บทที่ 22 หลี่เฟย
ท่ามกลางพฤกษาน้อยใหญ่ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของราชันย์ยุทธ์ นับจากที่ชายหนุ่มได้ดูดซับพลังปราณจากแกนอสูรและพลังปราณธรรมชาติโดยรอบ นี่ก็ผ่านมาได้ 3 วันแล้ว
ในเวลานี้เองดวงตาของชายหนุ่มค่อยๆเปิดขึ้นพร้อมกับออร่าความผันผวนอยู่ในแววตา รัศมีหยินหยางที่เคยปรากฏขึ้นตอนชายหนุ่มบรรลุระดับราชันย์ยุทธ์ก็เกิดขึ้นด้วยเช่นกัน
ทว่าในครั้งนี้รัศมีหยินหยางนั้นกลับปล่อยกลิ่นอายลึกลับมากขึ้นไปอีก รอบกายชายหนุ่มเวลานี้ราวกับว่ามีกฎแห่งเต๋าเกิดขึ้นอย่างไรอย่างนั้น
เพียงไม่กี่ลมหายใจออร่าที่ถูกปล่อยออกมาก็ถูกเก็บกลับไปจนหมดสิ้น เวลานี้ชายหนุ่มสามารถควบคุมระดับพลังที่เพิ่มขึ้นของตนเองได้แล้ว
“ราชันย์ยุทธ์ระดับกลางอีกแค่ครึ่งก้าวข้าคงสามารถขึ้นสู่ราชันย์ยุทธ์ระดับสูงได้ และเงื่อนไขที่จะเข้าสู่ราชันย์ยุทธ์ระดับสูงของข้าตอนนี้คงจะเป็การสร้างวิชามรรคของตนเองสินะ”
ชายหนุ่มได้แต่ขบคิดกับตนเอง “แต่การขึ้นมาระดับนี้ได้ในเวลาอันสั้นข้าก็พึงพอใจแล้ว ว่าแต่เ้าคงินั่นไปหาของกินที่ใดกันนะ”
สิ้นความคิดชายหนุ่มได้ส่งจิตััระดับราชันย์ยุทธ์ของตนออกไปโดยรอบเพื่อจะตามหาเ้าสุนัขหน้าบื้อตัวนั้น และถามถึงภัยร้ายของดินแดนถงเทียนที่มันเคยเอ่ย ทว่าสิ่งที่ชายหนุ่มพบกับไม่ใช่เ้าสุนัขคงิ
“เอ๋ นั่นผู้ใดกันแล้วเหตุใดพลังชีวิตถึงได้ริบหรี่เช่นนั้น”สิ้นความคิดชายหนุ่มได้มุ่งตรงไปยังจุดที่ตรวจพบพลังชีวิตอันน้อยนิดนั้นทันที
เพียงไม่กี่อึดใจด้วยความเร็วของราชันย์ยุทธ์ ชายหนุ่มก็มาถึงที่หมาย ทว่าภาพตรงหน้าที่ชายหนุ่มเห็นกลับเป็ สตรีที่ร่างกายถูกย้อมเป็สีแดงดำพร้อมาแฉกรรจ์หลายแห่ง
เห็นเช่นนั้นชายหนุ่มจึงรีบเข้าไปที่ร่างของสตรีผู้นั้น เมื่อได้มาดูใกล้ๆาแของสตรีผู้นี้นั้นร้ายแรงเป็อย่างยิ่งและสีแดงดำที่ตนเห็นนั่นก็คือโลหิตที่แห้งจนเปลี่ยนสีนั่นเอง หากไม่รีบรักษาโดยเร็วสตรีผู้นี้คงอยู่ได้ไม่ถึงชั่วยามเป็แน่
คิดได้เช่นนั้นชายหนุ่มจึงเตรียมที่จะยกสตรีผู้นี้ขึ้นเพื่อไปรักษา “เอ๋ แล้วข้าจะพานางไปที่ไหนละก็ในเมื่อทั้งเมืองเมฆาครามคนที่มีความสามารถในการรักษามากที่สุดก็เป็ข้า”
สิ้นความคิดชายหนุ่มจึงพานางไปรักษาในถ้ำที่มีพลังปราณหนาแน่นเพื่อที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษามากขึ้น ด้วยระดับพลังที่เพิ่มขึ้นของชายหนุ่มการจะหาถ้ำลมปราณระดับนี้ก็ไม่ใช่เื่ยากอีกต่อไป ในไม่ช้าชายหนุ่มก็พบถ้ำลมปราณที่ตามหาพร้อมนำร่างของสตรีผู้นั้นเข้ามาด้วย
“เอาล่ะแล้วข้าจะเริ่มยังไงดี นอกจากฝึกฝนจากซินแสเฒ่าแล้วนี่เป็ครั้งแรกเลยที่ข้าจะได้รักษาคนจริงๆ อย่างแรกข้าคงต้องชำระสิ่งสกปรกด้านนอกออกไปเสียก่อนสินะ”
คิดได้เช่นนั้นชายหนุ่มได้ใช้พลังปราณของตนขจัดคราบโลหิตตามร่างกายของสตรีผู้นั้น ทว่าเมื่อคราบโลหิตนั้นหายไปสิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าของชายหนุ่มกลับเป็ร่างกึ่งเปลือยเปล่าของสตรีผู้นี้
ร่างกายที่แม้จะมีาแฉกรรจ์ แต่ก็มิอาจปกปิดความงามของนางเอาไว้ได้ ผิวพรรณที่ละเอียดอ่อน และหุ่นอันน่าดึงดูดของนาง ชายหนุ่มที่เห็นเช่นนั้นก็ อดที่จะเืลมสูบฉีดขึ้นมามิได้และในเวลาที่ชายหนุ่มกำลังจะเบือนหน้าหนีนั่นเอง
ในจังหวะนั้นไม่ว่าด้วยเหตุบังเอิญหรือสัญชาตญาณของชายหนุ่ม โดยไม่รู้ตัวชายหนุ่มจึงเลือกจะเบือนหน้าไปทางใบหน้าของสตรีผู้นั้น ทว่าก่อนที่ดวงตาของชายหนุ่มจะได้มองใบหน้าของหญิงสาว
ในดวงตาของชายหนุ่มกลับปรากฎ ูเาคู่สีขาวแม้จะมีเศษอาภรณ์ที่ฉีกขาดปกปิดอยู่แต่ทว่ามันมิได้ช่วยอันใดเลยแม้แต่น้อย แต่ก่อนที่จะได้เห็นอะไรไปมากกว่านี้
“เพี้ย!! ไอเ้าดวงตาข้า ข้ามันเป็คนบาปไปเสียแล้ว” ชายหนุ่มที่ได้สติกลับมา ได้ซัดพลังปราณใส่ใบหน้าตัวเองเพื่อเรียกสติไม่ให้ตนเห็นอะไรไปมากกว่านี้ “แม้ตัวข้าจะเป็ราชันย์ยุทธ์ ทว่าั้แ่เกิดมานี่ก็เป็ครั้งแรกที่ข้าเห็นร่างของสตรีเช่นนี้ ไม่สิตอนนี้ข้าต้องรีบช่วยแม่นางผู้นี้เสียก่อน”
สิ้นความคิดชายหนุ่มจึงหลับตาลงเพื่อมิให้เห็นอันใด พร้อมกับรวบรวมพลังปราณของตนและเริ่มรักษาสตรีผู้นี้
“แม่นางข้าต้องขออภัยเ้าจริงๆข้ามิได้ตั้งใจ หากเ้าฟื้นขึ้นมาไม่ว่าเ้า้าอะไรข้าจะชดเชยให้อย่างแน่นอน”
ชายหนุ่มคิดกับตัวเองในใจพร้อมกับรักษาอาการของสตรีผู้นี้ไปด้วย
ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ขณะที่ชายหนุ่มนั้นกำลังใช้สมาธิกับการรักษาสตรีตรงหน้า ร่างที่ถูกรักษาอยู่เวลานี้ได้ค่อยๆลืมตาขึ้นทีละน้อย
“นะ..นี่ข้ายังไม่ตายอย่างนั้นรึ แล้วพลังปราณที่กำลังหลั่งไหลเข้ามาในตัวข้ามันคือของผู้ใดกัน”
เมื่อหญิงสาวปรับสายตาได้ภาพที่เห็นกลับเป็ชายหนุ่มในชุดคลุมสีขาว ที่ใบหน้าหล่อเหลาของเขาในขณะนี้เริ่มมีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นมา
ทางด้านของชายหนุ่มที่หลับตาอยู่นั้นเมื่อััได้ถึงพลังชีวิตที่เพิ่มขึ้นของสตรีตรงหน้า ก็อดที่จะถอนหายใจไม่ได้ ถึงชายหนุ่มจะเป็ราชันย์ยุทธ์ระดับกลาง แต่าแของสตรีผู้นี้นั้นก็ไม่ใช่เื่ง่ายสำหรับชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย
เส้นพลังปราณถูกทำลายจนเกือบหมดสิ้น นับว่ายังโชคดีที่รากฐานของนางไม่มีผลกระทบอันใดมาก อาจจะต้องเสียเวลาฝึกฝนใหม่แต่นี่ก็นับว่าดีมากแล้ว มิหนำซ้ำระดับการฝึกฝนของนางยังไม่ถูกทำลายไปจนหมดถึงแม้ตอนนี้นางจะเป็แค่จอมยุทธ์ระดับสองก็ตามที ดีกว่าการที่นางยังมีชีวิตโดยที่ฝึกพลังปราณไม่ได้ หากเป็เช่นนั้นก็มิต่างไปจากการตายเสียเท่าไหร่
หากเป็ชาวบ้านทั่วไปอาจไม่เป็อันใด แต่สำหรับจอมยุทธ์ที่เคยมีความสามารถและพลังเหนือผู้คนทั่วไปการที่วันหนึ่งจะต้องกลับมาเป็คนธรรมดาความรู้สึกเช่นนั้นคงไม่มีผู้ใดรับได้
ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังครุ่นคิดอยู่นั้นเสียงของสตรีเบื้องหน้าก็ดังขึ้น “ทะ..ท่านคือผู้ใดกัน เหตุใดจึงมาช่วยข้าไว้ แล้วสำนักคลื่นวารีของข้าเป็เช่นไรบ้าง”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นชายหนุ่มก็อดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้ “ในที่สุดนางก็ฟื้นเสียที”
“แม่นางข้ามีนามว่า หลินตง เป็เ้าสำนักเหนือ์ไม่ทราบว่าแม่นางพอจะเคยได้ยินหรือไม่ ข้าพบแม่นางาเ็หนักและหมดสติอยู่ ข้าเห็นว่าถ้าไม่รีบรักษาโดยเร็ว ชีวิตแม่นางคงจบสิ้นเป็แน่จึงพาแม่นางมารักษาอาการเสียก่อน ส่วนเื่ของสำนักท่านข้าก็ไม่รู้เช่นกัน แล้วชื่อของแม่นางล่ะมีนามว่าอันใดแล้วสำนักท่านมีเหตุอันใดหรือ”
เมื่อได้ยินสิ่งที่ชายตรงหน้านางเอ่ย จิตใจของนางได้เหม่อลอยไปครู่หนึ่ง “นามของข้าคือ หลี่เฟย เป็ศิษย์เอกของสำนักคลื่นวารี สำนักของข้าถูกเ้าพวกมารร้ายบุกจู่โจม ขะข้าจะต้องรีบไปตามสำนักใหญ่อื่นๆมาช่วย”
สิ้นเสียงหญิงสาวพยายามจะผลักตนเองขึ้น แต่กลับพบว่าร่างกายของนางนั้นไม่เหลือเรี่ยวแรงอยู่เลย มีเพียงดวงตาและปากของนางเท่านั้นที่พอขยับไปมาได้
“อย่าพึ่งขยับตัวเถิดแม่นางตอนนี้ร่างกายของเ้ามิมีกำลังจะทำสิ่งใดได้หรอก เอาไว้อาการของเ้าดีกว่านี้ข้าจะพาเ้าไปรักษาต่อที่สำนักแล้วค่อยรับฟังปัญหาของเ้าดีหรือไม่”
ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นขณะที่หลับตาอยู่ สิ้นเสียงชายหนุ่มจึงหันหลังให้สตรีผู้นั้นและลุกเดินจากไปพร้อมพึมพำเสียงเบา “โอ้ย..ในที่สุดข้าก็ได้ลืมตาเสียที การหลับตานั้นมิใช่เื่ยากแต่การหลับตาโดยที่รู้ว่ามีสิ่งใดอยู่ตรงหน้านั้นสร้างความลำบากใจให้ข้ายิ่งนัก”
“หากนางฟื้นตัวแล้วข้าหวังว่านางจะมิโกรธจนเกินไปนักนะ ข้ามิได้ตั้งใจจริงๆอีกหนึ่งชั่วยามนางคงจะลุกขึ้นมาได้แล้ว”
ด้านของหญิงสาวที่ยังคงกังวลเกี่ยวกับสำนักของนางก็ทำได้เพียงรีบโคจรพลังปราณเพื่อฟื้นฟูร่างกายของตนพร้อมกับสงสัยพฤติกรรมของชายหนุ่มที่ช่วยนางไว้
“เหตุใดชายผู้นั้นรักษาข้าเสร็จแล้วมิยอมลืมตาคุยกับข้า หรือชายผู้นั้นจะตาบอดรึ”
ทว่าผ่านไปหนึ่งชั่วยามเมื่อร่างกายของนางเริ่มจะลุกยืนได้แล้ว นางก็รู้ถึงสาเหตุที่ชายผู้นั้นต้องหลับตา พร้อมกับใบหน้าที่แดงก่ำ
“ทะ..ท่านอยู่ที่ใดกัน!!”
หลินตงที่นั่งรออยู่ไม่ไกลนักเมื่อได้ยินเสียงนี้ก็ทำตัวไม่ถูกเช่นกัน
จากผู้เขียน: เป็อย่างไรบ้างครับทุกท่านถูกใจกันไหมเอ่ย สำคัญ!!! อัพเดททุกวัน เสาร์ อาทิตย์และ จันทร์ เดือนธันวาคมอ่านจะกลับมาอัพเดททุกวันนะครับ ่นี้กระผมขอจัดการงานหลักก่อนนะขอรับ
รับชมฉบับนิยายเสียงได้ที่ Novel time studio