ทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต

    เล่มที่ 2 บทที่ 51 เคล็ดวิชาลับ: สังหารพันบุปผาโปรย

            ในขณะเดียวกันร่างจำลองของกาเบรียลก็ได้ปลดปล่อยอีกหนึ่งสกิลออกมา

            “พิธีเพลิงศักดิ์สิทธิ์ล้างบาป!”

            ตูม...

            HP-322!

            HP-359!

            HP-361!

            ......

            เพลิงศักดิ์สิทธิ์ลุกโชนแผดเผาผลาญค่าพลังชีวิตของทาเคดะ จิโร่ ไปเกือบหนึ่งพันหน่วยในพริบตา

            “ไม่ดีแล้ว! เจ้าสิ่งนี้... ถึงกับเมินเฉยต่อกฎเกณฑ์เลยงั้นเหรอ?”

            ในที่สุดทาเคดะ จิโร่ ก็ตระหนักถึงความจริงอันน่าสะพรึงกลัว

            เมื่อเห็นว่า‘ร่างจำลองของกาเบรียล’ สามารถมองข้ามข้อจำกัดของกฎ โจมตีใส่เขาที่มีเลเวลห่างกันถึง 96 เลเวลได้อย่างไร้เงื่อนไข

            วินาทีนี้ทาเคดะ จิโร่ ก็เกิดความหวาดกลัวขึ้นมาอย่างถึงที่สุด

            เพราะเดิมทีอาชีพนินจาแห่งฝูซางนั้นเป็นสายว่องไวที่คล้ายคลึงกับนักฆ่า ซึ่งมีพลังป้องกันไม่สูงนัก

            อีกทั้งร่างจำลองของกาเบรียลยังเป็นสิ่งอัญเชิญบริสุทธิ์ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตจริงๆ ต่อให้มันตายไป ก็ไม่ส่งผลกระทบใดๆต่อลู่เซิ่งเลยแม้แต่น้อย

            เมื่อคิดได้ดังนี้ทาเคดะ จิโร่ จึงตัดสินใจทำในสิ่งที่ทำให้เขาต้องเสียใจไปทั้งชีวิตนับจากนี้

            “จับโจรต้องจับหัวหน้า”

            ทาเคดะจิโร่ หันไปจ้องมองร่างของลู่เซิ่งที่อยู่ไม่ไกล จิตสังหารวูบไหวผ่านนัยน์ตา

            ไม่ต่างอะไรกับเย่เฟยที่เคยถูกลู่เซิ่งถ่วงเวลาจนตายก่อนหน้านี้เขาเลือกที่จะพุ่งเป้าโจมตีไปที่ตัวจริงของลู่เซิ่งโดยตรงเพื่อหวังจะจบการต่อสู้ให้เร็วที่สุด

            ทว่าเขาหารู้ไม่ว่าวิธีการเลือกเดินทางลัดเช่นนี้กลับเป็นการก้าวเข้าสู่เส้นทางรนหาที่ตายที่ถลำลึกยิ่งกว่าเดิม

            “เคล็ดวิชาลับ: ชอนไชปฐพีมิติ!”

            ฟุ่บ!

            ทาเคดะจิโร่ ไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาขยับเท้าเพียงครั้งเดียวร่างทั้งร่างก็มุดหายลงไปใต้ดินทันที

            “เอ๊ะ? มุดดินได้ด้วยเหรอ?”

            ลู่เซิ่งเลิกคิ้วมองร่างที่หายวับไปเขายังไม่ทันตั้งตัวว่าเกิดอะไรขึ้น

            วินาทีต่อมา

            “เคล็ดวิชาลับ: จันทร์เสี้ยวทะยานฟ้า!”

            ปัง!

            ทันใดนั้นพื้นดินใต้เท้าของลู่เซิ่งก็แตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ฝุ่นควันฟุ้งกระจายไปทั่ว

            ในทันทีหลังจากนั้นทาเคดะ จิโร่ ที่เพิ่งมุดลงดินไปเมื่อครู่ ก็พุ่งพรวดขึ้นมาจากใต้เท้าของเขาดาบนินจาในมือฟันเข้าหาลำคออย่างเหี้ยมเกรียม หวังปลิดชีพในดาบเดียว

            ทว่าในวินาทีวิกฤตนั้นเอง

            “โซ่ตรวนลงทัณฑ์!”

            ฉัวะ!

            [คริติคอล!]

            HP-922!!

            โซ่ศักดิ์สิทธิ์ที่ทอประกายแสงสีทองอร่ามพุ่งดิ่งลงมาจากท้องฟ้าปลายตะขอแหลมคมปักเข้าที่กระดูกไหปลาร้าของทาเคดะ จิโร่ อย่างจังจนเขาไม่อาจขยับเขยื้อนได้อีกต่อไป

            “เหอะๆ ประหลาดใจไหมล่ะ เซอร์ไพรส์หรือเปล่า?”

            ลู่เซิ่งมองดูทาเคดะจิโร่ ที่อยู่ห่างออกไปเพียงเอื้อมมือแต่กลับไม่สามารถขยับเข้าใกล้เขาได้แม้แต่ก้าวเดียว พร้อมกับแสยะยิ้มอย่างผู้ชนะ

            “บากะ [*] !!!”

            เมื่อเห็นปฏิกิริยาของลู่เซิ่งทาเคดะ จิโร่ ก็ไม่อาจสะกดกลั้นความอัดอั้นตันใจได้อีกต่อไปเขาแผดเสียงด่าออกมาอย่างเดือดดาล

            เป็นเพราะ‘ร่างจำลองของกาเบรียล’ นั้นรับมือยากเกินไปนอกจากจะมองข้ามข้อจำกัดของกฎได้แล้ว ยังมีสกิลถึงเก้าสกิลแถมแต่ละสกิลยังพลิกแพลงได้สารพัดประโยชน์ ทั้งโจมตี ป้องกันหรือแม้แต่การควบคุมและประชิดตัว เรียกได้ว่าเชี่ยวชาญทุกแขนงจนไร้จุดอ่อน

            ภายใต้เงื่อนไขเช่นนี้แม้ทาเคดะ จิโร่ จะงัดไม้ตายทุกอย่างออกมาใช้เขาก็ยังไม่สามารถแตะต้องแม้แต่ชายเสื้อของลู่เซิ่ง และได้แต่ร้อนรนจนทำอะไรไม่ถูก

            “ไม่ได้การ! ร่างจำลองเทวทูตนี่มันตึงมือเกินไปต้องหาทางจัดการตัวจริงของไอ้พวกหมูชั้นต่ำนั่นให้เร็วที่สุดไม่อย่างนั้นยิ่งลากยาวไปฉันยิ่งเสียเปรียบ”

            เมื่อเห็นว่าผ่านไปเพียงไม่กี่นาทีหลอดเลือดของตัวเองก็ลดลงจนเหลือต่ำกว่าหนึ่งหมื่น

            ในที่สุดทาเคดะ จิโร่ ก็เริ่มสติแตก เขาขบกรามแน่นราวกับตัดสินใจเรื่องสำคัญบางอย่างได้

            วินาทีต่อมาท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อของทุกคน เขาได้ชูดาบในมือขึ้นและแทงเข้าที่หน้าอกของตัวเองอย่างรุนแรง

            ฉัวะ!

            เลือดพุ่งกระฉูด!

            HP-1,000!

            ตัวเลขดาเมจสีแดงเลือดปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของทาเคดะจิโร่

            และเมื่อคมดาบทะลวงเข้าสู่ร่างกายใบหน้าของเขาก็ปรากฏรอยแดงระเรื่อที่ดูไม่ปกติขึ้นมาทันที

            “เอ๊ะ? ถึงกับใช้วิธี ‘ทำร้ายตัวเอง’เพื่อแลกกับค่าทรัพยากรเลยเหรอ?”

            เมื่อเห็นภาพนี้ลู่เซิ่งก็ฉุกคิดขึ้นมาได้

            เพราะเขาเห็นชัดเจนว่าก่อนที่ทาเคดะ จิโร่ จะทำร้ายตัวเองช่องค่าความกระหายเลือดในแผงสถานะนั้นแสดงผลเป็น 0 หน่วยมาตลอด

            แต่พอแทงตัวเองไปหนึ่งดาบ‘ค่าความกระหายเลือด’ ก็พุ่งพรวดขึ้นมาเป็น 25หน่วยทันที

            แม้ลู่เซิ่งจะไม่ค่อยรู้เรื่องอาชีพนินจาแห่งฝูซางมากนัก

            แต่ในฐานะผู้ข้ามมิติเขาใช้เวลาเพียงอึดใจเดียวก็เดาเงื่อนงำของเรื่องนี้ออก

            “ที่แท้อาชีพนินจาแห่งฝูซางต้องสร้างหรือได้รับดาเมจก่อน ถึงจะสะสมค่าทรัพยากรได้เพียงพอนี่เอง”

            “ไอ้พวกหมูชั้นต่ำ! ฉันจะทำให้แกต้องชดใช้!”

            ในขณะเดียวกันหลังจากทาเคดะ จิโร่ แทงตัวเองไปหนึ่งดาบความแค้นที่มีต่อลู่เซิ่งก็พุ่งทะลุขีดสุด

            แล้วก็เป็นไปตามที่ลู่เซิ่งคาดการณ์อาชีพนินจาแห่งฝูซางนี้ หากต้องการใช้สกิลทรงพลังบางอย่าง จำเป็นต้องมี‘ค่าความกระหายเลือด’ ที่เพียงพอเสียก่อน

            ซึ่งค่าความกระหายเลือดนี้ก็เหมือนกับ‘พลังต่อสู้’ ของนักรบที่ต้องสะสมจากการโจมตีทีละนิด

            ในสถานการณ์ปกติทาเคดะ จิโร่ ย่อมสะสมค่านี้ได้จากการต่อสู้ทั่วไป

            แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับลู่เซิ่งเขาถูกบีบให้ต้องใช้วิธีทำร้ายตัวเอง

            ช่วยไม่ได้จริงๆเพราะตั้งแต่เริ่มรบจนถึงตอนนี้ ภายใต้การรบกวนของร่างจำลองของกาเบรียลเขาไม่สามารถแม้แต่จะสัมผัสปลายเส้นขนของลู่เซิ่งได้เลย นับประสาอะไรกับการสะสม‘ค่าความกระหายเลือด’

            เพราะจนปัญญาทาเคดะ จิโร่ จึงต้องใช้วิธีการที่สิ้นคิดเช่นนี้

            เขาไม่รอช้าอีกแล้ว

            เมื่อมี‘ค่าความกระหายเลือด’ เพียงพอแล้ว ทาเคดะจิโร่ ก็ปลดปล่อยท่าไม้ตายที่เขาถนัดที่สุดออกมาทันที

            “เคล็ดวิชาลับ: สังหารพันบุปผาโปรย!”

            ฟิ้ว...

            ฟุ่บฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ!

            ทาเคดะจิโร่ ประสานอินเป็นท่าทางสลับซับซ้อนสิบกว่าครั้ง พร้อมกับแผดเสียงคำรามลั่น

            วินาทีต่อมาท้องฟ้าที่เคยว่างเปล่าได้ปรากฏกลีบดอกไม้อันงดงามแต่แฝงความประหลาดร่วงหล่นลงมานับไม่ถ้วนพื้นที่การโจมตีนั้นกว้างขวางจนปกคลุมไปทั่วบริเวณท่าข้ามทมิฬ

            และภายใต้การโจมตีเป็นวงกว้างเช่นนี้ไม่ใช่แค่ลู่เซิ่งเท่านั้น แม้แต่สวี่ซาซา เฉาอวี่หรือแม้แต่หลี่ว์อันที่อยู่ด้านข้าง ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ทุกคนต่างตกอยู่ภายใต้การปกคลุมของห่าฝนกลีบดอกไม้ลึกลับนี้

            “แย่แล้ว!”

            สวี่ซาซาและเฉาอวี่เห็นดังนั้นก็สีหน้าเปลี่ยนไปทันที

            เมื่อยังไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของทาเคดะจิโร่ ทั้งสองย่อมไม่รู้ว่าท่านี้คือสกิลอะไร และมีพลังทำลายล้างสูงแค่ไหน

            เพื่อความปลอดภัยทั้งสองจึงไม่ลังเลที่จะร่ายสกิลป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดของตนออกมาทันที

            “ท่านจิโร่ ไว้ชีวิตด้วย ผมเองครับ!!!”

            หลี่ว์อันที่อยู่ไม่ไกลก็หวาดกลัวจนสติกระเจิงเขาร่ายสกิลโล่น้ำแข็งพลางตะโกนวิงวอนขอร้องกับทาเคดะ จิโร่ อย่างบ้าคลั่ง

            ทว่าความกังวลของพวกเขานั้นดูจะมากเกินไป

            เพราะสกิลนี้ของทาเคดะจิโร่ ไม่ใช่สกิลโจมตี แต่เป็นสกิลควบคุมในวงกว้าง

            ใช่แล้วมันคือการควบคุม

            ฉัวะฉัวะ ฉัวะ......

            วินาทีต่อมาในจุดที่กลีบดอกไม้ร่วงหล่นลงสู่พื้นเถาวัลย์สีแดงฉานที่ดูแปลกประหลาดนับไม่ถ้วนก็พุ่งพรวดขึ้นมาจากใต้ดิน!!

            เถาวัลย์เหล่านี้ราวกับมีชีวิตและมีเจตจำนงเป็นของตัวเองพวกมันไม่เพียงแต่เติบโตอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบแต่ยังพุ่งเข้าไปพันธนาการเป้าหมายที่อยู่รอบตัวอย่างดุร้าย

            เชิงอรรถ

            [*]บากะ (八嘎) คำอุทานว่า‘บ้าเอ๊ย’ ในภาษาญี่ปุ่น

             

    คล้ายกับเรื่องทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต ที่คุณอ่าน