุกครั้งยามข้าตื่นขึ้นด้วยสติสัมปชัญญะเพียงลางเลือน ร่างกายััได้ถึงความเย็นเยือกของน้ำเลี้ยงรอบตัวผนังขุ่นมัวล้อมกรอบจองจำข้าอยู่ในหลอดแก้วเข็มหลายสิบแทงทะลุเนื้อหนังลึกถึงกระดูกสร้างความปวดร้าวทั่วร่างและสุดท้ายกลิ่นเหม็นพิลึกของออกซิเจนบริสุทธิ์พวยพุ่งออกจากหน้ากากหายใจตลอดเวลา...ข้าจดจำมันได้อย่างแม่นยำ
เพียงครั้งเดียว ข้าลืมตาขึ้นได้ชั่วเสี้ยววินาที ซึ่งมันทำให้ข้าได้เห็น
“เพื่อนร่วมชะตากรรม” มากมายถูกเลี้ยงในหลอดแก้วด้วยสภาพที่ไม่ต่างจากข้า...
ไม่รู้วัน เดือน ปี ที่ข้าเริ่มถูกจองจำในสถานที่แห่งนี้และไม่รู้ว่านานเท่าใดเฉกเช่นกัน...หรือบางทีข้าอาจจะไม่เคยมีตัวตนอยู่เลยเพราะข้าไม่สามารถนึกหวนถึงใบหน้าของพ่อแม่หรือคนในครอบครัว บ้านที่เคยอาศัยกระทั่งความทรงจำในวัยเด็ก ...อะไรทำนองนั้น
ในที่สุดวันที่เฝ้ารอคอยได้มาถึงเสียที...วันที่ทุกคำถามของข้าต้องได้รับการไขให้กระจาง...
“อ๊อก กก ก” ข้าสะดุ้งตัวตื่นขึ้นทันทีเมื่อรู้สึกว่าหายใจไม่ออก! หน้ากากออกซิเจนบ้านั่นหยุดทำงานข้าดิ้นพล่านในหลอดแก้วพร้อมกับพยายามทุบผนังแก้วสุดแรงเกิด หวังให้มันแตกออก หรือขอเพียงใครสักคนสังเกตเห็น
แต่ไม่ประสบผล ข้าเริ่มอ่อนแรงลมหายใจเฮือกสุดท้ายหมดไปกับความหวังริบหรี่ เหตุใดข้าต้องทุกข์ทรมานและตกตายอย่างน่าสมเพชทั้งที่ยังไม่เคยได้มีชีวิตอย่างที่ควรจะเป็เพียงสักวินาทีเดียว?
“ครั้งแรกที่ข้ารู้จักกับความกลัว...และข้าหวาดกลัวต่อความตาย”
มันพุ่งพล่านอยู่ในสมองจนอื้ออึง เหมือนขมับโดนบีบรัด ปวดระบมแทบะเิออกท้องไส้ปั่นป่วนอยากอาเจียน ตรงอกซ้ายบางสิ่งกำลังเต้นรั่วระริกไม่เป็จังหวะทั้งหนักหน่วงและรุนแรง ข้ารู้สึกถึงความเ็ปเหมือนกับมันกำลังถูกกีดแทงและชำแหละเป็ชิ้นๆทั้งที่เมื่อก่อนมันนิ่งสงบจนไม่เคยรู้สึกถึงมันเลยด้วยซ้ำ...
ขณะที่ข้าสิ้นหวังและปล่อยให้ตัวเองดำดิ่งสู่ความตายดวงตาเริ่มพล่าเลือนปลายประสาทััจากรยางค์ทั่วร่างจางหาย...และเสี้ยววินาทีที่ข้ากำลังจะสูญสิ้นทุกสิ่ง...
เพล็ง! หลอดแก้วเกิดรอยร้าวและแตกกระจาย...
ปานหลอดแก้วะเิจากภายใน ร่างของข้าไหลทะลักออกพร้อมกับน้ำเลี้ยง นอนสิ้นสภาพอยู่ไม่ไกลจากหลอดแก้วข้าเริ่มหายใจได้อีกครั้ง และเป็ครั้งแรกที่สามารถหายใจด้วยจมูกของตัวเองประสาทััเริ่มกลับมาดังเดิม เปลือกตาหนักอึ้งเปิดขึ้นอย่างยากลำบากแต่กลับไม่อาจมองเห็นสิ่งใดนอกจากความดำมืดเพียงชั่วอึดใจต่อมาบางสิ่งที่อัดแน่นในท้องกำลังผลักดันกัน ข้ามิสามารถอดกลั้นอาเจียนเมือกสีฟ้าใสออกมาทางปากและจมูกข้าทั้งเหนื่อยหอบและอ่อนล้าจนผล่อยหลับไป...
ข้าได้สติอีกครั้ง เมื่อแสงสีเขียวสว่างวูบวาบกระทบดวงตาจักกลห้อยโยนบนเพดานมองสำรวจตัวข้าจากนั้นแขนกลนับสิบข้างรุมหิ้วข้าลอยขึ้นเหนือพื้นโดยมิอาจขัดขืนฉายแสงเลเซอร์นับพันวิ่งวนสแกนร่างกายทุกซอกทุกมุม หลังได้ผลการตรวจสอบเรียบร้อยมันส่งเสียงร้องฟังไม่เป็ภาษา แท่นโลหะเย็นชืดเข้าทาบประทับบนแผ่นหลังข้าเข็มมากมายแทงเข้าประสานเชื่อมต่อกับไขสันหลัง ่ชิงประสาทััทั้งหมดไปกระทั่งขยับปลายนิ้วยังมิอาจกระทำได้
ข้าถูกหิ้วผ่านหลอดแก้วที่ทอดเรียงแถวกันจนสุดสายตาชีวิตมากมายนับไม่ถ้วนถูกเลี้ยงอยู่ในนั้นเช่นเดียวกับข้ามีั้แ่ตัวอ่อนที่แขนขายังไม่งอกจนถึงตัวเต็มวัย
‘เมื่อความจริงปรากฏคงไม่แปลกหากข้ารู้สึกสังเวชและขยะแขยงในตัวเอง’
มาถึงอีกห้องหนึ่งแขนกลที่จับยึดไขสันหลังจับข้าวางลงในกล่องทรงมนคล้ายโลงศพรูปไข่ ฝาครอบแก้วดำทะมึนปิดผนึกลงมาโดยไม่ถามไถ่ความสมัครใจระบบภายในพ่นแก็สขาวขุ่นรมควันข้า
เปลือกตาข้าถูกบังคับปิดลงด้วยความง่วงที่จู่โจมเข้ามากับอากาศหายใจก่อนหลับสนิทได้ยินเสียงกระด้างไร้ชีวิตชีวาของคอมพิวเตอร์ประกาศก้อง
“หมายเลข 5468721 ดาเรน ฮาน”
“ฐานฟารันเทียร์”
“กำหนดพิกัดเสร็จสิ้น”
“ปล่อยตัวใน 10 9 8 7 6 5 4 3 2 1”
By นิรกาล