ในขณะเดียวกันร่างจำลองของกาเบรียลก็ได้ปลดปล่อยอีกหนึ่งสกิลออกมา
“พิธีเพลิงศักดิ์สิทธิ์ล้างบาป!”
ตูม...
HP-322!
HP-359!
HP-361!
......
เพลิงศักดิ์สิทธิ์ลุกโชนแผดเผาผลาญค่าพลังชีวิตของทาเคดะ จิโร่ ไปเกือบหนึ่งพันหน่วยในพริบตา
“ไม่ดีแล้ว! เจ้าสิ่งนี้... ถึงกับเมินเฉยต่อกฎเกณฑ์เลยงั้นเหรอ?”
ในที่สุดทาเคดะ จิโร่ ก็ตระหนักถึงความจริงอันน่าสะพรึงกลัว
เมื่อเห็นว่า‘ร่างจำลองของกาเบรียล’ สามารถมองข้ามข้อจำกัดของกฎ โจมตีใส่เขาที่มีเลเวลห่างกันถึง 96 เลเวลได้อย่างไร้เงื่อนไข
วินาทีนี้ทาเคดะ จิโร่ ก็เกิดความหวาดกลัวขึ้นมาอย่างถึงที่สุด
เพราะเดิมทีอาชีพนินจาแห่งฝูซางนั้นเป็นสายว่องไวที่คล้ายคลึงกับนักฆ่า ซึ่งมีพลังป้องกันไม่สูงนัก
อีกทั้งร่างจำลองของกาเบรียลยังเป็นสิ่งอัญเชิญบริสุทธิ์ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตจริงๆ ต่อให้มันตายไป ก็ไม่ส่งผลกระทบใดๆต่อลู่เซิ่งเลยแม้แต่น้อย
เมื่อคิดได้ดังนี้ทาเคดะ จิโร่ จึงตัดสินใจทำในสิ่งที่ทำให้เขาต้องเสียใจไปทั้งชีวิตนับจากนี้
“จับโจรต้องจับหัวหน้า”
ทาเคดะจิโร่ หันไปจ้องมองร่างของลู่เซิ่งที่อยู่ไม่ไกล จิตสังหารวูบไหวผ่านนัยน์ตา
ไม่ต่างอะไรกับเย่เฟยที่เคยถูกลู่เซิ่งถ่วงเวลาจนตายก่อนหน้านี้เขาเลือกที่จะพุ่งเป้าโจมตีไปที่ตัวจริงของลู่เซิ่งโดยตรงเพื่อหวังจะจบการต่อสู้ให้เร็วที่สุด
ทว่าเขาหารู้ไม่ว่าวิธีการเลือกเดินทางลัดเช่นนี้กลับเป็นการก้าวเข้าสู่เส้นทางรนหาที่ตายที่ถลำลึกยิ่งกว่าเดิม
“เคล็ดวิชาลับ: ชอนไชปฐพีมิติ!”
ฟุ่บ!
ทาเคดะจิโร่ ไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาขยับเท้าเพียงครั้งเดียวร่างทั้งร่างก็มุดหายลงไปใต้ดินทันที
“เอ๊ะ? มุดดินได้ด้วยเหรอ?”
ลู่เซิ่งเลิกคิ้วมองร่างที่หายวับไปเขายังไม่ทันตั้งตัวว่าเกิดอะไรขึ้น
วินาทีต่อมา
“เคล็ดวิชาลับ: จันทร์เสี้ยวทะยานฟ้า!”
ปัง!
ทันใดนั้นพื้นดินใต้เท้าของลู่เซิ่งก็แตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ฝุ่นควันฟุ้งกระจายไปทั่ว
ในทันทีหลังจากนั้นทาเคดะ จิโร่ ที่เพิ่งมุดลงดินไปเมื่อครู่ ก็พุ่งพรวดขึ้นมาจากใต้เท้าของเขาดาบนินจาในมือฟันเข้าหาลำคออย่างเหี้ยมเกรียม หวังปลิดชีพในดาบเดียว
ทว่าในวินาทีวิกฤตนั้นเอง
“โซ่ตรวนลงทัณฑ์!”
ฉัวะ!
[คริติคอล!]
HP-922!!
โซ่ศักดิ์สิทธิ์ที่ทอประกายแสงสีทองอร่ามพุ่งดิ่งลงมาจากท้องฟ้าปลายตะขอแหลมคมปักเข้าที่กระดูกไหปลาร้าของทาเคดะ จิโร่ อย่างจังจนเขาไม่อาจขยับเขยื้อนได้อีกต่อไป
“เหอะๆ ประหลาดใจไหมล่ะ เซอร์ไพรส์หรือเปล่า?”
ลู่เซิ่งมองดูทาเคดะจิโร่ ที่อยู่ห่างออกไปเพียงเอื้อมมือแต่กลับไม่สามารถขยับเข้าใกล้เขาได้แม้แต่ก้าวเดียว พร้อมกับแสยะยิ้มอย่างผู้ชนะ
“บากะ [*] !!!”
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของลู่เซิ่งทาเคดะ จิโร่ ก็ไม่อาจสะกดกลั้นความอัดอั้นตันใจได้อีกต่อไปเขาแผดเสียงด่าออกมาอย่างเดือดดาล
เป็นเพราะ‘ร่างจำลองของกาเบรียล’ นั้นรับมือยากเกินไปนอกจากจะมองข้ามข้อจำกัดของกฎได้แล้ว ยังมีสกิลถึงเก้าสกิลแถมแต่ละสกิลยังพลิกแพลงได้สารพัดประโยชน์ ทั้งโจมตี ป้องกันหรือแม้แต่การควบคุมและประชิดตัว เรียกได้ว่าเชี่ยวชาญทุกแขนงจนไร้จุดอ่อน
ภายใต้เงื่อนไขเช่นนี้แม้ทาเคดะ จิโร่ จะงัดไม้ตายทุกอย่างออกมาใช้เขาก็ยังไม่สามารถแตะต้องแม้แต่ชายเสื้อของลู่เซิ่ง และได้แต่ร้อนรนจนทำอะไรไม่ถูก
“ไม่ได้การ! ร่างจำลองเทวทูตนี่มันตึงมือเกินไปต้องหาทางจัดการตัวจริงของไอ้พวกหมูชั้นต่ำนั่นให้เร็วที่สุดไม่อย่างนั้นยิ่งลากยาวไปฉันยิ่งเสียเปรียบ”
เมื่อเห็นว่าผ่านไปเพียงไม่กี่นาทีหลอดเลือดของตัวเองก็ลดลงจนเหลือต่ำกว่าหนึ่งหมื่น
ในที่สุดทาเคดะ จิโร่ ก็เริ่มสติแตก เขาขบกรามแน่นราวกับตัดสินใจเรื่องสำคัญบางอย่างได้
วินาทีต่อมาท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อของทุกคน เขาได้ชูดาบในมือขึ้นและแทงเข้าที่หน้าอกของตัวเองอย่างรุนแรง
ฉัวะ!
เลือดพุ่งกระฉูด!
HP-1,000!
ตัวเลขดาเมจสีแดงเลือดปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของทาเคดะจิโร่
และเมื่อคมดาบทะลวงเข้าสู่ร่างกายใบหน้าของเขาก็ปรากฏรอยแดงระเรื่อที่ดูไม่ปกติขึ้นมาทันที
“เอ๊ะ? ถึงกับใช้วิธี ‘ทำร้ายตัวเอง’เพื่อแลกกับค่าทรัพยากรเลยเหรอ?”
เมื่อเห็นภาพนี้ลู่เซิ่งก็ฉุกคิดขึ้นมาได้
เพราะเขาเห็นชัดเจนว่าก่อนที่ทาเคดะ จิโร่ จะทำร้ายตัวเองช่องค่าความกระหายเลือดในแผงสถานะนั้นแสดงผลเป็น 0 หน่วยมาตลอด
แต่พอแทงตัวเองไปหนึ่งดาบ‘ค่าความกระหายเลือด’ ก็พุ่งพรวดขึ้นมาเป็น 25หน่วยทันที
แม้ลู่เซิ่งจะไม่ค่อยรู้เรื่องอาชีพนินจาแห่งฝูซางมากนัก
แต่ในฐานะผู้ข้ามมิติเขาใช้เวลาเพียงอึดใจเดียวก็เดาเงื่อนงำของเรื่องนี้ออก
“ที่แท้อาชีพนินจาแห่งฝูซางต้องสร้างหรือได้รับดาเมจก่อน ถึงจะสะสมค่าทรัพยากรได้เพียงพอนี่เอง”
“ไอ้พวกหมูชั้นต่ำ! ฉันจะทำให้แกต้องชดใช้!”
ในขณะเดียวกันหลังจากทาเคดะ จิโร่ แทงตัวเองไปหนึ่งดาบความแค้นที่มีต่อลู่เซิ่งก็พุ่งทะลุขีดสุด
แล้วก็เป็นไปตามที่ลู่เซิ่งคาดการณ์อาชีพนินจาแห่งฝูซางนี้ หากต้องการใช้สกิลทรงพลังบางอย่าง จำเป็นต้องมี‘ค่าความกระหายเลือด’ ที่เพียงพอเสียก่อน
ซึ่งค่าความกระหายเลือดนี้ก็เหมือนกับ‘พลังต่อสู้’ ของนักรบที่ต้องสะสมจากการโจมตีทีละนิด
ในสถานการณ์ปกติทาเคดะ จิโร่ ย่อมสะสมค่านี้ได้จากการต่อสู้ทั่วไป
แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับลู่เซิ่งเขาถูกบีบให้ต้องใช้วิธีทำร้ายตัวเอง
ช่วยไม่ได้จริงๆเพราะตั้งแต่เริ่มรบจนถึงตอนนี้ ภายใต้การรบกวนของร่างจำลองของกาเบรียลเขาไม่สามารถแม้แต่จะสัมผัสปลายเส้นขนของลู่เซิ่งได้เลย นับประสาอะไรกับการสะสม‘ค่าความกระหายเลือด’
เพราะจนปัญญาทาเคดะ จิโร่ จึงต้องใช้วิธีการที่สิ้นคิดเช่นนี้
เขาไม่รอช้าอีกแล้ว
เมื่อมี‘ค่าความกระหายเลือด’ เพียงพอแล้ว ทาเคดะจิโร่ ก็ปลดปล่อยท่าไม้ตายที่เขาถนัดที่สุดออกมาทันที
“เคล็ดวิชาลับ: สังหารพันบุปผาโปรย!”
ฟิ้ว...
ฟุ่บฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ!
ทาเคดะจิโร่ ประสานอินเป็นท่าทางสลับซับซ้อนสิบกว่าครั้ง พร้อมกับแผดเสียงคำรามลั่น
วินาทีต่อมาท้องฟ้าที่เคยว่างเปล่าได้ปรากฏกลีบดอกไม้อันงดงามแต่แฝงความประหลาดร่วงหล่นลงมานับไม่ถ้วนพื้นที่การโจมตีนั้นกว้างขวางจนปกคลุมไปทั่วบริเวณท่าข้ามทมิฬ
และภายใต้การโจมตีเป็นวงกว้างเช่นนี้ไม่ใช่แค่ลู่เซิ่งเท่านั้น แม้แต่สวี่ซาซา เฉาอวี่หรือแม้แต่หลี่ว์อันที่อยู่ด้านข้าง ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ทุกคนต่างตกอยู่ภายใต้การปกคลุมของห่าฝนกลีบดอกไม้ลึกลับนี้
“แย่แล้ว!”
สวี่ซาซาและเฉาอวี่เห็นดังนั้นก็สีหน้าเปลี่ยนไปทันที
เมื่อยังไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของทาเคดะจิโร่ ทั้งสองย่อมไม่รู้ว่าท่านี้คือสกิลอะไร และมีพลังทำลายล้างสูงแค่ไหน
เพื่อความปลอดภัยทั้งสองจึงไม่ลังเลที่จะร่ายสกิลป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดของตนออกมาทันที
“ท่านจิโร่ ไว้ชีวิตด้วย ผมเองครับ!!!”
หลี่ว์อันที่อยู่ไม่ไกลก็หวาดกลัวจนสติกระเจิงเขาร่ายสกิลโล่น้ำแข็งพลางตะโกนวิงวอนขอร้องกับทาเคดะ จิโร่ อย่างบ้าคลั่ง
ทว่าความกังวลของพวกเขานั้นดูจะมากเกินไป
เพราะสกิลนี้ของทาเคดะจิโร่ ไม่ใช่สกิลโจมตี แต่เป็นสกิลควบคุมในวงกว้าง
ใช่แล้วมันคือการควบคุม
ฉัวะฉัวะ ฉัวะ......
วินาทีต่อมาในจุดที่กลีบดอกไม้ร่วงหล่นลงสู่พื้นเถาวัลย์สีแดงฉานที่ดูแปลกประหลาดนับไม่ถ้วนก็พุ่งพรวดขึ้นมาจากใต้ดิน!!
เถาวัลย์เหล่านี้ราวกับมีชีวิตและมีเจตจำนงเป็นของตัวเองพวกมันไม่เพียงแต่เติบโตอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบแต่ยังพุ่งเข้าไปพันธนาการเป้าหมายที่อยู่รอบตัวอย่างดุร้าย
เชิงอรรถ
[*]บากะ (八嘎) คำอุทานว่า‘บ้าเอ๊ย’ ในภาษาญี่ปุ่น