“มะม๊า! ปะป๊า!”
หลังจากนอนหลับมาจนเต็มอิ่ม ใบหน้าน้อยๆได้ลืมตาตื่นขึ้น สายตาสายส่องไปจนทั่วห้องก็พบเพียงแต่ตนเองกับเ้านกอ้วนเท่านั้น ด้วยสัญชาตญาณของสิ่งมีชีวิตที่ลืมตามาดูโลกได้ไม่นาน การแหกปากเรียกหาพ่อแม่จึงบังเกิด
ปึ่ง!
“มะม๊า!”
เสียงประตูห้องถูกเปิดอย่างรุนแรงพร้อมกับร่างของดอนน่าที่ตามะนื้อตัวยังมีส่วนที่เปียกชื้นอยู่ คาดว่าน่าจะอาบเสร็จเมื่อไม่นานมานี้ ทำให้โซเฟียที่เห็นแม่ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้ากระโจนเข้าไปกอดอย่างเต็มแรง หากเป็คนปกติคงกระดูกหักแน่
“แม่อยู่นี่แล้วจ่ะ แม่อยู่นี่แล้ว”
ดอนน่าลูบหัวโซเฟียอย่างเบามือเพื่อปลอบประโลมให้แม่หนูน้อยกลับมาร่าเริงเหมือนยามปกติ ถึงแม้ว่าร่างกายแบบมนุษย์จะดูเหมือนเด็กสามขวบก็จริง แต่อย่าลืมนะว่าภายใจก็ยังคงเป็ลูกัที่อายุยังไม่เดือน
“เกิดอะไรขึ้น?”
ไม่นานมากนักดอนก็ปรากฏตัวออกมากับผ้าขนหนูที่ยังกองอยู่บนหัว โซเฟียหัวเราะเล็กออกมาทันทีเมื่อเป็พ่อของตนโผล่มาในสภาพที่แปลกตา
“โซเฟียอยากเจอปู่กับย่ามั้ยค่ะ”
ดอนอุ้มโซเฟียขึ้นมาและพูดด้วยเสียงสองทำให้โซเฟียอารมณ์ดีขึ้นมาไม่น้อยเลยดีเดียว ใครจะคิดว่าไอ้กิ้งก่าทรราชมันจะให้เสียงแบบนี้พูดกับลูกตัวเองกัน
“โซเฟียอยากไปหาคุณย่า!”
เธอตอบกลับมาด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มจากตอนแรกที่เกือบจะร้องไห้อยู่แล้ว ส่วนเ้าลูกน้อยั์เมื่อมันได้ยินเสียงผู้คนพูดคุยกันมันก็ลุกเดินเข้าไปหาทันที
“ได้เลยแม่หนูน้อย”
ดอนนำโซเฟียไปวางไว้บนหัวของเ้าลูกนกั์เพื่อให้มันเป็พาหนะของโซเฟีย และพวกเขาก็ไปข้างนอกพร้อมกันโดยมีแซนนี่ที่รออยู่แล้ว
“ขอให้เดินทางปลอดภัย”
ออรุตที่มาส่งพวกเขาถึงหน้าทางเข้าหมู่บ้านก็อวยพรให้พวกเขาเดินทางกันอย่างปลอดภัย โดยที่มีเสียงตอนรับแค่ ‘อือ’เพียงเท่านั้น
“โซเฟียไปแล้วนะพี่ตัวหย่าย”
โซเฟียโบกมือลาโทรลล์สาวที่เล่นเป็เพื่อนกับเธอเมื่อวานนี้ ทางโทรลล์สาวเองก็โบกมือกลับมาเช่นกัน แต่มืออีกข้างของเธอกับปิดใบหน้าส่วนล่างเอาไว้เหมือนกำลังจะร้องไห้ออกมา หากไม่ติดปัญหาเื่สภาพอากาศที่ไม่สามารถอยู่อาศัยได้นาน เธอคงวิ่งตามไปแล้ว โดยทุกการกระทำของเธอนั้นอยู่ภายใต้สายตาของดอนและออรุต
และพวกเขาก็ออกเดินทางไปยังชายฝั่งกันอย่างอลังการ ต่างจากพวกเดเวนที่ถึงแม้จะสุดตาอยู่บ้าง แต่ก็ไปถึงกันอย่างรวดเร็ว
“มีใครอยากกินแซนวิชบ้าง”
“หนูๆ!”
ดอนถามออกมาหลังจากประกอบร่างแซนวิสขนาดใหญ่กว่ามาตราฐานไปมาก ซึ่งเขาก็รู้แหละว่าคงมีแต่โซเฟียที่อยากมากินด้วย เพราะอีกสองเ้านั้นเขาเน้นสูบพลังเวทย์มากกว่าบริโภคอาหาร
“อาหย่อย~”
ด้วยฝีมือการทำอาหารที่ได้มาจากพ่อ โซเฟียชมออกมาในขณะที่ปากเล็กๆกำลังเคี้ยวตุ้ยๆอย่างเอร็ดอร่อย และการกินมื้อเช้าของสองพ่อลูกก็ดำเนินต่อไปอย่างมีความสุข สายตาของแม่ๆทั้งสองที่เห็นพ่อลูกอยู่ด้วยกันแบบนี้ก็มีความสุขเช่นกัน
และการเดินทางครั้งนี้ก็ใช้เวลาไม่ถึงสัปดาห์เมื่อไฮดร้าเริ่มออกตัววิ่งหลังจากที่ออกมาจากทุ่งหิมะ เสียงฝีเท้าขนาดใหญ่ของสัตว์ั์ทั้งสองได้สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ผู้อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียงมิใช่น้อย ส่วนผู้ที่พบเห็นนั้นก็พากันหลบซ่อนอย่างหวาดระแวงด้วยความหวาดกลัว
ตึงๆๆๆ!
ฝีเท้าที่สั่นะเืฝืนดินได้มุ่งตรงมาถึงชายฝั่งหลังจากเดินทางกันมาหลายวันได้ดึงดูดความสนใจของเหล่าคนงานที่กำลังก่อสร้างท่าเรือ มีหรือที่พวกเขาจะไม่แตกกระเจิงไปคนละทิศคนละทาง ะโหนีลงน้ำยังมีเลย
“คุณชายดอนมาถึงแล้วครับท่านเฮกเซอร์”
หลังจากเกรย์โกสต์รู้สถานะที่แท้จริงของดอนแล้วเขาจึงเปลี่ยนคำเรียกจากลูกพี่เป็คุณชายทันที ต่างจากพวกทาลากันคัชที่ยังคงเรียกกันแบบดอน
“โอ้~ กว่าจะมาถึงนะไอ้ลูกคนนี้”
เฮกเซอร์ หรือที่รู้จักกันก่อนหน้าในนามตาแก่ ตอนนี้เขากำลังทำหน้าที่โฟร์แมนคุมคนงานก่อสร้างท่าเรือ เขาก็บ่นออกมาทันทีเมื่อเห็นลูกชายของเขาอยู่สุดสายตาบนหลังของไฮดร้าที่มีนกหายนะวิ่งตามมาอยู่ด้วยหลัง
“ลูกแม่! หลานย่า!”
คุณแม่ที่ได้ยินเกรย์โกสต์พูดกับเฮกเซอร์ เธอจึงใช้อาร์ติแฟกต์ผสมกับเวทย์ในการเสริมความเร็วแล้วพุ่งกระโจนออกไปหาดอนที่ยังอยู่ไกล
“เฮ่อ~ อันนี้ก็ห่างกันไม่ได้เลย”
เฮกเซอร์ถอดหายใจออกมาเมื่อเห็นภรรยาของตนที่เห็นลูกชายอยู่ในระยะสายตาเป็ไม่ได้ แถมรอบนี้น่าจะหนักกว่าเดิมเพราะมีหลานสาวติดมือกลับมาด้วย
“เฮ้ย? มาตอนไหนเนี่ย”
ดอนร้องใทันทีเมื่อโดนคุณแม่โผล่เข้ามากอดเขากับโซเฟียด้วยความเร็วที่เขาเองก็มองไม่ทัน
“คุณย่า!”
ทันทีที่โซเฟียเห็นของเธอก็หันโดดกอดทันที ยัยเด็กคนนี้นี่ชอบะโกอดซะจริงเลยนะ
“โซเฟียของย่า~”
เมื่อถูกหลานสาวกอดจนเต็มอกด้วยแรงที่มากกว่าผู้ชายบางคนเสียอีก แต่สำหรับเธอมันก็ไม่ต่างจากแรงของเด็กสาวตัวเล็กๆหรอก เธอจึงเอาหน้าผากของตนถูไถไปกับหน้าผากของโซเฟียและหัวเราะกันอย่างสนุกสนานกันอยู่สองคน
“โย่วตาแก่ ว่าแต่ทำไมคนงานถึงกลัวหัวหดกันแบบนั้นล่ะ?”
หลังจากได้เล่นกันหลานสาวแล้ว คุณแม่ก็ลืมทุกที่อยู่รอบข้างไปจนหมด จนกระทั้งพวกเขามาถึงชายฝั่ง ดอนจึงลงไปทักทายเฮกเซอร์ที่ยืนมองพวกเขาอยู่ ก่อนจะชะเง้อไปมองเหล่าคนงานที่กำลังซ่อนตัวกันอยู่
“เฮ่อ~ แกต้องให้พ่อถอนหายใจอีกกี่ครั้งถึงจะพอใจหะ? ไอ้ตัวแบบนั้นใครเจอก็กลัวหัวหดเป็เต่ากันทั้งนั้นแหละ มีแต่แกกับไอ้พวกไม่รู้ร้อนไม่รู้หวานพวกนี้แหละที่มันไม่รู้จักกลัวบ้าอะไรเลย พูดแล้วก็ปวดหัว กว่าพ่อจะทำให้พวกคนงานเลิกตัวไอ้สัตว์พวกนั้นได้รู้มั้ยว่ามันลำบากแค่ไหน แกยังจะหางานให้พ่อเพื่อเรอะ”
เฮกเซอร์ก็ร่ายยาวทันทีเมื่อลูกชายของตนมาอยู่ตรงหน้าแล้วหันไปทางไอ้พวกนั้นแหละนะ ก็รู้ๆกันอยู่ว่าพวกไหน พอคิดว่าต้องทำให้คนงานที่จ้างมาทำงานได้อีกครั้งก็ปวดหัวจนต้องนวดขมับตัวเอง ตอนแรกที่เจอสัตว์ธรรมดาจากเซนเตอร์ฟอเรสต์ก็แทบจะฉี่ราดกันอยู่แล้ว ตอนนี้เล่นเอาไฮดร้ากับนกหายนะที่ตัวแม่งใหญ่กว่าบ้านสองชั้นอีก ก็คงยากพอตัวในการจะทำให้พวกเขากลับมาทำงานได้อีกครั้ง
“แล้วพวกซีเซอร์เฟนท์มันอยู่ทางไหน?”
ดอนถามออกมาซื่อๆอย่างไม่ทุกข์ร้อนที่เฮกเตอร์ตัองทำงานหนักอีกครั้งในรอบสิบปี
“ทางนู้น”
เฮกเซอร์ชี้ไปทางตะวันตกเฉียงใต้โดยที่ไม่ได้เงยหน้ามามองดอนด้วยซ้ำ
“แล้วจะไปยังไง?”
ที่ถามออกมาแบบนี้ก็เพราะจะให้ว่ายน้ำไปมันก็ไม่ใช่เื่
“เรือแจวไง”
“หะ!”