บทที่ 11 ของเล่นเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับอันอัน
ฉินฮ่าวเฉิน และ ฉินเชียนอี้ ต่างสีหน้าเปลี่ยนไปทันที พวกเขาทบทวนคำเตือนของอันอันในหัวอย่างรวดเร็ว 'ห้องครัวจะไฟไหม้ และเด็กเพียงคนเดียวในคฤหาสน์ก็คืออันอัน!'
ทั้งสองสบตากันเพียงวินาทีเดียว ฉินเชียนอี้ก็รีบวิ่งตรงไปยังปราสาททันที
"พ่อครับ! ผมไปดูที่ห้องครัวก่อนนะครับ!"
"ระวังตัวด้วย!"
ฉินฮ่าวเฉินกระชับอ้อมกอดที่โอบอุ้มร่างนุ่มนิ่มของลูกสาวไว้แน่น เขาตัดสินใจถอยห่างออกมาคุมเชิงอยู่ที่หน้าทางเข้าคฤหาสน์เพื่อรักษาระยะปลอดภัยจากตัวอาคารหลัก ดวงตาคมกริบจ้องมองยอดปราสาทอย่างระแวดระวัง แม้ลึก ๆ เขาจะยังกังขาว่าคำพูดของห่านขาวจะเป็จริงหรือไม่ แต่ในฐานะพ่อ... เขาไม่มีวันเอาชีวิตของลูกสาวที่เพิ่งได้คืนมาไปเสี่ยงเพื่อพิสูจน์ความจริงเด็ดขาด!
อันอันััได้ถึงความกังวลของคุณพ่อ เธอนิ่วหน้าพลางยื่นมือน้อย ๆ ไปลูบอกเขาเบา ๆ
"คุณพ่อไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าคะ? คุณพ่อนั่งพักก่อนไหมคะ... อันอันเดินเองได้ค่ะ"
เด็กน้อยคิดว่าคุณพ่ออาจจะหนักที่ต้องอุ้มเธอตลอดเวลา
"พ่อไม่เป็ไรครับอันอัน ไม่ต้องกังวลนะ"
ฉินฮ่าวเฉินปลอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ พลางเร่งฝีเท้าพาเธอออกห่างจากจุดที่อาจจะเกิดอันตราย เขาหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูขึ้นมาต่อสายหา เฮ่อเหยียน ทันทีด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็เ็าและทรงอำนาจ
"เฮ่อเหยียน เตรียมรถ!"
น้ำเสียงของเขาจริงจังจน เฮ่อเหยียน ที่กำลังยุ่งกับการจัดการไล่ออกของพนักงานในห้องทำงานชั้นสองถึงกับชะงัก
"ท่านประธานจะไปไหนเหรอครับ?"
"ไม่ต้องถาม ทำตามที่สั่งพอ"
ฉินฮ่าวเฉินไม่ได้ตอบความสงสัยของลูกน้อง เขาแค่้าพาอันอันออกไปให้ไกลจากจุดอันตรายที่สุดในตอนนี้
เฮ่อเหยียนรู้ตัวว่าถามมากไปจึงรีบแก้ไข
"ครับท่านประธาน!"
เขาสั่งงานพนักงานคนอื่นต่ออย่างรวดเร็วแล้ววิ่งตรงไปยังโรงรถ นำรถลินคอล์นคันหรูออกมาจอดรอตรงหน้าเ้านายอย่างแม่นยำ
อันอันมองรถด้วยความงุนงง
"คุณพ่อคะ เราจะไปไหนกันเหรอคะ?"
ฉินฮ่าวเฉินอุ้มลูกสาววางบนเบาะหลังอย่างถะนุถนอมพลางช่วยรัดเข็มขัดนิรภัยให้
"ได้เวลาอาหารกลางวันแล้วครับอันอัน เราไปหาของอร่อยกินข้างนอกกันนะ"
"ค่า~"
อันอันพยักหน้าอย่างว่าง่าย ก่อนจะกะพริบตาถาม
"คุณพ่อคะ... งั้นห่านขาวตัวใหญ่ก็ไม่ต้องถูกกินแล้วใช่ไหมคะ?"
"ใช่ครับ เราไม่กินมันแล้ว"
เขาฉินฮ่าวเฉินลูบหัวลูกสาว
"เราไปกินอย่างอื่นแทนนะ"
"เย้~"
อันอันดีใจจนขาสั้น ๆ แกว่งไปมาอย่างสนุกสนาน
“เย้! ห่านขาวจะได้ไม่ต้องร้องไห้แล้ว!”
เฮ่อเหยียนที่ทำหน้าที่คนขับลอบมองกระจกหลังด้วยความสงสัย 'ทั้งที่อาหารในคฤหาสน์เกือบเสร็จแล้ว ทำไมต้องออกไปกินข้างนอก? แล้วห่านขาวนั่นมาจากไหนกัน?'
ทันใดนั้น เสียงทุ้มต่ำของท่านประธานก็ดังขึ้นจากเบาะหลัง
"ดูแลห่านขาวนั่นให้ดี อย่าให้มันออกไปจากคฤหาสน์เด็ดขาด"
ฉินฮ่าวเฉินครุ่นคิดอย่างหนัก ในเมื่อลูกสาวสามารถสื่อสารกับมันได้ และมันดูเหมือนจะมี ‘เซนส์’ บางอย่างที่เตือนภัยได้ การเลี้ยงมันไว้ใกล้ตัวอันอันอาจจะเป็เื่ดี ส่วนเื่ที่มันรู้เื่ไฟไหม้ล่วงหน้าได้อย่างไร... เขาจะให้คนไปสืบหาความจริงทีหลังก็ยังไม่สาย
"ครับท่านประธาน!"
เฮ่อเหยียนรับคำสั่งทันทีพลางประสานงานไปยังบอดี้การ์ดในคฤหาสน์ให้ดูแลห่านปริศนาตัวนั้นให้ดี
ขณะที่รถลินคอล์นเคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์อย่างเงียบเชียบ ภายในห้องครัวของปราสาทกลับเต็มไปด้วยบรรยากาศที่มาคุและตึงเครียดถึงขีดสุด!
เชฟระดับโลกและพนักงานครัวนับสิบคนยืนเรียงแถวหน้ากระดาน ตัวสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำอยู่เบื้องหน้าคุณชายหกผู้โกรธเกรี้ยว
“พวกคุณทำงานในคฤหาสน์ตระกูลฉินมาตั้งกี่ปี? ทำไมถึงยังสะเพร่ากับเื่พื้นฐานแบบนี้!”
ฉินเชียนอี้ ตวาดลั่นจนฝาหม้อสั่นะเื เขามาทันเวลาที่จะเห็นว่ามีน้ำมันหกเลอะใกล้กับหัวเตาแก๊สที่เปิดทิ้งไว้จากความประมาทของพนักงานคนหนึ่ง หากปล่อยไว้เพียงไม่กี่นาที ไฟคงลุกท่วมลามไปทั่วห้องครัวจริง ๆ
"ตรวจสอบกล้องวงจรปิดให้ละเอียด ดูว่ามีใครจงใจก่อเื่ในคฤหาสน์หรือเปล่า!"
เขาหันไปสั่งบอดี้การ์ดเสียงเข้ม
"ก่อนจะรู้ความจริง ห้ามใครออกจากที่นี่แม้แต่ก้าวเดียว!"
เมื่อจัดการความวุ่นวายเสร็จ ฉินเชียนอี้ก็เดินตรงไปยังสวนดอกไม้ เขาเห็นบอดี้การ์ดหลายคนกำลังยืนล้อมพุ่มไม้ที่ห่านขาวซ่อนตัวอยู่
"พวกคุณไปเฝ้าอยู่ห่าง ๆ นอกสวนก็พอครับ"
เมื่อทุกคนไปไกลพอ ฉินเชียนอี้ก็เข้าไปใกล้พุ่มไม้แล้วกระซิบถาม
"นี่เ้าห่าน... นายรู้ได้ยังไงว่าห้องครัวจะไฟไหม้?"
ห่านขาวที่ขดตัวเป็ก้อนกลมโผล่หัวออกมามองเขาแล้วร้อง
"ก้าบ!"
ฉินเชียนอี้เกาหัวแกรก
"ฟังไม่รู้เื่ว่ะ... ก้าบอะไรของแกนะ"
เขาพึมพำกับตัวเองพลางมองที่มือที่หายเป็ปกติ 'อันอันเข้าใจได้ยังไง? หรือจะเป็เพราะกำไลข้อมือนั่นจริงๆ?'
เขานั่งขัดสมาธิเฝ้าห่านอยู่ข้างพุ่มไม้ั้แ่เที่ยงจนกระทั่งฟ้าเริ่มมืด…
ทางด้านฉินฮ่าวเฉิน หลังจากพาลูกสาวทานมื้อเที่ยงสุดหรูเสร็จ เขาก็ทำหน้าที่ ‘คุณพ่อ’ สายเปย์ พาลูกสาวไปตะลุยห้างสรรพสินค้าชั้นนำเพื่อเหมาของเล่น ตุ๊กตา และเสื้อผ้าแบรนด์เนมที่คิดว่าเธอจะชอบจนแทบหมดห้าง รถลินคอล์นแล่นกลับเข้าคฤหาสน์ใน่หัวค่ำ โดยมีขบวนรถบรรทุกขนาดเล็กอีก 10 คันขนกล่องของขวัญตามมาเป็ทางยาวจนเพื่อนบ้านในย่านมหาเศรษฐีต่างพากันมองด้วยความทึ่ง
อันอันที่ตื่นเต้นและวิ่งเล่นมาทั้งบ่ายจนพลังงานหมดเกลี้ยง บัดนี้ได้หลับสนิทอยู่ในอ้อมอกอุ่น ๆ ของคุณพ่อ ฉินฮ่าวเฉินอุ้ม ‘เ้าตัวเล็ก’ เดินเข้าปราสาทอย่างแ่เบาที่สุดราวกับกลัวจะทำให้นางฟ้าตัวน้อยตื่นจากฝันดี เขารับฟังรายงานจากบอดี้การ์ดผ่านหูฟังบลูทูธที่สวมอยู่
"...ท่านประธานครับ ทุกคนที่เกี่ยวข้องถูกกักตัวไว้หมดแล้ว ห่านขาวก็ยังอยู่ที่เดิม โดยมีคุณชายเชียนอี้เฝ้าไว้ด้วยตัวเองครับ"
ฉินฮ่าวเฉินก้มมองลูกสาวในอ้อมกอดด้วยสายตาเคร่งเครียด 'ถ้าอันอันไม่เตือน... ปราสาทนี้อาจจะกลายเป็กองเพลิงไปแล้วจริง ๆ'
เขาตัดสินใจสั่งการเสียงเบาผ่านหูฟัง
"บอกให้ ฉินฝูเจีย กลับบ้านเดี๋ยวนี้"
ฉินฝูเจีย ลูกชายคนโตของตระกูลผู้เลือกละทิ้งความวุ่นวายไปใช้ชีวิตสันโดษและศึกษาเื่จิติญญามานานถึง 3 ปี... สำหรับเื่ประหลาดของอันอันและเ้าห่านปริศนาตัวนี้ บางทีคนที่มีััพิเศษเหนือธรรมชาติอย่างเขาอาจจะเป็คนเดียวที่มีคำตอบให้ตระกูลฉินได้