รุ่งอรุณวันใหม่มาเยือนสำนักเมฆาครามพร้อมกับสายลมหนาวที่พัดผ่านยอดเขา
เย่เฉินเดินขึ้นบันไดหินอ่อนมุ่งหน้าสู่ "หอทะเบียน" ของศิษย์สายนอก ร่างกายของเขาสะอาดสะอ้านหลังจากชำระล้างคราบเลือดและโคลนออกไปแล้ว แต่บาดแผลที่ไหล่ซ้ายยังคงถูกพันไว้ด้วยผ้าหนาตลอดทางเดิน
ศิษย์สายนอกคนอื่นๆ ที่เคยเดินผ่านเขาด้วยสายตาเหยียดหยามเมื่อวันก่อน... วันนี้กลับหลีกทางให้เขาอย่างรวดเร็ว
"นั่นไง... เย่เฉิน... คนที่ได้คะแนนอันดับหนึ่ง"
"ได้ข่าวว่าเขาเอาป้ายวิญญาณออกมาเป็นกองพะเนิน... ปีศาจชัดๆ"
เสียงซุบซิบดังไล่หลังมา แต่เย่เฉินไม่สนใจ เขาเดินตรงเข้าไปในหอทะเบียนอย่างมั่นคง
ภายในหอทะเบียน ศิษย์พี่ฝ่ายทะเบียน นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ เมื่อเห็นเย่เฉินเดินเข้ามา สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เป็นความนอบน้อมที่เจือปนด้วยความระวังตัว
"มาแล้วรึ... ศิษย์น้องเย่เฉิน" ศิษย์พี่หยิบห่อผ้าสีน้ำเงินเข้มและป้ายหยกประจำตัวศิษย์สายนอกวางลงบนโต๊ะ "นี่คือชุดศิษย์สายนอก และป้ายประจำตัวของเจ้า... ยินดีด้วยที่ได้เลื่อนขั้น"
เย่เฉินรับของเหล่านั้นมา แต่สายตาของเขากลับกวาดมองไปรอบๆ โต๊ะเพื่อหาสิ่งที่เขาต้องการที่สุด
"ขอบคุณศิษย์พี่..." เย่เฉินเอ่ยเสียงเรียบ "แต่ข้าจำได้ว่า... ผู้ชนะอันดับหนึ่งจะได้รับ 'โอสถสมานปราณระดับสูง' เป็นรางวัลมิใช่หรือ?"
ศิษย์พี่ฝ่ายทะเบียนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มแห้งๆ และส่ายหน้า "เรื่องนั้น... ข้าเกรงว่าเจ้ายังรับไม่ได้ในตอนนี้"
เย่เฉินหรี่ตาลง บรรยากาศรอบตัวพลันเย็นยะเยือกขึ้นทันที "ทำไม?"
"ใจเย็นก่อนศิษย์น้อง..." ศิษย์พี่รีบยกมือห้าม "ไม่ใช่ข้าไม่อยากให้... แต่มีคำสั่งด่วนลงมาจากเบื้องบน หอคุมกฎ ต้องการพบเจ้าก่อนที่จะมอบรางวัลใดๆ... พวกเขารอเจ้าอยู่แล้ว"
เย่เฉินมองตามนิ้วนั้นไป หัวใจของเขากระตุกวูบ
‘หอคุมกฎ...’
เขารู้ดีว่าสถานที่นั้นคือฝันร้ายของศิษย์ทุกคน... ที่นั่นไม่ใช่ที่รับรางวัล แต่เป็นที่สำหรับ "รีดความจริง"
บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนไปทันทีที่เย่เฉินก้าวเท้าข้ามธรณีประตูเหล็กหนาหนักของ "หอคุมกฎ"
ความอบอุ่นของแสงตะวันถูกตัดขาด ภายในโถงกว้างใหญ่นั้นมืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากคบเพลิงสีเขียวมรกตที่ติดอยู่ตามผนังหินสีดำทมิฬ กลิ่นคาวเลือดจางๆ และกลิ่นสนิมเหล็กผสมปนเปกันลอยอวลอยู่ในอากาศ
ที่ปลายสุดของห้องโถง บนบัลลังก์หินยกพื้นสูง ร่างของชายชราผู้หนึ่งนั่งตระหง่านอยู่ เขาคือ "ผู้อาวุโสโม่" ผู้ที่มีนัยน์ตาสีเทาซีดและสวมชุดคลุมสีดำขลิบทอง
ตึง!
ประตูเหล็กด้านหลังเย่เฉินปิดลงเองเสียงดังสนั่น ขังเขาไว้ในพื้นที่ปิดตายร่วมกับผู้คุมกฎสูงสุด เย่เฉินเดินไปหยุดอยู่กลางโถง ประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม
"คารวะท่านผู้อาวุโส... ข้าเย่เฉิน มารายงานตัวเพื่อรับ..."
"เจ้าคิดว่าข้าเรียกเจ้ามาเพื่อมอบรางวัลรึ?"
เสียงของผู้อาวุโสโม่ขัดขึ้น เรียบเย็นแต่บาดลึกดุจคมมีด เขาเดินลงมาจากแท่นช้าๆ เสียงฝีเท้าของเขาก้องกังวานในความเงียบ
"จางเหลี่ย... และศิษย์ตระกูลจางอีกห้าคน... หายสาบสูญไปในป่าหมอกปีศาจ ในขณะที่เจ้า... กลับออกมาพร้อมป้ายวิญญาณจำนวนมหาศาล และในจำนวนนั้น... มีป้ายวิญญาณที่ลงทะเบียนในชื่อของคนตระกูลจางรวมอยู่ด้วย"
เขายุดยืนอยู่ตรงหน้าเย่เฉิน จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเด็กหนุ่ม "เจ้าจะอธิบายเรื่องนี้อย่างไร? เย่เฉิน"
"ขะ... ข้าไม่ทราบเรื่องการหายตัวไปของพวกเขาขอรับ... ส่วนป้ายเหล่านั้น ข้าเก็บได้จากซากศพที่ถูกสัตว์อสูรสังหาร... ในป่านั้นอันตรายมาก ข้าเพียงแค่โชคดี..."
"โชคดีงั้นรึ?" ผู้อาวุโสโม่แค่นเสียง
ทันใดนั้น แรงกดดันมหาศาลก็ระเบิดออกจากร่างของเขา! พลังปราณระดับสูงกดทับลงบนไหล่ของเย่เฉินจนเขาทรุดฮวบลงคุกเข่า
"เลิกเล่นละครได้แล้ว! ข้าตรวจสอบศพที่ถูกกู้คืนมาบางส่วน... พวกมันไม่ได้ตายเพราะคมเขี้ยวสัตว์อสูรเพียงอย่างเดียว แต่มีร่องรอยการต่อสู้!"
สายตาของผู้อาวุโสเลื่อนต่ำลงมา... หยุดอยู่ที่ "ไหล่ซ้าย" ของเย่เฉินที่มีผ้าพันแผลหนาเตอะพันอยู่
"และที่สำคัญที่สุด... ข้าได้กลิ่นอายของ 'ปราณอัคคี' ตกค้างอยู่บนตัวเจ้า... กลิ่นอายของวิชาดาบเพลิงตระกูลจาง!"
เย่เฉินกัดฟันแน่น เหงื่อเย็นไหลซึมกลางหลัง
"บาดแผลที่ไหล่นั่น..." ผู้อาวุโสโม่ชี้มือมา "แกะมันออกซะ! ข้าจะดูให้เห็นกับตาว่ามันคือรอยเขี้ยวสัตว์... หรือรอยดาบของจางเหลี่ยกันแน่!"
คำสั่งของผู้อาวุโสโม่ดังก้องกังวานราวกับฟ้าผ่ากลางโถง
เย่เฉินคุกเข่าอยู่กับพื้น มือขวากุมไหล่ซ้ายแน่น แววตาของเขาสั่นไหว (จากการเสแสร้ง) แต่ภายในใจกลับสงบนิ่งและเย็นเยียบดุจน้ำแข็งพันปี
"ทะ... ท่านผู้อาวุโส... บาดแผลนี้มันน่าเกลียดน่ากลัวยิ่งนัก..."
"อย่ามาเล่นลิ้น! ข้าให้โอกาสเจ้าเปิดมันเอง... หรือจะให้ข้าเป็นคนฉีกเนื้อเจ้าออกมาดู?"
เย่เฉินก้มหน้าซ่อนสายตาอำมหิตไว้ เขารู้ดีว่าผ้าพันแผลเปื้อนเลือดและโคลนที่เขาพอกไว้นั้น ไม่อาจหลอก "เนตรวิญญาณ" ในระยะประชิดของยอดฝีมือระดับนี้ได้
หากเขาแกะผ้าออกตอนนี้... รอยไหม้เกรียมที่มีไอพลังปราณอัคคีของตระกูลจางตกค้างอยู่ จะถูกเปิดเผยทันที
‘ไม่มีทางหนี... ข้าต้องทำลายหลักฐาน...’
เย่เฉินสูดลมหายใจเข้าลึก ตัดสินใจทำในสิ่งที่คนรักตัวกลัวตายไม่มีวันกล้าทำ เขาต้องเปลี่ยน "แผลไฟไหม้" ให้กลายเป็นอย่างอื่น... แม้จะต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดเจียนตายก็ตาม!
"ก็ได้ขอรับ... ข้าจะเปิดให้ท่านดู... ว่าข้าโดนอะไรมา"
มือขวาของเขาค่อยๆ เอื้อมไปที่หัวไหล่ซ้าย ทำท่าเหมือนจะแกะผ้าพันแผลออก... แต่ในจังหวะที่มือสัมผัสโดนปากแผลนั้นเอง...
นิ้วทั้งห้าของเขาก็เกร็งตัวขึ้นจนแข็งดุจกรงเล็บเหล็ก! ในซอกเล็บของเขามี "พิษแมงมุม" ที่เขาแอบขูดมาจากซากแมงมุมในป่าซ่อนอยู่!
ในเสี้ยววินาทีที่ผู้อาวุโสโม่กำลังเพ่งสายตามองมา...
ฉัวะ!
เย่เฉินไม่ได้แกะผ้าพันแผลออกอย่างนุ่มนวล แต่เขากลับ "จิกเล็บ" ที่อาบไปด้วยพิษแมงมุมลงไปที่บาดแผลไฟไหม้ของตนเองอย่างรุนแรง!
"อึก!"
เขาขบกรามแน่นจนได้ยินเสียงฟันกระทบกัน เล็บอันคมกริบกรีดลึกลงไปในเนื้อที่ไหม้เกรียม ฉีกกระชากเนื้อเยื่อที่ตายแล้วให้เปิดออก พร้อมกับปล่อยพิษร้ายแรงให้ไหลซึมลงไปผสมกับเลือดสดๆ
ความเจ็บปวดแสนสาหัสปะทุขึ้นทันที! พิษแมงมุมกำลัง "กัดกิน" และ "ย่อยสลาย" เซลล์ผิวหนังและพลังงานตกค้างอย่างบ้าคลั่ง ไอพลังปราณอัคคีของจางเหลี่ยที่เคยเกาะติดอยู่ ถูกพิษร้ายกัดกินจนสลายไปในพริบตา เหลือทิ้งไว้เพียงแผลเหวอะหวะที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่า
เย่เฉินกระชากผ้าพันแผลที่เปียกโชกด้วยเลือดดำคล้ำออก เผยให้เห็นสภาพแผลที่น่าสยดสยองต่อสายตาผู้อาวุโส
"นี่ขอรับ... รอยแผลที่ท่านอยากเห็น..."
ผู้อาวุโสโม่ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพแผล เขาขมวดคิ้วด้วยความรังเกียจ ก่อนจะยื่นมือเข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียด พลังปราณตรวจสอบพุ่งเข้าไปในบาดแผล... แต่สิ่งที่พบมีเพียง "พิษสัตว์อสูร" ที่รุนแรงและการเน่าเปื่อยของเนื้อเยื่อเท่านั้น
"พิษแมงมุมหมอกปีศาจ... รุนแรงขนาดนี้... เจ้ายังมีชีวิตรอดมาได้ นับว่าดวงแข็งมาก"
เขาถอนพลังกลับด้วยความผิดหวัง หลักฐานที่เขาคาดหวังว่าจะใช้มัดตัวเย่เฉินได้หายไปแล้ว
"หึ! ดูเหมือนข้าจะระแวงเกินเหตุสินะ"
ผู้อาวุโสโม่สะบัดชายเสื้อเดินกลับขึ้นไปบนแท่นบัลลังก์ แต่ก่อนที่เย่เฉินจะทันได้ถอนหายใจ เสียงที่เย็นเยียบยิ่งกว่าเดิมก็ดังขึ้น
"แต่จงจำไว้... เย่เฉิน... ในป่าหมอกปีศาจอาจไร้พยาน... แต่ในสำนักแห่งนี้ สายตาของข้าอยู่ทุกที่"
ผู้อาวุโสโม่หันกลับมาจ้องเขม็ง นัยน์ตาสีเทาซีดฉายแววคุกคาม
"หากวันใดที่ข้าจับหางเจ้าได้... หรือเจ้ากล้าก่อเรื่องให้ข้าระคายเคืองใจอีก... ข้าจะไม่เรียกเจ้ามาสอบสวน... แต่ข้าจะส่งเจ้าไปเป็นปุ๋ยในคุกใต้ดินทันที! ไสหัวไป!"
เย่เฉินก้มหน้าลงต่ำ ซ่อนแววตาที่ลิงโลด
"ข้าน้อย... จะจดจำไว้ขอรับ"
เย่เฉินก้าวเท้าพ้นประตูเหล็กของหอคุมกฎ แสงแดดภายนอกสาดส่องกระทบใบหน้าที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็น เขาไม่ได้หันกลับไปมองหอคอยสีดำทมิฬนั้นอีก แต่รีบมุ่งหน้ากลับไปยังหอทะเบียนทันที
เมื่อศิษย์พี่ฝ่ายทะเบียนเห็นว่าเย่เฉินกลับมาพร้อมกับ "ใบอนุญาตผ่านการตรวจสอบ" เขาก็ไม่มีข้ออ้างใดๆ ที่จะกักเก็บรางวัลไว้อีกต่อไป
"นี่คือรางวัลของเจ้า... โอสถสมานปราณระดับสูง"
ศิษย์พี่ส่งขวดหยกสีขาวนวลให้ด้วยความอิจฉาเล็กน้อย
เย่เฉินรับขวดหยกมา กำไว้ในมือแน่น เขาไม่รอช้า รีบเดินทางไปยังที่พักใหม่ในเขตศิษย์สายนอก มันเป็นเรือนไม้หลังเล็กที่ตั้งแยกเป็นสัดส่วน
ทันทีที่ปิดประตูลงกลอน เย่เฉินก็ทรุดตัวลงนั่งบนเตียงไม้ ความเจ็บปวดที่ไหล่ซ้ายยังคงเต้นตุบๆ เนื้อเยื่อบริเวณนั้นเน่าเปื่อยและส่งกลิ่นเหม็นไหม้จากพิษแมงมุม
มือที่สั่นเทาเปิดจุกขวดออก... กลิ่นหอมสดชื่นของสมุนไพรวิเศษลอยฟุ้งออกมา ภายในบรรจุเม็ดยาสีฟ้าใสกระจ่างดุจผลึกน้ำแข็ง
เย่เฉินกลืนโอสถเม็ดนั้นลงไปทันที
วูบ...
ความเย็นสดชื่นดุจสายน้ำทิพย์ไหลผ่านลำคอลงสู่ท้อง และกระจายตัวเข้าสู่เส้นชีพจรทั่วร่างอย่างรวดเร็ว!
พลังยาที่อ่อนโยนแต่ทรงประสิทธิภาพเริ่มทำหน้าที่ของมัน มันไหลเวียนไปตาม เส้นชีพจรเทพอสูร ภายในร่างกายที่เต็มไปด้วยรอยแตกร้าวจากการรับพลังเกินขีดจำกัด ค่อยๆ ประสานรอยร้าวเหล่านั้นให้กลับมาสมานกันอย่างสมบูรณ์
ความเจ็บปวดภายในที่คอยกัดกินเขามาตลอดหลายวัน เริ่มจางหายไป... แทนที่ด้วยความรู้สึกมั่นคงและแข็งแกร่งที่หวนคืนกลับมา
แต่ทว่า... ที่ไหล่ซ้าย บาดแผลภายนอกที่เกิดจากพิษแมงมุมยังคงอยู่ พลังของโอสถเน้นรักษาเส้นลมปราณภายใน ไม่ได้ทำให้เนื้อที่เน่าเปื่อยงอกขึ้นมาใหม่ในทันที เลือดสีดำคล้ำยังคงซึมออกมาเล็กน้อย
เย่เฉินมองบาดแผลนั้นด้วยสายตาเรียบเฉย เขาฉีกชายเสื้อมาพันแผลไว้อย่างลวกๆ
‘แผลภายนอกแค่นี้... เทียบไม่ได้เลยกับเส้นชีพจรที่สมบูรณ์’
เย่เฉินหลับตาลง โคจรพลังเพื่อช่วยกระตุ้นฤทธิ์ยา
ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม... เย่เฉินลืมตาขึ้น
นัยน์ตาของเขาทอประกายเจิดจ้า เส้นชีพจรภายในร่างบัดนี้ถูกซ่อมแซมจนสมบูรณ์พร้อม และยังมีความยืดหยุ่นแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม! รากฐานของเขาไม่เพียงแค่ฟื้นคืน แต่ยังพร้อมสำหรับการทะลวงระดับต่อไป
‘รอดแล้ว... รากฐานของข้ากลับมาสมบูรณ์แล้ว’
แต่คำขู่ของผู้อาวุโสโม่ยังคงดังก้องอยู่ในหู
‘สายตาของข้าอยู่ทุกที่งั้นรึ...’
เย่เฉินกำหมัดแน่น สัมผัสถึงพลังที่ไหลเวียนเต็มเปี่ยม
‘ข้าต้องรีบแข็งแกร่งขึ้น... ให้เร็วที่สุด ก่อนที่ความจริงจะถูกเปิดเผย’
‘ในสำนักเมฆาครามแห่งนี้... การเป็นศิษย์สายนอกยังไม่พอ... ข้าต้องปีนขึ้นไปให้สูงกว่านี้! สูงจนสายตาของพวกเจ้า... มองตามข้าไม่ทัน!’
[จบตอนที่ 32]