[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย

    141 หญิงชุดขาว

    “คิดจะใช้กันให้ได้เลยสินะพี่ 6 เฮอ”


    แอนเดอร์สันมองไปยังข้อมูลมากมายที่พี่ชายของเขารวบรวมเอาไว้ให้ มันเกี่ยวข้องกับหญิงสวมชุดสีขาวทั้งหมด นับตั้งแต่ครั้งแรกที่หญิงสวมชุดขาวเจอแม่พี่ 6 กระทั่งปัจจุบันที่มาหาแม่พี่ 6 ที่ตระกูลแลนเซอร์และจิบชากัน ถึงแม้จะไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อหาสิ่งที่คุยกันแต่ละครั้ง การที่พี่ 6 ของเขาพูดถึงเรื่องพิษว่ามันเกี่ยวของกับหญิงสวมชุดขาวคนนี้ก็ทำให้แอนเดอร์สันสนใจมัน


    “ตามไม่ได้งั้นสินะ”


    แอนเดอร์สันถอนหายใจ การที่พี่ 6 ใช้อำนาจของตระกูลหลักเก็บข้อมูลมากมายเหล่านี้มาให้ หมายความว่าต่อให้เขาจะพยายามตามหาข้อมูลของหญิงสวมชุดขาวนี้อีก เขาก็ไม่สามารถตามได้ เนื่องจากข้อมูลมันหมดลงไปแล้ว การที่อีกฝ่ายเลือกที่จะปิดหน้าด้วยผ้าคลุมสีขาวหมายความว่าเธอพร้อมที่จะปกปิดข้อมูลของตัวเองเช่นเดียวกัน สิ่งที่ทำให้เขาสามารถตามหาหญิงคนนี้ได้คงเป็นการเข้าไปในกลุ่มของพี่ 1 เพราะมันเป็นเบาะแสเดียวที่ทำให้เขาอาจจะเจอผู้หญิงคนนี้ 


    —-----------------------


    “เฮ่ย ดูนี่ การพนันที่ใช้ชีวิตเป็นเดิมพัน”


    หลายคนให้ความสนใจกับวีดีโอของฮันน่าที่ถ่ายทอดสดการเดิมพันระหว่างนายน้อย 6 และนายน้อย 11 ภายใต้การกระจายเรื่องราวการเดิมพันด้วยชีวิตนี้เอง ส่งผลให้ผู้คนมากมายรับรู้ถึงการตายของนายน้อย 6


    —--------------------


    “ผู้นำตระกูล เราจะประกาศเลยไหมครับ”


    พ่อบ้านตระกูลแลนเซอร์สอบถามผู้นำตระกูลที่กำลังมองหน้าลูกสาวและหลานชายภายในโรงศพสีขาวถูกรายล้อมเอาไว้ด้วยเวทย์เพื่อรักษาให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุด


    “ประกาศออกไปถึงการตายของหลานชายฉัน แล้วก็เปลี่ยนสาเหตุการตายของลูกสาวฉันให้เป็นตรอมใจตาย”


    “ครับ เราทราบแล้ว”


    พ่อบ้านรีบกระจายข่าวออกไปทั่วสหพันธ์ การตายของทั้งสองคนที่เกิดขึ้นนั้น ไม่มีคนของสหพันธ์เข้ามายุ่งเกี่ยว เนื่องจากเอซควักหัวใจของเขาเองกับมือ ส่วนผู้เป็นแม่ แม้จะถูกวางยาพิษแต่เพื่อให้มันเป็นไปตามแผนของเอซผู้เป็นปู่จึงต้องเปลี่ยนสาเหตุการตายของลูกสาวตนเอง เพื่อให้การตายมันเป็นจุดสิ้นสุด


    —---------------------


    “ต่อไปก็ทำได้เพียงแค่เฝ้ารอสินะ”


    แอนเดอร์สันนอนเล่นอยู่ภายในต้นไม้ต้นหนึ่งที่อยู่ข้างสวนสาธารณะ ต่อจากนี้ไปเขาต้องรอเท่านั้น เพราะสิ่งที่เขาต้องการทำคือแทรกแซงพี่ชายทุกๆคนให้พวกเขาได้ฆ่ากันอย่างสนุกสนาน การตามหาเบาะแสของแม่เขานั้นถ้าเป็นพี่ 1 จริงก็คงยาก เขาจึงรอให้พี่แต่ละคนสู้กันเพื่อจะได้แทรกแซงให้การต่อสู้นั้นมันหนักหน่วงกว่าเดิม


    ตอนนี้แอนเดอร์สันไม่สามารถทำอะไรได้ จึงต้องรอต่อไปเรื่อยๆ รอให้หญิงสวมชุดขาวปรากฎตัว รอให้วิทยาลัยเปิดเทอม  รอให้พี่ชายของเขาลงมืออีกครั้ง และที่เขารอกว่าทุกๆอย่างนั้นคือการรอฟังสิ่งที่จะเกิดขึ้น หลังจากพี่ 6 เตือนให้เขาได้รู้ว่าอีกไม่นานพ่อของเขาจะส่งนายน้อยตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ทั้งหมดไปแนวหน้า โดยไร่ซึ่งการนำผู้หนุนหลังใดๆตามไปและสุดท้ายเขาก็รอพบฮันน่าอีกครั้งเนื่องจากเธอเป็นคนแรกที่เขาสามารถเข้าหาได้ หากต้องการจุดเริ่มต้นในการเข้าหาพี่ 1


    —---------------------------


    “ว่ายังไงนะฮันน่า”


    ผู้นำตระกูลเกรย์มองไปยังลูกสาวของตนเองที่กำลังนั่งปลูกดอกไม้อยู่ในสวนข้างบ้าน เขารู้สึกแปลกใจจึงได้ถามลูกสาวเกี่ยวกับวันว่างๆที่ต้องมาเสียเวลาปลูกต้นไม้ด้วยตัวเองแบบนี้ 


    “มีอะไรเหรอคะคุณ” ผู้เป็นแม่ที่พึ่งกลับมาจากข้างนอกได้มองจ้องลูกสาวด้วยความสงสัยเช่นเดียวกัน หลังจากเห็นฮันน่ากำลังลงมือปลูกดอกไม้แทนที่จะไปยังตระกูลเฟอร์เรอร์เพื่อทำงาน


    “ก็ลูกสาวน่ะสิ เธอบอกว่าไม่ได้เป็นเลขาแล้ว”


    “ฮันน่าหมายความว่ายังไงเหรอลูก”


    การที่ลูกถูกแอนเดอร์สันพาตัวไปแล้วรอดมาได้ ส่งผลให้พวกเขาสองคนที่เป็นพ่อและแม่อุ่นใจที่ลูกสาวรอดกลับมา แต่เมื่อเห็นลูกสาวกำลังนั่งปลูกดอกไม้และบอกว่าถูกปลดพวกเขาจึงไม่เข้าใจปัญหาที่เกิด


    “พ่อคะ แม่คะ ฟังหนูนะ คือตอนนี้หนูถูกปลดเพราะว่าหนูอยู่กับนายน้อยแอนเดอร์สันนานเกินไป”


    “เหตุผลมันฟังไม่ขึ้น”


    “คงเป็นเพราะว่านายน้อย 1 กลัวว่านายน้อยแอนเดอร์สันจะเค้นคำตอบจากหนู จึงปลดหนูออกเพื่อความปลอดภัยของแผนการ”


    “เขายังคงให้ความสำคัญกับเราอยู่ไหม”


    ผู้เป็นพ่อถามด้วยความข้องใจ การที่ปลดลูกสาวออกจากตำแหน่งเลขา มันก็มีตำแหน่งอื่นที่ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับข้อมูลอยู่ด้วย แต่การปลดฮันน่าให้กลับมามีเวลาว่างปลูกต้นไม้ภายในบ้าน ทำให้พวกเขารู้ว่าฮันน่าไม่ได้รับความสนใจอีกต่อไป


    “หนูไม่รู้ค่ะ แต่เขาคงจะมีเหตุผล”


    ผู้นำตระกูลเกรย์เท้าคางคิดก่อนจะมองดูลูกสาวปลูกต้นไม้ต่อไป การร่วมมือในครั้งนี้เขาทำเพื่อให้ตระกูลอยู่รอดไปได้ท่ามกลางการเลือกฝ่ายเท่านั้น เมื่ออีกฝ่ายปลดลูกสาวของเขาออกมาแล้วจึงไม่จำเป็นต้องดิ้นรนต่อไปเพราะการเป็นตระกูลรอบนอกที่เกาะชายผ้าตระกูลเฟอร์เรอร์ให้ผ่านพ้นสงครามไปได้ ก็นับว่าไม่เสียอะไรมาก


    —------------------


    “นายน้อย ทำไมถึงไม่มอบตำแหน่งอะไรสักอย่างให้คุณหนูฮันน่า”


    “ไม่ใช่ฉันไม่มอบ แต่มันยังไม่ถึงเวลา อีกอย่างฉันก็อยากให้เธอได้พักผ่อนด้วย เพื่อทบทวนตัวเอง”


    “นายน้อยควรจะบอกคุณหนูฮันน่าด้วยนะครับ เพื่อไม่ให้ตระกูลทั้งสองที่หนุนหลังคุณหนูฮันน่าเข้าใจผิด”


    พ่อบ้านเตือนนายน้อย 1 การที่เขาปลดฮันน่าออกโดยไม่บอกสาเหตุและไม่บอกว่าจะแต่งตั้งตำแหน่งใหม่ เป็นเพราะอยากรู้ว่าแอนเดอร์สันต้องการอะไรจากฮันน่า เขาจึงปล่อยให้เธอได้ทำตามใจจนกว่าแอนเดอร์สันจะเข้าหาเธออีกครั้ง สำหรับตระกูลทั้ง 2 ที่หนุนหลังฮันน่าคงไม่กล้าที่จะตีตัวออกห่าง เนื่องจากว่าผู้ที่มีโอกาสชนะในการแย่งตำแหน่งเก้าอี้คือเขาเท่านั้น การจะเปลี่ยนฝ่ายเพราะลูกสาวถูกปลดคงไม่เกิดขึ้นแน่นอน


    —-----------------------


    “เฮอ คงยากที่หญิงสวมชุดขาวจะเคลื่อนไหวสินะ”


    แอนเดอร์สันนอนไปเรื่อยๆและตรวจดูการเคลื่อนไหวทั่วเมือง เขาต้องการตามหาผู้หญิงสวมใส่ชุดสีขาวรูปร่างเหมือนกับที่พี่ 6 มอบข้อมูลให้ ถึงอย่างนั้นแม้เขาจะมองได้ทั่วเมืองจากการเชื่อมต่อกับต้นไม้ มันกลับไม่สามารถมองทั้งเมืองพร้อมกันได้ สิ่งที่เขาทำได้คือค่อยๆไล่กวาดตามองไปเรื่อยๆจนกว่าจะครบทั้งเมือง แต่การเฝ้าดูของเขากลับไม่เจอหญิงสาวเป้าหมายเลยสักนิดเดียว เหมือนกับว่าตัวตนนี้ถูกสร้างมาเพื่อให้เพียงแค่พี่ 6 เจอเท่านั้นแล้วมันก็หายไป  แอนเดอร์สันกลับไม่ถอดใจสำรวจเมืองต่อไปเผื่อจะเจอโชคดี เขายังเชื่อมั่นว่าฉายาผู้ที่โชคเข้าข้างจะทำให้เขาเจอสิ่งที่อยากเจอ


    —-----------------------


    “ช่วงนี้ดูจะสงบแปลกๆนะ”


    “ฮ่าๆๆ คงเป็นเพราะนายน้อยสกอร์เปี้ยนส์ไม่ได้ฆ่ากันล่ะมั๊ง เอาล่ะช่วงนี้เป็นเวลาทองเราควรจะรีบล่าก่อนที่พวกเขาจะทำสงครามกันอีก”


    “นั่นสินะ”


    นักเวทย์ต่างพากันพยายามวิ่งเต้นออกล่า หลังจากข่าวนายน้อย 6 เสียชีวิตเวลาก็ได้ผ่านมานับเดือน ทุกข่าวที่เกี่ยวกับนายน้อยตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ต่างเงียบลงไป การไล่ล่า การฆ่าฟัน การปะทะกันของกองกำลังมากมายที่หนุนหลังนายน้อยแต่ละคนไม่เกิดขึ้น นับว่าเป็นการใช้ชีวิตที่สงบสุขเป็นอย่างมาก


    “เฮ่ มีข่าวใหม่มาด้วยล่ะ ข่าวเมื่อเช้าเลย สดๆร้อนๆ”


    “ข่าวอะไร”


    “นายน้อย 3 ก้าวข้ามนักเวทย์ 900 ปีได้เช่นกัน”


    “หืม”


    นักเวทย์ที่กำลังจะออกล่าหยุดเท้าเอาไว้ก่อน การที่นายน้อย 3 ก้าวข้ามนักเวทย์ 900 ปีไปได้หมายความว่าการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้น นายน้อย 1 จะต้องต่อสู้กับนายน้อย 3 อย่างแน่นอนเพราะทั้งสองมีพลังเท่ากัน


    “แล้วเขาใช้วิธีไหนในการก้าวข้าม”


    “ชุบตัว ในข้อมูลบอกเอาไว้ว่านายน้อย 3 ใช้วิธีชุบตัวด้วยพลังงานเพื่อยกระดับเซลล์ในร่างกายให้มันวิวัฒนาการขึ้น”


    “แล้วพลังงานที่ว่าคืออะไร”


    “ไม่มีใครรู้จักชื่อ แต่มีข้อมูลของมันคร่าวๆปล่อยออกมา เห็นบอกว่าพลังงานที่ใช้ชุบตัวนายน้อย 3 เป็นพลังศักดิ์สิทธิ์ของเทพ 6 ปีก”


    “อะไรคือเทพ 6 ปีล่ะนั่น”


    “ว่ากันว่าเป็นเผ่าพันธ์ุหายากในมิสเทอรี่ ซึ่งเผ่านี้มีรูปร่างเหมือนมนุษย์แต่จะมี 6 ปีกอยู่ด้านหลัง พลังที่นายน้อย 3 ได้รับมาจากเกทที่เป็นหลุมศพของเทพ 6 ปีก”


    “แล้วพลังของเขาล่ะ”


    “เห็นบอกว่าใช้พลังของเทพ 6 ปีกได้ 70 %  แม้มันจะน้อยกว่านายน้อย 1 ที่ใช้วิธีผสานร่างกับมังกรได้ 100 % แต่พลังของเทพ 6 ปีกก็นับว่าน่ากลัวไม่แพ้มังกรเลย”


    แอนเดอร์สันอ่านข้อมูลของพี่ชาย ตลอด 1 เดือนที่เขารอคอยให้หญิงสวมชุดขาวเคลื่อนไหว สิ่งที่เขาได้รับกลับเป็นข่าวการก้าวข้ามนักเวทย์ 900 ปีของพี่ 3 ที่ได้ใช้วิธีชุบพลังงานที่เทพ 6 ปีกทิ้งเอาไว้ 


    “เอาล่ะ เริ่มจากตรงนี้ก่อนก็แล้วกัน”


    แม้หญิงสวมชุดขาวจะไม่เคลื่อนไหว คนที่แอนเดอร์สันรอให้เคลื่อนไหวยังคงทำหน้าที่ของเธอต่อไป ฮันน่าที่ถูกปลดออกจากเลขาเมื่อ 1 เดือนก่อนในที่สุดเธอก็ถูกเรียกกลับเข้าไปในตระกูลเฟอร์เรอร์เพื่อธุระบางอย่าง  แอนเดอร์สันที่จับตามองดูฮันน่ามาตลอดนั้นเขาก็ได้บินตรงไปยังตำแหน่งที่เธอกำลังเดินทางไปในทันที


    —----------------------


    “คุณหนู ให้พวกเราเข้าไปด้วยไหมครับ” 


    บอดี้การ์ดที่ถูกจ้างมาป้องกันฮันน่าถามถึงความเหมาะสมในการทำหน้าที่ ตอนนี้ฮันน่ากำลังจะเดินเข้าไปในร้านอาหารที่ถูกแบ่งเป็นห้องเอาไว้ พวกเขากลัวว่าฮันน่าจะถูกทำร้ายจากคนที่เธอเดินทางมาติดต่อ


    แม้จะไม่ได้เป็นเลขาเช่นเดิมเธอกลับมีความสำคัญกับกลุ่มของนายน้อย 1 ฮันน่าที่เห็นบอดี้การ์ดเสนอตัวเธอจึงส่ายหน้าเพราะการพูดคุยครั้งนี้อีกฝ่ายไม่มีอำนาจในการต่อรองและไม่สามารถทำอะไรเธอได้


    “หากมีปัญหาให้รีบเรียกพวกเรานะครับ”


    “ค่ะ”


    ฮันน่าเดินเข้าไปในร้านอาหารปล่อยให้บอดี้การ์ดรออยู่หน้าร้าน ทันทีที่เธอเดินทางไปถึงห้องที่เตรียมเอาไว้นั้นบนใบหน้าของเธอก็เต็มไปด้วยความตกใจเพราะชายที่นั่งอยู่ในห้องไม่ได้มีเพียงแค่คนที่เธอจะต้องพบในวันนี้ มันกลับมีแอนเดอร์สันนั่งอยู่ข้างๆสร้างความตกใจให้กับเธอ


    “จะวิ่งหรือจะเข้ามาล่ะ”


    ฮันน่ามองไปยังชายที่ต้องการทำสัญญาและแลกเปลี่ยนข้อเสนอ ตอนนี้เขาถูกแอนเดอร์สันจับตัวเอาไว้ หากเธอเลือกที่จะหนีข้อเสนอที่จะพูดในวันนี้คงถูกยกเลิกอย่างแน่นอน เธอจึงเดินเข้าไปเพื่อหวังให้แอนเดอร์สันปล่อยตัว


    “เอาล่ะ ฉันมีบางอย่างอยากจะถาม เธอเคยเห็นคนๆนี้ไหม”


    แอนเดอร์สันนำรูปภาพหญิงสวมชุดขาวที่ถ่ายจากหลากหลายมุมให้ฮันน่าดู กระทั่งภาพทั้งหมดถูกเปิดแอนเดอร์สันก็เห็นฮันน่าส่ายหน้าปฎิเสธ แอนเดอร์สันที่เห็นดังนั้นเขาจึงหัวเราะเล็กน้อยแล้วเดินจากไป


    “ฮันน่า เธอรู้ไหมว่าฉันเจอคนมากมายและเธอก็เป็นหนึ่งในคนที่ฉันเคยเจอมาก่อน สายตาของเธอน่ะมันโกหกฉันไม่ได้หรอกนะ ขอบคุณก็แล้วกัน”


    แอนเดอร์สันเดินออกจากร้านด้วยการทำให้ตัวเองเป็นจุดสนใจ เรื่องในวันนี้เขาไม่ได้แค่มาถามฮันน่าเกี่ยวกับหญิงสวมชุดขาวเท่านั้น สิ่งที่เขาต้องการทำคือการเตะฮันน่าออกจากพี่ 1 เพราะเธอมาพบกับเขาอีกแล้วหลังจากผ่านไป 1 เดือน ความเชื่อใจของเธอคงจะหมด สุดท้ายตระกูลเกรย์และเวสวู้ดอาจจะต้องถอนตัวเพราะลูกสาวของพวกเขาถูกนายน้อย 1 ไม่ให้ค่า ถ้าทุกอย่างเป็นอย่างที่แอนเดอร์สันคิด ก็นับว่าครั้งนี้เขาได้ประโยชน์จากการพบฮันน่าไม่น้อย







    คล้ายกับเรื่อง[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย ที่คุณอ่าน