ตอนที่หนึ่งร้อยเก้าสิบสอง แบ่งอาหารให้วิญญาณ
ด้วยเหตุผลบางประการตอนผมยื่นบิงซูแสงเทียนให้ครูวิกลับหน้าแดงเล็กน้อย
“ขะขอบคุณค่ะคุณเจิด คุณเจิดนี่เป็นคนน่าสนใจจังเลยนะคะ”
ครูวิกล่าวพร้อมกับค่อยๆตักบิงซูแสงเทียนมาทาน
เธอคงไม่น่าจะว่าอะไรผมเท่าไรที่มีการจุดเทียนและสามารถแบ่งกันกินกับสัมภเวสีที่อยู่ในบริเวณนี้ไปได้พร้อมกัน
ธูปหรือเทียนเราใช้เป็นแหล่งส่งสัญญาณแบบแอสโตรโนมิคอนที่จะทำให้บรรดาวิญญาณสามารถจับสัญญาณได้ว่าตรงนี้มีอาหารหรือมีการทำพิธีกรรมอยู่
นี่คือสาเหตุที่เรามีพิธีกรรมบูชาไฟเผาบูชาเครื่องในสัตว์ที่พระเจ้าชอบการบูชาเครื่องในสัตว์และเกลียดวีแกนเอามากๆมาหลายพันปีตั้งแต่ครั้งอาเบลกับเคน
แต่ด้วยเหตุผลบางประการคนในปัจจุบันคิดว่าทานเจมังสวิรัตหรือวีแกนนั้นเป็นเรื่องที่ถูกศีลธรรมทำให้พระเจ้าพอใจทั้งที่พระเจ้าท่านก็บอกมาหลายพันปีแล้วว่าท่านชอบกลิ่นเนื้อที่เผาไหม้ไฟที่บูชายัญแก่ท่านเอามากๆ
เคนที่บูชายัญท่านแบบวีแกนทำให้พระเจ้าท่านไม่พอใจด้วยซ้ำ
คนยุคปัจจุบันก็ยังคิดว่าการทานอาหารแบบวีแกนเป็นเรื่องได้บุญอยู่นั่นล่ะ
แต่ครูวิท่าทางจะไม่คิดอะไรได้ทานบิงซุอย่างอร่อย
ผมรู้สึกแปลกใจที่เธอชมผมว่าน่าสนใจ
ท่าทางผู้หญิงจะคิดแตกต่างจากผู้ชายจริงๆนั่นล่ะนะ
เธอนี่ช่างเป็นผู้หญิงที่น่าสนใจจริงๆ
คิดว่าตนเองหากถูกชมแบบนี้จะดีใจเลยเอามาตรฐานของตนเองมาชมคนอื่นด้วย
เอาเถอะอย่างน้อยผมรักษาความสัมพันธ์เป็นมิตรไว้ก็ดีนั่นล่ะนะ
เธอคุมห้องสมุดของโรงเรียนอยู่มีคำกล่าวว่าเราอาจจะทะเลาะกับหัวหน้าของหน่วยงานหนึ่งๆได้แต่อย่าได้ทะเลาะกับเลขาที่คุมงานสารบรรณของหน่วยงานนั้นอย่างเด็ดขาด
“ดวงจันทร์คืนนี้ช่างสวยงามเลยว่าไหมครับครูวิ”
ผมดูบนท้องฟ้าดวงจันทร์กลมโตหาไม่ได้จากวิวในโลกหลังหายนะที่ผู้คนโดนรัฐบาลบังคับให้ใส่หน้ากากตลอดเวลาในเวลาที่ไปไหนมาไหนของโลกที่ผมจากมา
เมฆคล้อยตัดกับยอดมะพร้าวแสงและเงาอาจจะทำให้คิดว่ามีผีเปรตยืนอยู่บริเวณยอดมะพร้าวหรือยอดตาล
แต่ความจริงไอ้ฉ่อยผีเปรตนั้นโดนเรียนไปทำงานก่อสร้างแล้วไม่ได้ยืนอยู่แถวนี้แล้ว
มีแค่กระสือและกระหังบินคู่กันจากที่ไกลๆปลายหัวนาเท่านั้นเอง
ผมพยายามชี้ไปที่ทางต้นมะพร้าวกับดวงจันทร์เพื่อไม่ให้ครูวิสังเกตกระสือกับกระหังที่บินอยู่ตรงผืนนา
“ฮืม ใช่ค่ะคุณเจิดนี่มีอารมณ์สุนทรีย์โรแมนติกจังเลยนะคะ”
ครูวิกล่าววาจาสมเป็นนางเอก